Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 ตุลาคม, 2557, 09:11:50

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร "1 Liter of Tears"  (อ่าน 3194 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
ณัฐ
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้อำนวยการกลาง
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 9,528
สมาชิกลำดับที่ 29
..จ้างมันเต๊อะ..



| |

« เมื่อ: 20 มิถุนายน, 2552, 09:32:49 »



ชื่อหนังสือ : บันทึกน้ำตาหนึ่งลิตร "1 Liter of Tears"
ผู้แต่ง : Aya Kito (อายะ คิโตะ)
ผู้แปล : เมธินี นุชนาคา
สำนักพิมพ์ : สยามอินเตอร์บุ๊คส์
ISBN : 9879741625741
ความหนา : 208  หน้า
ราคา : 170  บาท




                   เรื่องราวที่ถ่ายทอดจากปะสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริงของเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นธรรมดาคนหนึ่ง เด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีที่ต้องรับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้ายที่ไม่มีวันรักษาหาย ซ้ำอาการมีแต่จะทรุดหนักลงเรื่อยๆ ร่างกายที่มีลมหายใจเข้าออก มีความรู้สึกนึกคิด มีความรู้สึกเจ็บปวด ร้อนหนาว แต่กลับสูญเสียการควบคุมไปทีละส่วน ทีละส่วน จวบจนตาย ท่ามกลางมรสุมร้ายที่รุกคืบอย่างเงียบงัน สิ่งที่เป็นพลังใจให้ "อายะจัง" นอกจากความรักของคนในครอบครัว ก็ยังมีการจดบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันลงหนังสือเล่มนี้
 
                    แต่ละถ้อยคำ แต่ละประโยคของอายะจังในบันทึก เรียงร้อยมาจากหยดน้ำตาและความรู้สึกที่ใครก็คงไม่เข้าใจ หากไม่ได้มาเผชิญ เป็น "บันทึกแห่งชีวิต" ที่ใช้หยดน้ำตาในการเขียน เรื่องราวของเธอจะเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยม ให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับความทุกข์ หรือผู้ที่ต้องการกำลังใจ ได้เป็นอย่างดี
 
 

                   บันทึกน้ำตา 1 ลิตร เคยทำเป็นซีรีย์แล้วมีคนแนะนำให้ดู เรื่องนี้  เราไม่เคยดูตอนที่มาฉายเป็นซีรีย์ เลยอยากอ่าน เพราะอยากรู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ได้ยินชื่อเรื่องแล้วสะดุดุหู

                บันทึกนี้ เริ่มจากที่เป็นการเขียนไดอารี่ของ "คิโตะ อายะ" เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ค่อยรับรู้ความผิดปกติของร่างกายตัวเองทีละนิด จนกลายเป็นไดอารี่ของเด็กผู้หญิงที่ทำให้เราสงสารเอามากๆกับโรคร้ายของอายะ
 
                   "ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร" เป็นอีกคำพูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยากทำให้เพื่อนทุกคนในห้องต้องลำบากใจ เพราะเพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่กลัวจะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้ อายะ สามารถจดตามได้ทัน เนื่องจากเมื่อ อายะ เป็นโรคนี้แล้ว

                    ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลาจะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ โดยที่จริงๆ แล้ว อายะ ไม่อยากจะไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้บอกกับเพื่อนๆ ว่า กว่าเธอจะตัดสินลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร

                    โรค Spinocerebellar Degeneration คือโรคที่ยังไม่สามารถรักษาได้ อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้อาการจะค่อยๆ เป็นหนักขึ้นอย่างช้าๆ แต่สำหรับบางคนอาการของโรคทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มทำให้ขาเดินได้ลำบาก จนต่อมาจะเดินไม่ได้

                    แขนและมือที่เคยจับเขียนได้ ก็จะค่อยๆ จับและเขียนลำบาก จนสุดท้ายก็จะเขียนไม่ได้ การรับประทานอาหารก็จะลำบากขึ้นและจะสำลักบ่อยครั้ง บางคนอาจถึงตายได้เนื่องจากอาหารติดคอ ผู้ป่วยจะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพราะยิ่งอาการหนักขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เองมากขึ้นเท่านั้น เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถรักษาจนถึงปัจจุบัน ทำได้เพียงพยายามชลอให้อาการทรุดหนักช้าลงเท่านั้น

                    บอกตรงๆว่าเรายังไม่รู้ว่าอายะเป็นโรคอะไร จนเพิ่งมารู้ตอนอ่านจากท้ายเล่ม ( อาจเพราะว่าไม่เคยรู้จักโรคนี้มาก่อน อ่านไปคิดไปว่า ?โรคอะไรวะ  โคตรกลัวเลย? )
 
                  อีกอย่างที่จะได้รับจากหนังสือเล่มนี้เลยก็คือกำลังใจ สำหรับหลายๆคนที่คิดว่าตัวเองมีปัญหา หรือท้อแท้ เพราะอายะต่อสู้กับโรคร้าย  และความทรมานจากโรคเพื่อที่เธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป  ถึง 10 ปี


อ่านเสร็จก็ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงต้องเป็น

"1 Liter of Tears"



บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: