เลาะ"ลำโขง"ที่"เชียงแสน" ท่อง"นครสุวรรณโคมคำ"
คอลัมน์ ท่องทั่วไทยไปกับอปท.
โดย เหรียญชัย จันทร์สุภาเสน
"แม่น้ำโขง" นอกจากจะมีความสำคัญในฐานะเส้นเลือดใหญ่ ที่หล่อเลี้ยงผู้คนตั้งแต่ทิเบต จีน พม่า ลาว และไทยแล้ว ยังมีความสำคัญในฐานะเส้นทางการค้า และอารยธรรมที่หลากหลายของผู้คน 2 ฝั่งที่ลำโขงไหลผ่าน
รวมถึงชายแดนไทย-ลาว ที่ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีร่องรอยอารยธรรมโบราณที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตำนานเมืองโบราณ "สุวรรณโคมคำ" ซึ่งชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำโขงเล่าขานต่อสืบต่อกันมานับร้อยปี
ทริปนี้ "สมควร สุตะวงศ์" นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านแซว อาสาเป็นไก๊ด์พาไปตามรอยอดีตของ "สุวรรณโคมคำ" โดยร่วมกับทางมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อม 2 ฝั่งโขง
"สมควร" เกริ่นนำว่า ต.บ้านแซว ประกอบด้วย 15 หมู่บ้าน บรรพบุรุษของชาวบ้านแซวส่วนหนึ่งโยกย้ายมาจาก จ.ลำพูน และ จ.ลำปาง ส่วนหนึ่งเป็นชาวไทลื้อ มาจากแขวงบ่อแก้ว ประเทศลาว โดยมีกลุ่มทหารจีนคณะชาติ (อดีตทหารจีนที่เคยร่วมกับรัฐบาลไทย ต่อต้านขบวนการผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) อยู่ด้วยบางส่วน สภาพภูมิประเทศทิศเหนือติดกับ ต.แม่เงิน อ.เชียงแสน ทิศใต้ ต.หนองป่าก่อ กิ่ง อ.ดอยหลวง ทิศตะวันออก ต.โชคชัย กิ่ง อ.ดอยหลวง และทิศตะวันตก ต.เวียง อ.เชียงแสน ประชากร 11,184 คน อาชีพหลัก คือ ทำสวน ทำไร่ และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน
"ทริปนี้เราจะเริ่มต้นด้วยรถยนต์ไปยังบ้านใหม่วังซาง ต.บ้านแซว เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวไทยลื้อ ที่ยังคงสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าไว้อย่างเหนียวแน่น ทั้งความเป็นอยู่ บ้านเรือน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญตามวัฒนธรรมไทลื้อที่พบเห็นได้ยากแล้วจากบ้านนี้ได้"
ออกจากบ้านไทยลื้อ "สมควร" พาไปลงเรือที่ท่าเรือสบกกเพื่อล่องลำโขงเพื่อชมวิถีชีวิตของคน 2 ฝั่งโขง แล้วไปขึ้นฝั่งประเทศลาวที่ท่าเรือบ้านใหม่ร่มเย็น ต.ต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถอีแต๋นไปยัง "สุวรรณโคมคำ" ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อเข้าชมร่องรอยอารยธรรมโบราณ ซึ่งที่นี่เป็นที่ตั้งของพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ ที่ชาวลาวขนานนามว่า "พระเจ้าองค์โมง" หรือ "พ่อใหญ่" หน้าตักกว้าง 6.50 เมตร สูง 7 เมตร โดยรอบเมืองจะมีสถูปเจดีย์อยู่จำนวนมาก รวมถึงโบราณสถานหลายแห่งที่อายุกว่า 1,000 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของ "สุวรรณโคมคำ" ในอดีต
"สุวรรณโคมคำเป็นอาณาจักรของชาวล้านนาในอดีตช่วงที่ล้านนาเรืองอำนาจ แต่เมื่อหลายร้อยปีก่อนน้ำแม่น้ำโขงเปลี่ยนทิศทาง ทำให้นครสุวรรณโคมคำถูกแบ่งออกจากกัน ส่วนหนึ่งอยู่ฝั่งเมืองต้นผึ้งของลาว อีกส่วนอยู่ฝั่งไทยที่ ต.บ้านแซว ซึ่งนอกจากมีร่องรอยอารยธรรมโบราณปรากฏอยู่แล้ว ยังมีตำนานเล่าขานปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติในวันวิสาขบูชาว่า ทุกปีจะมีดวงแก้วศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงสีฟ้าล่องลอยบนฟ้า ก่อนมุ่งหน้าออกจากพระเจ้าองค์โมง ฝั่งลาว มายังวัดสวนดอกฝั่งไทย ที่ประดิษฐานพระเจ้าหลวงสวนดอก ซึ่งศิลปะการสร้างเหมือนพระเจ้าองค์โมง ชาวบ้านในท้องถิ่นเชื่อว่าพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์เป็นพระสหมิกหรือสหายกัน"
"สมควร" บอกว่า ออกจาก "สุวรรณโคมคำ" เราข้ามโขงกลับมาที่วัดสวนดอก ต.บ้านแซว เพื่อกราบนมัสการพระเจ้าหลวงสวนดอก ที่ชาวเชียงรายให้ความเคารพนับถือ และเชื่อว่าหากผู้ใดมากราบไหว้ขอพรจากท่านแล้ว พระเจ้าหลวงสวนดอกจะแสดงความศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้ประสบผลสำเร็จได้ดังใจหวัง ซึ่งเรื่องนี้หลายคนเคยประสบมาแล้ว และเมื่อกราบขอพรพระแล้ว ก็ไปเที่ยวกันต่อที่สวนผลไม้ ที่มีทั้งลิ้นจี่ ลำไย มะไฟ เงาะ และรับประทานอาหารท้องถิ่น 9 ชนเผ่ากันได้เต็มที่
"ต.บ้านแซว ยังมีแหล่งเที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง อาทิ โบราณสถานบ้านแม่แอบ หมู่ 11 เป็นหมู่บ้านของอดีตกองกำลังทหารจีนคณะชาติ มีสถานที่ศึกษาวิถีชีวิตชาวจีน หรือวัดบ้านแซว วัดเก่าแก่ที่สร้างมานานกว่า 100 ปี โบราณวัตถุล้ำค่าอย่างพระสิงห์ 1 เชียงแสน อายุกว่า 700 ปี หรือวัดพระธาตุหัวกว๊าน หมู่ 15 มีเจดีย์เก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ยังไม่ได้รับการบูรณะ อยู่ริมแม่น้ำโขง ตรงจุดนี้ทิวทัศน์สวยงามมาก และยังมีน้ำตกผาลาด หมู่ 5 บ้านป่าตึง มีน้ำไหลตลอดปี เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจช่วงวันหยุด"
"สมควร" ทิ้งท้ายว่า ชาวบ้านแซวยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาร่วมตามรอย อารยธรรมโบราณ "นครสุวรรณโคมคำ" โดยมีโฮมสเตย์ไว้รองรับด้วยความอบอุ่น สนใจสอบถามได้ โทร.0-5376-7060 และ 0-5376-7060
