Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กันยายน, 2562, 11:49:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: อาคารเก่าแก่ในภูเก็ต จังหวัด ภูเก็ต  (อ่าน 2620 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,024
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« เมื่อ: 14 พฤษภาคม, 2552, 10:31:46 »

อาคารเก่าแก่ในภูเก็ต จังหวัด ภูเก็ต
อาคารเก่าแก่ในภูเก็ตสามารถแบ่งกลุ่ม ได้หลายลักษณะคือ แบ่งตามยุค ที่สร้างขึ้น หรือแบ่งตามประโยชน์ใช้สอย ดังนี้
                               
แบ่งตามยุคที่สร้าง

อาคารเก่าแก่ในภูเก็ตส่วนใหญ่สร้างขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 8 โดยสามารถจัดหมวดหมู่ แบ่งกลุ่มอาคารต่างๆ ตามยุคที่มีการ สร้างอาคารนั้นๆ เป็นสี่ยุคด้วยกัน คือ

ยุคแรก ช่วงต้นสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นยุคที่การก่อสร้าง ได้รับอิทธิพล จากวัฒนธรรมจีน นิยมก่อสร้างอาคาร เป็นแบบชั้นเดียว หรือสองชั้น แบบเรียบง่าย ไม่ตกแต่งอะไรมาก

ยุคที่สอง ประมาณช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 6 เป็นยุคที่ ศิลปะแบบตะวันตก เริ่มเข้ามามีบทบาท เช่น มีการทำหัวเสากรีก - โรมันมาประดับ ด้านหน้าอาคาร การทำหน้าต่างโค้งยาวจรดพื้น และ มีลายปูนปั้น เหนือขอบประตูหน้าต่าง

ยุคที่สาม สร้างราวสมัยต้นรัชกาลที่ 7 การประดับตกแต่ง ด้านหน้าอาคารลดลง และเริ่มมีการสร้าง ราวระเบียงชั้นบน ด้านหน้าอาคาร และส่วนล่าง เปิดเป็นทางเท้าแบบอาเขต (หงอคาขี่)

ยุคที่สี่ สร้างปลายรัชกาลที่ 7-8 การก่อสร้างมีการประดับลวดลายปูนปั้น และกระจก แบบตะวันตก บริเวณด้านหน้าอาคาร และทำราวระเบียง ปิดความลาดชันของหลังคา

แบ่งตามประโยชน์ใช้สอย

อาคารเก่าสถาปัตยกรรมแบบจีน และผสมผสานในภูเก็ตนั้น มีหลงเหลือ ให้ชนรุ่นหลัง ได้ชมและศึกษาค้นคว้ามากมาย โดยสามารถแบ่ง ประเภท ตามประโยชน์ใช้สอย ได้ดังนี้ สถานที่ราชการ อาคารพาณิชย์ คฤหาสน์ ของคหบดี และศาลเจ้า

สถานที่ราชการ

สำหรับสถานที่ราชการนั้น ที่โดยเด่นที่สุดก็คือ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต และศาลจังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันถือเป็นมรดก ทางวัฒนธรรมของจังหวัด ที่สมควรอนุรักษ์ไว้ ศาลากลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นอาคารสองชั้น ในรูปแบบ ไม้กึ่งปูน ได้รับการออกแบบโดยนายช่างชาวอิตาเลียน ถือเป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กหลังแรกในสยาม ก่อสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ช่วงที่ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต
ศาลจังหวัดภูเก็ต เป็นอาคารแบบตะวันตกยุคหลัง สร้างราวปลายรัชกาลที่ 8 ซึ่งนักล่าอาณานิคม ชาวตะวันตก หมดอิทธิพลแล้ว แต่ก็ยังพอมองเห็นเค้า ของหน้าบัน ที่พยายามเลียนแบบหน้าบัน ของศิลปะบาโรค ทว่าตัดทอน รายละเอียดต่างๆ ไปมาก

อาคารพาณิชย์
อาคารพาณิชย์ในภูเก็ตนิยม สร้างแบบด้านหน้าแคบแต่ตัวบ้านลึก อันเป็นอิทธิพล จากการที่ดัตช์เรียกเก็บภาษี ตามขนาดความกว้าง ของหน้าอาคาร ที่ติดกับถนน ในกลุ่มประเทศอาณานิคม เช่น สิงคโปร์

อาคารพาณิชย์ สถาปัตยกรรม ชิโนโปรตุกิส สามารถหาชมได้ในตัวเมืองภูเก็ต คือ บริเวณถนนพังงา กระบี่ ดีบุก ถลาง และเยาวราช เป็นอาคารกึ่งแนวร้านค้า และที่อยู่อาศัย (เตี่ยมฉู่) ในช่วงหลังนิยม ก่อสร้างให้มีรูปแบบ ของอาคารพาณิชย์ เต็มรูปแบบมากขึ้น มีการขยายช่องโค้งของซุ้มประตู-หน้าต่างให้กว้างขึ้น พร้อมกับนำเสาคู่ มาใช้ประโยชน์ และเพิ่มความสามารถ ในการรองรับน้ำหนัก ให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความสูงเป็นสามชั้น

คฤหาสน์ของคหบดี หรือ อั่งม้อหลาว
ในภูเก็ตยังมีคฤหาสน์ หลังงามของ บรรดาเศรษฐีนายหัวเหมืองแร่ ของภูเก็ต ซึ่งยังเหลืออยู่ ในปัจจุบันอีกนับสิบหลัง ทั้งใน และนอกตัวเมือง คฤหาสน์ แบบฝรั่งนี้ ภาษาจีนฮกเกี้ยนเรียกว่า ?อั่งม้อหลาว? (อั่งม้อ-แปลว่าฝรั่ง หรือชาวต่างชาติ, หลาว-แปลว่า ตึกคอนกรีต) ในสังคมภูเก็ต ใครได้อยู่ อั่งม้อหลาว ก็หมายความว่าคนนั้นอยู่ในฐานะ เศรษฐีทีเดียว
คฤหาสน์ หรืออั่งม้อหลาว เป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกิส คือ มีการผสมผสานระหว่างศิลปะ และความเชื่อแบบจีน กับการออกแบบ แนวตะวันตก เช่น การตกแต่งหัวเสา ด้วยลายปูนปั้นรูปค้างคาว นกพิราบ หรือก้อนเมฆ ตามคตินิยมจีน เป็นต้น

อั่งม้อหลาวที่อยู่ในตัวเมืองภูเก็ต ที่ยังคงความงาม ทางด้านสถาปัตยกรรม เช่น อั่งม้อหลาวของหลวงอนุภาษภูเก็ตการ, หลวงอำนาจนรารักษ์, พระอร่ามสาครเขต, ยูสูท โสดาบรรล์ ฯลฯ โดยในปัจจุบัน อั่งม้อหลาวบางแห่ง ก็ประกาศขาย หรือให้เช่า บางแห่งก็แปรรูป เป็นร้านอาหาร หรือโรงเรียน และบางแห่งก็เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยว สามารถติดต่อขอเข้าชมได้

ศาลเจ้า

ในภูเก็ตมีศาลเจ้าหลายแห่งด้วยกัน ส่วนใหญ่เป็นศาล ที่ประดิษฐาน เทพเจ้าที่คนจีน แต่ละตระกูลเคารพศรัทธา ซึ่งได้รับการบำรุงรักษา และอนุรักษ์ไว้ให้ ชนรุ่นหลังได้เคารพบูชา และมีโอกาสศึกษา เกี่ยวกับ ศิลปวัฒนธรรม เช่น ศาลเจ้าแสงธรรม หรืออ๊ามเต่งก้องต๋อง ซึ่งตั้งอยู่บน ถนนพังงา ในตัวเทศบาลเมือง ซึ่งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ ของชาวจีน ?แซ่ตัน? ในภูเก็ต ตัวอาคารเป็นรูปแบบ เก๋งจีน หลังคาประดับ ด้วยปูนปั้นรูปมังกรคู่ เล่นลูกไฟ หรือที่เรียกว่าไข่มุกมังกร ตกแต่งด้วย ตุ๊กตารูปขุนพล หรือเซียน และรูปดอกไม้ใบไม้ ที่ใช้กระเบื้อง หรือเครื่องถ้วยชามตัดแปะ ให้มีสีสันสวยงาม (โมเสก) ส่วนภายในเป็นที่ประดิษฐาน เทพเจ้าต่างๆ เช่น เจ้าแม่กวนอิม หรือปุดจ้อ โดยมีอ๋องซุนต่ายเป็นเทพประธาน นอกจากนี้ยังมีภาพจิตรกรรม ฝาผนังอีกด้วย (เป็นเรื่องราวของซิยินกุ้ย-อดีตชาติ ของเทพอ๋องซุนต่ายส่าย บรรพบุรุษแซ่ตัน และภาพวาดของ จูแซเหนี่ยวเหนียว)

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




...........................................................................

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: