Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
30 สิงหาคม, 2557, 15:28:42

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติกระบี่กระบอง  (อ่าน 207150 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 04 มิถุนายน, 2552, 05:17:25 »

ประวัติกระบี่กระบอง ที่มาข้อมูล : ชมรมกระบี่กระบองโรงเรียนบดินทรเดชา



คำปรารภของ อาจารย์นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา
 
"อันวิชากระบี่กระบองนี้ ข้าพเจ้ากล้าพูดได้อย่างเต็มปากโดยไม่มีความกระดากเลยแม่แต่น้อย ว่าเป็นกีฬาของไทยเราแท้ๆ เป็นน้ำพักน้ำแรงของบรรพบุรุษผู้เป็นนักรบที่กล้าหาญ ซึ่งได้ลงทุนลงแรงไว้ด้วยความเสียสละ อุตส่าห์บากบั่นหาทางที่จะอบรมให้มีเลือกเนิ้อเชิ้อชาติทหาร อันเป็นวีระกรรมประจำชาติของไทย ซึ่งมีมาแต่ไหนแต่ไร มิให้เสื่อมคลายหรือจืดจางลงไปได้ จึงได้อบรมสั่งสอนสืบเนื่องมาจนกระทั้งถึงพวกเราสมัยนี้ การที่ข้าพเจ้ากล้สยืนยันได้หนักแน่นขนาดนี้ ก็เพราะข้าพเจ้าไม่เคยเห็นกีฬาชนิดนี้ในต่างประเทศเลย จะเป็นทางตะวันตกหรือตะวันออกก็ตาม และถ้าเคยมีปรากฏในสมัยก่อนๆ มาบ้างแล้ว เชื่อแน่ว่าคงจะไม่สูญสิ้นพันธุ์เสียทีเดียว คงจะยังเหลือเป็นมรดกตกทอดเอาไว้ใหเแก่ชนชั้นหลังบ้างไม่มากก็น้อย แต่นี่ก็ไม่มีร่องรอยเอาเสียเลยจึงทำให้ภาคภูมิใจที่จะกล่าวได้ว่ากระบี่กระบองของเราเป็นหนึ่งเดียวในโลก"
 
กระบี่กระบอง จัดเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่มีความสำคัญอย่างสูงยิ่ง กระบี่กระบอง มีประวัติมายาวนาน ใช้ต่อสู้ปกบ้านป้องเมืองเรามาหลายครั้ง กษัตริย์ไทยในสมัยเก่าก่อนนั้น ก็ใช้ดาบ พลอง ง้าว ต่อสู้เพื่อป้องกันจากผู้รุกราณมากมาย จนปัจจุบัน กระบี่กระบองได้เป็นกีฬาไทยที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างมาก ยิ่งนับวันยิ่งหาดูได้ยากยิ่ง แต่ก็ยังมีหลายที่หลายสำนัก พยายามอนุรักษ์วิชากระบี่กระบองนี้เอาไว้ เพราะคนไทยปัจจุบันเห็นวิชากระบี่กระบองเป็นวิชาที่ดูโหดร้าย จึงไม่นิยมให้บุตรหลานมาเล่นกีฬากระบี่กระบอง จึงทำให้ค่อยหายไปจากคนไทยไป มีเพียงแค่การเรียนในหลักสูตรของมัธยมและมหาวิทยาลัยเท่านั้น

ประวัติ กระบี่กระบอง
  
เริ่มต้นกระบี่กระบองที่แท้จริงนั้นไม่ทราบได้แน่ชัดว่า เริ่มกันมาตั้งแต่ครั้งไหนและใครเป็นผู้คิดค้นขึ้น เพราะไม่สามารถค้นคว้าจากแหล่งใดได้ ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะท่านครูบาอาจารย์รุ่นเก่าๆ ได้เคยเรียนและได้เคยสอนแต่ในทางปฏิบัติอย่างเดียวมิได้ห่วงใยในอันที่จะสั่งสอนในทางทฤษฎีเลย ฉะนั้น ศิษย์จึงขาดความรู้ในด้านนี้กันเสียสิ้น แต่ด้วยเหตุที่ไทยเราเป็นนักรบแต่โบราณกาล กระบี่กระบองซึ่งเป็นเกมของนักรบก็น่าจะได้ริเริ่มกันเป็นเวลานานมาแล้วด้วยเหมือนกัน หลักฐานที่พอจะอ้างอิงได้นั้นคาดว่าคงมีแล้วในรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะพระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในหนังสืออิเหนา ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า


"เมื่อนั้น ท้าวหมันหยาปรีเปรมเกษมสันต์  
เห็นอิเหนาเข้ามาบังคมคัล จึงปราศรัยไปพลันทันที
ได้ยินระบือลือเล่า ว่าเจ้าชำนาญการกระบี่
ท่าทางทำนองคล่องดี วันนี้จงรำให้น้าดู
แล้วให้เสนากิดาหยัน จัดกันขึ้นตีทีละคู่  
โล่ดั้งดาบเชลยมลายู จะได้ดูเล่นเป็นขวัญตา"


ตามข้อความที่กล่าวนี้ย่อมจะชี้ให้เห็นว่า กระบี่กระบองคงเป็นที่รู้จักกันดีในสมัยนี้แล้ว

ครั้นต่อมาในรัชกาลที่ 3 ท่านสุนทรภู่ได้แต่งเรื่องพระอภัยมณีกับศรีสุวรรณ สององค์พี่น้อง ทูลลาสมเด็จพระราชบิดาไปป่าเพื่อแสวงหาวิชาความรู้อันเป็นประเพณีนิยมจากอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ซึ่งในที่สุดก็ได้พบเล่าเรียนกับอาจารย์ ผู้ซึ่งมีวิชาต่างกัน ดังปรากฏในข้อความตอนหนึ่งว่า


"สิบห้าวันดั้นเดินในไพรสณฑ์ ถึงตำบลบ้านหนึ่งใหญ่หนักหนา
เรียกว่าบ้านจันตคามพราหมณ์พฤฒา มีทิศาปาโมกข์อยู่สองคน  
อาจารย์หนึ่งชำนาญในการปี่ ทั้งดีดสีแสนเสนาะเพราะหนักหนา  
ผู้ใดฟังวังเวงในวิญญา เคลิ้มนิทราลืมกายดังวายปราณ
"

ต่อมาในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดปรานกระบี่กระบองเป็นพิเศษ ถึงกับโปรดให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ทรงหัดกระบี่กระบองจนครบวง และเมื่อปีขาล พุทธศักราช 2409 ซึ่งเป็นปีที่กำหนดให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชเป็นสามเณรตามราชประเพณี ครั้นเมื่อพระองค์ทรงผนวชแล้วโปรดฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอแต่งพระองค์อย่างราชกุมาร ทรงเล่นกระบี่กระบองเป็นการสมโภชที่หน้าพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เจ้านายที่ทรงกระบี่กระบองในครั้งนั้นคือ


คู่ที่ 1 กระบี่กระบอง  
เจ้าฟ้าตุรนตรัศมี (สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์)
พระองค์เจ้ากัมลาศเลอสรร (กรมหมื่นราชศักดิ์สโมสร)  

คู่ที่ 2 พลอง
พระองค์เจ้าคัดนางยุคล (กรมหลวงพิชิตปรีชากร)
พระองค์เจ้าทวีถวัลยลาภ (กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์)  

คู่ที่ 3 ง้าว  
พระองค์เจ้าสุขสวัสดิ์ (กรมหลวงอดิศรอุดมเดช)
พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ (กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม)  

คู่ที่ 4 ดาบ 2 มือ  
พระองค์เจ้าอุนากรรณอนันตนรชัย
พระองค์เจ้าชุมพลรัชสมโภช (กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์)  



การเล่นกระบี่กระบองเริ่มฟักตัวเป็นการใหญ่ในแผ่นดินนี้เอง เพราะตามปกติ เมื่อพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดกีฬาอะไร กีฬาชนิดนั้นก็ย่อมเจริญและเฟื่องฟู ประชาชนพลเมืองก็หันหน้ามาเอาใจใส่ตามไปด้วย ฉะนั้นกระบี่กระบองจึงเล่นกันแพร่หลายในงานสมโภชต่าง ๆ เช่น งานโกนจุก งานบวชนาค งานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า ฯลฯ

 
 เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ในรัชกาลที่ 4 ทรงเล่นกระบี่กระบองเป็นกันหลายพระองค์เช่นนี้ เข้าใจว่าพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวคงจะทรงกีฬาชนิดนี้เป็นในครั้งนั้นด้วยพระองค์เองด้วยเหมือนกัน เพราะตามหลักฐานปรากฏว่า พระองค์ได้เคยทรงศึกษาวิชามวยและวิชากระบี่กระบอง ฟันดาบกับหลวงพลโยธานุโยค ด้วยเหตุที่พระองค์ทรงเล่นเป็นนี้เองในรัชกาลของพระองค์ พระองค์จึงได้โปรดฯ ให้มีการตีกระบี่กระบองและชกมวยไทยหน้าพระที่นั่งในงานสมโภชอยู่เนืองๆ พระองค์เสด็จทอดพระเนตรและพระราชทานรางวัลแก่ผู้แสดงและแข่งขันบ่อยๆ ฉะนั้นกระบี่กระบองจึงเป็นที่รู้จักมักคุ้นกันมากในกรุง และอาจจะดูได้หลายครั้งในปีหนึ่งๆ สมัยนี้เป็นสมัยที่นิยมชมชอบกันมากที่สุด จึงทำให้กระบี่กระบองมีอยู่ดาษดื่น และมีมากคณะด้วยกัน

ครั้นถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ความครึกครื้นในการเล่นกระบี่กระบองชักจะลดน้อยลงไป ถึงแม้ว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะทรงฝักใฝ่ในวิชานาฎศิลป์ และทรงเข้าพระทัยในศิลปะของวิชากระบี่กระบองก็ตาม แต่ก็ไม่ทรงโปรดปรานมากเท่ากับพระราชบิดาของพระองค์ ถึงกระนั้น ก็ยังมีการจัดกีฬาชนิดนี้ขึ้นถวายเพื่อถวายทอดพระเนตรบ้างเป็นครั้งคราว เช่น ในปีพุทธศักราช 2460 กับ 2462 กระทรวงศึกษาธิการ เนื่องในงานกรีฑาประจำปี ได้จัดการแสดงกระบี่กระบองขึ้นถวายทอดพระเนตรที่สนามหน้าสามัคยาจารย์สมาคม ในการแสดงทั้งสองครั้งนี้ ท่านอาจารย์ นาคเทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้แสดงถวายทั้งสองครั้ง ครั้งแรกแสดงง้าว ครั้งหลังแสดงพลอง ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวนี้ กระบี่กระบองชักน้อยลงไป แต่มวยเป็นที่นิยมมากขึ้น เช่น สมัยที่มีการแข่งขันเก็บเงินค่าผ่านประตู เพื่อซื้ออาวุธให้เสือป่าที่สนามสวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นต้น รู้สึกว่าสนุกสนานและครึกครื้นยิ่งอยู่พักหนึ่ง ครั้นต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 กระบี่กระบองก็ค่อยๆ หมดไปจนเกือบจะหาดูไม่ค่อยได้

ท่านอาจารย์ นาค เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้หนึ่งที่ได้เล่าเรียนวิชานี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กและเป็นผู้ที่รักใคร่ในศิลปะวิชานี้อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านได้แลเห็นต่างชาติเขาภูมิใจในศิลปะประจำชาติของเขา เช่น ชาติเยอรมันและญี่ปุ่น เขายกย่องวิชาฟันดาบและวิชายูโดของเขาว่าเป็นเลิศ พยายามสงวนและเผยแพร่ให้เป็นที่ประจักษ์แก่โลกมากเพียงใด ก็ยิ่งทำให้ท่านบูชาวิชากระบี่กระบองของไทยไว้เหนือสิ่งใด ๆ มากขึ้นเพียงนั้น ในโอกาสที่ท่านเป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนพลศึกษากลาง ท่านได้เริ่มลองสั่งสอนนักเรียนพลศึกษากลางขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2478 ทดลองสอนอยู่ 1 ปี ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจของท่านผู้ใหญ่ จึงได้กำหนดวิชากระบี่กระบองไว้ในหลักสูตรของประโยคครูผู้สอนพลศึกษา เมื่อ ปี พ.ศ.2479 นับแต่นั้นมาได้มีผู้เล่าเรียนและสำเร็จมากขึ้นเป็นลำดับ
บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 04 มิถุนายน, 2552, 05:19:53 »

อาวุธของ กระบี่กระบอง

"ไม้ศอก" หรือ "ไม้สั้น"

นับว่าเป็นเครื่องกระบี่กระบองที่สำคัญชิ้นหนึ่ง มีรูปร่างลักษณะคล้ายกระดูกท่อนปลายแขน เป็นท่อนไม้รูปสี่เหลี่ยมยาวประมาณ 45 เซนติเมตร กว้างและสูงประมาณ 7 เซนติเมตร

"ดั้ง"

เป็นเครื่องป้องกันอาวุธชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับป้องกันอาวุธของศัตรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาวๆ โค้งๆ คล้ายกาบกล้วย กว้างประมาณ 15 เซนติเมตร ยาวประมาณ 100 เซนติเมตร ทำด้วยหนัง หรือหวาย หรือไม้ปะปนกัน

"โล่"

เป็นเครื่องป้องกันอาวุธเช่นเดียวกับดั้งหรือเขน แตกต่างกันที่รูปร่างเท่านั้น คือเป็นรูปวงกลม นูนตรงกลาง ทำด้วยหนังดิบ หวายสาน หรือโลหะ
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 04 มิถุนายน, 2552, 05:22:12 »

"ดาบ"

เป็นอาวุธที่ใช้สำหรับฟันและแทง ตัวดาบจะทำด้วยเหล็กอย่างดีมีโค้งตอนปลายเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 90 เซนติเมตร มีน้ำหนักมากกว่ากระบี่แต่น้ำหนักส่วนมากอยู่ที่ตอนปลาย

กระบี่"

แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ กระบี่รำ กระบี่ตี และกระบี่จริง กระบี่เป็นอาวุธหลักที่ใช้ในการรบของทหารไทยสมัยโบราณ ใช้สำหรับฟันแทงระยะประชิดตัว

"พลอง"

เป็นอาวุธซึ่งใช้สำหรับตี พลองนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "สี่ศอก" เพราะว่ามีความยาว 4 ศอก ปรกติทำด้วยไม้ที่มีความเหนียว ไม่หักง่าย หรือทำด้วยเหล็ก ยาวประมาณ 200 เซนติเมตร

"ง้าว"

เป็นอาวุธชนิดหนึ่งซึ่งใช้สำหรับฟันและแทง ตัวง้าวทำด้วยเหล็ก ยาวประมาณ 220 เซ็นติเมตร ง้าวมักจะใช้สู้เมื่ออยู่บนหลังช้าง ซึ่งเติมขอที่โคนง้าว เรียกกันว่า "ของ้าว"
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 31 กรกฎาคม, 2553, 09:12:50 »

ที่มา http://www.bunnarak.com/index.php?topic=296.0

วันนี้มาบอกเล่าเรื่องการออกกำลังกายด้วยการรำกระบองค่ะ ตอนแรกพอพูดถึงเรื่อง รำกระบอง เราก็นึกว่าเป็นการออกกำลังกายสำหรับคนแก่ค่ะ แต่พอได้ลองฝึกก็รู้สึกดีมากๆค่ะ เริ่มแรกก่อนที่อุ้มจะฝึก ได้รู้จักกับพี่ที่ทำงานเขาเป็นผู้หญิงที่สุขภาพดีมาก หน้าตาผ่องใส แล้วเราก็ไปบ่นให้ฟังเรื่องปวดหลังมาก เพราะทำงานในออฟฟิศต้องนั่งซะส่วนใหญ่ แกก็เลยนำเสนอการรำกระบองขึ้นมาว่า พี่รำกระบองมา 7-8 ปีแล้ว และไม่มีปัญหาเรื่องปวดหลังเลย พอเราบ่นให้ฟังแค่นั้นแหละแกจัดตั้งกลุ่มเพื่อฝึกรำกระบองเลยทันที ปรากฏว่าคนไปฝึกเยอะมากค่ะ เพราะมีปัญหาเรื่องนี้เยอะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนทำงานในออฟฟิศค่ะ แต่อุ้มไม่ได้ไปเริ่มพร้อมเขาหรอกกว่าจะได้ไปก็ต้องใช้เวลาในการเดินทางซึ่งเพื่อนๆ เขานำไปครึ่งทางแล้ว พี่แกก็จะเล่าให้ทุกคนฟังเสมอว่า อุ้มเป็นคนจุดประกายแกให้เริ่มทำกิจกรรมนี้ จนกระทั่งได้โอกาส อุ้มก็ไปฝึกแล้วก็จำวิธีการสอนของแกมา แล้วมาฝึกเองที่ห้อง จากวันแรกที่ฝึกปวดมากๆค่ะ เดินแถบไม่ไหวเพราะไม่ค่อยได้ยืดกล้ามเนื้อ ถึงแม้จะวิ่งเป็นประจำแต่ก็ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อเรายืดหยุ่นนะค่ะ(ทราบมาว่าการวิ่งสำหรับคนอายุมากแล้วจะทำให้ข้อเสื่อมได้ ) พอเล่นไปสักประมาณ 1 สัปดาห์ทุกอย่างก็จะเริ่มลงตัว ทุกท่าจะช่วยในเรื่องการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อทุกส่วนเลยค่ะ ทำให้อุ้มไม่ปวดหลังอีกเลย กะว่าจะทำไปตลอดจนกว่าจะเตะขาขึ้นสูงๆ ได้ค่ะ จากที่เมื่อก่อนอุ้มจะไม่สามารถก้มแตะพื้นได้ แต่เดี๋ยวนี้สบายมากค่ะ
ทำกระบองแบบพกพาอย่างง่าย

ตอนนี้เรื่องรำกระบองกำลังเป็นที่นิยม มีผู้อ่านรุ่นใหม่เสียงใสๆ โทรศัพท์เข้ามาสอบถามมากมาย ท่ารำกระบองอย่างละเอียดมีอยู่ในหนังสือ สุขภาพดี ราคาถูก ด้วยชีวจิต หรือ เตะสุดชีวิต ที่มาพร้อมวีซีดีรำกระบอง วางขายตามร้านนายอินทร์ทุกสาขา ส่วนเรื่องกระบองที่ใช้รำนั้นไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหน แค่เดินเข้าร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง และถามหาสิ่งเหล่านี้ เพื่อกลับมาทำเองง่ายๆ ดังนี้

อุปกรณ์


1.   ท่อพีวีซีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณเท่ากับความสูงจากพื้นถึงหน้าผากของเราเอง (ให้ที่ร้านตัดเป็น 3 ท่อนเท่ากัน)
2.   ข้อต่อแบบเกลียว 2 ชุด
3.   ฝาปิดท่อ 2 อัน
4.   กาวทาท่อ

วิธีทำ

ติดข้อต่อแบบเกลียวไว้ตรงส่วนปลายของท่อพีวีซี ดังนี้
1.   ท่อนที่ 1 ซึ่งจะเป็นท่อนตรงกลางนั้น ให้ติดข้อต่อแบบเกลียวตัวเมียไว้ตรงส่วนปลายทั้งสองข้าง
2.   ติดข้อต่อแบบเกลียวตัวผู้ไว้ตรงปลายท่อน 2 และ 3
3.   ติดฝาปิดท่อไว้ที่ปลายอีกด้านหนึ่งของท่อน 2 และ 3

เมื่อต้องการใช้กระบองก็ต่อกระบองท่อนที่ 2 และ 3 (ด้านที่ติดข้อต่อแบบเกลียวตัวผู้) เข้ากับท่อนที่ 1 (ด้านที่ติดข้อต่อแบบเกลียวตัวเมีย) ทั้งสองด้าน
เท่านี้ก็ได้กระบองอย่างง่ายแบบพกพา ไว้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีแล้วค่ะ

Down Load File วิธีการรำกระบี่กระบอง ที่ด้านล่างครับ




* Rum_Krabong_Manual.doc (412 KB - ดาวน์โหลด 1697 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

suppawit01
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 1
สมาชิกลำดับที่ 13867


| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 09 มกราคม, 2554, 19:57:21 »

แต้งกิวต้า
บันทึกการเข้า

peter
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 37
สมาชิกลำดับที่ 13924

เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 23 มีนาคม, 2554, 22:01:31 »

ยาวมากๆ ขออ่านก่อน
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: