Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ Thailand
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
07 กันยายน 2553, 12:12:26

   


หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
ผู้เขียน หัวข้อ: ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา  (อ่าน 2274 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:07 »

สวัสดีครับ... ท่านพ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย
วันนี้ผมขอแนะนำตัว
"ชมรมชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา"[/color]ให้ทุกท่านได้รู้จักครั
บันทึกการเข้า




sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #1 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:39 »

ธรรมนูญชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา
พุทธศักราช 2550

หมวดที่ 1
บททั่วไป
มาตรา 1   ธรรมนูญนี้เรียกว่า ธรรมนูญ ว่าด้วย ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา  พ.ศ. 2550
มาตรา 2    ในธรรมนูญนี้
   ชมรม    หมายถึง    ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา
   ประธาน    หมายถึง    ประธานชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา
   สมาชิก    หมายถึง    สมาชิกชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา
   ที่ปรึกษา   หมายถึง    ที่ปรึกษาชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา
   คณะกรรมการ    หมายถึง    คณะกรรมการบริหารชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน
               จังหวัดสงขลา
       กลุ่มหรือพรรค    หมายถึง    กลุ่มหรือพรรค ของสมาชิกชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลาที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารชมรมชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา

หมวดที่ 2
ชื่อที่ตั้งและเครื่องหมายชมรม
มาตรา 3   ชมรมนี้ให้ชื่อว่า "ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา " มีชื่อย่อว่า "ชนชอ.สข."       หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า "Northern - Northeastern People Club of Songkhla, Thailand"
   มีชื่อย่อว่า ?NNEPS"
มาตรา 4    เครื่องหมายของชมรมคือ





   ประกอบด้วย ธงชาติไทย  กล่องข้าวเหนียว  มือประสานกันระหว่างชาวเหนือกับชาวอีสาน  วงกลมล้อมรอบด้วยรวงข้าวเหนียว  หมายถึง  การร่วมรักสมัครสมานสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
มาตรา 5     สำนักงานใหญ่ของชมรมเป็นศูนย์กลางในการปฎิบัติงานต่าง ๆ อยู่ในการกำกับดูแลของเลขานุการชมรม  โดยมีประธาน และมีผู้ช่วยเหลือ 2 คน  เป็นผู้รับผิดชอบ และถ้าหากจะมีการย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของชมรมให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารชมรมโดยมติเห็นชอบไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการบริหารชมรม

หมวดที่ 3
วัตถุประสงค์
มาตรา 6    ชมรมนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้
6.1    เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่พี่น้องชาวเหนือและชาวอิสาน
6.2    เพื่อช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกันทั้งในยามตกทุกข์ได้ยากและในยามที่มีความสุข
6.3    เพื่อส่งเสริมให้มีความมั่นคงและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ
6.4    เพื่อทำนุบำรุงศาสนา และศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวเหนือและชาวอิสาน
6.5    เพื่อธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

หมวดที่ 4
สมาชิกชมรม สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
มาตรา 7    สมาชิกชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา ได้แก่
   7.1   สมาชิกสามัญ  คือ สมาชิกที่เป็นชาวเหนือและชาวอิสาน ที่ประกอบอาชีพอยู่ในเขตจังหวัดสงขลา และได้สมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกอย่างถูกต้อง
   7.2   สมาชิกวิสามัญ  คือ สมาชิกชาวไทยทุกคนที่ประกอบอาชีพอยู่ในเขตจังหวัดสงขลา และได้สมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกอย่างถูกต้อง

มาตรา 8    สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
    8.1    ให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามธรรมนูญ
    8.2    เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่ชมรมจัดให้มีขึ้น
   8.3   มีสิทธิแสดงความคิดเห็น และวิจารณ์ตามแนวทางแห่งประชาธิปไตย หรือข้อเสนอแนะแก่ชมรม
   8.4   เข้าร่วมการประชุมของคณะกรรมการ โดยมีสิทธิ์แสดงความคิดเห็นคําแนะนําเมื่อได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุม
   8.5   มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง
   8.6   เฉพาะสมาชิกสามัญเท่านั้น ที่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเป็นคณะกรรมการบริหารชมรม ตามธรรมนูญนี้
   8.7   สมาชิกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดมีสิทธิ์เข้าชื่อร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารชมรมให้มีการพิจารณา เพื่อขอประชามติจากสมาชิก ในเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ที่สมาชิกโดยส่วนรวมพึงได้รับจากชมรม
      การตัดสิน
      8.7.1    กรณีที่มีผู้มาลงประชามติไม่ถึงร้อยละ 60 ของสมาชิกทั้ง หมดให้ถือว่าคําร้องนั้นไม่ได้รับการพิจารณา
      8.7.2   กรณีที่มีผู้มาลงประชามติเกินร้อยละ 60 ของสมาชิกให้ถือคะแนนข้างมาก ซึ่งต้องเกินร้อยละ 50 ของสมาชิกที่ มาลงประชามติในคราวนั้น

หมวดที่ 5
คณะกรรมการบริหารชมรมและที่ปรึกษาชมรม

มาตรา 9     ให้คณะกรรมการบริหารชมรม  เป็นหลักในการบริหารชมรมโดยการเลือกจากสมาชิกสามัญซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ จำนวนไม่น้อยกว่าเจ็ดคนแต่ไม่เกินสามสิบเจ็ดคน  ประกอบด้วย
      1. ประธาน
      2. รองประธานชมรมฝ่ายชาวเหนือ
      3.  รองประธานชมรมฝ่ายชาวอิสาน
      4. เลขานุการชมรม
      5. เหรัญญิกชมรม
      6. ประชาสัมพันธ์
      7. กรรมการบริหารอื่น ๆ

มาตรา 10    ให้คณะกรรมการบริหารอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี หรือจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะจัดให้มีขึ้นภายใน 30 วัน


หมวดที่ 6
สมาชิกภาพการเริ่มต้นและการสิ้นสุด

มาตรา 11    การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรม
11.1   ให้ประธานมีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งชุดหนึ่งขึ้นเพื่อดําเนินการเลือกตั้งให้เป็นตามหมวดที่ 5 ของธรรมนูญนี้
11.2   ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นกรรมการบริหารชมรมตามที่กําหนดในมาตราที่ 12
มาตรา 12    ผู้ที่ดํารงตําแหน่งกรรมการบริหารชมรมจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
   12.1   เป็นสมาชิกสามัญของชมรม
   12.2   ต้องไม่ใช่สมาชิกที่อยู่ระหว่างการมีคดีความ หรือศาลตัดสินรอลงอาญาในขณะที่สมัครรับเลือกตั้งแต่ละตําแหน่ง
   12.3   ต้องไม่ใช่สมาชิกที่มีความประพฤติเสียหาย โดยเคยต้องคำพิพากษา
   12.4   ต้องพักอาศัยและทำงานอยู่ในเขตจังหวัดสงขลา
   12.5   ต้องไม่ดํารงตําแหน่งในคณะกรรมการบริหารชมรมมากกว่า 1 ตําแหน่ง ในวาระเดียวกัน
   12.6   เฉพาะตําแหน่งที่ 1 และ 5 ผู้สมัครจักต้องเป็นสมาชิกที่มีสำเนาทะเบียนบ้านอยู่ในเขตจังหวัดสงขลา ในขณะที่สมัครรับเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 6 เดือน
มาตรา 13    สมาชิกภาพของคณะกรรมการบริหารชมรมแต่ละตําแหน่งสิ้นสุดลงเมื่อ
    13.1       ออกตามวาระ วาระละ 2 ปี
    13.2       ตาย
    13.3       ลาออก
          13.3.1   การลาออกของประธานชมรม ต้องได้รับการเห็นชอบจากคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 จึงจะเป็นผลในการลาออก
          13.3.2   การลาออกของกรรมการบริหารชมรมตําแหน่งอื่น ๆ ต้องได้รับอนุมัติจากประธาน และที่ประชุมมีมติรับทราบ
    13.4    คณะกรรมการบริหารชมรมไม่ตํ่ากว่า 2 ใน 3 มีมติให้ออกจาก ตําแหน่ง
    13.5    มีมติให้พ้นจากตําแหน่งโดยวิธีตามมาตราที่ 8.7
    13.6    ไม่มีคุณสมบัติตามมาตราที่ 12 ข้อใดข้อหนึ่ง
 มาตรา 14    ถ้าประธานพ้นจากตําแหน่งตามมาตรา 13 ให้ถือว่าคณะกรรมการบริหารชมรมพ้นจากตําแหน่ง ด้วยทั้งชุด
 มาตรา 15   ถ้าคณะกรรมการบริหารชมรมพ้นจากตําแหน่งเกินกี่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารชมรม ให้ถือว่าคณะกรรมการบริหารชมรมพ้นจากตําแหน่งทั้งชุด



หมวดที่ 7
การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรม
มาตรา 16    การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรม ตามมาตรา 9  เฉพาะตําแหน่งลำดับที่ 1 จะต้องเลือกจากสมาชิกชมรมโดยสมาชิกที่เช้าร่วมประชุมทั้งหมด
มาตรา 17    ให้คณะกรรมการบริหารชมรมชุดปัจจุบันส่งมอบงานต่อคณะกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่ให้เสร็จสิ้นภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่
มาตรา 18    ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารชมรมพ้นจากตําแหน่งก่อนหมดวาระ ให้ประธานแต่งตั้งผู้ดําเนินการชุดหนึ่ง ทําหน้าที่แทนคณะกรรมการบริหารชมรมชุดเดิม จนกว่าคณะกรรมการบริหารชมรม ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ และให้ผู้ดําเนินการที่ได้รับแต่งตั้งนั้น จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่ ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริหารชมรมชุดเดิมพ้นจากตําแหน่ง
มาตรา 19    วาระการทํางานของคณะกรรมการบริหารชมรมชุดใหม่ตามมาตราที่ 23 ให้มีเพียงวาระเท่าที่เหลือของกรรมการบริหารชมรมชุดเดิมเท่านั้น
มาตรา 20    ในกรณีที่กรรมการตําแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นการชั่วคราว คณะกรรมการบริหารชมรมมีอํานาจแต่งตั้งผู้รักษาการปฏิบัติหน้าที่แทน

หมวดที่ 8
อํานาจและหน้าที่ของกรรมการบริหารชมรม
มาตรา 21    คณะกรรมการบริหารชมรม มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันดังนี้
    21.1   พิจารณาวางแผนนโยบายในการดําเนินงานของให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของชมรม ที่ระบุไว้ในมาตรา 6 ของธรรมนูญนี้
   21.2    พิจารณาจัดสรรควบคุมและรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงินของชมรมให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกเป็นส่วนรวมให้มากที่สุด และพิจารณาจัดสรรเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการช่วยเหลือแก่สมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อน  และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชมรม
   21.3     พิจารณาจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ ในชมรม และกลุ่มสมาชิก
   21.4      วางระเบียบข้อบังคับ ข้อปฏิบัติ ข้อเสนอแนะ การทํางาน ภายในชมรมที่ไม่ขัดแย้งต่อธรรมนูญนี้ และกฎหมายบ้านเมือง
    21.5   มีอํานาจเรียกประชุมสมาชิกเพื่อชี้แจงเรื่องต่าง ๆ
   21.6   มีสิทธิ์แต่งตั้งสมาชิกเป็นอนุกรรมการ เพื่อดําเนินการในกิจการที่อยู่ในขอบข่าย งานกิจกรรมของชมรมความจําเป็นและเหมาะสม


มาตรา 22     คณะกรรมการบริหารชมรมแต่ละตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

   ประธาน มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้
      1.   เป็นผู้แทนของชมรม และเป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบในการดําเนินงานของชมรมให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารชมรม
      2.   เป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม และเป็นประธานในที่ประชุม
      3.   เป็นผู้เรียกประชุมใหญ่ของชมรม  ตามความเห็นของคณะกรรมการบริหารชมรม และเป็นประธานของที่ประชุม
      4.   เป็นผู้ลงนามประกาศของชมรม  กฎระเบียบ  มติของชมรม คำสั่งของชมรม และคำสั่งแต่งตั้งให้รองประธานคณะกรรมการบริหารชมรมปฏิบัติหน้าที่แทนเมื่อไม่อยู่ หรืออยู่แต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
      5.   รับผิดชอบการเงินของชมรมร่วมกับเหรัญญิก และ/หรือกรรมการอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมาย

   รองประธานฝ่ายชาวเหนือ มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
      1.   ประสานงานกับสมาชิก และองค์กรอื่น ๆ
      2.   มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตามที่ประธานหรือคณะกรรมการบริหารชมรมมอบหมาย
      3.   ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานเมื่อได้รับมอบหมาย และ/หรือ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

   รองประธานฝ่ายชาวอิสาน มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
      1.   ประสานงานกับสมาชิก และองค์กรอื่น ๆ
      2.   มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบตามที่ประธานหรือคณะกรรมการบริหารชมรมมอบหมาย
      3.   ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานเมื่อได้รับมอบหมาย และ/หรือ เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
 
   เลขานุการ มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
      1.    เป็นผู้ตรวจสอบ และกำกับดูแลกิจการทั้งปวงของชมรมตามที่คณะกรรมการบริหารชมรมมอบหมาย  และให้รับผิดชอบในกิจการที่ประธานมอบหมายให้ปฏิบัติ
      2.   จัดเตรียมติดต่อออกหนังสือเชิญวาระการประชุม และเอกสารประกอบการประชุมของคณะกรรมการบริหารชมรม และจดบันทึกรายงานการประชุม
      3.   รับ-ส่งและโต้ตอบหนังสือของชมรม
      4.    เป็นผู้เสนอรายงานต่อคณะกรรมการบริหารชมรม
      5.    เป็นเลขานุการของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม
      6.    เป็นผู้กำกับดูแลการเก็บรวบรวมเอกสาร และข้อมูลต่าง ๆ ของชมรมในสำนักงานใหญ่ ของชมรม

   เหรัญญิก มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
      1.   มีหน้าที่ในการจัดทําบัญชีงบการเงิน ควบคุมรายรับ-รายจ่าย บัญชีทรัพย์สิน  หนี้สิน  และงบการเงินของชมรม
      2.   รับผิดชอบจัดทําบัญชีงบประมาณการรับ-จ่าย เสนอคณะกรรมการบริหารชมรม
      3.   ควบคุมรับผิดชอบการเงินให้เป็นไปตามระเบียบการเงินของชมรม และพร้อมที่จะเสนอฐานะการเงินของชมรมต่อที่ ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม
        4.   เสนอแนะวิธีการระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเงิน เพื่อให้มีประสิทธิภาพที่สุด

   ประชาสัมพันธ์ มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้
      1.    แถลงมติที่ประชุมของชมรม และแถลงกิจกรรมต่าง ๆ ของชมรม
      2.    ประชาสัมพันธ์งานของชมรม  ตามที่คณะกรรมการบริหารชมรมมอบหมาย

   กรรมการบริหารอื่น ๆ
      มีอำนาจหน้าที่ตามที่ประธาน หรือคณะกรรมการบริหารชมรมมอบหมาย

หมวดที่ 9
การประชุม
มาตรา 23    ประธานเป็นผู้เรียกประชุม หรือโดยเลขานุการซึ่งได้รับมอบหมายจากประธาน
มาตรา 24    คณะกรรมการบริหารชมรมอย่างน้อย 1 ใน 4 เข้าเสนอชื่อให้ประธานเรียก ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมในกรณีพิเศษได้
มาตรา 25    ในการประชุมต้องมีคณะกรรมการบริหารชมรมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งเข้าร่วมประชุม จึงจะครบองค์ประชุม
มาตรา 26    ในกรณีที่กรรมการบริหารชมรมเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุมให้เรียกประชุม อีกครั้งหนึ่งหลังจากการประชุมครั้งแรกไม่น้อย 2 วัน ในการประชุมครั้งหลังแม้ว่าคณะกรรมการบริหารชมรมเข้าร่วมประชุมไม่ถึงกึ่งหนึ่งก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม
มาตรา 27    การลงมติให้ถือเอาเสียงข้างมากขององค์ประชุมเป็นการชี้ขาด ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
มาตรา 28   กรรมการคนใดไม่เข้าประชุมอาจมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษร ให้สมาชิกคนใดคนหนึ่งเข้าประชุมแทน แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียง
มาตรา 29   ในการประชุมทุกครั้งให้เลขานุการเป็นผู้บันทึกการประชุมไว้เป็นหลักฐาน และเสนอที่ประชุมในครั้งต่อไป เมื่อที่ประชุมรับรองการประชุมนั้นแล้ว ให้ประธานและเลขานุการ
   ลงนามกํากับไว้
มาตรา 30    คณะกรรมการบริหารชมรม มีสิทธิ์ยับยั้งกิจกรรมที่ กลุ่ม/พรรค อาจนำมาซึ่งความเสียหายของชมรมได้ ในกรณีเช่นนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อสรุปจากการประชุมร่วมได้ให้ขอมติจากสมาชิกชมรมทั้งชมรม โดยถือเอาเสียงข้างมากซึ่งอาจจะต้องเกินร้อยละ 50 ของสมาชิกชมรมทั้งหมด เมื่อดําเนินการแล้วนําเสนอต่อคณะบริหารชมรมอีกครั้งหนึ่ง
มาตรา 31    ให้จัดการประชุมสามัญของคณะกรรมการบริหารชมรมสองเดือนต่อหนึ่งครั้ง

หมวดที่ 10
การเงินของชมรม
มาตรา 32    รายได้ของชมรมได้จาก
    32.1       เงินสนับสนุนกิจกรรมจากสมาชิก
   32.2       เงินที่บุคคล หรือหน่วยงาน หรือองค์กรอื่นบริจาคให้
   32.3       เงินรายได้ที่เหลือจากการใช้จ่ายในปีก่อน
   32.4      เงินรายได้จากกิจกรรมพิเศษที่ชมรมจัดขึ้นเพื่อหารายได้ โดยให้กําหนดวัตถุประสงค์
         ในการใช้จ่าย
32.5   เงินรายได้อื่น ๆ
มาตรา 33   เงินรายได้ของชมรมจะต้องนำฝากไว้กับธนาคารเท่านั้น การเปิดบัญชีธนาคารให้ใช้ชื่อบัญชีที่เป็นบัญชีร่วมกันในรายชื่อของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งร่วมกันสามตำแหน่ง คือ  ประธาน  เลขานุการ และเหรัญญิก และกำหนดให้ผู้ที่มีอำนาจในการเบิกถอนเงินได้ อย่างน้อย 2 ใน 3  คือ  ประธาน และเลขานุการ  หรือ ประธาน และเหรัญญิก โดยจะต้องลงชื่อเบิกเงิน เท่านั้น
มาตรา 34    การใช้จ่ายเงินตามมาตรา 32 ของคณะกรรมการบริหารชมรมในแต่ละตําแหน่งต้องไม่เกินงบที่ได้รับอนุมัติ การจ่ายเงินเพื่อกิจการใด ๆ ต้องนําใบเบิกรวมทั้งหลักฐานการจ่ายเงินต่าง ๆ เช่น ใบเสร็จรับเงินเสนอต่อเหรัญญิก หรือประธาน
มาตรา 35    การจ่ายเงินเพื่อกิจการพิเศษใด ๆ ที่นอกเหนืองบประมาณต้องขออนุญาตจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมทุกครั้ง
มาตรา 36    การจ่ายเงินของชมรมในกรณีเร่งด่วนซึ่งไม่สามารถเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม จะทําได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจากประธานเท่านั้น ทั้งนี้วงเงินดังกล่าวต้องไม่เกิน 3,000.- บาท หลังจากนั้นให้ประธานนําเสนอที่ประชุมคราวต่อไป

มาตรา 37    ชมรมจะเสนอให้มีการยุบเลิกหรือสิ้นสุดได้ด้วยคะแนน เสียงสนับสนุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3
   ของคณะกรรมการบริหารชมรมแล้วให้ประธานลงนามประกาศยุบเลิกหรือสิ้นสุด
มาตรา 38    กรณีสิ้นสุดสภาพของกลุ่มให้โอนทรัพย์สินทั้งหมดของกลุ่มแก่โรงเรียนหรือชุมชนที่ต้องการเพื่อจัดการต่อไป

หมวดที่ 11
ที่ปรึกษาชมรม
มาตรา 39   ให้มีที่ปรึกษาชมรม  ตามที่คณะกรรมการบริหารชมรมเห็นสมควร  ที่ปรึกษาประกอบด้วย สมาชิกชมรม และผู้มีอาวุโส  ผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้มีประสบการณ์และผู้มีอุปการคุณ  เพื่อการสนับสนุนทางด้านกิจกรรมต่าง ๆ แก่ชมรม
มาตรา 40     ที่ปรึกษาฃมรมอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระของคณะกรรมการบริหารชมรม เว้นแต่ลาออกหรือ
   ถึงแก่กรรม
มาตรา 41     ที่ปรึกษาชมรมมีหน้าที่ดังนี้
      1.    เสนอแนวหรือการให้คำปรึกษาใด ๆ เป็นการกระทำเพื่ออุดมการณ์ของชมรม
      2.    ที่ปรึกษาชมรมจะจัดให้มีการประชุม หรือหารือภายในชมรมย่อมกระทำได้ภายใต้การสนับสนุนจากประธาน และ/หรือเลขานุการชมรมจะต้องทราบด้วย

หมวดที่ 12
ความรับผิดชอบของชมรมต่อสมาชิก
มาตรา 42     ความรับผิดชอบของชมรมต่อสมาชิก
      1.    ชมรมจะจัดการส่งเสริม สถานภาพของสมาชิกชมรมให้มีสมรรถภาพต่อการดำรงชีวิตของตนและครอบครัว
      2.    ชมรมจะดำเนินการทางการเป็นอยู่ของสมาชิกอย่างจริงจังเพื่อให้ชมรมก้าวไปสู่การมีบทบาททางการประกอบอาชีพ  เพื่อความเจริญและสันติสุขของปวงสมาชิกทุก ๆ คน
      3.    ชมรมจะช่วยสนับสนุนส่งเสริมเพื่อเพิ่มคุณภาพแห่งชีวิตให้แก่สมาชิก  ด้วยการให้ความรู้ในวิชาชีพต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
      4.    ชมรมมีหน้าที่รับเรื่องราวร้องทุกข์  และให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกชมรมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมตามกรอบแห่งกฏหมาย
      5.    ชมรมจะส่งเสริมและให้การอบรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดหาอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้สมาชิกเพื่อประกอบอาชีพต่อไป


หมวดที่ 13
การแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงธรรมนูญ

มาตรา 43    คณะกรรมการบริหารชมรมมีอํานาจเสนอแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงธรรมนูญนี้ ซึ่งจะทําได้เมื่อได้รับความเห็นชอบโดยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของ คณะกรรมการบริหารชมรม และให้บังคับใช้ต่อเมื่อได้ประกาศให้สมาชิกได้รับทราบแล้ว


         ประกาศ ณ วันที่   24  กุมภาพันธ์  พุทธศักราช 2550


                  (นายสุรพล  สัมฤทธิ์)
         ประธานชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา ชุดที่ 3
บันทึกการเข้า

sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #2 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:40 »

ชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา ได้รวมตัวกันจัดตั้ง "ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา"  ตั้งแต่วันเสาร์ที่  22  พฤศจิกายน  2546 เป็นต้นมา สถานที่ตั้งทำการชมรม ณ ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 35/6 ถ.ทุ่งเสา 2 ซ.6 ต.หาดใหญ่  อ.หาดใหญ่  จ.สงขลา 90110

"ชมรมชาวเหนือและชาวอิสาน จังหวัดสงขลา" มีวัตถุประสงค์ ดังนี้

6.1    เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคีในหมู่พี่น้องชาวเหนือและชาวอิสาน

6.2    เพื่อช่วยเหลือเอื้ออาทรซึ่งกันและกันทั้งในยามตกทุกข์ได้ยากและในยามที่มีความสุข

6.3    เพื่อส่งเสริมให้มีความมั่นคงและประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ

6.4    เพื่อทำนุบำรุงศาสนา และศิลปวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวเหนือและชาวอิสาน

6.5    เพื่อธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
บันทึกการเข้า

sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #3 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:22 »

ชาวเหนือ-อีสาน จัดงานสงกรานต์ที่หาดใหญ่ระลึกบ้านเกิด

by Focus Team @09-04-2551 14.27 ( IP : 61...71 ) | Tags : ข่าวเด่นประจำวัน

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ ? ประชาชนชาวภาคอีสาน และภาคเหนือที่มาทำมาหากินใน อ.หาดใหญ่ เตรียมจัดงานม่วนอกม่วนใจ๋ รับขวัญปีใหม่ไทย ในวันที่ 13 เมษายน เพื่อระลึกถึงบรรยากาศที่บ้านเกิด

      เทศกาลสงกรานต์ของ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในปีนี้เริ่มมีสีสันมากขึ้นเมื่อหลายองค์กรร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสีสันและต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชมรมชาวเหนือและชาวอีสานใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ร่วมกันจัดงานเทศกาลสงกรานต์ ม่วนอกม่วนใจ๋ รับขวัญปีใหม่ไทย ในวันที่ 13 เมษายน ในย่านถนนทุ่งเสา ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวเหนือและชาวอีสานเข้ามาทำงานและพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

      โดยจะมีกิจกรรมทางประเพณีวัฒนธรรมล้านนาและภาคอีสาน ทั้งการรดน้ำดำหัว และบายสีสู่ขวัญ รวมทั้งการทำบุญในวันสงกรานต์ ทั้งนี้ เนื่องจากมีชาวเหนือและชาวอีสานจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จึงได้จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อระลึกถึงประเพณีของบ้านเกิดเพราะหลายคนได้มาลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวอยู่ในย่านถนนทุ่งเสา อ.หาดใหญ่ โดยบางส่วนแต่งงานอยู่กินกับชาวมาเลเซียซึ่งจะพาสามีมาร่วมประเพณีในครั้งนี้ด้วย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 เมษายน 2551 12:24 น
บันทึกการเข้า

sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #4 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:51 »

ข่าว สันติภาพ รามสูต สงขลา / ชาวเหนืออีสานในจ.สงขลา จัดงานบุญประเพณีตานก๋วยสลาก
   
ที่วัดคลองเรียน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชมรมชาวเหนือและชาวอีสานใน จ.สงขลา ร่วมกับเทศบาลนครหาดใหญ่ จัดงานบุญประเพณีตานก๋วยสลาก ประจำปี 2551 ซึ่งเป็นงานบุญที่ชาวเหนือและอีสานได้ยึดถือและปฏิบัติกันมาช้านาน สืบทอดมาจนถึงลูกหลาน โดยชาวเหนือได้เปรียบงานตานก๋วยสลากว่าคล้ายกันกับงานบุญเดือนสิบ ของชาวภาคใต้ ซึ่งรูปแบบของการจัดงานจะแตกต่างกันออกไป แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การมุ่งที่จะตอบแทน คุณความดีของบรรพบุรุษ ที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นการแสดงออกซึ่งกตเวทิตา โดยงานบุญประเพณีตานก๋วยสลากที่จัดขึ้นในครั้งนี้มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวเหนือและชาวอีสานที่อยู่ในจ.สงขลา รวมถึงประชาชนทั่วไปเข้าร่วมนับพันคน ท่ามกลางบรรยากาศที่สนุกสนานและอบอุ่นเนื่องจากเป็นการรวมตัวของชาวเหนือและชาวอีสานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบปี

เทศบาลนครหาดใหญ่ จัดงานบุญประเพณีตานก๋วยสลาก ประจำปี 2551

ขอเชิญเที่ยวงานบุญประเพณีตาลก๋วยสลากประจำปี 2551 โดยนายไพร  พัฒโน นายกเทศมลตรีนครหาดใหญ่ร่วมกับชมรมชาวเหนือ และชาวอีสานจังหวัดสงขลา จัดงานบุญประเพณีตาลก๋วยสลากประจำปี 2551 ซึ่งถือว่าเป็นงานบุญที่พี่น้องชาวเหนือได้ยึดถือและปฏิบัติกันมาแต่ช้านาน สืบทอดมาจนถึงลูกหลาน โดยกำหนดการ ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2551 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ณ วัดคลองเรียน ถ.ศรีภูวนาถ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

เมื่อ: 16:25:17 17 กันยายน 2551
บันทึกการเข้า

sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #5 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:57 »

ปีใหม่เมืองเชียงใหม่

เทศกาลสงกรานต์นี้ ชาวล้านนาเรียกว่า ปเวณีใหม่หรือปาเวณีใหม่ (อ่านว่า "ป๋าเวนีปี๋ใหม่") ซึ่งมีความหมาย ตรงกับคำว่า "ประเพณีสงกรานต์" ในช่วงเทศกาล 5 วันนี้ ชาวล้านนาจะหยุดงานทั้งสิ้น เพื่อเฉลิมฉลองทั้งในแง่ศาสนาและพิธีกรรม
ประเพณีสงกรานต์ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย และจัดเป็นงานเด่นพิเศษสุดงานหนึ่ง ของชาวเหนือโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวเชียงใหม่ งานประเพณีนี้ได้รับการสืบทอดกันมา ตั้งแต่โบราณกาล จนถึงปัจจุบัน เป็นงานที่รู้จักและเล่าลือกันตลอดทุกทิศทั่วไทยและในต่างแดน ในลักษณะเป็นที่ชื่นชม และสรรเสริญยิ่ง

วันปีใหม่มีประเพณีอย่างไร

วันที่ 13 เมษายน เป็นวันสงกรานต์หรือวันสังขารล่อง หมายถึง การก้าวล่วงของพระอาทิตย์ จาก ราศีมีน สู่ราศีเมษ ในวันนี้จะมีพิธี

- ไล่สังขารด้วยการยิงปืน จุดประทัดกันตลอดคืน (ตั้งแต่เลยเวลา 14.00 น. ของวันที่ 13 เมษายนไปจนสว่าง)
- ประเพณีปัดกวาดเสนาสนะ บ้านช่อง โดยนำเสื้อผ้าออกไปซัก ประเพณีสระเกล้าดำหัว เพื่อไล่เคราะห์เสนียดจัญไรของปีเก่าให้ออกไป ประเพณีการรดน้ำเพื่อความสนุกสนาน ประชาชนเล่นน้ำ กันทั่วไป ประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูป ทำความสะอาดวัดวาอาราม

วันที่ 14 เมษายน วันเนาหรือวันเน่า จะมีประเพณีปฏิบัติดังนี้
1. แต่งดาตระเตรียมอาหารหวานคาวทุกบ้าน วันนี้ประชาชนจะออกซื้อของจับจ่ายตลาดจึงแออัดยัดเยียด จึงเรียกว่ากาดหมั้ว
2. ตอนเย็นนำอาหารไปทำทานแก่พ่อแม่ ครูบาอาจารย์
3. หนุ่มสาว เฒ่า แก่ จะพากันขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์พระทราย
4. ประเพณีการละเล่นต่างๆ เช่น ตะกร้อ ม้าจกคอก (ลาวกระทบไม้) และเล่นมะกอน(มอญซ่อนผ้า)

วันที่ 15 เมษายน คือ วัดพระญาวันหรือเถลิงศก มีกิจกรรม ดังนี้
1. ตอนเช้านำเอาอาหารไปถวายพระสงฆ์ในวัดเพื่อความสุขสวัสดิ์และอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพชน
2. ตอนกลางวันนำธุงหรือตุงไปปักพระเจดีย์ทรายและไปฟังพระสวดมนต์ ถวายเจดีย์พระทราย
3. สรงน้ำพระพุทธรูปและดำหัว เจ้าอาวาสในวัดของตน
4. มีพิธีดำหัวพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง
5. การรดน้ำ เล่นน้ำ เป็นไปตลอดวัน

วันที่ 16 เมษายน เรียกว่า วันปากปี วันนี้จะมีกิจกรรมดังนี้
1. แกงขนุน ยำขนุน ทุกบ้าน ด้วยหวังใจว่าจะช่วยค้ำจุนอุดหนุนให้มีความสุขตลอดปี
2. ไปดำหัวพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ พระสงฆ์ผู้ใหญ่
3. ทำพิธีขึ้นท้าวทั้ง 4 อัญเชิญมาคุ้มครองให้เกิดความสุขสวัสดี
4. นิมนต์พระสงฆ์มาเทศน์ที่บ้าน คัมภีร์เทศน์ คือ สารากริวิชชทสูตร โลกวุฒิ สังคหะโลก เป็นต้น เพื่อให้เกิดความสวัสดีแก่บ้านเรือน
5. การเดินทางไปดำหัวพระสงฆ์ผู้ใหญ่ หรือปูชนีสถานสำคัญที่อยู่ห่างไกล

ศาสตราจารย์มณี พยอมยงค์
http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/reply_topic.php?id=917
--------------------------------------------------------


บันทึกการเข้า

sinchai
เจ้าหน้าที่
**


เพศ: ชาย
กระทู้: 15

สมาชิกลำดับที่ 2455

"ในดำย่อมมีขาว ในขาวย่อมมีดำ"


« ตอบ #6 เมื่อ: 13 สิงหาคม 2552, 14:02:53 »

เทศกาลสงกรานต์นี้ชาวล้านนาเรียกว่า ปเวณีปีใหม่หรือปาเวณีปีใหม่ (อ่าน"ป๋าเวนีปี๋ใหม่") ในช่วงเทศกาลนี้ซึ่งกินเวลา ๕ วัน ประชาชนจะหยุดงานทั้งสิ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระนี้ทั้งในแง่ศาสนาและพิธีกรรมโดยตลอด เทศกาลสงกรานต์ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนานั้น จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษเป็น วันสังกรานต์ล่อง หรือวันมหาสงกรานต์ ซึ่งจะไม่ตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน ตามประกาศของทางการเสมอไป (แต่ปัจจุบันนี้จะยึดตามประกาศของทางการ) เทศกาลนี้จะมีวันต่าง ๆ และมีพิธีกรรมและการละเล่นหลายอย่างที่ เกี่ยวข้องกัน ดังนี้
 
วันสังกรานต์ล่อง คือวันมหาสงกรานต์ ซึ่งออกเสียงแบบล้านนาว่า "สัง-ขาน" นี้คือวันที่พระอาทิตย์โคจรไปสุดราศีมีนจะย่างเข้าสู่ราศีเมษ ตามความเชื่อแบบล้านนากล่าวกันว่าในตอนเช้ามืดของวันนี้ "ปู่สังกรานต์" หรือ "ย่าสังกรานต์"จะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีแดงสยายผมล่องแพไปตามลำน้ำ ปู่หรือย่าสังกรานต์นี้จะนำเอาสิ่งซึ่งไม่พึงปรารถนาตามตัวมาด้วย จึงต้องมีการยิงปืนจุดประทัดหรือทำให้เกิดเสียงดังต่าง ๆ นัยว่าเป็น "การไล่สังกรานต์" และถือกันว่าปืนที่ใช้ยิงขับปู่หรือย่าสังกรานต์นั้นจะมีความขลังมาก ตั้งแต่เช้าตรู่ของวันนี้จะมีการปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด มีการซักเสื้อผ้า เก็บกวาดและเผาขยะมูลฝอยต่าง ๆ มีการดำหัวหรือสระผมเป็นกรณีพิเศษ คือเมื่อสระผมแล้วก็จะต้องเงยหน้าไปตามทิศที่กำหนดไว้และทัดดอกไม้ที่เป็นนามของปีของแต่ละปี นุ่งห่มเป็นเสื้อผ้าใหม่ ฝ่ายพ่อบ้านก็จะนำเอาพระพุทธรูปพระเครื่องหรือเครื่องรางของขลังต่างๆ มาชำระหรือสรงด้วยน้ำอบน้ำหอมหรือ เปลี่ยนดอกไม้บูชาพระในแจกันใหม่ด้วย
ในวันสังกรานต์ล่องนี้ ตามประเพณีโบราณแล้ว กษัตริย์แห่งล้านนาจะต้องทำพิธีสรงน้ำตามทิศที่ โหรหลวงคำณวนไว้ และจะลงไปทำพิธีลอยเคราะห์ในแม่น้ำเช่น ในแม่น้ำปิง แม่น้ำวัง เป็นต้น ในวันนี้บางท่านก็จะเรียกลูกหลานมาพร้อมกล่าวคำมงคลแล้วใช้น้ำส้มป่อยลูบศีรษะตัวเองหรือลูกหลานทุกคน และบางท่านจะให้ ลูกหลานเอาฟักเขียวหรือฟักทองไปปลูกและใช้มูลควายตากแห้งเป็นปุ๋ยโดยบอกเด็กว่าปู่ย่าสังกรานต์พึงใจที่ได้เห็น ลูกหลานปลูกฟัก บ้างว่า ผู้ที่ปลูกฟักนั้นก็จะมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดด้วย สำหรับในเมืองใหญ่เช่นเชียงใหม่ นิยมจัดขบวนแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองเช่นพระพุทธสิหิงค์และพระเสตังคมณี ไปตามถนนสายต่าง ๆ แล้วนำไปประดิษฐานไว้เพื่อให้ประชาชนได้เข้านมัสการสรงน้ำพระพุทธรูปดังกล่าวด้วย
 
วันเนา วันเนาว์ หรือ วันเน่า ในแง่ของโหราศาสตร์แล้ว วันนี้ควรจะเรียกว่า วันเนา เพราะเป็นวันที่พระอาทิตย์โคจรอยู่ระหว่างราศีมีนและราศีเมษ อันเป็นวันที่ถัดจากวันสังกรานต์ล่อง แต่ในการออกเสียงแล้วทั่วไปมักเรียก"วันเน่า" ทำให้เกิดความคิดที่ห้ามการกระทำสิ่งที่ไม่เป็นมงคล โดยเฉพาะห้ามการด่าทอทะเลาะวิวาทกัน กล่าวกันว่าผู้ใดที่ด่าทอผู้อื่นในวันนี้แล้ว ปากของผู้นั้นจะเน่า และหากวิวาทกันในวันนี้ บุคคลผู้นั้นจะอัปมงคลไปตลอดปี ส่วนผู้ประสงค์จะปลูกเรือนด้วยไม้ไผ่ ก็ให้รีบตัดในวันนี้ เพราะเชื่อกันว่าไม้จะ"เน่า"และไม่มีมอดหรือปลวกมากินไม้ดังกล่าว วันเนานี้จะเป็นวันเตรียมงาน ชาวบ้านจะพากันไปซื้อของเพื่อกินและใช้ในวันพญาวัน เมื่อถึงตอนบ่ายจะมีการขนทรายเข้าวัด กองรวมกันทำเป็น การขนทรายเข้าวัดนี้ถือว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนส่วนที่ติดเท้าของตนออกจากวัดซึ่งเสมอกับได้ลักของจากวัด วันเนานี้อาจเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า วันดา เพราะเป็นวันที่ ดา หรือจัดเตรียม สิ่งของต่างๆ จะใช้ทำบุญนั่นเอง
 
วันพญาวัน เป็นวันเถลิงศกเริ่มต้นจุลศักราชใหม่ วันนี้เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาดัง ตั้งแต่เวลา เช้าตรู่ผู้คนจะนำเอาสำรับอาหารหวานคาวต่าง ๆ ไปทำบุญถวายพระตามวัด ทานขันเข้า (อ่าน"ตานขันเข้า") เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษหรือญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วด้วย บางคนอาจนำสำรับอาหารไปมอบให้แก่บิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ผู้เฒ่าผู้แก่หรือผู้ที่ตนเคารพนับถือ เรียกว่า ทานขันเข้าฅนเถ้าฅนแก่
จากนั้นจะนำทุงหรือธงซึ่งได้เตรียมไว้ไปปักบนเจดีย์ทราย ทั้งนี้ มีคติว่าการทานทุง นั้นมีอานิสงส์ สามารถช่วยให้ผู้ตายที่มีบาปหนักถึงตกนรกนั้นสามารถพ้นจากขุมนรกได้ จากนั้นก็มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ในวันพญาวันนี้ บางท่านอาจจะเตรียมไม้ง่ามไปถวายสำหรับค้ำต้นโพ ถือคติว่าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการจะช่วยกันค้ำจุนพระศาสนาให้ยืนยาวต่อไป และจะมีการสรงน้ำทั้งพระพุทธรูป สถูปเจดีย์รวมทั้งสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ด้วย ในตอนบ่ายจะมีการไป ดำหัวหรือไปคารวะผู้เฒ่าผู้แก่บิดามารดา ญาติพี่น้องผู้อาวุโสหรือผู้มีบุญคุณหรือผู้ที่เคารพนับถือ เพื่อเป็นการขอขมาและผู้ใหญ่ก็จะให้พร
 
วันปากปี ในวันนี้ ศรัทธาที่ไม่ไปที่วัดก็ จะไปเตรียมสถานที่ เพื่อทำบุญใจบ้าน คือบริเวณที่ตั้งของ เสาใจบ้านหรือสะดือบ้านบ้างเรียก แปลงบ้าน หรือส่งเคราะห์บ้าน บริเวณหอเสื้อบ้าน (อารักษ์หมู่บ้าน) ที่วัดตอนเช้าจะมีการทำพิธีปูชาเข้าลดเคราะห์ ปูชาเข้ายกเคราะห์ ปูชาเคราะห์ปีใหม่ ปูชาสระพระเคราะห์ เป็นต้น เชื่อว่าผู้ที่บูชาดังว่าในวันปากปี จะได้รับความคุ้มครองไปตลอดปี และชาวบ้านบางคนจะพากันไปดำหัววัด คือไปทำพิธีคารวะเจ้าอาวาสวัดที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ด้วย
วันในลำดับที่ ๕ ของเทศกาลนี้คือ วันปากเดือน ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นของเดือนใหม่ ในวันนี้นิยมมีการส่งเคราะห์ต่าง ๆ ตามแบบที่นิยมนับถือกันมาแต่โบราณ การส่งเคราะห์ที่ว่านี้มีหลายอย่าง เช่น ส่งชน, ส่งแถน, ส่งเคราะห์นรา เป็นต้น ส่วนการดำหัวนั้นก็จะดำเนินต่อไปจนครบตามต้องการ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้มีการละเล่นที่สนุกสนานหลายอย่าง เช่น เล่นหมากบ้าหรือการเล่นสะบ้า เล่นหมากคอนหรือการเล่นโยนลูกช่วง เป็นต้น แต่การเล่นที่สนุกที่สุกและมีเพียงช่วงเดียวในรอบปี คือ เล่นหดน้ำ ปีใหม่ หรือการเล่นรดน้ำในเทศกาลขึ้นปีใหม่นั่นเอง

http://www.lannaworld.com/believe/newyear.htm


------------------------------------------------------------------
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: