Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2560, 08:33:27

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ขมิ้นชัน  (อ่าน 6193 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 28 กรกฎาคม, 2552, 00:12:32 »

กลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน กลากเกลื้อน
 
ขมิ้นชัน
 

 
 
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Curcuma longa  L.
 
ชื่อสามัญ :   Turmaric
 
วงศ์ :   Zingiberaceae
 
ชื่ออื่น : ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นแกง ขมิ้นหยอก ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) ขี้มิ้น หมิ้น (ภาคใต้)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 30-90 ซม. เหง้าใต้ดินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกด้านข้าง 2 ด้าน ตรงกันข้ามเนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบ เดี่ยว แทงออกมาเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ดอก ช่อ แทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู
 
ส่วนที่ใช้ :

 เหง้าแก่สด และแห้ง
 
สรรพคุณ :

เป็นยาภายใน
- แก้ท้องอืด
- แก้ท้องร่วง
- แก้โรคกระเพาะ

เป็นยาภายนอก
- ทาแก้ผื่นคัน โรคผิวหนัง พุพอง
- ยารักษาชันนะตุและหนังศีรษะเป็นเม็ดผื่นคัน

วิธีและปริมาณที่ใช้

เป็นยาภายใน
เหง้าแก่สดยาวประมาณ 2 นิ้ว เอามาขูดเปลือก ล้างน้ำให้สะอาด ตำให้ละเอียด เติมน้ำ คั้นเอาแต่น้ำ รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง

เป็นยาภายนอก
เหง้าแก่แห้งไม่จำกัดจำนวน ป่นให้เป็นผงละเอียด ใช้ทาตามบริเวณที่เป็นเม็ดผื่นคัน โดยเฉพาะในเด็กนิยมใช้มาก

สารเคมี
         
ราก และ เหง้า มี tumerone, zingerene bissboline, zingiberene,(+) - sabinene, alpha-phellandrene, curcumone, curcumin
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 850
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 28 กรกฎาคม, 2552, 08:21:51 »

   เอ่อ....ถ้าเป็นในรูปแถวบ้านผมเรียกข่า  [url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=416ccb427cae65d3b35e3cceab6fe5e5][/url] ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วย อิอิ[/color]
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเ

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 28 กรกฎาคม, 2552, 09:50:49 »

  เอ่อ....ถ้าเป็นในรูปแถวบ้านผมเรียกข่า  [url=http://image.ohozaa.com/show.php?id=416ccb427cae65d3b35e3cceab6fe5e5][/url] ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วย อิอิ[/color]



แก้ไขแล้วครับพี่ปิง พักนี้เบลอๆ ลงรูปผิดซะงั้น ขอบคุณมากๆครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Siteemaream
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 347
สมาชิกลำดับที่ 27


| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 28 กรกฎาคม, 2552, 09:55:42 »

โอ้ .. เหลืองๆ อย่างงี้ อ่ะใช่เลย .. ขมิ้น ..  
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ทุกสิ่งทุกอย่าง (ความดีความชั่ว) ที่ปรากฏบนโลกใบนี้ เชื่อมโยงกับอาม้าล

[colo

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 28 กรกฎาคม, 2552, 10:04:54 »

แต่ก็ดีใจนะครับที่เอามาลงแล้วมีคนอ่าน 555
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 13 สิงหาคม, 2554, 23:07:09 »

ขมิ้นชัน (ขี้มิ้น)



ลักษณะ
         
ขมิ้นชันเป็นพืชที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน  ลำต้นสูง ๕๐ - ๗๐ เซนติเมตร ใบรูปหอกปลายแหลม กาบใบแคบมีร่องเล็ก ๆ  สีเขียวอมน้ำตาล  ออกดอกช่อใหญ่งอกจากเหง้าใต้ดินสีเขียวแกมขาว  ปลายช่อสีชมพูอ่อน ยอดเกสรตัวเมียสีเหลือง   เนื้อในเหง้ามีสีส้มกลิ่นฉุน    ต้นขมิ้นชันจะ    งอกงามในฤดูฝน   และแห้งในหน้าแล้ง

แหล่งที่พบ   
     
พบได้ทั่วไปเพราะ เป็นพืชที่ปลูกตามบ้านพักอาศัย และแซมตามสวนผลไม้ต่าง ๆ

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ชาวชุมพรใช้ประโยชน์จากขมิ้นชัน ใน ๒ ลักษณะคือ

         ๑. ใช้เป็นส่วนประกอบอาหารต่าง ๆ เพื่อแต่งสี และดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์
         ๒.ใช้เป็นยาสมุนไพรรักษาบาดแผลสด   แก้เคล็ดขัดยอก   แก้ท้องร่วง   แก้บิด   ลดการอักเสบของโรคผิวหนังผื่นคันรักษาแผลในกระเพาะอาหาร

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
เหง้าขมิ้น หรือหัวขมิ้นสดมีจำหน่ายในราคา ๑๐ - ๒๐ บาทต่อกิโลกรัม

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 03 ตุลาคม, 2554, 23:31:49 »

ขมิ้น หรือขมิ้นชัน




ชื่อวิทยาศาสตร์            Curcuma longa Linn
วงศ์           ZINGIBERACEAE


ลักษณะ
         
ขมิ้นเป็นพืชล้มลุกข้ามปีและมีลำต้นใต้ดินเรียกว่า  เหง้า (rhizome) ซึ่งประกอบด้วย แง่งที่มีลักษณะต่างๆ  กันคือ แง่งแม่ (mother rhizome) มีลักษณะกลม เป็นที่แตกแขนง ซึ่งถ้ามีลักษณะกลมเรียกว่า หัว หรือ corm  ถ้ามีลักษณะยาวคล้ายนิ้วมือ เรียกว่า นิ้ว (finger) เป็นที่เกิดของรากฝอย บริเวณแง่งของหัวและนิ้วจะมีตาอยู่ทั่วไป มีสีค่อนข้างอ่อน ปลายแหลม ซึ่งจะเจริญเป็นลำต้นและใบต่อไป
         
ส่วนของลำต้นที่เห็นเหนือพื้นดินเป็นลำต้นเทียมสูงประมาณ  ๕๐-๗๐ เซนติเมตร ประกอบด้วยกาบใบซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ  จากโคนถึงปลาย  ใบเป็นใบเดี่ยว  แผ่นใบมีลักษณะยาวรี  ปลายแหลม ยาวประมาณ ๓๐-๔๕ เซนติเมตร และกว้างประมาณ ๑๐-๒๐ เซนติเมตร มีเส้นกลางใบเห็นได้ชัดเจน ทางด้านล่างของใบ ใบเรียงแบบสลับและอยู่กันเป็นกลุ่ม เมื่อโตเต็มที่จะมีใบประมาณ ๖-๑๐ ใบ
         
ดอกมีลักษณะเป็นช่อ   ช่อดอกเกิดบนลำต้นที่มีใบโดยขึ้นมาจากใจกลางของกลุ่มใบ  ช่อดอกมีรูปร่างแบบทรงกระบอก หรือรูป  (Cone) ยาวประมาณ ๑๐-๑๘ เซนติเมตร และกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ปกติแล้วดอกขมิ้นจะเป็นหมันจึงไม่ติดผลและเมล็ด




แหล่งที่พบ
         
ชอบขึ้นในดินที่มีการระบายน้ำดี  ปลูกทั่วไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยนิยมปลูกไว้ตามเรือกสวนไร่นา หรือเป็นสวนครัวในบ้านทั่วไป

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
ขมิ้นเป็นพืชที่ชาวบ้านปักษ์ใต้ทั่วไป  นำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด นิยมนำมารับประทานเป็นประจำ นำเหง้ามาใช้ในการบริโภคทั้งสดและแห้ง  ใช้แต่งสีอาหารให้เป็นสีเหลือง  โดยใช้ลำต้นใต้ดินทั้งสดและแห้งตำผสมกับเครื่องแกง ซึ่งจะช่วยให้เครื่องแกงมีสีเหลือง และมีกลิ่นหอม ใส่หัวขมิ้น ต้มไก่ ต้มส้มปลา ตำหัวขมิ้นกับเกลือ และกระเทียมคลุกปลา  เป็นปลาทอดขมิ้นรสหอมอร่อย ส่วนใบขมิ้นนำมาบริโภคหั่นเป็นฝอยผสมกับข้าวยำให้รสชาติหอม นอกจากนี้คนในสมัยก่อนยังมีความเชื่อว่า  ขมิ้นเป็นยาแก้ยาหรือพญายา คือทำให้เวทมนตร์คาถาหรือคุณไสยต่าง ๆ ที่ผู้อื่นกระทำเพื่อปองร้าย ทำให้เสื่อมได้
         
ขมิ้นมีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรด้วย ซึ่งมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ใช้เป็นส่วนผสมในยาลดกรด ขับลม แก้ปวดท้อง  แก้ท้องอืด   แก้ท้องเฟ้อ   เป็นยาเจริญอาหาร เป็นยาขับน้ำเหลือง น้ำจากหัวขมิ้นใช้รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคันต่าง ๆ ใช้ทาแผลสด ใช้ทำลายพยาธิ ใช้พอกแก้ปวดข้อ เป็นต้น
         
นอกจากนี้คนในสมัยก่อนยังมีความเชื่อว่า ขมิ้นเป็นยาแก้ยาหรือพญายา คือทำให้เวทมนตร์คาถาหรือคุณไสยต่าง ๆ ที่ผู้อื่นกระทำเพื่อปองร้าย ทำให้เสื่อมได้

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
ชาวบ้านจะปลูกขมิ้นเป็นพืชสวนครัวประจำบ้าน   เพื่อนำมาใช้ในการประกอบอาหารประจำวันและขายหัวขมิ้น  ใบขมิ้น   เป็นรายได้เสริมอย่างสม่ำเสมอให้กับครอบครัวเป็นอย่างดี  และเป็นสินค้าจำหน่ายในตลาดทั่วไป  โดยเหง้าสดทั้งชนิดหัวและชนิดแง่งนิ้วมือมาจำหน่าย  หรืออาจทำแห้งเป็นผงขมิ้นก็ได้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,573
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 30 ตุลาคม, 2554, 12:40:29 »

ขมิ้น



ชื่ออื่น          ภาคใต้เรียกขี้มิ้น
ชื่อสามัญ          Turmeric
ชื่อวิทยาศาสตร์          Curcuma domestica val ; C.Longa Linn.
วงศ์          Zingiberaceae

ลักษณะ
         
ส่วนที่ใช้คือ   เหง้า   (Rhizome)   สด  และ  แห้ง  มีคุณสมบัติใช้เป็นส่วนผสมในยาลดกรด  ขับลม แก้ปวดท้อง แก้ท้องอืด  แก้ท้องเฟ้อ  แก้อาการเกร็งของกล้ามเนื้อ  เป็นยาเจริญอาหาร ขับน้ำเหลือง ใช้รักษารอบเดือนไม่ปกติ   น้ำที่ได้จากหัวขมิ้นใช้รักษาโรคผิวหนัง   ผื่นคันต่างๆ   ใช้ทาแผลสด   ใช้ทำลายพยาธิ ทำสีผสมอาหาร  ใช้เป็นสีย้อมผ้าและเครื่องสำอาง   ใช้เป็นเครื่องเทศใช้ปรุงแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหารเป็นต้น



แหล่งที่พบ
         
พบทั่วไป  เพราะปลูกง่าย แทบทุกบ้านในยะลานิยมปลูกเพราะเป็นพืชผักสวนครัว รดน้ำให้ความชุ่มชื้นเป็นครั้งคราวก็อยู่ได้

ความสัมพันธ์กับชุมชน
         
นิยมใช้รับประทานโดยประกอบเป็นอาหาร  เช่นผสมเครื่องแกงใช้แกงส้ม แกงกะทิ แกงไตปลา เป็นต้น และมีคุณสมบัติทางยาสมุนไพร หมอสมุนไพรนิยมผสมเป็นตัวยารักษาโรคต่าง ๆ

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ
         
สามารถจำหน่ายได้ทั้งปี โดยขายแง่ง หรือขายลำต้นอ่อน นับเป็นรายได้ดีให้กับเจ้าของผู้ปลูก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: