Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
02 กันยายน, 2557, 16:07:55

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ฟักเขียว  (อ่าน 15410 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,025
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« เมื่อ: 02 สิงหาคม, 2552, 12:07:28 »

 

1. ชื่อ ฟักเขียว

2. ชื่ออื่น ฟัก ฟักขาว ฟักจีน แฟง ฟักขี้หมู ฟักจิง มะฟักขม มะฟักหม่น มะฟักหม่น มะฟักหม่นขม มะฟักหอม ขี้พร้า ดีหมือ ลุ่เค้ล่า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ตังกวย (จีน)

3. ชื่อวิทยาศาสตร์ Benincasa hispida Cogn.

4. วงศ์ CUCURBITACEAE

5. ชื่อสามัญ Chinese Watermelon, Wax gourd

6. แหล่งที่พบ พบทั่วไปทุกภาค

7. ประเภทไม้ ไม้เถาเลื้อย

8. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้เถาเลื้อยที่มีลำต้นแข็งแรง เลื้อยไปตามพื้นหรือค้าง แตกกิ่งก้านสาขามากมาย ลำต้นมีสีเขียวและมีขนค่อนข้างแข็งขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วต้น ขนมีสีเหลืองอมเทา

ใบ ใบเดี่ยวเรียงสลับกันไปตามข้อต้น ใบกว้างและยาวเท่าๆ กันประมาณ 5-15 ซม. ลักษณะของใบคล้ายกับฝ่ามือ ขอบใบแยกออกเป็น 5-7 แฉก ปลายแฉกแหลมโคนใบเว้าเข้าหาก้านใบ ผิวใบมีขนปกคลุมทั้งสองข้างมีสีเขียว ก้านใบยาวประมาณ 10 ซม.

ดอก ดอกเดี่ยวออกตามข้อต้น ดอกตัวผู้และเมียอยู่กันคนละดอก แต่อยู่ในต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้เป็นหลอดยาว 5-10 ซม. และตรงปลายดอกแยกออกเป็น 5 กลีบ มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ ส่วนดอกตัวเมียนั้นก้านดอกสั้นกว่า ส่วนปลายแยกออกเป็น 3 แฉก มีรังไข่อยู่ภายในดอก ดอกมีสีเหลือง

ผล รูปกลมยาวเปลือกสีเขียวและเนื้อในผลสีขาว ผลกว้างประมาณ 20-30 ซม. ยาว 30-60 ซม. เมล็ดอยู่ภายในผลมีสีขาวหรือสีขาวออกเหลือง

9. ส่วนที่ใช้บริโภค ยอดอ่อน ผลแก่

10. การขยายพันธุ์ เมล็ด

11. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เป็นไม้กลางแจ้งเจริญเติบโตดีในดินร่วนซุย การปลูกต้องหาหลักให้ยึดเกาะ

12. ฤดูกาลที่ใช้ประโยชน์ ฤดูหนาว

13. คุณค่าอาหาร คุณค่าทางอาหารในส่วนที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วย

            Cal      Moist ure    Protein   Fat    CHO   Fibre    Ash .    Ca       P      Fe      A.I.U   B1     B2     acin    C 
          Unit    %  Gm.       Gm.       Gm.    Gm.    Gm      mg.      mg.    mg.    mg.     mg.    mg.    mg. 
ฟักเขียว  11      96.4           0.4        -       2.4    1.7      0.3       8         1      0.3     47       01    0.02   0.3     26 

14. การปรุงอาหาร ยอดอ่อน ใช้แกงเลียง ผลแก่ นำไปปรุงอาหาร เช่น แกงเผ็ด ต้มจืด

 
         
          ฟักเขียวหรือเรียกกันสั้น ๆ ว่าฟักซึ่งเป็นผักที่คู่กับแฟง มีสีเขียว ทั้งเปลือกและเนื้อมีสีเขียว
โบราณจึงตั้งชื่อให้เข้าคู่กับฟักทองซึ่งมีเนื้อสีเหลือง และเปลือกสีน้ำตาล

ทุกวันนี้เราหาฟักเขียวกินได้ยาก ที่มีขายตามท้องตลาดนั้นเป็นแฟงเสียมากกว่า
ลักษณะของฟักกับแฟงคล้ายกัน แต่ฟักลูกใหญ่กว่ามาก เวลาจะเอามากินต้องแบ่งกิน
เพราะลูกหนึ่งกินได้หลายครัวเรือน แต่แฟงลูกเล็กๆ พอดีกินในคราวเดียวหมด
ในเรื่องของการตลาด ฟักจึงถูกแฟงตีตลาดเสียกระจุย แล้วคนสมัยใหม่ก็ไม่ค่อยจะเคยเห็นฟักเขียวก็เพราะเหตุนี้

ฟักเขียวเป็นไม้เลื้อย ลูกใหญ่ยาวรี ที่ใหญ่จริงๆ ก็ขนาดน้องๆ ตอร์ปิโด มีเปลือกหนาแข็ง
มีขนแข็งเล็กๆ คลุมทั่วทั้งลูก สีเปลือกของฟักมีสีเขียวจัด แต่มีคายสีหม่นๆ อยู่ด้วย
เห็นเป็นสีนวลๆ คนทางเหนือจึงเรียกฟักเขียวตามสีของมันว่า "ฟักหม่น"
และเพราะว่าเปลือกของมันแข็งและหนามาก เราจึงเก็บฟักเขียวไว้กินได้เป็นปี

ในสมัยก่อนที่เรายังไม่มีตู้เย็นเก็บถนอมอาหาร คนโบราณนิยมปลูกฟัก แล้วเก็บลูกของมันมา
ไว้ในครัว ตั้งไว้อย่างนั้นแหละ เวลาจะใช้ก็ค่อยเอามาทำอาหาร จะกินทีก็ต้องรองานบุญ
เพราะฟักทั้งลูกสามารถทำอาหารเลี้ยงคนได้จำนวนมาก หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องแจกจ่ายเผื่อแผ่
เพื่อนบ้านไปกินด้วย ทุกวันนี้เราอาจจะซื้อฟักเขียวได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ต เขาหั่นเป็นแว่นๆ
ห่อแผ่นฟอยล์พลาสติกขายเพื่อให้พอใช้สำหรับ 1 ครอบครัว

 

วิธีเลือกฟักเขียว
เขาให้เลือกฟักที่มีเนื้อแข็ง เพราะเวลาเอามาทำอาหารจะได้ทั้งรสหวานและกรอบ
ฟักที่ดีจะมีขอบของเนื้อเป็นสีเขียวเข้ม ๆ แล้วค่อย ๆ จางกลายเป็นสีขาวตรงใจกลางของมัน
ยังมีที่ดีกว่านี้อีก คือฟักจะมีกลิ่นหอมด้วย ชาวบ้านเรียกว่า ฟักหอม ทางเหนือเรียกว่า ฟักอ้ม
อันนี้หายากมากเลย

ที่จริงฟักเขียวมี 2 แบบ คือลูกใหญ่ยาวรี กับลูกกลมป้อมขนาดใหญ่มากเหมือนกัน
แบบหลังนี่ยิ่งไม่เป็นที่นิยม เพราะเวลากินต้องกินทั้งลูก แบ่งขายไม่ได้
เพราะแพ้คเกจจิ้งจะดูไม่ได้เลย

ฟักเขียวเป็นยาเย็น เหมาะสำหรับอากาศร้อน คนโบราณใช้ลดไข้ แก้อาการตะครั่นตะครอ
แก้ร้อนใน บ้านเราที่มีฤดูร้อนยาวนานจึงน่าจะส่งเสริมให้กินฟักคลายร้อนกัน

จีนก็ถือว่าฟักเขียวเป็นยาเย็น ใช้ดับกระหายในฤดูร้อน สามารถใช้ขับเสมหะที่เกิดจากหวัดร้อน
เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้รักษาโรคเบาหวาน ริดสีดวงทวาร ใช้บรรเทาพิษของฝี
แถมใช้ลดน้ำหนักและลดไขมันในเลือดได้ด้วย โดยเอาฟักเขียวทั้งเปลือก มาต้มน้ำดื่มเป็นชาแทนน้ำเป็นประจำ

ตำรับยาของจีนยังใช้ฟักเขียวป้องกันอาการชักในเด็กเล็กได้ด้วย
โดยเอาฟักเขียวมาปอกเปลือกแล้วคั้นเอาน้ำสดๆ ให้ดื่มเป็นประจำ
และถ้าเอาฟักเขียวไปตุ๋นกับปลาจะใช้บำบัดอาการบวมน้ำจากโรคไตได้ดี
แก้ไตอักเสบ และรักษาอาการขัดเบา


Tip
เวลาซื้อฟักมาต้มกินบางครั้งซื้อลูกหนึ่งแล้วใช้ไม่หมดในครั้งเดียว เพราะลูกฟักลูกโตเกินไป
ส่วนที่เหลือ ถ้าอยากจะให้เก็บไว้ได้นานขึ้นให้ลองเอาปูนแดงที่กินกับหมากคนแก่
มาทาตรงรอยที่ตัดฟักชิ้นนั้นก็จะเก็บไว้กินได้อีกนาน หลายวันไม่ต้องทิ้งทั้งลูกให้เสียของ

บทความจากขวัญเรือน
บันทึกการเข้า




...........................................................................

แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,932
สมาชิกลำดับที่ 43
อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 16:09:50 »

ที่บ้านเรียก "ขี้พร้า" ค่ะ   
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า

ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 16:42:21 »

ที่บ้านเรียก "ขี้พร้า" ค่ะ  

บ้านน๊อก บ้านนอก 

บันทึกการเข้า

แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,932
สมาชิกลำดับที่ 43
อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 21:48:38 »

ที่บ้านเรียก "ขี้พร้า" ค่ะ  

บ้านน๊อก บ้านนอก 



แหม...คุณในเมือง คุณเมืองนาสาร เมื๊อง เมือง เมืองสุด ๆ เมืองมาก ๆ 

บ้านคุณก็เรียกแบบนี้ล่ะค่ะ อย่ามาอ้อร้อ 
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า

ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 851
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 22:26:07 »

ที่บ้านเรียก "ขี้พร้า" ค่ะ  

บ้านน๊อก บ้านนอก 



แหม...คุณในเมือง คุณเมืองนาสาร เมื๊อง เมือง เมืองสุด ๆ เมืองมาก ๆ 

บ้านคุณก็เรียกแบบนี้ล่ะค่ะ อย่ามาอ้อร้อ 

งั้นไม่บอกดีกว่าว่าแถวบ้านเรียกว่าอะไร   
บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเทศไทยคือสายเลือด
รักผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว

Oui
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,184
สมาชิกลำดับที่ 252
Oui : Ovi



| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 22:56:09 »

อ้าว !!! เด็กบ้านนอกอย่าคุยกันดัง .. 555   
บันทึกการเข้า


นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 851
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 03 สิงหาคม, 2552, 23:16:02 »

ฝากไว้ก่อนรีบน
บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเทศไทยคือสายเลือด
รักผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว

หน้า: [1] 2  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: