Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
31 ตุลาคม, 2557, 16:46:09

   

ผู้เขียน หัวข้อ: อร่อยเพื่อสุขภาพ กับ ข้าวยำปักษ์ใต้  (อ่าน 4620 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2552, 11:33:22 »

ส่งท้ายปลายเดือนกันด้วยอาหารใต้ เพื่อสุขภาพอย่าง ข้าวยำปักษ์ใต้ วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยากนัก อาศัยว่าอยากทานผักอะไรก็ซอยใส่เข้าไป ส่วนความอร่อย อยู่ที่ ?น้ำบูดู? กลิ่นต้องไม่ฉุน ปรุงให้มีรสชาติเค็มนำ หวานตาม



ส่วนคุณค่าทางอาหาร เอาแบบคร่าวๆ ทั้ง ตะไคร้ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ใบมะกรูด แก้โรคลักปิดลักเปิด ขับลมในลำไส้ ขับระดู แก้ลมจุกเสียด ถั่วฝักยาว กระตุ้นการทำงานของกระเพาะ ลำไส้ บำรุงธาตุ ฯลฯ

ซึ่งก่อนลงมือทำต้องไปเตรียมเครื่องปรุงและส่วนผสมกันก่อน

เครื่องปรุงน้ำบูดู

- น้ำบูดู 3 ช้อนโต๊ะ (45 กรัม)
- น้ำสะอาด 1 ถ้วยครึ่ง
- ปลาอินทรีย์เค็ม 1 ชิ้น
- น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม
- ตะไคร้ 1 ต้น (หั่นเป็นท่อน)
- ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ
- ข่าทุบพอแตก 1 ชิ้น
 
วิธีทำน้ำบูดู

1. ต้มปลาอินทรีย์จนเปื่อย แกะเอาแต่เนื้อใส่หม้อ เติมน้ำบูดู น้ำ ตั้งไฟปานกลาง
2. ใส่ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด น้ำตาลปี๊บ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนน้ำบูดูเริ่มข้น ชิมรสให้เค็มนำ หวานตาม เมื่อได้ที่แล้ว ยกลง

เครื่องข้าวยำ

- ข้าวสวย
- กุ้งแห้งป่น
- มะพร้าวคั่วป่น
- พริกป่น
- ถั่วงอกเด็ดหาง
- ตะไคร้หั่นฝอย
- ใบมะกรูดอ่อนหั่นฝอย
- มะม่วงดิบสับ
- ถั่วฝักยาวหั่นฝอย
- กะหล่ำปลี
- ส้มโอ
- มะนาว

วิธีการรับประทาน

ตักข้าวใส่จาน ตามด้วยมะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น ราดด้วยน้ำบูดูเล็กน้อย ตามด้วยผักต่างๆ ตามชอบ คลุกรวมกัน ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว และพริกป่น เคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

บันทึกการเข้า




แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,932
สมาชิกลำดับที่ 43
อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2552, 11:39:42 »

กลับไปบ้านให้แม่ทำให้กินดีกว่า 555
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า

ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2552, 11:41:18 »

กลับไปบ้านให้แม่ทำให้กินดีกว่า 555

เสร็จแล้ว ใส่ถุงมาฝากด้วย 555
บันทึกการเข้า

แอ๋ว
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,932
สมาชิกลำดับที่ 43
อย่ากลัว...ที่จะนั่งหยุดพัก...เพื่อคิด



| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2552, 11:59:27 »

กลับไปบ้านให้แม่ทำให้กินดีกว่า 555

เสร็จแล้ว ใส่ถุงมาฝากด้วย 555

คิดดูก่อน
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่ความรักเคลื่อนไหวอยู่ในหัวใจของคนสองคน

ก็ไม่ต้องกังวลหรอกว่ามันจะ "มาก" หรือ "น้อย"

แต่เราควรดีใจที่ได้รู้ว่า

ในหัวใจของเรายังมี "ความรัก" ให้กันและกันอยู่

เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอ

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2552, 12:25:24 »

เสียดายที่เก๋ ไม่กินผักไม่งั้นจะเตรียมไว้ให้กิน 555
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 09 กรกฎาคม, 2552, 19:21:07 »

ถ้าพูดถึงอาหารประจำภาคต่างๆ สำหรับภาคเหนือเราก็มักจะนึกถึงแคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ภาคอีสานก็มักจะนึกถึงส้มตำ ส่วนภาคใต้นั้น "กุ๊กเล็ก" นึกถึง "ข้าวยำ" ที่มีน้ำบูดูเป็นตัวชูโรงความอร่อย ว่าแล้วก็อย่ารอช้า ไปลองทำลองชิมกันเลยดีกว่า
       
       เครื่องปรุง
       
       ข้าวสวย 2 ถ้วย
       มะพร้าวคั่ว 1 ถ้วย
       กุ้งแห้งป่น 1 ถ้วย
       ข้าวตังทอดกรอบ 1/2 ถ้วย
       พริกขี้หนูป่น 2 ช้อนโต๊ะ
       
       เครื่องปรุงน้ำบูดู
       น้ำบูดู 1/2 ถ้วย
       น้ำเปล่า 1 ถ้วย
       น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย
       หอมแดงบุบ 5 หัว
       ข่าหั่นทุบให้แตก 2 ชิ้น
       ตะไคร้หั่น 1 ต้น
       ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
       
       ผักสดต่างๆ ไว้กินคู่กับข้าวยำ ได้แก่ ถั่วฝักยาว ถั่วงอก ใบมะกรูด ส้มโอแกะเนื้อ ใบมะกรูดหั่นฝอย ตะไคร้หั่นและมะนาว (หรือใครจะใส่ผักชนิดอื่นๆ อย่าง สะตอ แตงกวา มะม่วงดิบ หรือดอกดาหลา ซึ่งทางใต้นิยมกินกัน ก็สามารถเพิ่มได้ตามความชอบ)
       
       วิธีทำ เริ่มจากปรุงรสน้ำบูดูกันก่อนโดยนำเอาน้ำบูดูและน้ำเปล่าผสมกันยกขึ้นตั้งไฟ พอน้ำเริ่มเดือดก็ใส่หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไป เสร็จแล้วปรุงรสให้ออกหวานเล็กน้อยด้วยน้ำตาลปี๊บ คนให้น้ำตาลละลาย และตั้งไฟเคี่ยวต่อจนน้ำบูดูค่อนข้างข้น แล้วจึงยกลง กรองเอาแต่น้ำบูดูมาใช้
       
       คราวนี้มาลงมือผสมข้าวยำกันได้แล้ว โดยการตักข้าวใส่จานสักเล็กน้อย แล้วตักเครื่องเคราทั้งหลายที่เตรียมไว้ลงไปในจาน ทั้งข้าวตังทอด มะพร้าวคั่ว และกุ้งแห้งป่น รวมถึงผักสดต่างๆ ปริมาณตามแต่เราชอบ จากนั้นก็ราดน้ำบูดูอันเป็นจุดเด่นของอาหารจานนี้ลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน หากอยากได้รสเปรี้ยวก็บีบมะนาวเพิ่ม หรือเพิ่มรสเผ็ดด้วยพริกป่น ตักเข้าปากได้รสชาติอาหารปักษ์ใต้...หรอยจังฮู้

บันทึกการเข้า

นาคา
คนบ้านเดียวกันฺ
หัวหน้างาน
*****


กระทู้: 851
สมาชิกลำดับที่ 1618


| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 10 กรกฎาคม, 2552, 16:24:00 »

ชอบกิน เคยไปกินที่สงขลามีดอกดาวเรืองกับดอกดาหลาใส่มาด้วยหอมเย็นๆดี หรอยแรง
บันทึกการเข้า

เพียงไม่สั่งสมความคิดไร้แก่นสาร ใจก็ว่างอย่างถาวร
ตถตา - เช่นนั้นเอง
พระเจ้าอยู่หัวคือหัวใจ
ประเทศไทยคือสายเลือด
รักผู้อื่น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้อภัย ไม่เห็นแก่ตัว

Jitrapee
สมาชิกมาใหม่
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 13
สมาชิกลำดับที่ 2368


| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 10 สิงหาคม, 2552, 03:23:10 »

น้ำบูดูเป็นยังไงคะ
บันทึกการเข้า

nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
*****


กระทู้: 1,920
สมาชิกลำดับที่ 24


| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 10 สิงหาคม, 2552, 19:45:21 »

น้ำบูดูเป็นยังไงคะ

                ? น้ำบูดู  ?   เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวทะเลปักษ์ใต้และเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีมาแต่ดั้งเดิมและใช้เป็นวิธีการแปรรูปอาหาร คือ ปลาทะเลที่เหลือจากการจำหน่ายหรือการบริโภคให้สามารถเก็บไว้บริโภคได้เป็นเวลานาน  น้ำบูดูมีลักษณะคล้ายน้ำปลา แต่น้ำข้นกว่าน้ำปลา สมบัติที่แตกต่างจากน้ำปลา คือ น้ำบูดูบางชนิดจะมีเนื้อของปลาที่ยังย่อยสลายไม่หมดผสมอยู่ด้วยแต่น้ำบูดูบางชนิดก็จะนำไปผ่านความร้อนและกรองส่วนที่เป็นเนื้อปลาออก  ทำให้ผลิตภัณฑ์มีลักษณะเป็นน้ำสีน้ำตาลเข้มและข้นเล็กน้อย  นอกจากนี้ยังมีการปรุงรสโดยการเติมส่วนผสมอื่น เช่น น้ำตาลทำให้น้ำบูดูมีรสหวาน 

               กรรมวิธีการผลิตน้ำบูดูจะใช้ปลาทะเลขนาดเล็ก เช่น ปลาไส้ตัน  ปลากะตัก  นำมาหมักกับเกลือ  ต่อมามีการค้นพบว่าการใช้ปลากะตักทำน้ำบูดูนั้นจะทำให้ได้น้ำบูดูที่มีรสชาติดีกว่าปลาชนิดอื่น ๆ 

                น้ำบูดูมีคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ โปรตีน  ไขมัน  คาร์โบโฮเดรต  และวิตามิน รวมทั่งแร่ธาตุอื่น ๆ  เช่น แคลเซียม  ฟอสฟอรัส และเหล็ก

บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: