Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กันยายน, 2557, 09:57:58

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สืบสานนาฏศิลป์ไทยโบราณ ?โขน? เฉลิมพระเกียรติ ตอน ศึกพรหมาศ  (อ่าน 7819 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 10 มิถุนายน, 2552, 17:40:26 »

กลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง กับการแสดงโขนเฉลิมพระเกียรติเรื่อง รามเกียรติ์ ตอน พรหมาศ ที่เมื่อปลายปี 2550 ได้สร้างความประทับใจให้กับทุกคนชนิดไม่รู้ลืม และได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความประณีตงดงามในเรื่องเครื่องแต่งกาย การร่ายรำที่อ่อนช้อย ฉาก แสง สี เสียง ที่ยิ่งใหญ่


       
       สำหรับการแสดงโขนในปี 2552 นี้ ได้จัดแสดงใหม่อีกครั้ง และได้มีการปรับปรุงเรื่องเครื่องประกอบฉากให้อลังการและมีความสมจริงยิ่งขึ้น แต่ยังยึดความงดงามตามแบบฉบับดั้งเดิมอยู่โดยมี อ.สุดสาคร ชายเสม ซึ่งรับหน้าที่สร้างสิ่งของประกอบการแสดง เล่าว่า งานโขนเป็นงานที่ใหญ่และต้องใช้ช่างในการทำงานมาก อย่างเช่น หัวโขนชิ้นหนึ่งยังต้องใช้ช่างเยอะมาก ทั้งช่างปั้น ช่างกลึง ช่างเขียน ส่วนงานที่ตนเองต้องรับผิดชอบนั้นคือ สิ่งของประกอบฉาก ซึ่งต้องใช้ความรู้ทั้งทางด้านจิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม เข้ามาร่วมกันทั้งหมด
       

 
ภาพโดย Peter Tresize  
       
       โดยเฉพาะรูปแบบของราชสีห์และคชสีห์ สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์แทนฝ่ายมหาดไทยและกลาโหม ที่จะวางตั้งไว้สองข้างของบัลลังก์ในท้องพระโรง อ.สุดสาคร ได้เอาความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคเข้ามาช่วย ทำให้สัตว์ดูมีกล้ามเนื้อ ส่วนฉากท้องพระโรง ก็จำลองให้เหมือนจริง โดยมีเครื่องสูงมาประดับให้ดูอลังการงานสร้าง
       
       ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีฉากที่ยิ่งใหญ่และพลาดไม่ได้สำหรับการแสดงโขนในครั้งนี้ คือช้างเอราวัณ ซึ่งเป็นช้างที่ตัวใหญ่มาก สูงเกือบ 4 เมตร ทำด้วยเรซิ่น และเขียนสีปิดทอง เป็นฉากรบระหว่างพระอินทร์กับหนุมานบนหลังช้างเอราวัณที่พระอินทร์ประทับอยู่ จนช้างทรงถึงกับคอขาด แล้วมีควันสีแดงพวยพุ่งออกมา ซึ่งเป็นฉากที่สมจริงมาก
       

   
ภาพโดย Peter Tresize  
       
       นอกจากนี้ ยังมีฉากที่ เทวดานางฟ้าแปลงเหาะผ่านกองทัพพระลักษณ์ แล้วฝูงลิงกระโดดคว้าไม่ถึง ก็น่ารักน่าชังไปอีกแบบ นางฟ้าที่ร่ายรำอยู่บนอากาศก็รำได้สวยมาก ไม่กลัวความสูงกันเลย อยากให้ทุกคนได้ไปดู อ.สุดสาคร กล่าวปิดท้าย
       ลองช่วยกันหันกลับมามองรากเหง้าที่บรรพบุรุษของเราได้สร้างไว้ เพราะเกิดมาเป็นคนไทยทั้งที น่าจะช่วยกันอนุรักษ์และสืบสานนาฏศิลป์ไทยโบราณ ที่แม้แต่ชาวต่างชาติยังทึ่ง เมื่อได้สัมผัสถึงศิลปวัฒนธรรมของไทย สถานที่ท่องเที่ยว ตลอดจนวัดวาอาราม แล้วเราคนไทยล่ะทำไมจึงมองข้ามไป
       

 
ภาพโดย Peter Tresize  
       
       การแสดงมีตั้งแต่วันที่ 19-21 มิ.ย. 52 ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย รอบปฐมทัศน์ วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 19.30 น. ส่วนวันที่ 20-21 มิ.ย. เวลา 14.00 น. และ 19.30 น. เป็นการแสดงรอบประชาชน ระยะเวลาการแสดง 1.45 ชม. (โดยประมาณ)
       
       
สนใจซื้อบัตรเข้าชมการแสดงที่ Thai Ticket Major ราคา 200/400/600/800 บาท และพิเศษ 100 บาท สำหรับนักเรียน นิสิตนักศึกษา
       
       สำหรับวันที่ 19-20 มิถุนายน เวลา 19.30 น. เป็นการบรรเลงโดยวงปี่พาทย์ กรมศิลปากร
       ส่วนวันที่ 21 มิถุนายน เวลา 14.00 น. และเวลา 19.30 น. บรรเลงโดยวงดุริยางค์ทหารบก
       
       
       
เรื่องโดย : นับดาว  รัตนสูรย์       
ภาพ : ชมภูนุช  นำภา

       
 
บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2552, 15:34:25 »

เนื้อเรื่องย่อ รามเกียรติ์ ตอน พรหมาศ
ทศกัณฐ์เจ้าพระนครลงกา ทรงทราบข่าวสมเด็จพระเจ้าหลาน คือ แสง อาทิตย์และมังกรกัณฐ์ เสียทีแก่ทัพพระราม จึงตรัสสั่งให้กาลสูรไปทูล อินทรชิตให้เร่งชุบศรพรหมาศ ยกไปราญรอนกับกองทัพพระลักษมณ์ อินทรชิตแสร้งทำกลแปลงกายาเป็นองค์อมรินทรา ให้การุณราชแปลง เป็นคชาเอราวัณ พร้อมกับให้โยธาทั้งหลายกลายเพศเป็นเทพบุตรและ เทพธิดา ออกมาจับระบำรำฟ้อนกลางเวหา พระลักษมณ์และพลวานร หลงกล คิดว่าองค์อมรินทรา เทพบุตร เทพธิดา มาจับระบำรำฟ้อนด้วย ความหรรษา จึงพิศเพลินด้วยความจำเริญตา เป็นทีให้อินทรชิตแผลงศร พรหมาศต้ององค์พระลักษมณ์และพลวานรสลบไสลทั้งกองทัพ เว้นแต่ หนุมานไม่ต้องศรศิลป์อินทรชิต จึงขึ้นราญรอนกับอินทรชิต หนุมานตี ควาญท้ายคชาอาสัญและง้างหักคอพญาเอราวัณได้สำเร็จ แต่ก็ต้องคันศร อินทรชิตฟาดสลบอยู่กลางสนามรบ ฝ่ายอินทรชิตและโยธาทั้งหลายก็ เลิกทัพกลับพระนครลงกาด้วยความหรรษา
เมื่อความทราบถึงพระรามจึงรีบรุดมาช่วยเหลือ ครั้นเดินทางมาถึงสนาม รบ ก็พบกับหนุ-มานซึ่งกลับฟื้นคืนมาเมื่อพระพายพัดต้องกาย หนุมานจึง ทูลความทั้งหมดให้พระรามได้ทราบ เมื่อพระรามตรัสถามวิธีแก้ไขกับ พิเภก พิเภกโหราจารย์จึงกราบทูลว่ามีสรรพยาที่จะแก้ไขให้กลับฟื้นคืนมา ได้อยู่ในภูผาชื่ออาวุธ พระรามจึงใช้ให้หนุมานเดินทางไปเอาสรรพยามา แก้ไข กองทัพพระลักษมณ์จึงกลับฟื้นคืนมา
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 14 มิถุนายน, 2552, 12:41:05 »

หากใครที่พลาดชมการแสดง "โขนเฉลิมพระเกียรติ" รามเกียรติ์ ตอน "พรหมาศ" เมื่อปลายปีพ.ศ.2550 มาแล้ว ปีนี้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และคณะกรรมการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร รวมถึงนักแสดงหลายร้อยชีวิต จากกองการสังคีต กรมศิลปากร, สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์, และวิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพฯ จะนำมาแสดงให้ชม สร้างความประทับใจกันอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้พิเศษสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะคณะกรรมการจัดสร้างฯ เติมเต็มและแก้ไขส่วนที่บกพร่องจากการแสดงครั้งก่อน

และก่อนจะถึงเวลาแสดงจริง ทางมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และคณะกรรมการจัดสร้างฯ จัดแถลงโหมโรงถึงเบื้องหลัง อาทิ ขั้นตอน และวิธีการทำหัวโขน ศิราภรณ์ การแต่งหน้า ศิลปะการออกแบบฉาก และอุปกรณ์ประกอบฉาก

พัสตราภรณ์ (ผ้านุ่งของโขน) โดยใช้วิธีการปักสะดึงกรึงไหมตามแบบโบราณ ถนิมพิมพาภรณ์ (เครื่องประดับ) สำหรับตัวละครเอก เช่น พระราม พระลักษมณ์ พระอินทร์ ทศกัณฐ์ และอินทรชิต

นอกจากนี้ ยังจัดแสดงสาธิตขั้นตอนการทำพัสตราภรณ์พระลักษมณ์ จากนักเรียนศิลปาชีพแผนกปักดิ้น โรงฝึกศิลปาชีพฯ สวนจิตรลดา และถนิมพิมพาภรณ์ (ตาบทิศ) จากนักเรียน นักศึกษา กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง

รวมไปถึงตัวอย่างการแสดง ช่วงอินทรชิตชุบศรพรหมาศ ให้ชมด้วย
 


ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างโขน-ละครฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากการจัดแสดงครั้งที่แล้วมีประชาชนหลายคนไปดูไม่ทัน ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นว่าการแสดงโขนนับวันจะค่อยๆ ลบเลือนหายไป เพราะเป็นการแสดงที่ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรจากหลายฝ่าย เครื่องแต่งกายก็ต้องจัดสร้างขึ้นใหม่ในบางชุด ศิราภรณ์ เครื่องประดับต่างๆ การซ้อม การแสดง และลงทุนค่อนข้างสูง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละครขึ้นใหม่เมื่อปีพ.ศ.2550 เพื่อเป็นการสืบสานฝีมือเชิงช่าง อันเป็นศิลปวัฒนธรรมของชาติ และเห็นสมควรจัดการแสดงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการอนุรักษ์โขน ซึ่งเป็นการแสดงชั้นสูงของไทย ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมในรูปแบบที่ถูกต้อง

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ กล่าวต่อว่า ที่น่าสนใจคือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้นำนักเรียนศิลปาชีพแผนกปักดิ้น จากโรงฝึกศิลปาชีพฯ สวนจิตรลดา มาสาธิตการปักพัสตราภรณ์ชุดพระลักษมณ์ ที่ออกแบบควบคุมการจัดสร้างโดย อาจารย์วีระธรรม ตระกูลเงินไทย กลุ่มจันทร์โสมา บ้านท่าสว่าง ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์
 


โดยใช้วิธีการปักสะดึงกรึงไหมตามแบบโบราณ ที่จะต้องปักให้เสร็จก่อนวันแสดง จำนวน 2 คน คนหนึ่งมาจากจ.อุตรดิตถ์ ที่บ้านห้วยต้า ไม่มีทางรถยนต์ ต้องนั่งรถและไปต่อเรือ อีกคนเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ อยู่บนดอยสูง จ.เชียงใหม่

น.ส.รำไพ ยาสี อายุ 24 ปี นักเรียนศิลปาชีพฯ แผนกปักดิ้นชุดพระลักษมณ์ เล่าว่า อยู่บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ พ่อแม่ทำนายากจน ได้เข้ามาทำงาน เพราะตามพ่อกับแม่ไปรับเสด็จ แลได้เข้ามูลนิธิฯ เพื่อฝึกอาชีพที่บ้านห้วยต้า

จากนั้นทางมูลนิธิฯ เห็นว่าฝีมือดีในเรื่องการทอและปักผ้า จึงได้มาเรียนที่โรงฝึกศิลปาชีพฯ สวนจิตรลดา แผนกปักดิ้น ครั้งแรกก็ฝึกเอาดิ้นทองมาดัดตามลายที่สกรีนไว้ ซึ่งละเอียดและเล็กมาก อยู่แผนกนี้ประมาณ 4 ปีแล้ว ครั้งแรกลายไม่สวยเลย ฝึกมาเรื่อยๆ ฝีมือก็ดีขึ้น จนได้มาปักดิ้นเงินดิ้นทอง โปงเงิน โปงทอง

สำหรับชุดของพระลักษมณ์ในการแสดงครั้งนี้ที่ทำขึ้นใหม่ โดยจะช่วยกันปักในสะดึงเดียวกันประมาณ 2-3 คน การปักตัวหนึ่งใช้เวลาเป็นปีกว่าจะเสร็จ และต้องใช้ความชำนาญด้วย การที่ได้มาทำงานตรงนี้รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก

ด้าน น.ส.นะสี จะก่า อายุ 20 ปี ชาวเขาเผ่ามูเซอ นักเรียนศิลปาชีพฯ แผนกเดียวกัน เล่าว่า อยู่บ้านมูเซอปากทา ต.ม่องจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ บ้านยากจน ได้มาทำงานที่นี่เพราะตามแม่ไปรับเสด็จ อีกทั้งก่อนหน้านี้มีเพื่อนในหมู่บ้านไปเรียนที่โครงการฝึกอบรมศิลปาชีพที่พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จึงขอไปเรียนได้ 2 สัปดาห์ เกี่ยวกับการปักผ้าไหมและศูนย์ปิดพอดี จึงกลับมาอยู่บ้าน

ต่อมาในปีพ.ศ.2548 ทางโรงฝึกศิลปาชีพฯ สวนจิตรลดา ส่งจดหมายมาให้ไปเรียนและทำงาน งานปักดิ้นต้องใช้ความอดทนสูง ตอนแรกๆ ก็ยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องใช้ความละเอียดในการตัดโปงเงินโปงทองให้เป็นชิ้นเล็กๆ และถ้ายิ่งเป็นลายเล็กๆ ยิ่งยาก ถ้าไม่ชำนาญก็จะไม่สวย

โขน รามเกียรติ์ ตอน พรหมาศ ครั้งนี้ นอกจากจะได้ชมการแสดงชั้นสูงแล้ว ยังได้ยลเครื่องแต่งการ และเครื่องประดับที่อลังการ

เปิดให้ชมในวันที่ 19-21 มิ.ย.นี้ จำนวน 5 รอบ คือ วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 19.00 น. โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จแทนพระองค์ ทอดพระเนตรการแสดง

วันที่ 20-21 มิ.ย. มี 2 รอบ เวลา 14.00 น. และเวลา 19.30 น. ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจชมสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ทุกสาขา ได้ตั้งแต่วันนี้ในราคา 200, 400, 600, 800 บาท และ 100 บาท ราคาพิเศษสำหรับนักเรียน นักศึกษา

บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,979
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 23 กรกฎาคม, 2552, 20:52:10 »

กรุงเทพมหานคร พร้อมเปิดให้บริการศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรม ?หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร? อย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับการจัดงานด้านศิลปวัฒนธรรมทุกแขนง รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน โดยจัดแถลงข่าวพิธีเปิดอาคาร พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการ ?บารมีแห่งแผ่นดิน? และนิทรรศการ "โขนพรหมาศ" ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
       
       หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ?ตามที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการก่อสร้าง หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร บริเวณสี่แยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 เขตปทุมวัน ด้วยพื้นที่การจัดแสดงงานศิลปะกว่า 4,000 ตารางเมตร เพื่อเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของเมือง ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ขณะนี้ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมที่จะเปิดอย่างเป็นทางการ เพื่อรองรับการจัดงานด้านศิลปะ และวัฒนธรรมทุกแขนง ทั้งดนตรี ละครเวที วรรณกรรมภาพยนตร์ การออกแบบสร้างสรรค์ ฯลฯ โดยกำหนดจัดพิธีเปิดอาคาร ในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2552 ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน ในโอกาสนี้ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จะจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ?บารมีแห่งแผ่นดิน? เน้นการสื่อให้เห็นถึงพระบารมี และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน ด้วยการรวบรวมผลงานศิลปะของศิลปินชั้นนำของเมืองไทยไว้มากมาย?
       
       ในโอกาสนี้ ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดนิทรรศการโขนพรหมาศ กล่าวเพิ่มเติมถึงเนื้อหาของการจัดนิทรรศการพรหมาศ บริเวณชั้น 8 ของ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษา 12 สิงหาคม 2552 ว่า
       
       ?หลังจากที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และคณะกรรมการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขน-ละคร ได้จัดการแสดงโขน ชุด พรหมาศ ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยใช้พัสตราภรณ์ และอุปกรณ์ประกอบฉากที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นใหม่ เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ และให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมตามแบบประเพณีโบราณ จึงร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีจัดนิทรรศการพรหมาศขึ้น เพื่อให้ผู้สนใจได้ศึกษาศิลปวัฒนธรรมประจำชาติในรูปแบบที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง โดยรวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของโขน, ดนตรี, พัสตราภรณ์, ถนิมพิมพาภรณ์, ศิราภรณ์ และหัวโขน ฯลฯ รวมทั้งยังมีห้องฉายภาพยนตร์ ที่จะจัดฉายวีดิทัศน์ และเบื้องหลังการแสดงโขน ชุด พรหมาศอีกด้วย?
       
       ศาสตราจาร์ยปรีชา เถาทอง กรรมการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และตัวแทนศิลปิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ?หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร นับเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มศิลปิน ที่จะมีศูนย์กลางของศิลปะร่วมสมัย เป็นแหล่งแลกเปลี่ยน เผยแพร่ ทำนุบำรุง อนุรักษ์ และสืบสานวัฒนธรรมของชาติ โดยออกแบบการพื้นที่การใช้สอยออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ พื้นที่ส่วนแสดงนิทรรศการหลัก (ชั้น 7-8-9) สำหรับนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย และ พื้นที่ส่วนศิลปะและนันทนาการ (ชั้น L ถึง ชั้น 5)สำหรับการพักผ่อนหย่อนใจเติมเต็มบรรยากาศแห่งศิลปวัฒนธรรมให้ชีวิตคนเมือง ซึ่งประกอบไปด้วยห้องสมุดศิลปะ,ห้องเอนกประสงค์,ห้องออดิทอเรียมสำหรับการแสดงละคร ดนตรี ภาพยนตร์ตลอดจนร้านหนังสือ ซีดี อารต์แกลอรี่ ร้านกาแฟ และร้านแสดงผลงานทางศิลปวัฒนธรรมอื่นๆ อีกหลากหลาย?
       
       หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกปทุมวัน หัวมุมถนนพระราม 1 และถนนพญาไท ตรงข้ามห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง และสยามดิสคัฟเวอรี่ เปิดให้บริการทุกวันอังคาร - วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ? 21.00 น. โดยนิทรรศการ ?บารมีแห่งแผ่นดิน? ทั้ง 9 ชั้น จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม ? 11 ตุลาคม 2552 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [url=http://www.bacc.or.th]www.bacc.or.th[/url]
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: