วรรคทองในวรรณคดีไทย ใครชอบบทไหนบ้าง

<< < (2/5) > >>

นาคา:
อันความติฉินยินร้าย
มีทุกหญิงชายนะโฉมศรี
ที่รักก็เห็นว่าเป็นดี
ที่มิชอบทีก็นินทา

จากวรรณคดีเรื่องอิเหนา ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖

นาคา:
อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี
ประดุจมโนภิรมย์ระตี ณ แรกรัก
แสงอะรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์
แฉล้มเฉลาและโสภินัก นะฉันใด
หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทัย
สว่าง ณ กลางกมลละไม ก็ฉันนั้น
แสงอุษาสะกาวพะพราว ณ สรรค์
ก็เหมือนระตีวิสุทธิอัน สว่างจิต
อ้าอนงคะเชิญดำเนิรสนิธ
ณ ข้างดะนูประดุจสุมิตร มโนมาน
ไปกระทั่ง ณ ฝั่งอุทกจีระธาร
และเปล่งพจี ณ สัจจะการ ประกาศหมั้น
ต่อพระพักตร์สุราภิรักษะอัน
เสด็จสถิต ณ เขตอะรัณ - ยะนี่ไซร้
ว่าตะนูและน้องจะเคียงคระไล
และครองตลอด ณ อายุขัย บ่คลาดคลา

จาก มัทนะพาธา ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖
[url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=a4fff5bd20ab7164c627c65caca2bd3a][/url][/color]

นาคา:
[url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=66d46c99610f8f131d62bd28890fe503][/url]

• กาพย์เห่เรื่องกากีฉบับของเดิม ตอน : พญาครุฑอุ้มนางกากี
 พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้ากุ้ง

 กางกรอุ้มโอบแก้ว       กากี
ปีกกระพือพาศรี            สู่งิ้ว
ฉวยฉาบคาบนาคี          เป็นเหยื่อ
หางกระหวัดรัดหิ้ว          สู้ไม้รังเรียง ๚
 
 กางกรโอบอุ้มแก้ว       เจ้างามแพร้วสบสรรค์พางค์
ปีกปกอกเอวนาง           พลางคลึงเคล้าเต้าจรัล

ฉวยฉาบคาบนาคา        เป็นภักษาพาผกผัน
หางกระหวัดรึงรัดพัน      ดั้นเมฆาสิมพลี

ดลสถานพิมานมาศ       เกลียวกลมสวาทนาฏกากี
เหิมหวนยวนกามี           ปรีดาแนบแอบอิงองค์ ๚
[/color]

นาคา:
 *24

ตอนพระอภัยมณีเกี้ยวนางละเวง

ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร
ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน
แม้อยู่ในใต้ฟ้าสุธาธาร
ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา
แม้เนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ
พี่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา
แม่เป็นบัวตัวพี่เป็นภุมรา
เชยผกาโกสุมปทุมทอง
เจ้าเป็นถ้ำอำไพขอให้พี่
เป็นราชสีห์สมสู่เป็นคู่สอง
จะติดตามทรามสงวนนวลละออง
เป็นคู่ครองพิศวาสทุกชาติไป ]

นาคา:
นี่ก็จากพระอภัยมณี

อันหักอื่นขืนหักก็จักได้
หักอาลัยนี้ไม่หลุดสุดจะหัก
สารพัดตัดขาดประหลาดนัก
แต่ตัดรักนี้ไม่ขาดประหลาดใจ


อีกตอนหนึ่ง ผ่านมา ๒๐๐ ปีแล้วยังใช้ได้อยู่ถึงปัจจุบัน

หนึ่งว่าอย่าลักเอาของเขาอื่น
มาชมชื่นฉ้อฉลคนโกหก
หนึ่งทำชู้คู่เขาเล่าลามก
จะตายตกในกระทะอเวจี

หนึ่งสูบฝิ่นกินสุรามุสาวาท
ใครทำขาดศีลห้าสิ้นราศี
ใครสัตย์ซื่อถือมั่นในขันตี
จะถึงที่พระนิพพานสำราญใจ

อย่าโกรธขึ้งหึงสาพยาบาท
นึกว่าชาติก่อนกรรมจะทำไฉน
เหมือนดุมวงกงเกวียนอันเวียนไป
อย่าโทษใครนี่เพราะกรรมจึงจำเป็น

ประการหนึ่งซึ่งขาดพระศาสนา
ทั้งโลกาเกิดทุกข์จึงยุคเข็ญ
ซึ่งจะกลับดับร้อนให้ผ่อนเย็น
ก็ต้องเป็นไมตรีปรานีกัน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว