Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 มิถุนายน, 2562, 22:58:41

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความเชื่อ และ การประดับ ตกแต่งอาคารบ้านเรือน ในจังหวัด ภูเก็ต  (อ่าน 2499 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
กระต่าย
คนบ้านเดียวกัน
ผู้ช่วยผู้จัดการ
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,024
สมาชิกลำดับที่ 1178
แพ้...ชนะ....อยู่ที่ใจ...



| |

« เมื่อ: 14 พฤษภาคม, 2552, 10:29:25 »

ความเชื่อ และ การประดับ ตกแต่งอาคารบ้านเรือน จังหวัด ภูเก็ต

กระจกรูปวงรี
กระจกรูปวงรีหรือรูปไข่ หมายถึงคันฉ่อง มักมีการนำมาประดับตามประตูบ้าน เนื่องจากเป็นหนึ่ง ในมงคลแปดประการตามคติจีน

ไข่มุกมังกร
ไข่มุกมังกร หรือลูกปัดมังกร คือลูกแก้วสุกใสส่องประกายเจิดจ้ายามค่ำคืน เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ หรือเศียรของพระพุทธเจ้า (มักประดับอยู่บนหลังคาศาลเจ้า)

ดอกพุดตาล
เป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ร่ำรวยมียศศักดิ์

ผลท้อ
เป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืน

ภาพตัวอักษรซิ่ว(เขียนในวงกลม)หมายถึงความยั่งยืนความสมหวัง หรือความสมหวังที่ยั่งยืน เพราะซิ่วคืออักษรแห่งความยั่งยืน ส่วนวงกลมมีความหมายถึงความสมบูรณ์ สมหวัง

ดอกบัว
ดอกบัว หมายถึงความปรองดอง มีความหมายว่าให้มีบุตรในเร็ววัน เนื่องจากดอกบัวนั้น ผลิดอกและออกผลในเวลาเดียวกัน

มังกร
ชาวจีนเชื่อว่า มังกรเป็นสัตว์วิเศษชนิดหนึ่ง ที่สามารถขจัดภูตผีปีศาจ และสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้

เสือ
เสือ มีความหมายในการขจัดสิ่งชั่วร้าย เนื่องจากเสือเป็นสัตว์ที่ทรงพลังอำนาจ

หงส์
ชาวจีนเชื่อว่าหงส์เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุข และสันติ เพราะหงส์จะปรากฏตัว เมื่อประเทศชาติมีความสงบสุข

กิเลน
กิเลนเป็นสัตว์วิเศษที่ชาวจีนเชื่อว่าสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายได้เช่นกัน และเมื่อกิเลน และหงส์มาอยู่คู่กัน ก็จะเป็นมหามงคลยิ่ง

สิงโต
สิงโตเป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่ง ที่เชื่อว่าสามารถขจัดสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ได้ จึงนิยมทำประดับตามหัวเสา บานประตู หรือตั้งไว้เป็นคู่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าบ้าน และศาลเจ้า

ค้างคาว
ค้างคาวเป็นสัญลักษณ์ แทนโชคลาภ หากเป็นค้างคาวสองตัว ก็หมายถึงโชคคู่

ลับแล
เป็นฉากกั้นที่แกะสลักลายมงคลต่างๆ เช่น รูปดอกบัวอันหมายถึงให้มีความปรองดอง หรือเพื่อเป็นการอวยพรให้มีบุตรในเร็ววันก็ได้ เนื่องจากดอกบัวนั้น ผลิดอกและออกผล ในเวลาเดียวกัน หรือแกะสลักเป็นรูปคันฉ่อง หรือ วงรีอันเป็นหนึ่งในมงคลแปดประการของจีน

ผ้าฉาย
ชาวภูเก็ตนิยมแขวนผ้าฉาย หรือผ้าแดงเหนือประตูบ้าน เมื่อมีงานหรือเทศกาลมงคลต่างๆ เช่น ช่วงเทศกาลตรุษจีน งานแต่งงาน หรือใช้คลุมโต๊ะ ที่ตั้งเครื่องบูชาตอนไหว้เจ้า โดยผ้าแดงนี้โดยมาก มักปักเป็นรูปเซียนทั้งแปด และประดับด้วยลูกปัดอย่างสวยงาม

หง่อคาขี่
หง่อคาขี่หรืออาเขต คือ ซุ้มโค้งทางเดินหน้าตึกแถว ซึ่งเป็นศิลปะแบบดัตช์ โดยมีขนาด ความกว้างประมาณ 5 ฟุต (ได้รับอิทธิพล จากกฎหมาย ของอังกฤษที่บังคับใช้ ในประเทศ อาณานิคม เช่น สิงคโปร์ โดยบังคับให้เจ้าของตึก เหลือทางเดินสาธารณะไว้ 5 ฟุต)

ฉิมแจ้
ที่ภูเก็ตมักมีการสร้างบ่อน้ำ อย่างน้อยบ้านละหนึ่งบ่อ ในบริเวณช่องเปิดโล่ง หรือสกายไลท์ หรือที่เรียกว่าฉิมแจ้ ให้แสง และลม สามารถผ่านเข้ามาในบ้านได้ นอกจากทำให้ บ้านเย็นสบายแล้ว ลมและฝน ยังเป็นสัญลักษณ์ของเงินทอง ที่ไหลเข้าบ้านอีกด้วย ซึ่งฉิมแจ้นี้จะสร้างให้ลดระดับต่ำกว่าพื้นบ้านราว 1 ฟุต

ศาลเจ้าที่
แต่เดิมบ้านในภูเก็ตทุกหลัง จะมีศาลเจ้าที่ มีลักษณะเหมือนหิ้งขนาดเล็ก สีแดง อยู่บริเวณหน้าบ้าน และจะมีการกราบไหว้ ทุกเช้า ซึ่งคนภูเก็ต นิยมใช้สับปะรดไหว้บูชา

ตั๊ว-หน้าพระ
ชาวภูเก็ตส่วนใหญ่ นิยมตั้งโต๊ะบูชาไว้ในส่วนหน้าของบ้าน หรือตามร้านค้า ไม่ว่ายากดี มีจนเพียงใด ภายในบ้านทุกบ้านต้องมี ?ตั๊ว? หรือโต๊ะบูชาเทพเจ้า ที่คนในสายตระกูล นับถือต่อๆ กันมา โดยเทพที่นิยมนับถือกันมาก ในหมู่ชาวจีน ในภูเก็ต คือ กวนอู กวนอิม ปุนเถ้าก๋ง โจวซือกง เฮียนเที้ยน หรือ เจ้าพ่อเสือ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




...........................................................................

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: