Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ Thailand
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
07 กันยายน 2553, 11:11:39

   


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: "มรดกชิ้นเอก" อายุ 2,500 ปีมาแล้ว ของ ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์  (อ่าน 1083 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



nasan
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นโท
*****


กระทู้: 1,405

สมาชิกลำดับที่ 24


« เมื่อ: 11 มิถุนายน 2552, 10:10:33 »

"มรดกชิ้นเอก" อายุ 2,500 ปีมาแล้ว ของ ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์




ตะกวด สำริด



"ตะกวด" สำริด พบในบริเวณเขตเขาบ่อพลับ ห่างจากเขาไม้เดนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ไกลนัก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ เมื่อราว พ.ศ.1-500

ชิ้นงานหล่อขึ้นอย่างง่ายๆ อย่างฝีมือช่างพื้นบ้าน เนื้องานไม่ประณีตนัก ได้ก็ถูกต้องตามสรีระของสัตว์ประเภทนี้ อาจเป็นของที่ใช้ในพิธีกรรม โดยมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคติการบูชาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ อย่างพวกตะกวด จระเข้ หรือกบ คางคก

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่อาคารมิวเซียมท้องถิ่นวัดเขาไม้เดน

ตุ๊กตาเปลือย หล่อสำริด พบในบริเวณเขตเขาบ่อพลับ ห่างจากเขาไม้เดนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ไกลนัก อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ เมื่อราว พ.ศ.1-500

ชิ้นงานหล่อเป็นรูปบุคคลเพศชาย เปลือยกาย ยกแขนขึ้นทั้งสองข้างทำท่าทางลักษณะใกล้เคียงกับที่พบอยู่บ่อยครั้งภาพเขียนสียุคเดียวกัน เข้าใจว่าเลียนแบบมาจากท่าทางของสัตว์จำพวกกบ ที่มีคติความเชื่อเกี่ยวพันกับน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะเช่นนี้ยังชวนให้นึกถึงตุ๊กตาปั้นเมฆในสมัยหลัง ที่สัมพันธ์กับพิธีการขอฝนจากฟ้าให้ตกต้องตามฤดูกาลอีกด้วย

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่อาคารมิวเซียมท้องถิ่นวัดเขาไม้เดน


เครื่องถ่วงน้ำหนัก ผลิตจากสำริด พบที่โบราณสถานบริเวณเขาไม้เดน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ อายุราว พ.ศ.1300-1500

กลุ่มวัตถุสัณฐานคล้ายผลส้มผ่าซีก ขุดพบอยู่ในบริเวณเจดีย์ที่วัดเขาไม้เดน โดยกรมศิลปากรตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2507 สันนิษฐานว่า ใช้สำหรับเป็นมาตรวัดน้ำหนักสิ่งของต่างๆ เพื่อประเมินคุณค่าของสิ่งของโดยเปรียบเทียบกับค่าของโลหะคือ สำริด โบราณวัตถุประเภทนี้ไม่เคยขุดพบมาก่อนในแหล่งโบราณคดีสมัยทวารวดีอื่นๆ ของประเทศไทย

ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


ลูกปัดมีตา (eye bead) พบในบริเวณเขตเขาไม้เดน รอบนอกของเขตเมืองบน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ เมื่อราว พ.ศ.1-500




(ซ้าย) ตุ๊กตาเปลือย (ขวาบน) เครื่องถ่วงน้ำหนัก (ขวาล่าง) ลูกปัดมีตา



ตัวลูกปัดผลิตจากแก้ว มีทรงกลมคล้ายผลส้ม ตกแต่งเป็นรูปร่างคล้าย "ตา" ตามคติความเชื่อโบราณที่ใช้เป็นเครื่องราง ด้วยเทคนิคแบบที่เรียกว่าโมเสค ทั้งรูปแบบ และเทคนิคการผลิตเป็นที่นิยมอยู่ในวัฒนธรรมโรมัน มีพบอยู่ในกลุ่มพื้นที่ตะวันออกกลางด้วย แหล่งโบราณคดีในประเทศไทยพบลูกปัดประเภทนี้ไม่มากนัก

ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่อาคารมิวเซียมท้องถิ่นวัดเขาไม้เดน


กำไลหยก ด้านนอกขัดผิวเรียบ แต่ภายในยังไม่ได้ตกแต่งผิว พบในบริเวณเขตเขาไม้เดน รอบนอกของเขตเมืองบน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ เมื่อราว พ.ศ.1-500

เนื้อวัสดุของกำไลผลิตจากหินจำพวกหยกสีขุ่น มีแหล่งวัตถุดิบกระจายตัวอยู่ทางตอนเหนือของประเทศพม่า ต่อเนื่องไปจนถึงเขตมณฑลยูนนาน ในประเทศจีน ถือเป็นวัสดุประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาผลิตเป็นเครื่องประดับในช่วงยุคเหล็กสุวรรณภูมิ โดยมากนิยมผลิตเป็นต่างหู

ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่กุฏิเจ้าอาวาส วัดเขาไม้เดน


พระบาทพระพุทธรูป? สลักหิน ขุดพบโดยกรมศิลปากร ที่บริเวณโบราณสถานหมายเลข 1 ใกล้วัดเขาไม้เดน อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ งานช่างแบบทวารวดี กำหนดอายุราว พ.ศ.1100-1600

พระบาทขนาดใหญ่ ขุดพบนอกตัวอาคาร เข้าใจว่าอาจจะเป็นพระบาทของพระพุทธรูปประทับยืน หรือเทวรูป ตรงกลางพระบาทมีรูสำหรับใช้ต่อกับเดือย ที่เป็นตัวองค์ประติมากรรม ถือเป็นชิ้นส่วนประติมากรรมลอยตัวขนาดใหญ่ที่สุดชิ้นหนึ่งในวัฒนธรรมทวารวดี

ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ วัดเขาไม้เดน



พัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม โดยย่อของ เมืองบน โคกไม้เดน

ตัดทอนจากร่างต้นฉบับของ สุจิตต์ วงษ์เทศ

เพื่อเสนอต่อที่ประชุมชาวบ้านโคกไม้เดน

ให้พิจารณาประชาพิจารณ์ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

3,000 ปีมาแล้ว บรรพชนคนโคกไม้เดน เริ่มตั้งหลักแหล่งเชิงเขา

หลัง พ.ศ.1 บ้านโคกไม้เดน เป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิ

หลัง พ.ศ.500 บ้านโคกไม้เดน ยังไม่รู้จักพุทธ-พราหมณ์

หลัง พ.ศ.1000 แรกรับศาสนาพุทธ สถาปนาเมืองบน





(บน) กำไลหยก (ล่าง) พระบาทพระพุทธรูป?



หลัง พ.ศ.1000 บริเวณโคกไม้เดนที่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาผี จะถูกทำให้เป็นพุทธศาสนา มีสถูปเจดีย์เป็นระยะๆ ตั้งแต่เชิงเขาถึงยอดเขา มีโบราณศิลปวัตถุในพุทธศาสนา อายุไล่เลี่ยรุ่นราวคราวเดียวดับพระปฐมเจดีย์ (นครปฐม), เมืองอู่ทอง (สุพรรณบุรี), เมืองคูบัว (ราชบุรี), เมืองจันเสน และเมืองดงแม่นางเมือง (นครสวรรค์)

ขณะเดียวกันชุมชนหมู่บ้านบริเวณที่ราบค่อยๆ เติบโตขึ้นเป็นระดับ "เมือง" มีเครือญาติกับเครือข่ายทางการค้าเชื่อมโยงบ้านเมืองและรัฐขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงและห่างไกลออกไปทุกทิศทาง

ต่อมาต้องขยับขยายพื้นที่อยู่อาศัย แล้วสร้างบ้านแปลงเมือง เรียกกันด้วยคำทุกวันนี้ว่า เมืองบน มีคูน้ำคันดินรูปวงกลมแบบสม่ำเสมอคล้ายคลึงกับเมืองโบราณในอีสาน อยู่บริเวณที่ลุ่มตีนเขาใกล้ฝั่งแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา) มีลำน้ำลำคลองเล็กๆ เชื่อมโยงถึงบ้านเมืองและชุมชนใกล้เคียงโดยรอบทางทิศตะวันออก เช่น เขต อ.ตาคลี และ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์

ที่สำคัญคือชุมชนและบ้านเมืองใน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีชื่อเรียกด้วยคำทุกวันนี้ว่า เมืองอู่ตะเภา แต่ชาวบ้านเรียก เมืองล่าง

เมืองบน (โคกไม้เดน)-เมืองล่าง (อู่ตะเภา)

มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันที่โคกไม้แดน


บริเวณ อ.พยุหะคีรี (นครสวรรค์) ต่อกันกับ อ.มโนรมย์ (ชัยนาท) เป็นที่ราบลุ่มผืนเดียวกันมานานราว 3,000 ปีมาแล้ว มีแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา) เป็นแกน แล้วมีลำน้ำสาขากับห้วยหนองคลองบึงหลายสายไหลลงแม่น้ำใหญ่ เช่น หางน้ำสาคร ฯลฯ

ตรงที่ราบลุ่มมโนรมย์-พยุหะคีรี น่าเชื่อว่าจะเคยเป็นทะเลหรือหนองบึงใหญ่มาก่อน เมื่อราว 5,000-10,000 ปีมาแล้ว จากนั้นค่อยๆ ตื้นเขินเป็นโคลนตม หรือเป็นเวิ้งน้ำกว้างใหญ่ของแม่น้ำใหญ่คล้ายบริเวณลานเทที่อยุธยา จึงมีคำบอกเล่าเก่าแก่ว่าเคยเป็นอู่สำเภา 2 อู่ มีอู่บนกับอู่ล่าง

อู่บน อยู่ที่บ้านบน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ มีเมืองโบราณชื่อชาวบ้านเรียกภายหลังว่า เมืองบน

อู่ล่าง อยู่ที่บ้านอู่ตะเภา ต.อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีเมืองโบราณชื่อชาวบ้านเรียกภายหลังว่า เมืองอู่ตะเภา

แต่น่าประหลาดที่ไม่พบสถูปเจดีย์ใหญ่น้อยบริเวณเมืองบนกับเมืองล่าง พบแต่ซากเศษรูปเคารพ เช่น ธรรมจักร, พระพุทธรูป, เครื่องรางประดับ ฯลฯ

น่าเชื่อว่าบริเวณบ้านโคกไม้เดนที่อยู่บนเนินสูง มีทิวเขาเตี้ยหลายยอดเป็นพืดไปทางด้านเหนือของทุ่งราบมโนรมย์ เป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์ใช้ทำพิธีกรรมร่วมกันของเมืองบนกับเมืองล่างแต่ยุคเหล็กเมื่อ 2,500 ปีมาแล้ว

ครั้นรับพุทธศาสนาก็ยกย่องเป็นเขตพุทธาวาสปนกับสังฆาวาส จึงพบสถูปเจดีย์ยุคทวารวดีนับ 10 แห่ง ทั้งบนยอดเขาและตีนเขา

ทั้งเมืองบนและเมืองล่าง ควรเป็นบ้านเมืองหรือรัฐเดียวกัน หรือมิฉะนั้นก็เป็นเครือญาติใกล้ชิดกัน แล้วมีชุมชนเครือข่ายบริวารเป็นแหล่งทรัพยาการออกไปโดยรอบ เช่น เมืองนางเหล็ก กับเมืองนครน้อย ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท โดยเฉพาะกระจายไปทางเขต อ.ตาคลี ถึง อ.ตากฟ้า ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเมืองจันเสนได้ด้วย

ผู้คนของเมืองบนและเมืองล่าง รวมทั้งเครือข่ายบริวารมีพุทธสถานอยู่บริเวณเขตศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันมาก่อนนานแล้วที่บ้านโคกไม้เดน

เมืองบน-เมืองล่าง

เมืองเอกราช ริมแม่น้ำใหญ่ (เจ้าพระยา)


เมืองบนกับเมืองล่าง ไม่ได้เป็น "เมืองขึ้น" ของรัฐใหญ่ "ทวารวดี" ที่อยู่ใกล้ทะเล แต่เป็นเมืองเอกราชที่มีเครือญาติ และเครือข่ายทางการค้าทุกทิศทาง

เมืองบน โคกไม้เดน เป็นบริเวณปลายแดนของรัฐใหญ่ "ทวารวดี" ลุ่มน้ำท่าจีน-แม่กลอง ทางฝากฝั่งตะวันตกลุ่มน้ำเจ้าพระยา เช่น เมืองนครชัยศรี มีพระปฐมเจดีย์ (นครปฐม) กับเมืองอู่ทอง มีมาแต่ยุคสุวรรณภูมิ (สุพรรณบุรี)

เมืองล่าง หางน้ำสาคร (ที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท) ก็เป็นส่วนหนึ่งของบริเวณปลายแดนนี้

ด้วยเหตุนี้เองบริเวณนี้จึงมีโบราณศิลปวัตถุสถานรับอิทธิพลจากรัฐใหญ่ "ทวารวดี" แม่กลอง-ท่าจีน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการขยายอำนาจของรัฐใหญ่มาถึงบริเวณนี้



ที่มา www.matichon.co.th

บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 12,514

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2552, 20:08:35 »

พี่เดียร์ นี่มีความเป็นมายาวนานเหมือนกันนะ
บันทึกการเข้า

ถ้าเดาไม่ผิด คิดถึงกันอยู่ใช่ไหม ดีจังที่ความห่วงใย ถูกส่งมาให้สม่ำเสมอ

อยากบอกอีกครั้งว่ารักจัง รักเธอ คำนี้ยามที่เราเจอ เธออยากจะฟังข้างหูหรือเปล่า

Oui H i P p Y ~
คนบ้านเดียวกันฺ
ผู้ทรงคุณวุฒิชั้นโท
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,209

สมาชิกลำดับที่ 252

H a P p Y : H i P p Y


« ตอบ #2 เมื่อ: 11 มิถุนายน 2552, 21:09:54 »

พี่เดียร์ นี่มีความเป็นมายาวนานเหมือนกันนะ

ความเป็นมาของพี่เดียร์นี่ ตะกวด สำริด  หรือว่า  ตุ๊กตาเปลือย ค่ะ .. 
บันทึกการเข้า


นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 12,514

สมาชิกลำดับที่ 2

คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 มิถุนายน 2552, 13:01:43 »

ประชาพิจารณ์ บ้านโคกไม้เดน
 
"โคกไม้เดน" หมู่บ้านเล็กๆ เงียบสงบ ใน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ดูเหมือนเป็นแค่ทางผ่านไปยังตัวเมืองนครสวรรค์ แต่หมู่บ้านแห่งนี้มีความเป็นมานับพันปี ก่อนมีขอบเขตประเทศไทยในปัจจุบัน

บ้านโคกไม้เดน เป็นที่ตั้งของ "เมืองบน" ในยุคสมัยทวารวดี จากการขุดค้นของกรมศิลปากรตั้งแต่พ.ศ.2507 พบซากโบราณสถานและวัตถุเป็นจำนวนมาก

แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง เมื่อชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในสมัยนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับการค้นพบดังกล่าวที่บ้านโคกไม้เดน จึงปล่อยปละให้โบราณสถานทุกแห่งที่พบ รกร้างผุพังไปตามกาลเวลา

อีกทั้งวัตถุโบราณที่ขุดพบเป็นจำนวนมาก ทั้งภาชนะดินเผา ลูกปัด และประติมากรรมสำริดหลากหลายรูปแบบ กรมศิลปากรนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช จ.ลพบุรี โดยอ้างว่าที่บ้านโคกไม้เดนยังไม่มีศักยภาพมากพอที่จะเก็บรักษาโบราณวัตถุที่ประเมินค่ามิได้เหล่านั้น

แต่ในความจริง ชาวบ้านเองต่างหวงแหนและต้องการรักษาสมบัติของชาติไว้ให้ลูกหลาน เนื่องจากทุกครั้งที่ชาวบ้านขุดพบโบราณวัตถุจะนำไปถวายให้พระอธิการธีรศักดิ์ ธีระธัมโม เจ้าอาวาสวัดเขาไม้เดนเก็บรักษาไว้ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นให้ผู้สนใจได้เข้าชม

และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ความสำคัญของแหล่งโบราณสถานบ้านโคกไม้เดน และพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นแห่งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้จึงจัดประชาพิจารณ์เรื่อง "เมืองบนบ้านโคกไม้เดน" โดยมี สุจิตต์ วงษ์เทศ นักประวัติ ศาสตร์และโบราณคดี มาถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของที่นี่
 


อาจารย์สุจิตต์เริ่มต้นด้วยการย้อนเวลากลับไปเมื่อกว่า 3,000 ปีมาแล้วว่า สมัยนั้นเริ่มมีบรรพชนชาวโคกไม้เดนตั้งหลักแหล่งเป็นชุมชนถาวรขึ้น จากที่ก่อนหน้านั้นเป็นเพียงทางผ่านคนเดินทางและพ่อค้าเท่านั้น ช่วงเวลานั้นมีชุมชนถาวรกระจายกันอยู่ทั่วไปตั้งแต่อุทัยธานีไปจนถึงลพบุรี

เริ่มปรากฏหลักฐานการเป็นเมืองในสมัยประมาณพ.ศ.1000 และเนื่องจากเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำในสมัยนั้นที่จะกระจายออกไปทุกทิศทาง โดยมีสายน้ำที่สำคัญ คือ แม่น้ำสะแกกรัง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และแม่น้ำเจ้าพระยา

เมื่อเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำ จึงมีหลักฐานว่าที่แห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางการต่อเรือสำเภา จึงขนานนามว่าเมืองอู่บน ตั้งอยู่คู่ กับเมืองอู่ล่าง หรือเมืองอู่ตะเภาในเขต อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท

ทั้งเมืองบน ใน อ.พยุหะคีรี กับเมือง อู่ตะเภา อ.มโนรมย์ เป็นแผ่นดินเดียวกันตั้งแต่มีแผ่นดินขึ้นมา มีพัฒนาการร่วมกันมาโดยตลอด

นอกจากนี้ เมืองทั้ง 2 แห่งนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างจากเมืองอื่นที่ร่วมสมัยทวารวดี เนื่องจากเมืองทั่วไปจะปรากฏหลักฐานการก่อสร้างศาสนสถานกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง

แต่ทั้งเมืองบนและเมืองอู่ตะเภา ไม่พบร่องรอยศาสนสถานอยู่ กลับมาปรากฏที่บริเวณบ้านโคกไม้เดน ที่มีชัยภูมิเป็นลักษณะเนินสูงท่ามกลางที่ราบ จึงถูกยกย่องให้ศักดิ์สิทธิ์ และน่าเชื่อว่าเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของคนที่อยู่มาก่อนสมัยทวารวดีที่นับถือผี เช่น การไหว้ผีฟ้า เป็นต้น
 


มีหลักฐานหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าบริเวณบ้านโคกไม้เดนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่สมัยที่นับถือศาสนาผี เช่น ตุ๊กตาปั้นเมฆ ตะกวด สำริด เป็นต้น

ตุ๊กตาปั้นเมฆ เป็นตุ๊กตาเปลือย หล่อสำริด พบในบริเวณเขตเขาบ่อพลับ ห่างจากเขาไม้เดนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิเมื่อราวพ.ศ. 1-500

ยกแขนขึ้นทั้ง 2 ข้างทำท่าทางลักษณะใกล้เคียงกับที่พบอยู่บ่อยครั้งภาพเขียนสียุคเดียวกัน

ลักษณะเช่นนี้คล้ายตุ๊กตาปั้นเมฆ ที่ใช้ในพิธีปั้นเมฆเพื่อขอฝนของคนโบราณ ทำท่ายกมือเหมือนการเลียนท่ากบ ที่มีคติความเชื่อเกี่ยวพันกับน้ำและความอุดมสมบูรณ์ เพราะเชื่อว่ากบเป็นผู้ช่วยให้น้ำฝน

พิธีขอฝนหากไม่แห่นางแมว แห่บั้งไฟ จะใช้พิธีปั้นเมฆ ด้วยการขุดดินเหนียวมาปั้นเป็นอวัยวะเพศชาย หญิง ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เทวดาโกรธ ปล่อยน้ำฝนลงมา

ส่วนตะกวดสำริด พบในบริเวณเดียวกันและมีอายุใกล้เคียงกัน เป็นชิ้นงานหล่อขึ้นอย่างง่ายๆ อย่างฝีมือช่างพื้นบ้าน เนื้องานไม่ประณีต แต่ถูกต้องตามสรีระของสัตว์ประเภทนี้ อาจเป็นของที่ใช้ในพิธีกรรม โดยมีความหมายเกี่ยวเนื่องกับคติการบูชาสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างตะกวด จระเข้ หรือ กบ คางคก

อาจารย์สุจิตต์ทิ้งท้ายว่า บ้านโคกไม้เดนมีศักยภาพพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ดี เพราะมีหลายปัจจัยที่เกื้อหนุน มีประวัติศาสตร์ที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี ที่สำคัญคืออยู่ไม่ห่างจากถนนใหญ่ การเข้าถึงแหล่งโบราณคดีสะดวกกว่าพื้นที่อื่นมาก

หลังจากฟังเรื่องราวประวัติศาสตร์ไปแล้ว ชาวบ้านโคกไม้เดนต่างมีความเห็นสนับสนุนที่จะให้บ้านโคกไม้เดนเป็นแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีหลายคนที่แสดงความเห็นเพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์ในการเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์

นายนาวิน ทองมาก อดีตครูใหญ่โรงเรียนบ้านโคกไม้เดน เสนอให้ฝ่ายบริหารและส่วนการศึกษาให้เขียนหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อให้เกิดจิตสำนึกรักบ้านเกิด และศึกษาอย่างเจาะลึก เช่น วัตถุดิบที่ใช้ก่อสร้างมีอะไรบ้าง มีแหล่งกำเนิดจากที่ใด หากในพื้นที่ไม่มีวัตถุดิบนั้น คนโบราณมีหลักในการจัดหาและลำเลียงอย่างไร และมีวิธีการก่อสร้าง

รวมถึงประวัติพื้นที่ ร่องรอยความเจริญและการเสื่อมสลาย เรื่องราวทางศาสนาและความเชื่อ ตลอดจนการประกอบอาชีพของคนโบราณ

ขณะที่ นายมณฑล พุทธรักษา หนึ่งในชาวโคกไม้เดน ร่วมพิจารณ์ว่า ที่ผ่านมามีพูดคุยเรื่องนี้ตลอดเวลา การจัดงานครั้งนี้ได้ปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านเป็นอย่างมาก โดยแนวทางหนึ่งที่จะทำให้บ้านโคกไม้เดนเป็นแหล่งศึกษาทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นได้จริง ต้องได้รับความสนับสนุนจากฝ่ายบริหารและฝ่ายปกครองที่ต้องเข้ามาร่วมกัน

รวมถึงงบประ มาณที่จะตั้งพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ที่สำคัญต้องเป็นพิ พิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้จริงๆ มีข้อมูลและเรื่องราวให้ศึกษา ไม่ใช่แค่นำสิ่งของมาวางโชว์เฉยๆ เท่านั้น
บันทึกการเข้า

ถ้าเดาไม่ผิด คิดถึงกันอยู่ใช่ไหม ดีจังที่ความห่วงใย ถูกส่งมาให้สม่ำเสมอ

อยากบอกอีกครั้งว่ารักจัง รักเธอ คำนี้ยามที่เราเจอ เธออยากจะฟังข้างหูหรือเปล่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: