Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 ตุลาคม, 2557, 00:58:16

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บทอาขยาน  (อ่าน 81241 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,025
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 08:00:39 »

บทอาขยานบทหลักในระดับประถมศึกษา ภาษาไทยนับว่าเป็นภาษาที่มีความโดดเด่นที่สุดภาษาหนึ่ง หลายอย่าง มีเสียงสูงเสียงต่ำเหมือนคลื่นดนตรี เกิดความไพเราะเสนาะหู  ทำให้ได้รสของวรรณกรรม ที่บรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอดมาเป็นบทร้อยกรอง โดยเฉพาะบทอาขยานบทหลัก สมัยเรียนผู้เขียนชอบท่องมากและจำได้จนกระทั่งทุกวันนี้ นักเรียนทุกคนควรท่องจำบทประพันธ์เหล่านี้ให้ได้   ซึ่งบทประพันธ์เหล่านี้ให้ความเพลิดเพเลิน  ได้อารมณ์  มีจินตนาการ  ให้แง่คิด มีคุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ เราในฐานะคนไทยควรที่จะสืบทอดต่อไป ให้รุ่นลูก รุ่นหลาน  ได้รู้จัก ถ้าเราคนไทยไม่อนุรักษ์ไว้แล้ว  เราจะให้ชน ชาติใด??.จะทำให้ชาติไทย ขอกราบขอบคุณครูบาอาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาความรู้ทุกท่าน สาธุ กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนทั่วประเทศท่องจำเหมือนกันบทเรียน  มีดังนี้

บทาอาขยานชั้นประถมศึกษาปีที่ 1


แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน.
ผู้แต่ง: นายทัด เปรียญ

  แมวเอ๋ยแมวเหมียว

รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา

ร้องเรียกเหมียวเหมียวเดี๋ยวก็มา

เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู

รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง

ค่ำค่ำซ้ำนั่งระวังหนู

ควรนับว่ามันกตัญญู

พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย ฯ





รักเมืองไทย .

    คนไทยนี้ดี เป็นพี่น้องกัน

เมืองไทยเมืองทอง เป็นของคนไทย

คนไทยเข้มแข็ง ร่วมแรงร่วมใจ

รักชาติยิ่งใหญ่ ไทยสามัคคี

ธงไทยไตรรงค์ เป็นธงสามสี

ทั้งสามสิ่งนี้ เป็นที่บูชา

สีแดงคือชาติ สีขาวศาสนา

น้ำเงินงามตา พระมหากษัตริย์ไทย

เรารักเพื่อนบ้าน ไม่รุกรานใคร

เมื่อยามมีภัย ร่วมใจป้องกัน

เรารักท้องถิ่น ทำกินแบ่งปัน

ถิ่นไทยเรานั้น ช่วยกันดูแล *



บทอาขยานชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 2


๏ ๏ เรือเล่นสามเส้นสิบห้าวา ๏ ๏
(ร้องลำตวงพระธาตุ)
นายทัด เปรียญ - แต่ง

เรือเอ๋ย เรือเล่น
สามเส้น เศษวา ไม่น่าล่ม
ฝีพายลง เต็มลำ จ้ำตะบม
ไปขวางน้ำ คว่ำจม ลงกลางวน
ทำขวางขวาง รีรี ไม่ดีหนอ
เที่ยวขัดคอ ขัดใจ ไม่เป็นผล
จะก่อเรื่อง เคืองข้อง หมองกมล
เกิดร้อนรน ร้าวฉาน รำคาญเอย.....



๏ ๏ นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า ๏ ๏
(ร้องลำแขกไซ)
หลวงวิจิตรวาทการ - แต่ง

นกเอ๋ย นกเอี้ยง
คนเข้าใจ ว่าเจ้าเลี้ยง ซึ่งควายเฒ่า
แต่นกเอี้ยง นั้นเลี่ยง ทำงานเบา
แม้อาหาร ก็ไปเอา บนหลังควาย
เปรียบเหมือนคน ทำตน เป็นกาฝาก
รู้มาก เอาเปรียบ คนทั้งหลาย
หนีงานหนัก คอยสมัคร งานสบาย
จึงน่าอาย เพราะเอาเยี่ยง นกเอี้ยงเอย........


บทอาขยานชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

๏ ๏ สัตว์สวยป่างาม ๏ ๏
จาก - มูลบทบรรพกิจ -
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)


เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน.......เหมือนอย่างนางเชิญ
               พระแสงสำอางข้างเคียง
เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง...........เริงร้องซ้องเสียง
               สำเนียงน่าฟังวังเวง
กลางไพรไก่ขันบรรเลง............ฟังเสียงเพียงเพลง
               ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
ยูงทองร้องกระโต้งโห่งดัง.......เพียงฆ้องกลองระฆัง
               แตรสังข์กังสดารขานเสียง
กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง........พญาลอคลอเคียง
               แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง...........เพลินฟังวังเวง
               อีเก้งเริงร้องลองเชิง
ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง..........ค่างแข็งแรงเริง
               ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
ป่าสูงยูงยางช้างโขลง...........อึงคะนึงผึงโผง
               โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป..



๏ ๏ นิติสารสาธก ๏ ๏
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)
 
อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดคงไม่แคลน
ถึงคับแค้นก็พอยังประทังตน
อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว
แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล
อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์
ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี
เกิดเป็นชายชาวสยามตามวิสัย
หนังสือก็ไม่รู้ดูบัดสี
ต้องอับอายขายหน้าทั้งตาปี
ถึงผู้ดีก็คงด้อยถอยตระกูล
จะต่ำเตี้ยเสียชื่อว่าโฉดช้า
จะชักพายศลาภให้สาบสูญ
ทั้งขายหน้าญาติวงศ์พงศ์ประยูร
จะเพิ่มพูนติฉินคำนินทา
หนึ่งหนังสือหรือตำรับฉบับบท
เป็นของล้วนควรจดจำศึกษา
บิดาปู่สู้เสาะสะสมมา
หวังให้บุตรนัดดาได้ร่ำเรียน
จะได้ทราบบาปบุญทั้งคุณโทษ
ปะบุตรโฉดต่ำช้าก็พาเหียร
ไม่สมหวังดังบิดาปู่ตาเพียร
เป็นจำเนียรแพลงพลัดกระจัดกระจาย *



บทอาขยานชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 4

 ๏ ๏ สยามานุสติ ๏ ๏
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6
 
    ๏ ใครรานใครรุกด้าว...............แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ...........................ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล...................สละ สิ้นแล
เสียชีพไป่เสียสิ้น..........................ชื่อก้อง เกียรติงาม
    ๏ หากสยามยังอยู่ยั้ง................ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง........................ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง.......................ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย...................หมดสิ้น สกุลไทย




๏ ๏ โมกขศักดิ์ ๏ ๏
จากเรื่อง รามเกียรติ์
พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 1
 
    บัดนั้น.................................พระยาพิเภกยักษี
เห็นพระองค์ทรงโศกโศกี...........อสุรีกราบลงกับบาทา
ทูลว่าพระลักษณ์สุริยวงศ์............ยังไม่ปลงชีวังสังขาร์
อันโมกขศักดิ์อสุรา....................พรหมาประสิทธิ์ประสาทไว้
ทรงอานุภาพฤทธิรุทร................ต้องใครจะฉุดนั้นไม่ไหว
แต่มียาคู่หอกชัย.......................ให้ไว้สำหรับแก้กัน
แม้นละไว้จนรุ่งราตรี..................ต้องแสงพระระวีจะอาสัญ
ขอให้ลูกพระพายเทวัญ..............ไปห้ามพระสุริยันในชั้นฟ้า
อย่าเพ่อรีบรถบทจร...................ข้ามยุคนธรภูผา
แล้วให้ไปเก็บตรีชวา..................ทั้งยาชื่อสังขรณี
ยังเขาสรรพยาบรรพต................ปรากฏอยู่ยอดคีรีศรี
กับปัญจมหานที........................สรรพยาทั้งนี้มาให้ทัน
แม้นว่าได้บดชโลมลง................องค์พระอนุชาไม่อาสัญ
จะดำรงคงชีพชีวัน.....................หอกนั้นก็จะหลุดขึ้นมา


 


บทอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
 
 
สักวา
 
สักวาหวานอื่นมีหมื่นแสน
ไม่เหมือนแม้นพจมานที่หวานหอม
กลิ่นประเทียบเปรียบดวงพวงพยอม
อาจจะน้อมจิตโน้มด้วยโลมลม
แม้นล้อลามหยามหยาบไม่ปลาบปลื้ม
ดังดูดดื่มบอระเพ็ดต้องเข็ดขม
ผู้ดีไพร่ไม่ประกอบชอบอารมณ์
ใครฟังลมเมินหน้าระอาเอย..

 
๏ ๏ พวกเราชาวไทย ๏ ๏
จากเรื่อง พระร่วง
 
(ช.) พวกเราชาวไทยล้วนใจเด็ด
กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย
(ญ.) กล้าเหมือนเพชรไม่ยอมใครง่ายง่าย
(ช.) ถึงจะมีไพรีมามากมาย
ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง
(ญ.) ก็ต่อสู้จนตายไม่อินัง
ถึงเมียสาวลูกอ่อนนอนผ้าอ้อม
ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง
(ช.) ชายก็ยอมทิ้งได้ไม่เหลียวหลัง
(ญ.) แม้ไม่ทิ้งหญิงคงส่งเสียงดัง
และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน
(ช.) และดันหลังไล่ออกนอกเรือนชาน
เพราะทั้งแม่ทั้งเมียล้วนเลิศไซร้
ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ
(ญ.) ผู้ชายไทยใจจึ่งล้วนกล้าหาญ
(ช.) ไม่ห่วงแม่ห่วงเมียจนเสียการ
มีแก่ใจไปราญรบไพรี
(ญ.) มีแก่ใจไปราญรบไพรี
ถึงจะรักลูกและรักผัว
ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี
(ช.) ไม่ยอมให้ชายมั่วอยู่สูสี
ยุให้ไปยุทธนารบราวี
และต่อตีเข้มขันป้องกันเมือง

 

 
บทอาขยาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
 
 

 ๏ ๏ พระอภัยมณี ๏ ๏
- สุนทรภู่ -
 
พระฟังความพราหมณ์น้อยสนองถาม
จึงเล่าความจะแจ้งแถลงไข
อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป
ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์
ถึงมนุษย์ครุฑาเทวราช
จตุบาทกลางป่าพนาสิน
แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน
ก็สุดสิ้นโทโสที่โกรธา
ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ
อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา
ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญา
จะนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง
แล้วหยิบปี่ที่ท่านอาจารย์ให้
เข้าพิงพฤกษาไทรดังใจหวัง
พระเป่าเปิดนิ้วเอกวิเวกดัง
สำเนียงวังเวงแว่วแจ้วจับใจ
ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย
ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย
จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย
พระจันทรจรสว่างกลางโพยม
ไม่เทียบโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย
ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน
เจ้าพราหมณ์ฟังวังเวงวะแว่วเสียง
สำเนียงเพียงการเวกกังวาลหวาน
หวาดประหวัดสตรีฤดีดาล
ให้ซาบซ่านเสียวสะดับจนหลับไป
ศรีสุวรรณนั้นนั่งอยู่ข้างพี่
ฟังเสียงปี่วาบวับก็หลับไหล
พระแกล้งเป่าแปลงเพลงวังเวงใจ
เป็นความบวงสรวงพระไทรที่เนินทรายฯ

 
๏ ๏ นรางกุโรวาทคำกลอน ๏ ๏
(ตอนปรารถนาดีต่อแดนเกิด)
 
เราเกิดมา หน้าที่ อารีสมาน
ใจเพื่อนบ้าน เพื่อนนิคม สนมสนิท
บ้านแลแขวง ตำแหน่งตน ทุกคนคิด
ช่วยให้เดิน เจริญผิด กว่าเคยมา
คอยหวังดี ถ้าแม้นมี โอกาสไฉน
ควรจะให้ แขวงนั้น สุขหรรษา
ทำไม่ไหว ให้ถวิล จินตนา
จะช่วยเหลือ เกื้อกว่า จะหมดแรง

 
 

 


บันทึกการเข้า




...........................................................................

กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,025
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 08:05:09 »

ชั้น ประถมปีที่ ๗

๏ ๏ ขุนช้างขุนแผน ๏ ๏
ตอน - พลายงามอาสาไปตีเชียงใหม่

๏ ครานั้นแสนตรีเพชรกล้าได้ฟังถาม
ก็ชื่นชอบตอบความหาช้าไม่
ซึ่งถามเราจะเล่าให้เข้าใจ
เจ้าชาวใต้ไม่รู้จู่ขึ้นมา
เราเป็นเชื้อเจ้าท้าวคำแมน
มียศถึงแสนตรีเพชรกล้า
เป็นเชื้อชาติทหารชาญศักดา
ในลานนาใครใครไม่ต่อแรง
พระครูผู้บอกวิทยา
ชื่อว่าศรีแก้วฟ้ากล้าแข็ง
สถิตยังเขาคำถ้ำวัวแดง
ทุกหนแห่งเลื่องลือนับถือจริง
เจ้าหนุ่มน้อยนี่หรือชื่อพลายงาม
ช่างสมรูปสมนามดูงามยิ่ง
ตละแกล้งหล่อเหลาเพราพริ้ง
รูปร่างอย่างผู้หญิงพริ้งพรายตา
จะเปรียบลูกก็อ่อนกว่าลูกเล็ก
จะเปรียบหลานพาลจะเด็กกว่าหลานข้า
ไม่ควรจะรบสู้กับปู่ตา
กลับไปบอกบิดามารอนราญ
จะได้เป็นขวัญตาโยธาทัพ
เป็นฉบับแบบไว้ในทหาร
ยังเด็กอยู่คอยดูวิชาการ
เฮ้ยเจ้าหลานพ่ออยู่ไหนไปบอกมาฯ

๏ ครานั้นพลายงามทรามคะนอง
ร้องตอบต่อคดีตรีเพชรกล้า
แน่เธออย่าเพ่ออหังการ์
เจรจาหมิ่นประมาทเราชาติเชื้อ
ตัวท่านแก่กายอย่างควายเฒ่า
อันตัวเราถึงเด็กเล็กลูกเสือ
ฝีมือใครไพร่ลาวแหลกเป็นเบือ
อย่าหลงเชื่อว่าผู้ใหญ่จะไม่แพ้
ถ้าไม่ดีที่ไหนใครจะมา
จะขอลองวิชากับตาแก่
ให้ปรากฏฤทธีว่าดีแท้
ฤๅเป็นแต่ปากกล้ากว่าฝีมือ
ขออภัยอย่าให้ถึงบิดา
แต่ลูกยาท่านจะชนะหรือ
มาลองดูสักหนให้คนลือ
จะปลกเปลี้ยเสียชื่อดอกกระมัง

๏ ครานั้นแสนตรีเพชรกล้า
โกรธาตาแดงดั่งแสงครั่ง
เหม่อ้ายนี่หนักหนาว่าไม่ฟัง
มาโอหังอวดรู้สู้สงคราม
เท้ากระทืบกระทบโกลนโผนผก
มุ่นหมกขับคว้างมากลางสนาม
ท่วงทีขี่ม้าสง่างาม
รำง้าวก้าวตามกระบวนทวน
บันทึกการเข้า

...........................................................................

กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,025
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 08:07:16 »

๏ ๏ บทไหว้ครู ปฐม ก กา ๏ ๏

 นะโมข้าจะไหว้ วระไตรระตะนา
ใส่ไว้ในเกษา วระบาทะมุนี
 คุณะวระไตร ข้าใส่ไว้ในเกษี
เดชะพระมุนี ขออย่ามีที่โทษา
 ข้าขอยอชุลี ใส่เกษีไหว้บาทา
พระเจ้าผู้กรุณา อยู่เกษาอย่ามีไภย
 ข้าไหว้พระสะธรรม ที่ลึกล้ำคำภีร์ใน
ได้ดูรู้เข้าใจ ขออย่าได้มีโรคา
 ข้าไหว้พระภิกษุ ที่ได้ลุแก่โสดา
ไหว้พระสกิทาคา อะระหาธิบดี
 ข้าไหว้พระบิดา ไหว้บาทาพระชะนะนี
ไหว้พระอาจารีย์ ใส่เกษีไหว้บาทา
 ข้าไหว้พระครูเจ้า ครูผู้เฒ่าใส่เกษา
ให้รู้ที่วิชา ไหว้บาทาที่พระครู
 จะใคร่รู้ที่วิชา ขอเทวามาค้ำชู
ที่ใดข้าไม่รู้ เล่าว่าดูรู้แลนา
 ไชยโยขอเดชะ ชัยชะนะแก่มารา
ระบือให้ลือชา เดชะสามาไชยโย
 ไชยโยขอเดชะ ชัยชนะแก่โลโภ
 กุมาระกุมารี ตะรุณีย์ที่เยาว์ไว
จะฬ่อพอเข้าใจ ให้รู้จำคำวาที
 ว่าไว้ใน ก กา ก ข ขา อา อิ อี
ว่าไว้ในเท่านี้ ที่พอได้ใน ก กา
 แต่พอให้รู้เล่า ที่ผู้เขลาเยาวะพา
ได้ดูรู้แลนา กุมาราตะรุณี
 จะใคร่ได้รู้ธำม์ ที่ลึกล้ำจำไว้ดี
ได้แน่แต่เท่านี้ ดีจำเอาเบาใจครู
 จะว่าแต่ฬ่อๆ ว่าแต่พอฬ่อใจดู
ว่าไว้ได้พอรู้ ดูว่าเล่าเอาใจใส่

จากหนังสือปถม ก กา หัดอ่าน
หนังสือเรียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
บันทึกการเข้า

...........................................................................

นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 851
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 08:51:19 »

  เฮือก ผมท่องมูลบทบรรพกิจ -
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ด้วยล่ะสมัยเรียน 
ทำไมช่วงนี้กระทู้เช็คอายุเยอะจัง
บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเทศไทยคือสายเลือด
รักผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว

ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,528
สมาชิกลำดับที่ 29
..จ้างมันเต๊อะ..



| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 10:31:50 »

เฮือก ผมท่องมูลบทบรรพกิจ -
ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย) ด้วยล่ะสมัยเรียน 
ทำไมช่วงนี้กระทู้เช็คอายุเยอะจัง


 
บันทึกการเข้า

นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 851
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 08 สิงหาคม, 2552, 13:00:22 »

 
บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเทศไทยคือสายเลือด
รักผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 08 กันยายน, 2552, 10:52:17 »

อาขยาน

เป็นบทท่องจำของภาษาไทย ที่ว่าด้วยเรื่องเกี่ยวกับการใช้คำให้ถูกต้อง ตัวอย่างโคลงกลอน บางบทอาขยานยังได้สอดแทรกแง่คิดและคติสอนใจเอาไว้ด้วย

นกกิ้งโครงเข้าโพรงนกเอี้ยง

๏ นกเอ๋ย นกกิ้งโครง 
หลงเข้าโพรง นกเอี้ยง เถียงเจ้าของ 
อ๋อยอี๋เอียง อ๋อยอี๋เอียง ส่งเสียงร้อง
เจ้าของ เขาว่า น่าไม่อาย

แต่นก ยังรู้ ว่าผิดรัง 
นักปราชญ์ รู้พลั้ง ไม่แม่นหมาย
แต่ผิด รับผิด พอผ่อนร้าย 
ภายหลัง จงระวัง อย่าพลั้งเอย

บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: