Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
02 กันยายน, 2557, 08:51:34

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พระที่นั่งวิมานเมฆ  (อ่าน 4173 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,978
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 10 พฤษภาคม, 2552, 15:43:04 »

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี





ประวัติ
พระที่นั่งวิมานเมฆเป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นพระที่นั่งถาวรองค์แรกในพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในพระราชวังดุสิต (ซึ่งในรัชสมัยของพระองค์เรียกว่า พระราชวังสวนดุสิต) ใน พ.ศ. 2444 โดยโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นที่เกาะสีชังเมื่อ พ.ศ. 2435 แต่ยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระราชโยธาเทพ (กร หงสกุล ต่อมาเป็นพระยาราชสงคราม) เป็นนายงานรื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์จากเกาะสีชังมาสร้างในสวนดุสิต และพระราชทานนามว่า "พระที่นั่งวิมานเมฆ"[1] และทรงวางศิลาฤกษ์พระที่นั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2443[2] โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงกำกับการออกแบบ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการเฉลิมพระที่นั่งวิมานเมฆ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2445[3]

พระที่นั่งวิมานเมฆสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก การก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2444 และได้เสด็จมาประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆ จนกระทั่งพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2445 สร้างเสร็จเรียบร้อยใน พ.ศ. 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถานเป็นการถาวร จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 และพระที่นั่งวิมานเมฆยังคงเป็นสถานที่ประทับของเจ้านายจนกระทั่งสิ้นรัชกาล เจ้านายฝ่ายในและข้าราชบริพารจึงได้กลับมาประทับที่พระบรมมหาราชวัง

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายาประทับที่พระที่นั่งวิมานเมฆใน พ.ศ. 2468 แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2468 สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชายา ก็ทรงย้ายออกจากพระที่นั่งวิมานเมฆ และจากนั้นมา พระที่นั่งวิมานเมฆก็มิได้เป็นพระราชฐานที่ประทับของเจ้านายอีก

ในรัชกาลปัจจุบัน พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นปีที่ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงขอพระบรมราชานุญาตซ่อมพระที่นั่งวิมานเมฆ เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันพระที่นั่งวิมานเมฆเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในความดูแลของสำนักพระราชวัง รวมทั้งหมู่พระตำหนักของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายในด้วย

ลักษณะขององค์พระที่นั่ง
พระที่นั่งองค์นี้ เป็นอาคารแบบวิตอเรีย ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมยุโรป ผสมกับไทยประยุกต์ องค์พระที่นั่งเป็นรูปอักษรตัวแอล (L) ในภาษาอังกฤษ ยาวด้านละ 60 เมตร สูง 20 เมตร เป็นอาคาร 3 ชั้น ยกเว้นตรงส่วนที่ประทับซึ่งมีรูปร่างเป็นแปดเหลี่ยม มี 4 ชั้น ชั้นล่างสุดก่ออิฐ ถือปูน ชั้นถัดขึ้นไปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหมดทาด้วยสีครีมอ่อนหลังคาสีแดง และหลังคาเป็นทรงไทยประยุกต์ มีลวดลายตามหน้าต่าง และช่องลมซึ่งฉลุเป็นลายที่เรียกว่าขนมปังขิง

สำหรับพระที่นั่งวิมานเมฆนี้จะแบ่งเป็นห้องชุดต่างๆ 5 สีด้วยกัน คือสีฟ้า เขียว ชมพู งาช้าง และสีลูกพีช (ชมพูอมส้ม) แต่ละห้องจะจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของรัชกาลที่ 5 รวมถึงเจ้านายชั้นสูง เช่น ห้องสีเขียว เป็นห้องเครื่องเงินจากประเทศจีน ส่วนชั้นสองเป็นห้องทรงงานของรัชกาลที่ 5 และห้องบนชั้นสามจะเป็นห้องบรรทม แต่ห้องที่งดงามที่สุดในพระที่นั่งวิมานเมฆเห็นจะเป็นห้องท้องพระโรง ที่มีบรรยากาศขรึมขลังอลังการมากที่สุด

บันทึกการเข้า




นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,978
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 10 พฤษภาคม, 2552, 15:46:48 »

รายละเอียดแหล่งท่องเที่ยว
 
    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ซึ่งปลูกไว้ที่เกาะสีชัง แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ มาปลูกใหม่ที่ สวนดุสิต และได้ทรงวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 30 สิงหาคม 2443 มาแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2444 รวมเวลาทั้งสิ้น7 เดือน พระที่นั่งวิมานเมฆ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในวัง สวนดุสิต นี้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงกำกับการออกแบบ มีน้ำล้อมรอบคล้ายกับตั้งอยู่กลางเกาะ มีคลองร่องไม้หอมอยู่ทางทิศตะวันออก คลองรางเงินอยู่ทางทิศตะวันตก อ่างหยกอยู่ทางทิศใต้ และคลองคาบแผ่นกระจกอยู่ทางทิศเหนือ น้ำจะมีสีเขียวเหมือนหยก ซึ่งเกิดโดยธรรมชาติ อาคารสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เป็นรูปตัว L คือสร้างเป็นรูปสองแฉกตั้งฉากกัน ด้านทิศใต้ขนานกับอ่างหยก ด้านทิศตะวันออกขนานกับคลองร่องไม้หอม แต่ละด้านยาว 60 เมตร เป็นอาคารสามชั้น ยกเว้นส่วนที่ประทับ ซึ่งเรียกว่า "แปดเหลี่ยม" นั้นสร้างเป็นสี่ชั้น ชั้นที่อยู่ติดดิน ก่อด้วยอิฐ ส่วนที่อยู่เหนือขึ้นมาเป็นเรือนไม้ มีห้องทั้งสิ้นจำนวน 31 ห้อง ส่วนกว้างที่สุดวัดได้ 35 เมตร ส่วนกว้างทั่วไป 15 เมตร ส่วนสูงวัดถึงเพดานชั้นสี่ สูง 20 เมตร หากวัดถึงยอดปลายแหลมของหลังคาได้ 25 เมตร ที่ปลายสุดด้านขนานกับอ่างหยก ทางทิศติดคลองรางเงินนั้น มีโรงเฟิน เป็นเรือนต้นไม้ สำหรับพระราชวัง ดุสิต ภายในมีน้ำพุ มีอัฒจันทร์ 3 แห่ง ด้านทิศตะวันออก จากพระที่นั่งอภิเษก ดุสิต ข้ามคลองร่องไม้หอมมา ตรงไปจรดอัฒจันทร์ ทางขึ้น พระที่นั่งวิมานเมฆ ทางเดินปูด้วยหินขนาดใหญ่ ด้านทิศใต้ ตรงข้ามกับเรือนต้น ซึ่งตั้งอยู่อีกด้านหนึ่งของอ่างหยก และบริเวณ "แปดเหลี่ยม" มีอัฒจันทร์ขนาดใหญ่ ยื่นออกไปเป็นมุขศาลาท่าน้ำ ที่ริมอ่างหยก
    ในปี พ.ศ. 2525 ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ครบรอบ 200 ปี สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงสำรวจพบว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ยังอยู่ในสภาพดี มีศิลปวัตถุ ตลอดจนภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ประดับอยู่เป็นจำนวนมาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ซ่อมแซมโดยรักษาสภาพเดิมไว้ให้ได้ดีที่สุด และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้นเมื่อเสร็จ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2525
    ในปัจจุบัน องค์พระที่นั่งชั้นสอง จัดแสดงเครื่องเงินฝีมือประณีต ในแบบต่างๆ เครื่องลายครามนานาชนิด รวมทั้งชุด จ.ป.ร. ที่สวยงาม เครื่องถมปัด ธารพระกร เครื่องกระเบื้อง ตลอดจนงาช้าง และเขาสัตว์ที่ทรงสะสมไว้ ชั้นสาม จัดแสดงเครื่องแก้วเจียระไน เครื่องเบญจรงค์ เครื่องของเล่นขนาดเล็ก เครื่องลายคราม เครื่องถม ตลอดจน ได้จัดตกแต่งท้องพระโรง ห้องทรงพระอักษร ห้องเสวย และหมู่ห้องไทยไว้อย่างพร้อมมูลด้วย ชั้นสี่ จัดเป็นหมู่ห้องพระบรรรทม ประกอบด้วยห้องสำคัญ 4 ห้อง คือห้องทรงงาน ห้องพระบรรทม ห้องแต่งพระองค์ และห้องสรง ทุกๆ ห้องได้จัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยทรงในอดีตสมัย

 
สินค้า 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ (OTOP)
 
    หุ่นกระบอกจิ๋ว ปั้นจากดินญี่ปุ่นเป็นรูปตัวละครในวรรณคดีไทยหลายๆ เรื่อง มีการตัดเย็บเสื้อผ้าอย่างงดงาม เหมาะเป็นของที่ระลึก 1 ชุดมี 2 ตัว บรรจุในกล่องใส กว้าง 12 เซนติเมตร ยาว 26 เซนติเมตร สูง 23 เซนติเมตร ผลงานการสร้างสรรค์ของกลุ่มซุ้มสะบันงา แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา 
 
การเดินทาง
 
    อยู่ในเขตพระราชวังดุสิตหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ประตูหน้าที่จำหน่ายบัตรอยู่ด้านถนนราชวิถีใกล้กับแยกถนนพิชัย

ข้อมูลการติดต่อ
 
    สำนักพระราชวัง โทรศัพท์ 0 2628 6300 สำนักงาน ททท. ถนนราชดำเนินนอก โทรศัพท์ 0 2282 9775 และ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเที่ยว ( Call Center) 1147
 
ข้อแนะนำ
 
    เปิดให้ชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 - 16.00 นาฬิกา อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 75 บาท เด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา และนักบวช 20 บาท ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในอาคาร

 
บันทึกการเข้า

นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,978
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 10 พฤษภาคม, 2552, 15:48:05 »

พระที่นั่งวิมานเมฆ เป็นพระที่นั่งเรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นภายในพระราชวังดุสิต เมื่อปีพุทธศักราช 2443 เพื่อใช้ประทับแรมในวันที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจ และได้ถูกปิดร้างหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ศิลปวัตถุ และประวัติศาสตร์ ซึ่งประมาณค่ามิได้ของพระที่นั่งองค์นี้ ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บูรณะซ่อมแซมพระที่นั่งวิมานเมฆ เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ประชาชนได้เข้าชมเป็นครั้งแรก ในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2525

     ในการบูรณะพระที่นั่งวิมานเมฆนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ดำเนินการซ่อมโดยรักษาสภาพเดิมของพระที่นั่งไว้ให้มากที่สุด โดยได้พระราชทานคำแนะนำและพระราชวินิจฉัยในเรื่องการจัดแต่งซ่อมแซมที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทรงทำความสะอาดเครื่องเรือนบางชิ้นด้วยพระองค์เองและพระราชทานเครื่องใช้ส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น ชุดลายครามอักษรย่อพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. และพระราชอาสน์ เป็นต้น มาไว้ในพระที่นั่งวิมานเมฆด้วย สำหรับพระราชดำริในการบูรณะพระที่นั่งวิมานเมฆนี้ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ วันที่ 29 กรกฎาคม 2525 ดังนี้

     ?...ตอนนี้ต่างประเทศนิยมไม้มาก เพราะว่าไม้นี่หายากเข้าทุกที แล้วนี่เป็นไม้สักซึ่งเป็นผลผลิตในเมืองไทยแท้ ๆ เป็นของไทยแท้ ๆ แล้วใหญ่ที่หนึ่งของโลก ใหญ่มากทีเดียว เพราะว่าไม่เคยเห็นพิพิธภัณฑ์ที่ไหนจะเป็นไม้ทั้งหลัง แล้วที่ใหญ่โตมโหฬารอย่างนี้ ก็คิดว่าอาจจะนำเงินเข้าปะเทศไทยได้...?

     นอกจาก พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งโปรดให้บูรณะและเปิดให้ประชาชนเข้าชม ศิลปวัตถุและศิลปสถาน อันมีค่าของชาติแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระราชานุญาต ให้ประชาชนเข้าชมพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นศิลปะผสมระหว่างไทยกับยุโรป ภายในพระที่นั่งตกแต่งด้วยศิลปวัตถุมีทั้งของไทยและของต่างประเทศ ซึ่งจัดได้อย่างกลมกลืนน่าชมยิ่ง รวมทั้ง พระที่นั่งอภิเษกดุสิต ซึ่งเป็นพระที่นั่งไม้ชั้นเดียวหลังยาว อยู่ตรงด้านหน้าพระที่นั่งวิมานเมฆ ภายในพระราชวังดุสิต สร้างเมื่อปีพุทธศักราช 2446 ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดเป็น พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพถาวร เพื่อตั้งแสดงเครื่องหัตถกรรมย่านลิเภา เครื่องไม้ เครื่องจักสาน เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเงินเครื่องทอง ผ้าไหม งานและงานประดิษฐ์อื่นของ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ

พระที่นั่งวิมานเมฆเป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่งดงามประณีตและได้รับอิทธิพลการก่อสร้างแบบตะวันตก องค์พระที่นั่งเป็นรูปตัวแอล ในภาษาอังกฤษคือสร้างเป็นรูปสองแฉกตั้งฉากกัน แต่ละด้านยาว 60 เมตร สูง 20 เมตร เป็นอาคาร 3 ชั้นเฉพาะส่วนที่ประทับซึ่งเรียกว่า "แปดเหลี่ยม" มี 4 ชั้น ชั้นล่างสุดก่ออิฐถือปูน ชั้นถัดขึ้นไปสร้างด้วยไม้สักทองทั้งหมด มีห้องจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 31 ห้อง การจัดแสดงบางห้องยังคงลักษณะบรรยากาศในอดีตไว้ เช่น ห้องพระบรรทม ห้องท้องพระโรง และห้องสรง เป็นต้น บางห้องจัดแสดงศิลปวัตถุแยกตามประเภท เช่น ห้องจัดแสดงเครื่องเงิน ห้องจัดแสดงเครื่องกระเบื้องลายคราม ห้องจัดแสดงเครื่องแก้วเจียระไน และห้องจัดแสดงเครื่องงา เป็นต้นปัจจุบันโปรดเกล้า ฯ ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมพระที่นั่งแห่งนี้ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.30 น. - 15.15 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงนาฏศิลป์ไทย วันละ 2 รอบ เวลา 10.30 น. - 14.00 น. อีกด้วย

บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: