Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
01 ตุลาคม, 2557, 06:55:49

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนาน การลงนะหน้าทอง  (อ่าน 2947 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
NotBao
คนบ้านเดียวกันฺ
รองแม่ทัพภาค
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 3,944
สมาชิกลำดับที่ 106
เป็น"ควาย"มันไม่มีปัญญา ปัญหาเลยไม่มี



| |

« เมื่อ: 09 กันยายน, 2552, 10:07:31 »

ตำนาน การลงนะหน้าทอง






การลงนะหน้าทอง   


 เป็น ศาสตร์ที่มีอำนาจสูงส่งทางด้านการส่งเสริมดวงชะตาบารมี เสริมสิริมงคล รวมไปถึงเมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ และโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ผู้ใดได้ลงนะหน้าทองถือ เป็นวาสนาแห่งบุคคลผู้นั้น  ที่ไม่เคยมีใครรักก็กลับมามีคนเมตตารักใคร่ ที่ทำมาหากินไม่ดีก็กลับมาค้าขายดีมีกำไร ชีวิตที่อับเฉาก็จะไม่แห้งเหี่ยวอีกต่อไป จะบังเกิดสิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิตพลิกชะตาจากที่ร้ายกลายเป็นดีอย่างไม่น่าเชื่อจะบังเกิดสิ่ง ที่ดี ๆ ขึ้นในชีวิต

ตอนที่ 2 วิชานะหน้าทองเป็นวิชาไสยศาสตร์ตามลัทธิพราหมณ์    

 สืบเนื่องมาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์  กล่าวคือ ภายในเรื่องรามเกียรติ์นั้นมี   ?พระลักษณ์?  ซึ่งมีรูปกายเป็นสีทอง  มีศักดิ์เป็นน้องของพระราม  พระลักษณ์นี้มีลักษณะ       สง่างาม  เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดา  ด้วยคุณของพระลักษณ์ดังกล่าวมานี้  ในกาลต่อมาจึงได้ถือเป็นคติในการสร้างวิชาสายเมตตามหานิยม  และมหาเสน่ห์  นะหน้าทองคือวิชาไสยศาสตร์ที่มีอำนาจ  ทางเมตตามหานิยม จัดเป็นวิชาชั้นสูงที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธคุณ  ไม่ใช่วิชาสายต่ำหรือมนต์ดำ

ตอนที่ 3 ที่เรียกว่านะหน้าทอง

เนื่อง จาก  มีการใช้ทองคำเปลวบริสุทธิ์ (ถือว่าเป็นของสูง) มาลงที่ใบหน้าของผู้ที่ประสงค์ให้คนมีสง่าราศี  ประกอบกับอักขระที่ลงนั้นมีสูตรการเรียกเฉพาะตนว่าตัวนะหน้าทอง  และยันต์ที่ลงก็จะมีสูตรถือเป็นเคล็ดของครูบาอาจารย์แต่ละท่านจะไม่เหมือน กัน  ใครสำเร็จยันต์ไหน  ตัวนะอักขระตัวใดก็ลงตามที่ตนเชึ่ยวชาญ

ตอนที่ 4 (เหตุที่ต้องใช้ทองในการลง)

 นะ หน้าทองนั้นเป็นวิชาโบราณที่มีการใช้  "ธาตุทอง"  เป็นตัวลง  การใช้ธาตุทองนั้นเนื่องจากธาตุทองเป็นธาตุที่มีความเป็นสิริหรือแสงสว่าง ภายในตัว  โดยตามธรรมชาตินั้นธาตุทองจะซึมซับเอาสิริ  หรือแสงสว่างจากพระอาทิตย์  และพระจันทร์ไว้ในตัว  นอกจากนี้แล้วธาตุทอง  ยังถือว่าเป็นสิ่งอันเป็นมงคลด้วย  เพราะเป็นธาตุที่ถือว่าเป็นตัวแทนของความดี  ความงาม  ความสว่าง  และนอกจากนี้  ทองคำยังเป็นธาตุที่ไม่มีวันเสื่อมคุณค่า  ไม่ว่าจะโดนน้ำ  โดนไฟ  โดนลม  ก็ไม่ทำให้เสื่อมคุณภาพ  หรือคุณค่าในตัวเองลง  เมื่อทองคำมีคุณค่าเช่นนี้ โบราณจารย์  จึงได้คิดค้นวิชานะหน้าทองขึ้น  เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ลง

ตอนที่ 5  (จุดที่ลงนะหน้าทอง)

 โดยมากเรามักเห็นการลงนะหน้าทอง  จะลงกันที่บริเวณหน้าผาก  แต่ทั้งนี้การลงนะหน้าทองนั้นหากลงเต็มสูตรจริง ๆ จะมีตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

1. หน้าผาก  เป็นจุดใหญ่ที่สุดของใบหน้าและถือเป็นจุดที่สามารถเห็นเด่นชัด  จุดนี้ถือว่าเป็นที่รวมของสิริบนใบหน้า และเป็นจุดสำคัญที่สุดในการลงนะหน้าทอง

2. เปลือกตา   หรือใต้ตา  จุดนี้เพื่อให้ยามที่ใครสบตาเรา  หรือยามที่เรากระพริบตา  ผู้ที่มองเราอยู่จะรู้สึกนึกรักและนิยมในตัวเรา

3. แก้ม  เพื่อให้เป็นที่รัก  การลงที่แก้มจะเรียกว่าวิชาพรหมสี่หน้า  เป็นเมตตาอย่างประเสริฐ

4.กราม  เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือยามพูด

5. ที่ติ่งหูสองด้าน  เป็นที่สถิตของเทวดารักษาอายุ

6. ท้ายทอย  เพื่อเป็นที่รักยามที่คนมองเราจากด้านหลัง

7. ลิ้น  เรียกว่าสาลิกาลิ้นทอง  เป็นวิชาลงทองที่มีสูตรเฉพาะแยกออกมาอีกสาขาหนึ่ง

8. กระหม่อม  เป็นจุดเข้าออกของวิญญาณและปราณพลังชีวิต  เป็นจุดศูนย์รวมของพลังชีวิตมนุษย์และเป็นที่สถิตของเทวดา

9. คาง  เป็นส่วนที่ต่ำสุดของใบหน้า  ลงจุดนี้เพื่อเป็นที่เคารพยำเกรง

แต่โดยมากการลงนะน้อยคนนักที่จะได้ลงครบสูตรตามนี้ ส่วนมากมักจะลงที่ หน้าผาก  แก้ม  คาง  ก็เพียงพอแล้ว   อาจจะไม่ใช่มาตรฐานตายตัว  แต่ก็นับได้ว่าเป็นความรู้  เป็นศาสตร์และศิลป์ที่น่าสนใจ  จึงนำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังต่อ ๆ กันไป

ที่มา Fw mail

บันทึกการเข้า





หากหัวใจยังรักควาย  ๓oปี คาราบาว
กระแสลมยิ่งแรงพัดผ่าน ดวงวิญญาณยิ่งกล้ายิ่งแกร่ง
ฝ่าคลื่นลมด้วยใจมุ่งมั่น ดวงตะวันสีทองส่องแสง


tator
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 30
สมาชิกลำดับที่ 2955


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 14 ตุลาคม, 2552, 14:30:03 »

ขอขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ  :)
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: