Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
01 กันยายน, 2557, 20:38:40

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รถจักรไอน้ำ  (อ่าน 10768 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2552, 09:54:32 »

            รถจักรไอน้ำ โดย นายเชาวน์ ณ ศีลวันต์
 
            [url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=aa64af36fecd034bef708d4f40b861a3][/url]
            รถจักรไอน้ำแปซิฟิก

            รถจักรไอน้ำที่นำมาใช้ในประเทศไทยเป็นคันแรก  คือ  รถจักรไอน้ำที่ใช้ในทางสายกรุงเทพฯ-ปากน้ำ ซึ่งเป็นทางรถไฟราษฎร์สายแรก  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา    ซึ่งเป็นทางรถไฟของรัฐสายแรกขึ้น  กรมรถไฟในสมัยนั้นได้นำเอารถจักรไอน้ำมาใช้ โดยนำมาใช้ในการก่อสร้างทางรถไฟ  ลากจูงขบวนรถ  ขนส่งสินค้าและคนโดยสาร

            รถจักรไอน้ำที่นำมาใช้ในตอนแรกๆ นั้น  เป็นรถจักรแบบมีถังน้ำและที่เก็บเชื้อเพลิงในตัว ต่อมาได้วิวัฒนาการขึ้นเป็นแบบที่มีรถลำเลียงพ่วง   รถลำเลียงนี้มีไว้บรรทุกเชื้อเพลิงและน้ำเพื่อใช้การในขณะที่รถจักรทำการลากจูงขบวนในระยะทางหนึ่ง

            รถจักรไอน้ำ   คือ  รถจักรที่มีหม้อน้ำ  ที่มีกำลังดันไอสูง  ติดตั้งบนโครงประธานซึ่งจะวางอยู่บนล้อ     ที่ตัวรถจักรจะมีเครื่องกลจักรไอน้ำ (steam   engine) ประกอบด้วยลูกสูบลิ้นปิดเปิดให้ไอดีเข้าและไอเสียออก  และก้านสูบซึ่งปลายข้างหนึ่งต่อกับกลไกไปหมุนล้อ



           [url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=537bf41d05517dcc46ecbce9f065cbc1][/url]

           ภาพแสดงอุปกรณ์ส่วนประกอบของรถจักรไอน้ำ


            รถจักรไอน้ำมีลักษณะ   ส่วนประกอบ   และหน้าที่การทำงานโดยละเอียด  ดังนี้

            ๑. หม้อน้ำ   มีลำตัวเป็นรูปทรงกระบอกในแนวนอน   ตอนท้ายของลำตัวเป็นเรือนไฟ ภายในเรือนไฟทำเป็นเตาไฟ  ตอนหัวของลำตัวเป็นห้องควันรวมทั้งปล่องไฟติดต่ออยู่  ทั้ง ๓  ส่วนนี้ทำเป็นชิ้นเดียวกัน  โดยตัวห้องควันและเตาไฟเป็นส่วนที่ตั้งอยู่บนโครงประธาน

            ภายในลำตัวของหม้อน้ำระหว่างเตาไฟกับห้องควัน       มีท่อเหล็กจำนวนมากต่อวางเรียงขนานกันไปตามยาว ปลายทั้งสองของท่อเหล่านั้นยึดติดกับแผ่นโลหะซึ่งเจาะรูทะลุตามจำนวนท่อ  แผ่นโลหะตอนปลายท่อด้านหลังยึดติดกับเรือนไฟ และตอนปลายท่อด้านหน้ายึดติดกับลำตัวตอนหน้าติดกับห้องควัน

           หม้อน้ำทำหน้าที่ให้กำเนิดไอน้ำ   ก๊าซร้อนที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงบนตะกรับในเตาไฟ จะเดินผ่านไปตามท่อที่อยู่ในหม้อน้ำซึ่งเรียกว่าท่อไฟ  และคายความร้อนผ่านผนังท่อไปให้กับน้ำอยู่ในหม้อน้ำและล้อมรอบท่อไฟ ทำให้น้ำในหม้อน้ำรอบๆบริเวณเรือนไฟและล้อมรอบท่อไฟ  เดือดกลายเป็นไอน้ำ ภายใต้ตะกรับซึ่งตั้งอยู่ณ  ส่วนล่างของเรือนไฟจะมีกระบะเถ้า ซึ่งมีประตูบังคับให้ปิดเปิดได้โดยพนักงานที่ห้องขับ  เพื่อให้ลมภายนอกผ่านเข้าไปยังตะกรับ ช่วยให้เชื้อเพลิงได้ลุกไหม้ได้ดี   ตอนท้ายของเตาไฟมีช่องเจาะไว้เหนือตะกรับ   เพื่อใส่เชื้อเพลิง ช่องนี้จะมีประตูปิดเปิดได้เรียกว่าประตูเตา

           ห้องควัน    ทำหน้าที่รวบรวมควันและก๊าซร้อนที่เหลือจากการใช้ประโยชน์แล้ว รวมกับไอเสียที่มาจากหีบไอ    แล้วพ่นขึ้นสู่ปล่องทิ้งออกอากาศไป เนื่องจากห้องควันนี้ผนึกแน่น  ดังนั้นทุกครั้งที่ไอเสียถูกพ่นขึ้นไปจะทำให้ภายในห้องควันมีความดันอากาศต่ำกว่าบรรยากาศภายนอกทำให้เกิดแรงดูดลมจากภายนอกให้ผ่านประตูลมที่กระบะเถ้าไปทำการช่วยเผาไหม้เชื้อเพลิง แล้วก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและควันก็จะถูกดูดเดินทางผ่านไปตามท่อในหม้อน้ำเข้าไปในห้องควันออกไปทางปล่อง

           ๒. เครื่องจักรกลไอน้ำต้นกำลัง  ประกอบไปด้วยกระบอกสูบอยู่ในท่านอน ยึดแน่นอยู่กับโครงประธาน      ภายในมีลูกสูบเคลื่อนไปมาด้วยความดันของไอน้ำ ตัวลูกสูบมีก้านสูบโผล่ฝาสูบออกไปโดยที่ปลายก้านติดต่อกับคันชักไปทำการหมุนล้อขับ ปลายทั้งสองข้างภายในกระบอกสูบเจาะเป็นช่องไว้เพื่อให้ไอน้ำไหลมาดันลูกสูบและคายไอเสียทิ้งไป ไอน้ำจะดันลูกสูบทั้งสองข้างสลับกัน   และในทำนองเดียวกันก็ขับไอเสียออกไปสลับกันเช่นกัน

           หีบไอ  ทำหน้าที่ควบคุมไอดีซึ่งมาจากหม้อน้ำส่งเข้ากระบอกสูบ  และปล่อยไอเสียจากระบอกสูบให้ออกสู่ปล่องโดยผ่านเข้าไปยังห้องควัน หีบไอมีลักษณะรูปทรงกระบอกอยู่ในแนวนอนขนานกับกระบอกสูบ และหล่อเป็นชิ้นเดียวกัน   ภายในมีลิ้นเดินไปมาเพื่อควบคุมให้ไอดีลงสูบและไอเสียออกจากสูบ การเคลื่อนไหวของลิ้นนี้บังคับด้วยอาการหมุนของล้อขับโดยมีกลไกติดต่อกัน

           ตัวลิ้นไอมีอยู่หลายแบบ    แต่ที่นิยมใช้กันมาก    คือ   แบบลูกสูบ (piston  valve)ส่วนตัวเครื่องกลไกลิ้นก็มีหลายแบบ    และมักเรียกตามชื่อของผู้ประดิษฐ์    ที่นิยมใช้กันมากคือ    แบบวอลแชรตส์ (Walschaerts)  และสตีเฟนสัน (Stephenson) ตัวลิ้นและกลไกของลิ้นนี้จะต้องตั้งจังหวะให้สัมพันธ์กับการเคลื่อนไปมาของลูกสูบ

           กระบอกสูบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยทั่วไปติดตั้งอยู่ข้างโครงประธานข้างละหนึ่งสูบและเราเรียกว่ารถจักรไอน้ำ ๒ สูบ  แต่รถจักรชนิด ๓ สูบ และ ๔ สูบ ก็มีเช่นกัน  ในกรณีนี้ตัวกระบอกสูบที่ ๓  หรือที่  ๓  และ ๔ จะติดตั้งอยู่ตรงกลางโครงประธาน    และคันชักจะต่อตรงไปที่ล้อขับเช่นเดียวกับของสูบอื่นๆ รถจักร ๓ สูบ  และ ๔ สูบนี้ กลไกบังคับลิ้นจะยุ่งยากกว่าแบบ ๒ สูบบ้าง

          ๓. อุปกรณ์ควบคุมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ควบคุมตัวรถจักร

          ตรงส่วนที่เรียกว่าเรือนไฟของหม้อน้ำจะมีหลังคาซึ่งเรียกว่าเก๋งคลุมไว้ ส่วนตอนอื่นไม่มี  ส่วนที่เก๋งคลุมนั้นจะเป็นส่วนที่ใช้เป็นห้องขับ
          ตรงหน้าเรือนไฟของหม้อน้ำ    นอกจากจะมีประตูเตาสำหรับใส่เชื้อเพลิงที่เอามาจากที่บรรทุกไว้ในรถลำเลียงลงสู่ตะกรับแล้ว ก็เป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ   สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและตัวรถจักร   อุปกรณ์ที่สำคัญ   คือ คันบังคับลิ้นทวารกำหนดไอดีสำหรับบังคับให้ไอน้ำในหม้อเข้าสูบมากหรือน้อยหรือไม่ให้เข้า คันเปลี่ยนอาการซึ่งจะบังคับให้รถจักรเดินหน้าหรือถอยหลังและบังคับลิ้นที่หีบไอให้เปิดช่องไอลงสูบมากหรือน้อยเครื่องเติมน้ำเข้าหม้อเพื่อจะเติมน้ำ  ชดเชยจำนวนน้ำที่กลายเป็นไอน้ำและถูกนำเอาไปใช้ในการดันลูกสูบ

          ในส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการป้องกันอันตรายก็คือ

              ทวารนิรภัย   เพื่อป้องกันมิให้ความดันของไอน้ำในหม้อสูงเกินกว่าที่กำหนดไว้ถ้าหากสูงเกินไปก็จะระบายออกทางทวารนิรภัยนี้  มิฉะนั้นจะทำให้หม้อน้ำเกิดระเบิดได้
              หลอดแก้วดูระดับน้ำในหม้อ    เพื่อจะได้ทราบว่าน้ำในหม้อไม่พร่องเกินไปกว่าระดับที่กำหนดไว้ หากพร่องไปแล้วน้ำจะแห้งหม้อ   และความร้อนจะไปเผาตัวหม้อเปล่าๆ ทำให้เกิดอันตราย
              เครื่องแสดงแรงดันไอน้ำมีเพื่อให้ทราบไอน้ำในหม้อมีความดันพอเพียงที่จะไปดันลูกสูบหรือไม่
              เครื่องห้ามล้อสำหรับใช้ห้ามล้อตัวรถจักรเองและตัวรถพ่วงในขบวน

          ๔. รถลำเลียง  โดยทั่วๆ ไปแล้วรถจักรไอน้ำจะมีรถลำเลียงพ่วงต่อไว้เพื่อใช้เก็บเชื้อเพลิงและน้ำสำรองไว้ให้พอเพียงที่จะนำไปใช้ในขณะที่รถวิ่งทำการอยู่ในระยะทาง



ที่มา http://guru.sanook.com
บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,978
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2552, 21:50:01 »

" ไอน้ำ" ที่นักร้องนำชื่อ ฟลุ๊คใช่ไหมครับพี่เดียร์
บันทึกการเข้า

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 11 สิงหาคม, 2552, 21:54:13 »

" ไอน้ำ" ที่นักร้องนำชื่อ ฟลุ๊คใช่ไหมครับพี่เดียร์

ครับ ชื่อจริง จิตรกร บุญสอน  อันนั้นวงดนตรีครับ
บันทึกการเข้า

ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,528
สมาชิกลำดับที่ 29
..จ้างมันเต๊อะ..



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 13 สิงหาคม, 2552, 15:03:56 »

" ไอน้ำ" ที่นักร้องนำชื่อ ฟลุ๊คใช่ไหมครับพี่เดียร์

อ่ะนะ....กระทู้เขาออกจะดูดีมีสาระ พี่นภ ทำเป๋อีกและ   

บันทึกการเข้า

ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,528
สมาชิกลำดับที่ 29
..จ้างมันเต๊อะ..



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 14 สิงหาคม, 2552, 12:04:44 »



             ที่เขาเรียกว่า "รถไฟ" เพราะว่า ใช้หัวรถจักรไอน้ำ ใช้พลังไอน้ำเป็นพลังงานขับเคลื่อน พาตัวเองและลูกขบวน อันยาวเหยียด และมีน้ำหนักมากเดินทางไปบนรางเหล็กคู่ขนาด ตั้งแต่เหนือจรดใต้ มาหลายชั่วอายุคน.....






รถไฟสายแรกของประเทศสยาม กรุงเทพฯ - ปากน้ำ









รถจักรไอน้ำเลขที่ 33

แบบล้อ 0-4-0 ผู้ผลิต บริษัท KYOSAN KOGYO JAPAN
เริ่มใช้ ปี พ.ศ. 2493
ใช้ในแขวงการทางนครราชสีมา
เลิกใช้ ปี พ.ศ. 2508
ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟ ชมรมเรารักรถไฟ หลังสวนจตุจักร






หัวรถจักไอน้ำ ถ่ายที่สวนสาธารณะ ร. 5 สถานีรถไฟทุ่งสง

แบบล้อ 4-6-2
ใช้ในทางขนาดกว้าง 1 เมตร
ปีที่นำมาใช้ พ.ศ. 2472
ขึ้นบัญชีทรัพย์สินเมื่อ ปี พ.ศ. 2492 ราคา 332,800 บาท
เริ่มใช้งานตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2499 - 2510 ใช้งานในสายใต้ตลอด
เลิกใช้งานเมื่อ วันที่ 30 พ.ค. 2510
 








รถจักรไอน้ำ เท็น วิลเลอร์ (Ten Wheeler)

รุ่นเลขที่ 177
สร้างโดย บริษัท นอร์ท บริติช โลโคโมทีฟ ไฮด์ปาร์ค แห่งประเทศอังกฤษ
แบบล้อ 4-6-0 ชั้น E
ขนาดราง 1 เมตร
การรถไฟนำมาใช้เมื่อปี พ.ศ.2458
เลิกใช้เมื่อ 13 กันยายน พ.ศ. 2510
ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ สถานีชุมทางบ้านภาชี







รถจักรไอน้ำ มิกาโด (Mikado)

รุ่นเลขที่ 943
สร้างโดย บริษัท มิตซูบิชิ แห่งประเทศญี่ปุ่น
แบบล้อ 2-8-2
ราคา 976,000 บาท
การรถไฟนำมาใช้ระหว่างปี พ.ศ.2493 - 2522
ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ สวนวชิรเบญจทัศ กรุงเทพฯ






หัวรถจักรไอน้ำรุ่น 182

แบบล้อ 4-6-0
สร้างโดย บริษัท นอร์ท บริติช โลโคโมทีฟ ไฮด์ปาร์ค แห่งประเทศอังกฤษ
ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ สถานีฉะเชิงเทรา







หัวรถจักรไอน้ำเลขที่ 950

แบบล้อ 2-8-2 (มิกาโด)
เลิกใช้งานแล้ว

ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ บริเวณโรงรถจักรธนบุรี







หัวรถจักรไอน้ำ 714

แบบล้อ 2-6-0
เลิกใช้งานแล้ว
ปัจจุบันตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ อนุสรณ์ "ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง" บริเวณสถานีหัวลำโพง







 หัวรถจักรไอน้ำ เลขที่ 5

รถจักรไอน้ำขนาดเล็ก
ผลิตโดย บริษัท KRAUSS OF MUNICH GERMANY
แบบล้อ 2-4-0
ความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม.
การรถไฟฯนำมาใช้ในปี พ.ศ. 2449
ใช้ที่สายแม่กลอง เป็นครั้งแรก

ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว นำมาตั้งเป็นอนุสรณ์อยู่ที่ โรงรถจักรบางซื่อ







 หัวรถจักรไอน้ำคันสุดท้าย

รถจักรไอน้ำขนาดเล็ก
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2502
SER. NO. 10089
สร้างโดย บริษัท KYOSAN KOGYO JAPAN

หัวรถจักรไอน้ำคันนี้ หลังจากที่การรถไฟฯ สั่งเข้ามาแล้วก็ไม่ได้ใช้งานเลยเนื่องจากว่าการใช้หัวรถจักรไอน้ำมันสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายทางด้านเชื้อเพลิงและน้ำ การรถไฟฯจึงได้เปลี่ยนมาใช้หัวรถจักรดีเซล แทน สภาพของหัวรถจักรคันนี้จึงไม่มีร่องรอยจากการใช้งานเลย

ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์รถไฟ ชมรมเรารักรถไฟ หลังสวนจตุจักร เปิดให้ชมใน วันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 0700 - 12.00







ปัจจุบัน เราใช้หัวรถจักร ดีเชลแล้ว







ภาพรถไฟเล็กวิคตอเรีย

รถไฟเล็กวิคตอเรีย เป็นรถไฟที่แล่นได้ขบวนแรกที่ชาวสยามได้เห็นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รถไฟเล็กขบวนนี้ ควีนวิคตอเรียแห่งประเทศอังกฤษได้ให้ราชทูตอังกฤษนำมาถวายเป็นราชบรรณาการแด่รัชกาลที่ 4 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2398 รถไฟขบวนนี้มีรางมาพร้อมมาติดตั้งแล่นให้ชาวสยามได้ชมกันจริง ๆ










บันทึกการเข้า

ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,528
สมาชิกลำดับที่ 29
..จ้างมันเต๊อะ..



| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 29 กันยายน, 2552, 21:59:14 »

พี่เดียร์คร๊าบ อันนี้รูปของพี่เดียร์ หายคร๊าบ  รีบเปลี่ยนก่อนงานเข้าเด้อ     


ของเราแก้หมดแล้ว  อิๆๆๆ 
บันทึกการเข้า

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 30 กันยายน, 2552, 09:43:34 »


แก้ไขเรียบร้อยแล้วครับ 
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: