Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 ตุลาคม, 2557, 19:38:08

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บูชาเทพให้เกิดสุข  (อ่าน 2959 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
CHAYA-MARUTY
บุคคลทั่วไป

| |

« เมื่อ: 26 มิถุนายน, 2551, 13:05:36 »

บูชาเทพให้เกิดสุข

ระยะหลังมานี้ ผู้คนเต็มไปด้วยปัญหาชีวิตรุมเร้า ทั้งปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาครอบครัว ปัญหาทางสังคม ทำให้หลายคนขาดที่พึ่งทางใจ ?ธรรมะของพระพุทธองค์? ซึ่งเป็นนามธรรมจึงถูกมองข้ามและหันไปยึดถือสิ่งที่เป็นวัตถุนิยมเสียมากกว่า

?ต้องบูชาอะไรจึงจะเกื้อหนุนและส่งผลดีต่อดวงชะตา?? คืออีกหนึ่งคำถามที่ดิฉันต้องตอบเป็นประจำ แท้ที่จริงแล้วการไหว้พระบูชาวัตถุมงคล หรือแม้แต่การบูชาเทพ ต่างก็เป็นอุบาย ซึ่งสร้างให้เห็นเป็นรูปธรรมนำมายึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อการประกอบกรรมดีทั้งสิ้น ทั้งยังป็นหนทางในการศึกษาธรรมะผ่านทางวัตถุที่เรานับถือ

ดังนั้นความสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราศึกษาธรรมะโดยตรงจากพระไตรปิฏกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และสำคัญที่ว่าเราปฏิบัตินอย่างไรแล้วทำให้ใจเราและคนรอบข้างเป็นสุข โดยนำสิ่งรอบตัวมาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจมากกว่า อีกทั้งยังเป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้เราพ้นทุกข์ได้ แม้จะไม่ใช่หนทางแห่งการพ้นทุกข์โดยตรงก็ตาม แต่ก็เป็นอุบายแห่งการเริ่มต้นประกอบกรรมดี เพื่อเป็นทางนำไปสู่นิพพานในอนาคต

ว่าไปแล้วตำนานการสร้างเทพเจ้าในพุทธศาสนาได้มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล โดยทั่วไปจะเป็นคติความเชื่อแบบพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งจะมีการสร้างรูปเทพเจ้าในรูปแบบของพระโพธิสัตว์ เช่น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือเจ้าแม่กวนอิม เป็นต้น นอกเหนือจากนี้ยังมีอิทธิพลที่เน้นเรื่องราวของทวยเทพต่าง ๆ ตามคติความเชื่อและความกลัว แล้วจินตนาการในลัษณะขององค์เทพ เช่น องค์เทพแห่งดินคือพระแม่ธรณี

ส่วนการสร้างในวัดของพุทธศาสนา โดยเฉพาะวัดในเมืองไทยนั้น จะมีความเชื่อของพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาผสมผสาน ซึ่งไทยเราได้รับอิทธิพลนี้จากขอมตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทวยเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูเข้ามาผูกติดกับระบบความเชื่อทางพุทธศาสนา แม้ว่าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจะถือว่าพระพุทธเจ้าก็คือเทพองค์หนึ่งซึ่งเป็นปางหนึ่งของพระนารายณ์ที่เรียกว่า ?ปางพุทธาวตาร? แต่เมื่อมาเกี่ยวข้องกับ 2 พุทธศาสนาได้มีการยกฐานะของพระพุทธเจ้าเหนือกว่าเทพทุกองค์ เช่น ในตอนประสูติจะปรากฏภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังตามสถานต่างๆ ของเทพที่มาชุมนุมอวยพรสรรเสริญกันอย่างมาก

นอกเหนือจากนี้ ทางพุทธศาสนายังมีการเพิ่มเรื่องราวของเทพเจ้านอกเหนือจากพราหมณ์-ฮินดู เช่น พระอินทร์ ซึ่งอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท้าวจคุโลกบาลที่ปกครองสวรรค์ชั้นจตุมหาราชิกา ผู้คอยคุ้มครองโลกทั้ง 4 ทิศ และทวยเทพอื่นๆ เช่น พระแม่ธรณี พระแม่โพสพ พระคงคา นอกจากนี้ยังมีเทพอีกประเภท ซึ่งปรากฏในวรรณคดีชั้นสูง เช่น รามเกียรติ์ ซึ่งจะเล่าถึงเรื่องราวของเทพต่างๆ วรรณกรรมเรื่องขุนช้างขุนแผน มีการสร้างเครื่องรางของขลัง และนำคุณวิเศษของเทพแต่ละองค์มากล่าวอ้างอิง เช่น การสักหนุมาน เชื่อว่าจะทำให้มีฤทธิ์เดชคงกระพันชาตรี

เนื่องจากวัดถือเป็นศูนย์กลางทางสังคมไทยในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นจิตกรรม ฝาผนัง งานจารึก งานเขียนคัมภีร์ใบลาน ก็ปรากฏเรื่องราวเกี่ยวกับเทพองค์ต่าง ๆ ต่อมาจึงได้สร้างเป็นรูปเคารพดังมีให้เห็นในปัจจุบัน

สถานที่ที่มีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์นับว่ามีด้วยกันหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นวัดวิษณุ เขตยานนาวา, วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม), เทวสถาน (โบสถ์พราหมณ์) แต่ที่อยากแนะนำก็คือ บริเวณแยกราชประสงค์ เพราะไปที่เดียวได้สักการะเทพถึง 6 องค์ นับเป็นย่านการค้าและการท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ โดยเป็นทั้งของโรมแรมใหญ่ ศูนย์การค้าชั้นนำ ซึ่งในแต่ละวันจะมีคนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสถานประกอบการต่างๆ จึงได้มีการตั้งศาลเพื่อเป็นที่ประดิษฐานรูปจำลององค์เทพศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและปกป้องคุ้มครองรวมทั้งเป็นที่สักการะของผู้ที่สัญจรไปมาในย่านนี้ ประกอบด้วย

- พระอินทร์ ท้าวองค์อมรินทราธิราช
ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษยโลก ประดิษฐานที่หน้าตึกอัมรินทร์พลาซ่า มีพระวรกายสีเขียวหยก มีพระเนตรพันดวงทรงเป็นที่เคารพในฐานะพระผู้ดูแลทุกข์สุขของมนุษยโลก ดอกไม้ที่ใช้สักการะ คือดอกบัวขาว ดอกบัวแดง กุหลาบขาว

- ท้าวมหาพรหม
มีอำนาจในการประสาทพรแก่ผู้สักการะ ประดิษฐานบริเวณแยกราชประสงค์ มีชื่อเสียงในการประทานโชคลาภ ความสำเร็จ มั่นคงในธุรกิจการงาน ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตาเนื่องจากพระองค์มีอารมณ์เย็น เชื่อว่าทรงรับฟังคำขอและสวดภาวนาของทุกคน และทำให้สมความปรารถนา ควรสักการะด้วยดอกบัวขาว ดอกไม้สีขาวต่างๆ ของโมกขาว ดอกมะลิขาว ดอกแก้วขาว สำหรับธูปให้ใช้ 12 ดอก เพื่อปักกระถาง 4 ด้าน ตามพระพักตร์ของพระพรหม

- พระตรีมูรติ
ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งความรัก บูชาเพื่อขอให้สมหวังในรัก ประดิษฐานที่หน้าอิเซตัน เซ็นทรัลเวิลด์ ควรสักการะด้วยดอกไม้สีแดง 9 ดอก ธูปแดง 9 ดอก เทียนแดง 1 คู่ ต้องถือเคล็ดว่าให้ประกบติดกัน ซึ่งจะหมายถึงมีชีวิตรักที่แนบแน่น หรือมีความหมายว่าไม่โดดเดี่ยว นิยมไหว้ในวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. โดยเชื่อกันว่าเป็นเวลาที่เทพจะลงมาประทับ

- พระพิฆเนศ
ถือป็นเทพแห่งปราชญ์สติปัญญาและความสำเร็จ ประดิษฐานอยู่หน้าอิเซตัน เซ็นทรัลเวิลด์ ทุกตำราได้ให้ความสัญกับเทพองค์นี้มาก โดยกล่าวว่ามีฤทธิ์มาก มีความเฉลียวฉลาด มีคุณธรรม คอยชวยเหลือปกป้องปราบปรามสิ่งชั่วร้าย ทำให้เกิดโชคและมีทรัพย์ ควรสักการะด้วยขนมต้มแดงต้มขาว นมสด นมเปรี้ยว ดอกบัวแดง ดอกดาวเรือง กล้วย อ้อย มะม่วงสุก เมล็ดงา มะขวิด ทับทิม หญ้าแพรก ดอกมะลิ ใบมะตูม ใบมะเขือพวง ใบพุทรา ใบรำเพย

- พระลักษมี
เทวีผู้ประทานความร่ำรวย บูชาเพื่อขอความร่ำรวย มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์และโชคดีมีลาภ ประดิษฐาน ณ บริเวณดาดาฟ้า ชั้น 4 เกษรพลาซ่า นิยมสักการะด้วย ดอกบัวหลวงสีขาว ดอกบัวหลวงสีชมพู ดอกบานไม่รู้โรย กุหลาบสีชมพู การสักการะควรมีอ่างใบใหญ่ใส่น้ำสะอาดเต็มขอบอ่าง วางไว้หน้ารูปเคารพ เวลาจะถวายดอกไม้ต้องคลี่ให้บานก่อนแล้วนำลอยน้ำ (เนื่องจากพระลักษมีจุติจากฟองน้ำ)

- พระนารายณ์ทรงสุบรรณ
พระผู้คุ้มครองรักษา ประดิษฐานอยู่หน้าตึกโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ได้รับสมญาว่าเป็นเทพที่ปกป้องรักษาให้เจริญรุ่งเรือง เปรียบประดุจเทพแห่งความเมตตา สามารถขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายและสิ่งไม่ดี ควรสักการะด้วยกระทงใบตองใส่ข้าวตอก อาหารคาว 2 ? 3 อย่าง ขนมหวาน 5 อย่าง ผลไม้ 3 อย่าง (กล้วย มะพร้าวอ่อน อ้อย) นมสด เนย ใบกะเพรา เมล็ดข้าว เมล็ดถั่วเขียวถั่วแดง เครื่องหอม ดอกบัวขาว ดาวเรือง กล้วยไม้ขาว มะลิขาว

อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นการไหว้พระบูชาเทพ ล้วนเป็นอุบายอย่างหนึ่งที่ช่วยให้เรามีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจอันนำไปสู่การประพฤติดีประพฤติชอบ แต่ควรนับถือหรือบูชาโดยใช้สติและปัญญา มิใช่งมงาย เมื่อจิตแน่วแน่ ปัญญาจะบังเกิด สุดท้ายจิตจะเป็นสุข อันนำไปสู่นิพพาน
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: