Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
20 เมษายน, 2557, 22:54:16

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ผักเหลียงชุมพร  (อ่าน 6423 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 11 เมษายน, 2551, 22:31:20 »




ผู้เขียนเป็นคนนิยมอาหารไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารตามท้องถิ่น ที่ชอบมากๆ เห็นทีจะเป็นขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้เพราะถึงเครื่อง รสจัดจ้าน พร้อมมันกลมกล่อมผสมผสานกันบอกไม่ถูก ติดใจก็ตรงบรรดาผักเหนาะหรือผักที่ใช้แนมกับขนมจีนน้ำยานั่นแหละครับ สารพัดผัก ครบเครื่องเรื่องโภชนาการจริงๆ

ลงไปทางกระบี่ ตรัง พังงา ภูเก็ต ผู้เขียนไม่ค่อยพลาดที่จะลิ้มลองขนมจีนน้ำยาแถบนั้น ขนมจีนน้ำยาแถวกรุงเทพฯ จะกินร้านไหน ดูเหมือนรสชาติจะไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ แต่ขนมจีนน้ำยาปักษ์ใต้ รสชาติเอร็ดอร่อยแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ชอบที่สุดเห็นจะเป็นน้ำยากระบี่ ที่มักจะบริการผักเหนาะสารพัด ตั้งแต่ผักบ้าน ผักป่า ทั้งล้มลุกยืนต้น ไล่เรียงไปจนถึงสาหร่ายทะเลนั่นเลย มีผักเหนาะอยู่ชนิดหนึ่งใบยาวเรียวคลับคล้ายใบชะมวงกึ่งผักแต้ว แต่ใบเป็นมันมากกว่า เอามากินสดๆ จะมีรสชาติมันอมฝาด หากเอามาต้มหรือลวกแล้วรสชาติจะออกมันๆ ดูลักษณะใบให้ดีอาจคลับคล้าย ใบยางพารา เมื่อครั้งที่ผู้เขียนยังไม่รู้จักผักชนิดนี้ มีคนบอกว่า นี่คือใบมะกอกป่า แต่ครั้นรู้จักผักมากขึ้น ก็รู้ว่าไม่ใช่

คนกระบี่เรียกผักชนิดนี้ว่า "ผักเหมียง" มีคนใต้บางคนบอกว่าหากผู้คนภาคอื่น ได้มีโอกาสลิ้มลองผักเหมียงมากขึ้น อาจจะหลงเสน่ห์ปักษ์ใต้เอาได้ง่ายๆ เรื่องอย่างนี้คงไม่จำเป็นต้องเถียง เพราะผู้เขียนได้ลองมาแล้ว ยอมรับเลยว่าผักเหมียงเป็นเสน่ห์ของภาคใต้จริงๆ

สัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนมีโอกาสไปบรรยายเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โรงพยาบาลจังหวัดชุมพร นั่งเครื่องบินไปลงที่สุราษฎร์ จากนั้นนั่งรถต่ออีกสักสองชั่วโมงก็เข้าชุมพร น้องเภสัชกร จากโรงพยาบาลชุมพรสองคน ไปรับผู้เขียนมีเด็กหนุ่มขับรถกระบะมิตซูใหม่เอี่ยมเป็นสารถี นั่งรถสองชั่วโมงได้พูดได้คุยกับน้องๆ น่ารักจากโรงพยาบาลชุมพร จึงได้รู้เรื่องดีๆ ของชุมพรมากมาย

เข้าชุมพรก็ค่ำแล้ว น้องๆ พาผู้เขียนไปรับประทานอาหารทะเลที่ปากน้ำชุมพร ร้านอาหารริมทะเลชื่อภราดร อาหารมื้อแรกที่ชุมพรพอจะทำให้จินตนาการไปได้เลยครับว่า เมืองนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารจริงๆ สารพันผักสดๆ แนมน้ำพริกกุ้งเสียบ ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย ทำเอาผู้เขียนอึ้งไปเลยกับความเอร็ดอร่อย

ติดอกติดใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นผักใบธรรมดาที่ผัดน้ำมันกับไข่ เป็นอาหารพื้นๆ ที่ผู้เขียนเติมแล้วเติมอีก อาหารเย็นมื้อนั้นเราพูดคุยวนเวียนอยู่กับเรื่องผักผัดไข่ มากกว่าที่จะพูดถึงอาหารทะเลเลิศรสชนิดอื่น น้องเภสัชกรที่ชื่อนกกับหมอน บอกผู้เขียนว่า ผักที่ว่านี้คือ "ผักเหลียง" มีปลูกกันอยู่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้ แต่น้องๆ ยืนยันว่า อร่อยที่สุดเห็นทีจะเป็นผักเหลียงชุมพรนี่แหละ ผักเหลียงชุมพรที่ทำเอาผู้เขียนยิ่งอึ้งหนัก ไปกับความอร่อยนี้ภายหลังจึงได้รู้ว่าเป็นผักชนิดเดียวกับผักเหมียงที่กล่าวถึงตอนต้นนั่นแหละครับ ทางพังงา ภูเก็ต กระบี่เรียกว่า ผักเหมียง สุราษฎร์ญฯเรียกว่า ผักเขรียง ทางชุมพร ระนอง ประจวบฯ เรียกว่าผักเหลียง น้องๆ บอกว่าเขานิยมเอามาผัดไข่ หรือจิ้มน้ำพริก หลายบ้านนิยมเอามาทำแกงเลียง คำว่าผักเหลียงจึงน่าจะมีชื่อแปลงมาจากผักทำแกงเหลียงหรือแกงเลียงนี่แหละ

ผักเหลียง เป็นไม้พุ่มยืนต้น มักพบขึ้นตามเนินเขาหรือที่ราบทั่วไป เพื่อนผู้เขียนที่กระบี่เคยบอกว่าผักเหมียงหรือผักเหลียง หากจะให้ใบมันอร่อยมากขึ้น ไม่กระด้างจนเกินไปต้องปลูกในที่ร่มอย่างเช่นปลูกแซมในสวนยางพารา หรือสวนปาล์มที่เป็นเกษตรกรรมหลักของทางภาคใต้

ต้นเหลียงมักไม่ใคร่มีศัตรูพืชมากนัก ไม่โดนแมลงหรือเชื้อรารบกวน กินผักเหลียงจึงพอจะมั่นใจได้ว่าจะปลอดจากสารพิษ อันที่จริงผักจากไม้ยืนต้นส่วนใหญ่ ก็มักจะปลอดสารพิษอยู่แล้ว เมื่อได้เจอะเจอผักเหลียงรสอร่อย อีกทั้งยังปลอดสารพิษขนานแท้ จึงอยากจะแนะนำต่อๆ กันว่าผักประเภทผักเหลียงหรือผักเหมียงนี่แหละ น่าจะเหมาะที่สุดในการขึ้นโต๊ะ

ผักเหลียงเอามาผัดไข่ได้อร่อย เอามาทำแกงเลียงได้รสชาติกลมกล่อม แกงส้มใส่กุ้ง หรือจะเอาไปทำห่อหมก แกงจืด หรือทำผักเหนาะแนมขนมจีน ทำได้ทั้งนั้น จะเอามาดัดแปลงทำแกงเผ็ดก็อร่อย ราคาไม่แพงเลยเมื่อได้ไปเห็นผักเหลียงวางขายในตลาด เป็นกำๆ ละ 7-12 บาท เทียบกับผักที่ไม่ปลอดสารพิษในกรุงเทพฯแล้ว ผักเหลียงทั้งปลอดภัย ทั้งอร่อยทั้งประหยัดมากกว่า

เสียดายที่หาผักเหลียงในกรุงเทพฯได้ยาก จึงน่าจะมีใครสักคนที่หาหนทางนำผักอร่อยเหล่านี้ มาเผยแพร่ทางภาคกลางหรือภาคเหนือบ้าง นับวันคนกรุงเทพฯก็นับจะกินผักน้อยลง ในขณะที่อาหารการกินในภาคใต้ ร่ำรวยไปด้วยพืชผักสารพัด

ผักเหลียงอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีนที่ต้องถือว่าเป็นสารต้านออกซิเดชั่นที่สำคัญ ทั้งยังเป็นสารตั้งต้นสร้างวิตามินเออีกด้วย มีข้อมูลออกมาจากภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่า ผักเหลียงร้อยกรัมหรือหนึ่งขีดไม่รวมก้าน ให้เบต้าแคโรทีน สูงถึง 1,089 ไมโครกรัมหน่วยเรตินัล สูงกว่าผักบุ้งจีนสามเท่า มากกว่าผักบุ้งไทย 5-10 เท่า

ผักเหลียงมีเบต้าแคโรทีนมากกว่าใบตำลึงเสียด้วยซ้ำ ผักที่ถือว่า เป็นสุดยอดของแหล่งเบต้าแคโรทีนคือแครอท ก็ไม่ได้มีเบต้าแคโรทีนมากไปกว่าผักเหลียงเลย เบต้าแคโรทีนเป็นสารสีส้ม แต่กลับมองไม่เห็นสีส้มในผักเหลียงก็เพราะมันถูกสีเขียว ของใบผักปกปิดไว้จนหมด กินผักเหลียงจึงให้ทั้งคุณค่าของเบต้าแคโรทีนและสารพฤกษเคมีจากผักใบ

ผักเหลียงยังให้คุณค่าของแคลเซียมและฟอสฟอรัสช่วยบำรุงกระดูก สารพัดคุณค่าโภชนาการอย่างนี้ เห็นทีจะต้องช่วยกันสนับสนุนการบริโภคผักเหลียงกันให้มากขึ้นแล้วละครับ นิยมบริโภคกันมากๆ ผู้เขียนจะได้มีโอกาสพบผักเหลียงตามตลาดใกล้บ้านมากขึ้น ที่กล่าวอย่างนี้ไม่ใช่เพราะรังเกียจที่จะไปชุมพรเลย

ชุมพรเมืองน่ารัก น้ำใจคนงดงามอย่างนั้น แม้จะต้องขับรถไปเองสัก 6-7 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯ ผู้เขียนก็ยอมทำอยู่แล้ว เพราะถึงวันนี้ยังรักและซาบซึ้งน้ำใจคนชุมพรไม่หาย
ดร.วินัย ดะห์ลัน
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: