Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
17 ธันวาคม, 2561, 23:41:53

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ศึก ?วาดะห์ ? ประชาธิปัตย์? บนกระดานการเมืองไฟใต้  (อ่าน 2790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 21 มิถุนายน, 2551, 22:00:07 »

ปฏิทินการเมืองกำหนดไว้ปลายปีจะเข้าสู่ห้วงแห่งการต่อสู้ทางการเมืองของนักเลือกตั้งที่เว้นวรรคมานับปี พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นสมรภูมิเลือกตั้งที่มีนัยสำคัญมาโดยตลอด ยิ่งเฉพาะในห้วงของสถานการณ์ความรุนแรงของกลุ่มขบวนการใต้ดิน และหลังการสลายกำลังของกลุ่มการเมืองที่ครองพื้นที่มาอย่างเนิ่นนานอย่าง ?กลุ่มวาดะห์? วันนี้พวกเขากำลังปรับตัวเพื่อฟื้นกำลังมารักษาพื้นที่ ในขณะที่ กลุ่มนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ชายแดนใต้ ก็พยายามคุมพื้นที่ที่ตนยึดมาได้เกือบ 100% เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว
       
        กล่าวอย่างถึงที่สุด สมรภูมิในดินแดนแห่งความขัดแย้งนี้ ยังคงหนีไม่พ้นอิทธิพลของกลุ่มการเมืองสำคัญทั้งสองกลุ่ม ซึ่งต่างก็ต้องเลียแผลเก่าและขายสินค้านโยบายใหม่ๆ ต่อไป แต่นั่นก็อาจเป็นคนละเรื่องเดียวกันกับการยุติสงครามในพื้นที่
       
        ปักหลักตั้งรับ วาดะห์เดิน ?สายกลาง?
       
       อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ อดีต ส.ส.นราธิวาส พรรคไทยรักไทย แกนนำกลุ่มวาดะห์ กล่าวว่า กลุ่มวาดะห์จะเข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองใหญ่ที่เป็นทางสายกลาง ยึดหลักประนีประนอม เพื่อจัดตั้งเป็นพรรคทางเลือกที่ 3 โดยจะยังคงรักษาชื่อกลุ่มไว้เช่นเดิม พร้อมกับย้ำว่าไม่ต้องการเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพราะต้องการแก้ปัญหาด้วยการผลักดันนโยบายและกำหนดงบประมาณให้ชัดเจน
       
       เขาระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มวาดะห์มีอดีต ส.ส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เหลืออยู่ประมาณ 5 คน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเอาชนะคู่แข่งในพื้นที่เดียวกันได้ทั้งหมด โดยใช้นโยบายมุ่งส่งเสริมฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยและหลักการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยเชื่อว่าหากประชาธิปไตยเข้มแข็ง จะทำให้ประชาชนมีทางออกและหันมาร่วมมือกับรัฐมากขึ้น ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะคลี่คลายปัญหาลงได้
       
       อารีเพ็ญ เป็นหนึ่งในแกนนำวาดะห์ที่ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่ 3 ต่อจาก เด่น โต๊ะมีนา และ มูหำมัดนอร์ มะทา ซึ่งคนแรกปลดระวางทางการเมืองหลังจากหมดวาระวุฒิสมาชิกไปก่อนหน้านี้ ในขณะที่คนหลังถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปพร้อมกับพลพรรคไทยรักไทยเรียบร้อย หลังจากกลุ่มวาดะห์พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งในสองครั้งล่าสุดอย่างหมดรูป
       
       อารีเพ็ญ ยอมรับว่า ที่ผ่านมา กลุ่มวาดะห์อ่อนพลังทางการเมืองไปมาก เนื่องจากในช่วงรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มวาดะห์ว่ามีส่วนร่วมกับขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่น
       
       ?ชาวบ้านมองว่าพึ่งพาระบบผู้แทนไม่ได้ เพราะขนาดตัว ส.ส.เองยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะมาแก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้อย่างไร ทำให้ชาวบ้านหันไปพึ่งพลังนอกระบอบการเมือง โดยไปเข้าร่วมกับกลุ่มขบวนการ ฉะนั้นหากส่งเสริมประชาธิปไตยให้เข้มแข็งจะช่วยลดปัญหาความรุนแรงได้? แกนนำกลุ่มวาดะห์กล่าว
       
        ขณะที่ นัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.กลุ่มวาดะห์ จ.นราธิวาส ระบุว่า ความหวาดระแวงเป็นปัญหาของนักการเมืองในพื้นที่ โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเหตุการณ์ตากใบเป็นต้นมา พวกตนก็ถูกมองด้วยความไม่ไว้วางใจ แม้แต่พรรคหรือหัวหน้าพรรคก็ยังไม่ไว้วางใจ ในขณะที่ชาวบ้านก็มองเราไม่ดี
       
        ?เมื่อบนและล่างไม่เข้าใจเรา พอเลือกตั้งก็สอบตก? นัจมุดดีน กล่าว
       
        แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังเชื่อมั่นว่า ประชาชนน่าจะยังคาดหวังต่อระบบการเมืองแบบตัวแทนในรัฐสภาอยู่ แม้จะไม่ถึง 100% เพราะปัญหาความไม่สงบที่มีผลกระทบกับชาวบ้านทุกวันนี้เป็นเรื่องการเมืองการปกครอง ไม่ใช่เรื่องความยากจน ชาวบ้านเพียงต้องการให้เหตุการณ์สงบเท่านั้น
       
        นัจมุดดีน เป็นนักการเมืองผู้มีชื่อเสียงอื้อฉาวที่สุดของกลุ่มวาดะห์ เพราะเคยต้องตกเป็นจำเลยในคดีปล้นปืนกองพันพัฒนาเมื่อปี 2547 แม้ศาลชั้นต้นจะพิพากษายกฟ้อง แต่เขาก็ยังไม่วายที่จะตกอยู่ในท่ามกลางความหวาดระแวงสงสัยจากทั้งสายตาเจ้าหน้าที่และสายตาของชาวบ้าน
       
        เขาวิเคราะห์ว่า ประชาชนในพื้นที่ยังคงคาดหวังกับการเมืองในระบบอยู่ พิจารณา เพราะอย่างน้อยตัวแทนของพวกเขาที่พูดคุยได้ คุยกันรู้เรื่อง และถกเถียงกันได้มากกว่าข้าราชการคนอื่นๆ ก็น่าจะทำให้ชาวบ้านเห็นประโยชน์ของการเมืองในระบบอยู่
       
        นัจมุดดีน วิเคราะห์ธรรมชาติในการเลือกตั้งของคนในพื้นที่นี้ว่า มักจะเลือกคนที่เข้าพบง่าย มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือเป็นเครือญาติกัน ส่วนนโยบายของพรรคเป็นเรื่องรอง ยกเว้นคนในเมืองที่ต้องยอมรับว่าศรัทธาในพรรคประชาธิปัตย์เหนียวแน่น แต่สำหรับวาดะห์ฐานมวลชนจะอยู่ในเขตชนบทรอบนอก การเดินสายหาเสียงในครั้งนี้คงต้องย้ำกับผลงานที่วาดะห์ได้ทำตามสัญญามาแล้วในอดีต
       
        กล่าวคือ นโยบายเกี่ยวกับค่าตอบแทนครูสอนตาดีกา ธนาคารอิสลาม การคลุมฮิญาบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งกลุ่มวาดะห์สามารถผลักดันให้ทำได้จริงในรัฐบาลที่แล้ว ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ นัจมุดดีน ย้ำว่า การเดินสายหาเสียงคงจะเน้นหนักถึงคำสัญญาที่เหลืออีก 2 ประการ คือ การขยายกรอบของศาลชารีอะห์และการจัดการเรื่องการไปทำฮัจญ์ ซึ่งคาดว่าจะสามารถฉกชิงที่นั่งในพื้นที่หวนกลับมา
       
       ปชป. ยืดอกคุมพื้นที่ ตั้งรัฐมนตรี 3 จังหวัด
       
       ด้านพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามประเมินตรงกันว่า มีฐานคะแนนเสียงเก่าแก่อยู่ที่มวลชนในเมือง แม้จะเปลี่ยนผู้สมัครไปเป็นใคร จำนวนคะแนนเสียงเหล่านี้ก็ยังเหนียวแน่น แต่ถึงกระนั้น การขยับตัวอีกครั้งของ ?กลุ่มวาดะห์? ก็ทำให้ศัตรูทางการเมืองเก่าวิจารณ์ว่าอาจสายเกินไปแล้ว
       
       นิพนธ์ บุญญามณี รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ที่จริงแล้ว กลุ่มวาดะห์ไม่มีความชอบธรรมในการที่จะเสนอตัวมาแก้ปัญหาภาคใต้ เพราะก่อนหน้านี้ หากวาดะห์เข้าใจปัญหาชายแดนภาคใต้จริง คงไม่ปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายจนถึงวันนี้
       
       ?วาดะห์ไม่มีสิทธิพูดเรื่องภาคใต้อีกแล้ว เพราะขนาดตัวเองเป็นพรรคร่วมรัฐบาลยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะแก้ปัญหาภาคใต้ได้อย่างไร? นิพนธ์กล่าวอย่างดุดัน
       
       นิพนธ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ทาง ปชป.ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งภาคใต้ครบทุกเขตแล้ว เชื่อว่าหากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้จะช่วยแก้ปัญหาภาคใต้ให้ดีขึ้น โดยแนวทางของพรรค คือ การสร้างระบบยุติธรรมที่มีความเป็นธรรมกับประชาชน ไม่ใช่ระบบเหวี่ยงแหเหมือนที่รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้เคยทำมา รวมทั้งต้องแยกแยะกลุ่มขบวนการออกจากประชาชนผู้บริสุทธิ์
       
       สอดคล้องกับ พีรยศ ราฮิมมูลา อดีตนักวิชาการรั้ว ม.สงขลานครินทร์ ปัตตานี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล้ายืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะครองคะแนนเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง อย่างน้อยก็ 11 ที่นั่งในระบบเขตเท่ากับผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 และ 8 ที่นั่งในระบบสัดส่วน ทั้งนี้ เนื่องจากเชื่อมั่นว่านโยบายในนาม ?ใต้สันติสุข? หรือ ?สลาตัน ดารุลอามาน? ที่ต่อยอดมาจาก ?คำประกาศปัตตานี? ที่จัดทำเมื่อ 2 ปีก่อน โดยเพิ่มประเด็นด้านความมั่นคงและด้านกฎหมาย
       
       หนึ่งในข้อเสนอที่โดดเด่นของพรรคประชาธิปัตย์ คือ การเสนอให้มีรัฐมนตรีที่ดูแลปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเฉพาะ ซึ่งจะต้องประจำอยู่ในพื้นที่ เพื่อปิดช่องว่างระหว่างประชาชนในพื้นที่กับรัฐบาล อีกทั้งยังสามารถกำกับดูแลได้อย่างรวดเร็ว เช่น การประสานงานระหว่างหน่วยงานหรือการทำงานร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ เขาเชื่อว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้ถือเป็นไฮไลท์สำคัญที่จะทำให้คนและพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือก
       
       ?หากจะมีพรรครักชาติ พรรคสันติภาพไทย หรือพรรคอะไร ก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่กลุ่มวาดะห์เดิม ก็อาจมีประชาชนบางกลุ่มที่อาจโกรธที่ไปอยู่กับไทยรักไทย แต่ตอนนี้เมื่อทักษิณไม่อยู่แล้ว พวกเขาอาจให้อภัยก็ได้? อดีตอาจารย์ มอ.ปัตตานีกล่าว
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: