คลังเผยบุหรี่ปรับขึ้นภาษีเต็มเพดาน

(1/1)

max:
คลังเผยบุหรี่ปรับขึ้นภาษีเต็มเพดาน
 
คมชัดลึก :ราคาขายปลีกต่อซองขึ้นอีก 11-16 บาท คาดสร้างรายได้เข้ารัฐเพิ่มปีละ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนน้ำมันเพิ่มอีก 2 บาทต่อลิตร
 ขณะที่บรรยากาศร้านเหล้า-เบียร์ ยอดขายหด ศุลกากรภาคใต้สั่งคุมเข้มลักลอบนำเข้าเหล้า-เบียร์


 หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติปรับขึ้นภาษีสุราและเบียร์เต็มเพดาน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 24.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ทำให้บรรยากาศที่ร้านขายส่งไม่คึกคักเท่าที่ควร และพบว่าหลายร้านสุราและเบียร์ขาดตลาด

 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รมช.คลัง กล่าวว่า จากความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องรายได้รัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลจึงได้เสนอ
ร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันและภาษีสรรพสามิตบุหรี่เพิ่มเติม ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติในหลักการ
ขยายเพดานการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันและภาษีสรรพสามิตบุหรี่เพิ่มเติมแล้ว โดยภาษีสรรพสามิตน้ำมันจะขยายเพดานจัดเก็บไปถึง
 10 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันเพดานจัดเก็บอยู่ที่ 5 บาทต่อลิตร และจัดเก็บเต็มอัตราแล้วในส่วนของน้ำมันเบนซิน 95 และ 91 ส่วนดีเซล
เพดานจัดเก็บอยู่ที่ 4 บาทต่อลิตร แต่จัดเก็บขณะนี้ที่ 3.30 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม อัตราที่จะจัดเก็บจริงจะยังไม่จัดเก็บเต็มเพดาน
โดยเบนซินคาดจะจัดเก็บเพิ่ม 2 บาทต่อลิตร จะมีผลเพิ่มรายได้ให้รัฐต่อปี 5-5.5 หมื่นล้านบาท

 "แม้ว่าอัตราภาษีน้ำมันจะเพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 5 บาท แต่ในการจัดเก็บจริงจะให้มีผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้อยที่สุด ซึ่งเบื้องต้นได้ประสาน
ไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อใช้กลไกกองทุนน้ำมันเข้ามาช่วยเหลือ แต่จะออกมาในรูปแบบช่วยจ่ายเต็มหรือแบ่งครึ่งกับผู้ใช้รถในส่วนของ
ราคาที่เพิ่มขึ้นมา เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนน้ำมันจะเป็นผู้พิจารณา" นพ.พฤฒิชัยกล่าว

 ขณะที่ภาษีสรรพสามิตบุหรี่จะขยายเพดานจัดเก็บตามมูลค่าที่อัตราไปถึง 90% จากปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่ 80% ซึ่งคาดอัตราภาษีใหม่
จะอยู่ที่ 85% โดยจะมีผลให้ราคาบุหรี่ต่อซองปรับเพิ่มประมาณ 11-16 บาท ซึ่งบุหรี่ไทย เช่น สายฝน กรองทิพย์ กรุงทอง
ปรับเพิ่มขึ้นซองละ 11 บาท โดยราคาปัจจุบันอยู่ที่ซองละ 45 บาท เสียภาษีอยู่ที่ 23.92 บาทต่อซอง จากอัตราใหม่จะทำให้ราคาขึ้นไป
ที่ซองละ 56 บาท และเสียภาษีซองละ 34.92 บาท ส่วนบุหรี่นอก เช่น แอลเอ็มจะปรับเพิ่มซองละ 12 บาท และมาร์ลโบโรจะปรับเพิ่ม
ซองละ 16 บาท จากราคาปัจจุบันอยู่ที่ซองละ 65 บาท เสียภาษีที่ซองละ 32.68 บาท อัตราใหม่จะทำให้ราคาปรับเพิ่มเป็นซองละ 81 บาท
 และเสียภาษีซองละ 48.60 บาท คาดจะสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่รัฐปีละ 2 หมื่นล้านบาท

 "กฎหมายที่เสนอให้ปรับเพิ่มภาษีน้ำมันและบุหรี่จะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะนำมาใช้จริง ซึ่งระหว่างนี้ได้สั่งการให้
กรมสรรพสามิตเข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันการกักตุนสินค้า แต่โดยปกติกรมจะมีข้อมูลการซื้อแสตมป์บุหรี่จากโรงงานผลิตอยู่แล้ว
ดังนั้นจึงคาดว่าไม่น่าจะกักตุนได้มาก ทั้งนี้การออกกฎหมายครั้งนี้เข้มงวดเฉพาะสินค้าบาปแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ส่งเสริมให้ประชาชน
ลุ่มหลงมัวเมากับเหล้ายา สอดคล้องไปกับต้องการลดงบการให้บริการสาธารณสุขที่ต่อปีต้องใช้เพื่อดูแลผู้ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ถึง 1.5 แสนล้านบาท"
นพ.พฤฒิชัยกล่าว

 นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตเหล้า
 และเตรียมขยายเพดานปรับภาษีบุหรี่ ภาษีดังกล่าวไม่น่าจะกระทบต่อประชาชนทั่วไป แต่จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยรายได้ปีนี้
ส่วนการขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันยังไม่แน่ชัดว่าจะประกาศเมื่อไหร่ แต่รัฐบาลต้องพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนด้วย หากจำเป็นต้องขึ้นภาษี
น่าจะทยอยปรับเพื่อลดผลกระทบ

 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว ปัจจุบันภาคธุรกิจได้รับผลกระทบ จากคำสั่งซื้อที่ลดลงอยู่แล้ว
 การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะยิ่งทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้า การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันลิตรละ 2 บาท
 ถือว่าสูงมาก รัฐบาลควรมีมาตรการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง เช่น ประมง

 ด้านนายอนุชิต จุรีเกษ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่มีการประกาศ
ปรับราคาสินค้าแต่อย่างใด และยังไม่ทราบเวลาที่ชัดเจน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนธุรกิจ
 สินค้าในสต็อก รวมทั้งสถานการณ์กำลังซื้อในตลาดด้วย คงต้องใช้เวลาในการพิจารณาอีกระยะหนึ่ง

ยี่ปั๊วเหล้า ยอดขายลด
 
 ที่ร้านกุ้งเทรดดิ้ง ร้ายขายส่งสุรา เบียร์ ในเขต อ.เมือง จ.อุดรธานี มีลูกค้ามาซื้อเหล้า-เบียร์ บางตา เจ้าหน้าที่การเงินของร้านบอกว่า
วันนี้มีลูกค้าสั่งซื้อน้อยลง จากเดิมที่มียอดขายวันละ 5 แสน บาท แต่ในวันนี้ขายได้เพียง 1 แสนบาทเท่านั้น และจากการสอบถามลูกค้า
ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่าจะรอให้ราคานิ่งก่อน เพราะยังไม่ทราบว่าจะปรับราคาขึ้นเท่าไหร่แน่

 ขณะที่เจ้าของร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.สุริยวงค์ ต.หายยา อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า  ทันทีที่รัฐบาลประกาศปรับภาษีเหล้า-เบียร์
ทำให้ยอดขายของร้านลดลงแม้จะยังขายเหล้า-เบียร์ ในราคาเดิม เพราะยี่ปั๊วยังตัดสต็อกให้ในราคาเดิม แต่ลดโควตาลงจากที่เคยขายให้ครั้งละ
 10 ลัง เหลือ 5 ลัง คาดว่ายี่ปั๊วน่าจะปรับราคาขายส่งภายในวันสองวันนี้ และคงต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะปรับราคาขึ้นได้เท่าไหร่ ถ้าขึ้นราคา
สูงเกินไปจะมีผลต่อยอดขาย ปัจจุบันขายเบียร์ได้กำไรเฉลี่ยขวดละ 3-4 บาทเท่านั้น

 นายอาคม สีหมนตรี ประชาชนใน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการขึ้นภาษีเหล้า เบียร์ มากนัก เพราะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
ชนิดหนึ่ง เมื่อราคาสูงขึ้นก็อาจจะลดปริมาณการดื่มลง หรือหันไปดื่มยี่ห้อที่ราคาไม่สูงนัก   

 ขณะที่ร้านเหล้าในกรุงเทพฯ นายพรชัย วิจิตรวงศ์ทอง เจ้าของร้านขายส่งสุรารายย่อย ตลาดอยู่เจริญ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
 ทางร้านได้ขายส่งสุราและเบียร์ไปในราคาเดิมจนหมด แต่ผู้แทนจำหน่ายรายใหญ่ไม่มาส่งสินค้าให้ ทำให้วันนี้ร้านค้าไม่มีสุราและเบียร์ขาย
 ส่วนการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสุราและเบียร์เต็มเพดานครั้งนี้ จะทำให้ราคาขายปลีกสูงขึ้นขวดละ 4-5 บาท คาดว่าปริมาณการบริโภคจะลดลง

  นายชาญชัย ชอบชื่นชม ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 1 เปิดเผยว่า หลังมีการปรับภาษีเหล้า-เบียร์ ก็ได้สั่งการให้ด่านศุลกากรทั้ง 16 แห่ง
โดยเฉพาะด่านชายแดนไทย-มาเลเซีย ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจค้น เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทเหล้า-เบียร์ จากประเทศเพื่อนบ้าน
เข้ามา เนื่องจากความแตกต่างของราคาหลังจากมีการปรับภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดแรงจูงใจของขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้า
ดังกล่าวเข้ามาในช่วงนี้

ขึ้นภาษีเหล้า-เบียร์ ทำให้คนไปกินเหล้าถูก

 นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมีมติให้ขึ้นอัตราภาษีสรรพสามิตนั้น เป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
 เพราะหากรัฐบาลและกรมสรรพสามิต ต้องการหาเงินเข้ารัฐ ก็น่าที่จะขึ้นภาษีในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ให้ส่วนแบ่งรายได้แก่รัฐในอัตราสูง เช่น
 สุรานำเข้า หรือเบียร์ แต่กลับขึ้นภาษีเหล้าขาว สุราปรุงพิเศษ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้คืนให้รัฐต่ำมาก ที่สำคัญบริษัทผู้นำเข้าสุราต่างประเทศก็จะหัน
ไปผลิตสุราราคาถูกที่มีเพดานภาษีต่ำ ทำให้กลุ่มเป้าหมายในการดื่มขยายวงกว้างขึ้น เพราะผู้บริโภคจะหันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ราคาถูก

 นพ.บัณฑิตกล่าวว่า ขณะนี้โครงสร้างรายรับภาษีสรรพสามิตสุราของประเทศไทย ปี 2551 รัฐบาลได้ภาษีสรรพสามิตสุรายอดรวม
 90,186 ล้านบาท จาก เบียร์ 53,369 บาท คิดเป็นร้อยละ 59 เหล้าขาว 11,605 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 13 เหล้าผสม 9,020 ล้านบาท
คิดเป็นร้อยละ 10 สุรานำเข้า 7,589 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.4 สุราพิเศษ ครอบคลุมบรั่นดี 6,151 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.8
สุราปรุงพิเศษ 198 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.2

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ