Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
02 กันยายน, 2557, 16:08:06

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 'กระเจี๊ยบ'...มากคุณค่าสารพัดประโยชน์  (อ่าน 15661 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
เจี๊ยบ@กลางดง
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 565
สมาชิกลำดับที่ 311


| |

« เมื่อ: 07 มิถุนายน, 2552, 12:22:46 »

'กระเจี๊ยบ'...มากคุณค่าสารพัดประโยชน์


   

หลาย คนคงเคยดื่มน้ำกระเจี๊ยบสีแดงสวยสดงดงาม รู้ไหมว่ามันมีสรรพคุณทางยาด้วย ดังนี้...รสเปรี้ยวของดอกกระเจี๊ยบทำให้ชุ่มคอ ช่วยย่อยอาหาร หล่อลื่นลำไส้ นำกลีบเลี้ยงและกลีบรองมาตากแห้ง บดเป็นผงละเอียด ชงกับน้ำร้อนครั้งละ 1 ช้อนชา ดื่ม 3 เวลา เช้า กลางวันและเย็น แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ช่วยป้องกันการจับตัวของไขมันในเส้นเลือดได้ แก้อาการขัดเบา เป็นยากัดเสมหะ นอกจากนั้นยังสามารถนำมาทำขนมเป็นแยม เยลลี่ แกงส้มกระเจี๊ยบ ยำดอกกระเจี๊ยบ  กระเจี๊ยบเชื่อม กระเจี๊ยบแช่อิ่ม...เห็นไหมสามารถนำมาทำได้ตั้งหลายอย่าง   


 
หมายเหตุ กระเจี๊ยบแดงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ในผู้ป่วยบางราย เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายด้วย
 
กระเจี๊ยบเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราว 3-6 ศอก ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ใบมีหลายแบบ ขอบใบเรียบ บางครั้งมีหยักเว้า 3 หยักด้วยกัน ดอกสีชมพูตรงกลางดอกมีสีเข้มมากกว่าขอบนอกของกลีบ กลีบดอกร่วงโรยไป กลีบรองดอกและกลีบเลี้ยงก็จะเจริญเติบโตขึ้นอีกเกิดเป็นสีม่วงแดงเข้มหุ้ม เมล็ดเอาไว้ภายใน


 
กระเจี๊ยบแดงเป็นพืชไวแสงที่สามารถปลูกได้ทั่วไป ชอบอากาศร้อนหรือค่อนข้างร้อน ทนต่อความแห้งแล้ง และไม่ชอบน้ำขัง ใช้วิธีปลูกในแปลงปลูก โดยหยอดเมล็ดตามแถวที่ไถไว้ หยอดหลุมละประมาณ 4-5 เมล็ด ระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 70 เซนติเมตร แล้วกลบดินเล็กน้อย เมื่อกระเจี๊ยบแดงเป็นต้นอ่อนอาจถอนทิ้งหลุมละ 2-3 ต้น เพื่อให้ไม่แน่นมากนัก ควรให้น้ำสม่ำเสมอในช่วง 1-2 เดือนแรก หลังจากนั้นจะปล่อยตามธรรมชาติ
 
นอกจากนี้ อาจปลูกในพื้นที่แปลง ข้าวโพด เมื่อปลูกข้าวโพดแล้วประมาณ 1 เดือน โดยนำเมล็ดกระเจี๊ยบแดงผสมลงไปกับปุ๋ยข้าวโพด แล้วนำใส่เครื่องหยอดพ่วงกับรถไถเดินตาม หยอดตามช่องว่างระหว่างแถวข้าวโพด ต้นกระเจี๊ยบแดงจะเจริญเติบโตระหว่างแถวข้าวโพด เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดแล้วกระเจี๊ยบแดง อยู่ในช่วงออกดอกพอดี
 
พันธุ์ที่ใช้ปลูกคือพันธุ์ซูดานหรือพันธุ์เกษตร เนื้อหนา มีสีแดงเข้มจนถึงม่วงลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างหนา เนื้อบาง มีสีแดงสด ลักษณะกลีบเลี้ยงค่อนข้างบาง การเก็บเกี่ยวนั้นควรเก็บเกี่ยวในช่วงที่พืชเจริญเติบโตเต็มที่ คือ ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงช่วงเก็บเกี่ยวใช้เวลา 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง
 
ดอกกระเจี๊ยบที่เก็บเกี่ยวได้ให้นำมากระทุ้งให้กลีบดอกและกระเปาะเมล็ดหลุด ออกจากกันโดยใช้เหล็กกระทุ้ง และนำกลีบดอกที่กระทุ้งได้มาตากในภาชนะที่สะอาด ไม่มีฝุ่น ตากแดดประมาณ 5-6 วัน หรืออบให้แห้งสนิท จึงทยอยเก็บ ส่วนกระเปาะเมล็ดให้แยกตาม เมื่อแห้งสนิทให้ร่อนเมล็ดออก นำไปจำหน่ายได้เช่นกัน
 
เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่า ณ บัดนี้ ทางราชมงคลธัญบุรีเขาประดิษฐ์ เครื่องแกะดอกกระเจี๊ยบ เพื่อช่วยให้เกษตรกรลดขั้นตอนการผลิตกระเจี๊ยบแห้งลง อันนี้เป็นฝีมือนักศึกษาคือ นายพุธวงค์ นาทอง และ นางสาววิไลพร คำงาม เป็นนักศึกษาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่พวกเขาคิดสร้างเครื่องนี้ขึ้น ก็เพื่อลดแรงงานคนในการแกะดอกกระเจี๊ยบ และเพิ่มปริมาณการผลิตในเวลาเดียวกัน เครื่องนี้จะประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ อยู่ 2 ส่วนคือ ส่วนของการลำเลียง และ ส่วนของการเจาะเอาเมล็ดกระเจี๊ยบออกจากกลีบดอก แม้ใน  การป้อนดอกกระเจี๊ยบจะยังใช้มืออยู่  แต่ก็สามารถ  ทำงานได้เร็ว และไม่ทำให้ผู้แกะต้องเจ็บมืออีก  ต่อไป
 
ผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ภาควิชาวิศวกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี  โทร.0-2549-3328.




ที่มา  [url=http://www.dailynews.co.th]www.dailynews.co.th[/url]
บันทึกการเข้า




บางคนว่าฉันเป็นคนบ้า   บางคนว่าสติไม่ค่อยดี

ฉันน้อมรับทุกอย่างที่คนเขาว่า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: