Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 กรกฎาคม, 2561, 03:53:59

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พุทธสุภาษิต - พุทธศาสนสุภาษิต  (อ่าน 51361 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:19:31 »

พุทธสุภาษิต - พุทธศาสนสุภาษิต   ที่มาจาก http://www.fungdham.com



สุภาษิต แปลว่า  ถ้อยคำที่กล่าวไว้ดี (สุ=ดี,  ภาษิต=กล่าว) สามารถนำมาเป็นคติ   ยึดถือเป็นหลักใจได้

พุทธศาสนสุภาษิต  หมายถึง ถ้อยคำดีๆ ในพระพุทธศาสนา  แต่มิได้หมายความเฉพาะคำที่พระพุทธองค์ตรัสไว้เท่านั้น แม้สุภาษิตแทบทั้งหมดจะเป็นพระพุทธพจน์ก็ตาม

เช่น ถ้าเป็นภาษิตพระสัมมาสัมพุทธตรัสเอง เรียกว่า พุทธภาษิต / พุทธสุภาษิต (หรือ พระพุทธพจน์)   ถ้าพระโพธิสัตว์ กล่าวเรียกว่า โพธิสัตว์ภาษิต    ถ้าพระสาวกกล่าว ก็เรียกว่า เถรภาษิต บ้าง สาวกภาษิต บ้าง     แม้แต่คำที่เทวดากล่าว และพระพุทธองค์ได้ตรัสรับรองว่าดีด้วยการตรัสคำนั้นซ้ำ  เรียกว่า เทวดาภาษิต เป็นต้น

วิธีอ่านภาษาบาลี

คำในภาษาบาลี เมื่อนำมาเขียนถ่ายทอดเป็นภาษาไทยแล้ว จะมีลักษณะที่ควรสังเกตประกอบการอ่าน ดังนี้

๑. ตัวอักษรทุกตัวที่ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่บนหรือล่าง และไม่มีสระใดๆ กำกับไว้
ให้อ่านอักษรนั้นมีเสียง "อะ" ทุกตัว เช่น


     อรหโต อ่านว่า อะ-ระ-หะ-โต
     ภควา อ่านว่า ภะ-คะ-วา
     นมามิ อ่านว่า นะ-มา-มิ
     โลกวิทู อ่านว่า โล-กะ-วิ-ทู

๒. เมื่อตัวอักษรใดมีเครื่องหมาย  ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้
แสดงว่าอักษรนั้นเป็นตัวสะกดของอักษรที่อยู่ข้างหน้า ผสมกันแล้วให้อ่านเหมือนเสียง อะ+(ตัวสะกด) นั้น เช่น


     สมฺมา (สะ+ม = สัม) อ่านว่า สัม-มา
     สงฺโฆ (สะ+ง = สัง) อ่านว่า สัง-โฆ

ยกเว้นในกรณีที่พยัญชนะตัวหน้ามีเครื่องหมายสระกำกับอยู่แล้ว
ก็ให้อ่านรวมกันตามตัวสะกดนั้น เช่น


     พุทฺโธ        อ่านว่า พุท-โธ
     พุทฺธสฺส     อ่านว่า พุท-ธัส-สะ
     สนฺทิฏฺฺฺฺ ฺฐิโย อ่านว่า สัน-ทิฏ-ฐิ-โย
     ปาหุเนยฺโย  อ่านว่า ปา-หุ-เนย-โย

๓. เมื่ออักษรใดมีเครื่องหมาย  ํ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนตัวอักษร
ให้อ่านให้เหมือนอักษรนั้นมีไม้หันอากาศและสะกดด้วยตัว "ง" เช่น


     อรหํ     อ่านว่า อะ-ระ-หัง
     สงฺฆํ     อ่านว่า สัง-ฆัง
     ธมฺมํ     อ่านว่า ธัม-มัง
     สรณํ    อ่านว่า สะ-ระ-นัง
     อญฺญํ   อ่านว่า อัญ-ญัง

แต่ถ้าตัวอักษรนั้นมีทั้งเครื่องหมาย  ํ (นฤคหิต) อยู่ข้างบนและมีสระอื่นกำกับอยู่ด้วย
ก็ให้อ่านออกเสียงตามสระที่กำกับ + ง (ตัวสะกด) เช่น


     พาหุํํํํ ํํ อ่านว่า พา-หุง

๔. เมื่ออักษรใดเป็นตัวนำแต่มีเครื่องหมาย ฺ (พินทุ) อยู่ข้างใต้ด้วย
ขอให้อ่านออกเสียง "อะ" ของอักษรนั้นเพียงครึ่งเสียงควบไปกับอักษรตัวตาม เช่น


     สฺวากฺขาโต อ่านว่า สะหวาก-ขา-โต


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:21:47 »

พุทธศาสนสุภาษิต : พระราชา

ราชา รฏฺฐสฺส ปญฺญาณํ
พระราชาเป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น

ราชา มุขํ นุสฺสสานํ
พระราชาเป็นประมุขของประชาชน

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ โหตุ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก
ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข

กุทฺธํ อปฺปฏิกุชฺฌนฺโต ราชา รฏฺฐสฺส ปูชิโต
พระราชาผู้ไม่กริ้วตอบผู้โกรธ ราษฎรก็บูชา

สนฺนทฺโธ ขตฺติโย ตปติ
พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องรบย่อมสง่า

ขตฺติโย เสฏฺโฐ ชเนตสฺมิง เย โคตฺตปฏิสาริโน
พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่ชนผู้รังเกียจด้วยสกุล
           
พุทธศาสนสุภาษิต : สิ่งที่เป็นการยาก

กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ
ความได้เป็นมนุษย์เป็นการยาก

กิจฺฉํ มจฺจาน ชีวิตํ
ความเป็นอยู่ของสัตว์เป็นการยาก

กิจฺฉํ สทฺธมฺมสฺสวนํ
การฟังธรรมของสัตบุรุษเป็นการยาก

กิจฺโฉ พุทฺธานมุปฺปาโท
ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้เป็นการยาก

ทุลฺลภํ ทสฺสนํ โหติ สมฺพุทฺธานํ อภิณฺหโส
การเห็นพระพุทธเจ้าเนืองๆ เป็นการหาได้ยาก

พุทธศาสนสุภาษิต : ทรัพย์และอนิจจัง


น จาปิ วิตฺเตน ชรํ วิหนฺติ
กำจัดความแก่ด้วยทรัพย์ไม่ได้

น ทีฆมายุง ลภเต ธเนน
คนไม่ได้อายุยืนเพราะทรัพย์

สพฺเพ ว นิกฺขิปิสฺสนฺติ ภูตา โลเก สมุสฺสยํ
สัตว์ทั้งปวง จักทอดทิ้งร่างไว้ในโลก

อฑฺฒา เจว ทฬิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุปรายนา
ทั้งคนมีทั้งคนจน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า

อปฺปกญฺจิทํ ชีวตมาหุธีรา
ปราชญ์กล่าวว่าชีวิตนี้น้อยนัก

น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา
ความผัดเพื่อนกับมฤตยู อันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย

ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา

ภิยฺโย จ กาเม อภิปตฺถยนฺติ
ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป

ชรูปนีตสฺส น สนฺติ ตาณา
เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ไม่มีผู้ป้องกัน

น มิยฺยมานสฺส ภวนฺติ ตาณา
เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน

น มิยฺยามานํ ธมฺมนฺเวติ กิญฺจิ
ทรัพย์สักนิดก็ติดตามคนตายไปไม่ได้

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา
สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง

ขโณ โว มา อุปจฺจคา
ขณะอย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย

อติปตฺติ วโย ขโณ ตเถว
วัยย่อมผ้านพ้นไปเหมือนขณะทีเดียว

กาโล ฆสติ ภูตานิ สพฺพาเนว สหตฺตนา
กาลเวลาย่อมกินสรรพสัตว์กับทั้งตัวมันเอง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความโกรธ

โกธํ ฆตฺวา น โสจติ
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมไม่เศร้าโศก

โกโธ สตฺถมลํ โลเก
ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก

โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ
ฆ่าความโกรธได้แล้วย่อมอยู่เป็นสุข
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความทุกข์

ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก
ความจนเป็นทุกข์ในโลก

อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก
การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก

ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา
เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา
สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:27:41 »

พุทธศาสนสุภาษิต : สหาย

อตฺถมฺหิ ชาตมฺหิ สุขา สหายา
เมื่อความต้องการเกิดขึ้น สหายเป็นผู้นำสุขมาให้

สเจ ลเภถ นิปกํ สหายํ จเรยฺย เตนตฺตมโน สติมา
ถ้าได้สหายผู้รอบคอบพึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา

ปาปมิตฺโต ปาปสโข ปาปอาจารโคจโร
มีมิตรเลว มีเพื่อนเลว ย่อมมีมรรยาทและมีที่เที่ยวเลว

นตฺถิ พาเล สหายตา
ความเป็นสหาย ไม่มีในคนพาล

ภริยา ปรมา สขา
ภริยาเป็นเพื่อนสนิท, ภรรยาเป็นสหายอย่างยิ่ง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : มลทิน

อสชฺฌายมลา มนฺตา
มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน

อนุฏฺฐานมลา ฆรา
เหย้าเรือนมีความไม่หมั่นเป็นมลทิน

มลํ วณฺณสฺส โกสชฺชํ
ความเกียจค้านเป็นมลทินแห่งผิวพรรณ

มลิตฺถิยา ทุจฺจริตํ
ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : บริสุทธิ์

สุทฺธิ อสุทฺธิ ปจฺจตฺตํ
ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์มีเฉพาะตัว

นาญฺโญ อญฺญํ วิโสธเย
ผู้อื่นพึงทำให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้

สุทฺธสฺส สุจิกมฺมสฺส สทา สมฺปชฺชเต วตํ
พรตของผู้บริสุทธิ์มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : การชนะ

สพฺพรติง ธมฺมรติ ชินาติ
ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ
ความสิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

น หิ ชิตํ สาธุ ชิตํ ยํ ชิตํ อวชิยฺยติ
ความชนะที่ไม่กลับแพ้เป็นดี

อสาธุง สาธุนา ชิเน
พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดีของตน

ชิเน กทริยํ ทาเนน
พึงชนะคนตระหนี่ ด้วยการให้

สจฺเจนาลิกวาทินํ
พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง
 
พุทธศาสนสุภาษิต : หว่านพืชเช่นใด ได้ผลเช่นนั้น

อคฺคสฺส ทาตา ลภเต ปุนคฺคํ
ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก

มนาปทายี ลภเต มนาปํ
ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ

เสฏฺฐนฺทโท เสฏฺฐมุเปติ ฐานํ
ผู้ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ

ททโต ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ
บุญของผู้ให้ย่อมเจริญ

ทเทยฺย ปุรโส ทานํ
คนควรให้ทาน

ปุญฺญมากงฺขมานานํ สงฺโฆ เว ยชตํ มุขํ
พระสงฆ์นั้นแล เป็นประมุขของเหล่าชนผู้จำนงบุญบูชาอยู่
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ผู้ครองเรือน

ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา
เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้ฯ

อนุฏฺฐานมลา ฆรา
เหย้าเรือนมีความไม่หมั่น เป็นมลทินฯ

โภคา สนฺนิจฺจยํ ยนฺติ วมฺมิโก วุปจียติ
โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกำลังก่อขึ้นฯ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ภรรยา

ภตฺตา ปุญฺญาณมิตฺถิยา
ภัสดาเป็นสง่าของสตรีฯ

ภตฺตารํ นาติมญฺญติ
ภรรยาดี ไม่ดูหมิ่นภัสดา

ภตฺตุ ฉนฺทวสานุคา
ภรรยาย่อมคล้อยตามอำนาจแห่งความพอใจของภัสดา

ภตฺตุญฺจ ครุโน สพฺเพ ปฏิปูเชติ ปณฺฑิตา
ภรรยาผู้ฉลาดย่อมนับถือภัสดาและคนควรเคารพทั้งปวง

ภตฺตุมนา ปญฺจรติ
ภรรยาดีย่อมประพฤติเป็นที่พอใจของภัสดา

สมฺภตํ อนุรกฺขติ
ภรรยาดีย่อมคอยรักษาทรัพย์ที่ภัสดาหามาได้ไว้

สุสํวิหิตกมฺมนฺตา
ภรรยาดีเป็นผู้จัดทำการงานดี

สุสฺสูสา เสฏฺฐา ภริยานํ
บรรดาภิรยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
 
พุทธศาสนสุภาษิต : วาจา

หทยสฺส สทิสี วาจา
วาจาเช่นเดียวกับใจ

โวหาเรน โสเจยฺยํ เวทิตพฺพํ
ความเป็นผู้สะอาด พึงทราบได้ด้วยถ้อยคำสำนวน

ทุฏฺฐสฺส ผรุสวาจา
คนโกรธมีวาจาหยาบคาย

มุตฺวา ตปฺปติ ปาปิกํ
คนเปล่งวาจาชั่วย่อมทำตนให้เดือดร้อน

อภูตวาที นิรยํ อุเปติ
คนพูดไม่จริง ย่อมเข้าถึงนรก

สณฺหํ คิรํ อตฺถาวหํ ปมุญฺจ
ควรเปล่งวาจาให้ไพเราะที่มีประโยชน์

ตเมว วาจํ ภาเสยฺย ยายตฺตานํ น ตาปเย
ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน

น หิ มุญฺเจยฺย ปาปิกํ
ไม่ควรเปล่งวาจาชั่วเลย

สํโวหาเรน โสเจยฺยํ กลฺยาณิง
ควรเปล่งวาจางาม ให้เป็นที่พอใจฯ

วาจํ มุญฺเจยฺย กลฺยาณิง
ควรเปล่งวาจางาม

โมกฺโข กลฺยาณิกา สาธุ
เปล่งวาจางาม ยังประโยชน์ให้สำเร็จ

มนุญฺญเมว ภาเสยฺย
ควรกล่าวแต่วาจาที่น่าพอใจ

นามนุญฺญํ กุทาจนํ
ในกาลไหนๆ ไม่ควรกล่าววาจาไม่น่าพอใจ

วาจํ ปมุญฺเจ กุสลํ นาติเวลํ
ไม่ควรกล่าววาจาที่ดี ให้เกินกาล
 
พุทธศาสนสุภาษิต : ความกตัญญูและพรหมวิหาร

หิริโอตฺตปฺ ปิยญฺเญว โลกํ ปาเลติ สาธุกํ
หิริและโอตตับปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี

โลโกปตฺถมฺภิกา เมตฺตา
เมตตาเป็นเครื่องค้ำจุนโลก

อรติ โลกนาสิกา
ความริษยาเป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย

มหาปุริสภาวสฺส ลกฺขณํ กรุณาสโห
อัชฌาศัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณาเป็นลักษณะของความเป็นมหาบุรุษ

นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา
ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายแห่งคนดี

สพฺพญฺเจ ปฐวิง ทชฺชา เนว นํ อภิราธเย
ถึงแม้ให้แผ่นดินทั้งหมดก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้
 
พุทธศาสนสุภาษิต : คนชั่วกับลาภสักการะ

หนฺติ โภคา ทุมฺเมธํ
โภคทรัพย์ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ
สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย
 
พุทธศาสนสุภาษิต : การงาน

อกิลาสุ วินฺเท หทยสฺส สนฺติง
คนไม่เกียจคร้าน พึงได้รับความสงบใจ

สุทสฺสํ วชฺชมญฺเญสํ อตฺตโน ปน ทุทฺทสํ
ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก

อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว
ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนหนุ่มผู้ทอดทิ้งการงาน

นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา
ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนโง่ผู้มัวถือฤกษ์อยู่
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:32:08 »

พุทธสุภาษิต  ทั้งหมด 1517 สุภาษิตนี้ ซึ่งจัดทำและเผยแพร่โดยธรรมสภา ผมและทีมงานได้พิมพ์และจัดทำลงใน ไฟล์ Excel เพื่อให้ผู้ใฝ่ธรรมทุกท่าน        
สามารถนำไปจัดทำเป็นฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่ได้ต่อไป หรือนำไปเก็บไว้เพื่อเป็นประโยชน์พัฒนาธรรมส่วนตัวก็ตามความต้องการครับ      
ตอนจัดพิมพ์ และอ่านซ้ำผมมีความซาบซึ้งและได้ประโยชน์เป็นอันมาก จึงอยากที่จะแบ่งปันให้ผู้สนใจทุกท่านด้วย ว่าง ๆ ก็แวะมาที่ kusol.com อีกนะครับ      
ขอให้ทุกท่านเจริญรุ่งเรืองยิ่งในธรรม และ ช่วยกันนำธรรมะที่ดีงามมาสู่สังคมไทยเราให้มาก ๆ นะครับ      

หมวดธรรมเบื้องต้น

1   ตนเป็นที่พึ่งของตน
2   ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
3   คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้
4   คนโง่ คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
5   ชนะตนนั่นแหละประเสริฐกว่า
6   พูดอย่างไร ทำได้อย่างนั้น
7   คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
8   การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
9   บัณฑิตย่อมฝึกตน
10   ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
11   จงเตือนตน   ด้วยตนเอง
12   ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบไม่มี
13   บิดามารดา เป็นบูรพาจารย์ของบุตร
14   คนเห็นแก่ตัว เป็นคนสกปรก
15   ความมีสติป้องกันความเลวร้ายได้
16   คนโกรธย่อมฆ่าได้แม้มารดาของตน
17   ฟังด้วยดี ย่อมได้ปัญญา
18   เมื่อคบคนดีกว่าตน ตนเองก็ดีขึ้นมาทันที
19   อยู่ร่วมกับคนชั่ว ย่อมมีแต่ความทุกข์
20   คนเกียจคร้าน ย่อมไม่พบความสุข
21   สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
22             ความเป็นเพื่อนไม่มีในคนพาล
23   ผู้ฝึกตนได้เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์
24   พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
25   วาจาของคน ย่อมส่องเห็นน้ำใจ
26   ปราชญ์ว่า มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาประเสริฐที่สุด
27   ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย
28   ผู้ให้ย่อมผูกมิตรไว้ได้
29   ถ้าจะทำ ก็ควรทำให้จริง
30   ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
31   ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
32   ความชั่วเมื่อทำแล้ว ย่อมเดือนร้อนภายหลัง
33   คนล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร
34   บิดามารดาเป็นพรหมของบุตร
35            คบคนดี ย่อมเจริญขึ้น
36   ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้
37            ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี
38   ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะย่อมนำสุขมาให้
39   การไม่คบคนชั่วเป็นมิตร เป็นมงคลอันอุดมยิ่ง
40   ความอดทน นำสุขมาให้
41   กินคนเดียว ย่อมไม่ได้ความสุข
42   เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก (กรมพระยาวชิรญาณวโรรส)
43   พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต พึ่งสละ ทั้งทรัพย์ อวัยวะ และ ชีวิต เพื่อรักษาธรรม(ความถูกต้อง)



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #4 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:34:19 »

หมวดบุคคล

44   คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
45   ผู้มีความรู้ในทางที่ชั่ว เป็นผู้เสื่อม
46   ผู้มีความรู้ในทางที่ดี เป็นผู้เจริญ
47   พวกโจร เป็นเสนียดของโลก
48   ผู้เกลียดธรรม เป็นผู้เสื่อม
49   ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
50   สตรีเป็นมลทินของพรหมจรรย์
51   ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีความเคารพตนเอง
52   ควรทำแต่ความเจริญ อย่าเบียดเบียนผู้อื่น
53   ความสัตย์นั่นแล ดีกว่ารสทั้งหลาย
54   คนย่อมเป็นที่เกลียดชัง เพราะขอมาก
55   ผู้ถึงพร้อมด้วยองคคุณ หาได้ยาก
56   คนเมื่อโกรธแล้ว มักพูดมาก
57             คนเมื่อรักแล้ว มักพูดมาก
58   พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง
59   วิญญูชนตำหนิ ดีกว่าคนพาลสรรเสริญ
60   บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก
61   ความคุ้นเคย เป็นญาติอย่างยิ่ง
62   คำสัตย์แล เป็นวาจาไม่ตาย
63             บรรพชิตผู้ไม่สำรวม ไม่ดี
64   พระราชา เป็นเครื่องปรากฏของแว่นแคว้น
65   สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา
66   กวีเป็นที่อาศัยแห่งคาถาทั้งหลาย
67   สัตบุรุษ  ไม่ปราศรัยเพราะความได้กาม
68   ผู้ฟังมาก ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ
69   มีบางคนในโลกที่ยับยั้งการกระทำด้วยความละอาย
70   คนจะประเสริฐ ก็เพราะการกระทำ และ ความประพฤติ
71   อ่อนไป ก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไป ก็มีภัยเวร
72   คนได้เกียรติ เพราะความสัตย์
73   บัณฑิตย่อมรักษาอินทรีย์
74   พระมหากษัตริย์ทรงเครื่องรบ ย่อมสง่า
75   สมณะในศาสนานี้ ไม่เป็นข้าศึกในโลก
76   บัณฑิตย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง
77   ผู้ขอย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ถูกขอ
78   บุตรเป็นที่ตั้งของมนุษย์ทั้งหลาย
79   บัณฑิตมีความไม่เพ่งโทษผู้อื่นเป็นกำลัง
80   สมณะ  พึงตั้งอยู่ในภาวะแห่งสมณะ
81   คนมีปัญญาทราม ย่อมพร่าประโยชน์เสีย
82   ไม่ควรขอสิ่งที่รู้ว่าเป็นที่รักของเขา
83   ความสันโดษเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง
84   คนผู้มีสติ  มีความเจริญทุกเมื่อ
85   คนซื่อตรง  ไม่พูดคลาดความจริง
86   ผู้มีปัญญาย่อมไม่ขอเลย
87   คนมีสติ  ย่อมได้รับความสุข
88   สามีเป็นเครื่องปรากฎของสตรี
89   ผู้ไหว้  ย่อมได้รับการไหว้ตอบ
90   ผู้ทำสักการะ ย่อมได้รับการสักการะ
91   ไม่ควรดูหมิ่นลาภของตน
92   คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน
93   คนอ่อนแอ ก็ถูกเขาดูหมิ่น
94   มีญาติมาก ๆ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
95   สตรี เป็นสูงสุดแห่งสิ่งของทั้งหลาย
96   ผู้รักษา  ควรมีสติรักษา
97   ได้สิ่งใด  พึงพอใจในสิ่งนั้น
98   สมณะ  พึงเป็นสมณะที่ดี
99   อสัตบุรุษ  ย่อมไปนรก
100   ผู้บูชา  ย่อมได้รับการบูชา
101   สติ เป็นธรรมเครื่องตื่นอยู่ในโลก
102   สติจำเป็นในที่ทั้งปวง
103   คนโง่  ไม่ควรเป็นผู้นำ
104   พระราชา  เป็นประมุขของประชาชน
105   ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม   ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ
106   อสัตบุรุษ  แม้นั่งอยู่ในที่นี้เองก็ไม่ปรากฎ     เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน
107   ฤษีทั้งหลาย  มีสุภาษิตเป็นธงชัย
108   ผู้ประกอบด้วยทมะ และ สัจจะนั้นแล     ควรครองผ้ากาสาวะ
109   พึงตามรักษาความสัตย์
110   สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
111   บรรดาภริยาทั้งหลาย  ภริยาผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
112   ปราชญ์  มีกำลังบริหารหมู่ให้ประโยชน์สำเร็จได้
113   ความสันโดษด้วยปัจจัยตามมีตามได้  นำสุขมาให้
114   คนมีปัญญาทราม  ย่อมแนะนำในทางที่ไม่ควรแนะนำ
115   พูดอย่างใด  พึงทำอย่างนั้น
116   ความสงัดของผู้สันโดษมีธรรมปรากฎ    เห็นอยู่  นำสุขมาให้
117   สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
118   ผู้สงบระงับ   ย่อมอยู่เป็นสุข
119   มารดา บิดา  ท่านว่าเป็นพรหมของบุตร
120   สัตบุรุษไม่ปราศรัยเพราะใคร่กาม
121           ผู้ถูกขอเมื่อไม่ให้สิ่งที่เขาขอ  ย่อมไม่เป็นที่รักของผู้ขอ
122   คนมีปัญญา  ย่อมไม่ประกอบในทางอันไม่ใช่ธุระ
123   บรรพชิตฆ่าผู้อื่น  เบียดเบียนผู้อื่น  ไม่เป็นสมณะเลย
124   คนโง่  มีกำลังบริหารหมู่ย่อมไม่สำเร็จประโยชน์
125   คนฉลาด  ย่อมละบาป
126   พึงประพฤติให้พอเหมาะพอดี
127   ผู้มุ่งประโยชน์โดยไร้อุบาย  ย่อมลำบากที่จะได้ประโยชน์นั้น
128   ชื่อว่าบัณฑิตย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
129   คนมีปัญญาทราม  ย่อมทำความประทุษร้าย
130   ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม   ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข
131   คนแข็งกระด้างก็มีเวร
132   กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหวนทวนลมได้
133   ท่านผู้เป็นที่พึ่ง   ย่อมประกอบด้วยกรุณายิ่งใหญ่
134   ภริยาผู้ฉลาด ย่อมนับถือสามี  และ คนที่ควรเคารพทั้งปวง
135   มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์ (ของบุตร)
136   ปราชญ์ได้โภคทรัพย์แล้ว  ย่อมสงเคราะห์ญาติ
137   สัตบุรุษได้ตั้งมั่นในความสัตย์ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม
138   ผู้ปราศจากทมะ และ สัจจะ ไม่ควรครองผ้ากาสาวะ
139   อสัตบุรุษย่อมไปนรก
140   คนมีปัญญาทราม  ย่อมประกอบการอันไม่ใช่ธุระ
141   ผู้มีความดีจงรักษาความดีของตนไว้
142   มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร
143   สาธุชนย่อมหลุดพ้นเพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น
144   ผู้กินคนเดียว ไม่ได้ความสุข
145   สัตบุรุษ ยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
146   สัตบุรุษย่อมปรากฏในที่ไกล  เหมือนภูเขาหิมพานต์
147   สัตบุรุษ  ย่อมขจรไปทั่วทุกทิศ
148   ในหมู่มนุษย์  ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
149   คนมีปัญญา  ย่อมแนะนำในทางที่ควรแนะนำ
150   บรรดาบุตรทั้งหลาย  บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
151   พระราชาจงรักษาประชาราษฎร์
152   พระมหากษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐสุด
153   คนโง่รู้สึกว่าตนโง่   จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง
154   บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์     ถือเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
155   บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล  ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟที่ส่องทางสว่าง
156   บุรุษจะเป็นบัณฑิตในทุกสถานก็หาไม่   สตรีคิดการได้ฉับไวก็เป็นบัณฑิต
157   ไม่พึงดูหมิ่นลาภของตน    ไม่ควรเที่ยวปรารถนาลาภของผู้อื่น       ภิกษุปรารถนาลาภของผู้อื่น  ย่อมไม่บรรลุสมาธิ
158   ถ้าท่านกลัวทุกข์   ถ้าท่านไม่รักทุกข์        ก็อย่าทำบาปกรรมทั้งในที่แจ้ง  ทั้งในที่ลับ
159   ผู้ใดเป็นผู้เยือกเย็น   ไม่มีอุปธิ   ไม่ติดในกาม       ผู้นั้นเป็นพราหมณ์  เป็นผู้ดับแล้ว  อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ
160   ชนเหล่าใดฉลาดในขนบธรรมเนียมโบราณ    และประกอบด้วยจารีตประเพณีดี    ชนเหล่านั้นย่อมไม่ไปสู่ทุคคติ
161   ผู้ใดจักไม่ทำตามโอวาทที่ผู้รู้ได้บอกแล้ว     ผู้นั้นจักถึงความย่อยยับ  เหมือนพ่อค้า    ถึงความย่อยยับเพราะพวกโจรสลัดฉะนั้น
162   ผู้ใดรีบในกาลที่ควรช้า    และ ช้าในกาลที่ควรรีบ     ผู้นั้นเป็นคนเขลา  ย่อมถึงทุกข์   เพราะการจัดทำโดยไม่แยบคาย
163   ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว  ละเสียได้  ด้วยกรรมดี   ผู้นั้นย่อมยังโลกนี้ให้สว่าง   เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
164   ผู้ใดช้าในการที่ควรช้า  และ รีบในการที่ควรรีบ    ผู้นั้นเป็นผู้ฉลาด  ย่อมถึงสุข    เพราะการจัดทำโดยแยบคาย
165   ผู้บรรลุธรรมอย่างสูงสุดไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง   ย่อมไม่เศร้าโศกในความตาย    เหมือนผู้ออกพ้นจากเรือนที่ถูกไฟใหม้
166   ผู้ใดเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม    บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้  เขาละไปแล้ว  ย่อมบันเทิงในสวรรค์
167   ผู้ใดไม่โกรธ  ไม่ผูกโกรธ  ไม่ลบหลู่      ถึงความหมดจด  มีทิฏฐิสมบูรณ์  มีปัญญา   พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ
168   ใคร่ครวญติ  คนฉลาดจะประพฤติไม่ขาด   ตั้งมั่นด้วยปัญญาและศีล ประดุจแท่งทองชมพูนุท
169   ผู้ใดยกย่องตน และดูหมิ่นผู้อื่น  เป็นคนเลว     เพราะการถือตัวเอง พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว
170   ผู้ใดไม่ฆ่าเอง  ไม่ให้ผู้อื่นฆ่า  ไม่ชนะเอง  ไม่ให้ผู้อื่นชนะ  ผู้นั้นชื่อว่ามีเมตตาต่อสัตว์ทั้งปวง  และ ไม่มีเวรกับใคร ๆ
171   ผู้ไม่โกรธ  ฝึกตนแล้ว  เป็นอยู่อย่างสม่ำเสมอ หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ  สงบระงับ และ คงที่  จะมีความโกรธมาแต่ไหน
172   มุนีเหล่าใด  เป็นผู้ไม่เบียดเบียน  สำรวมทางกายเป็นนิตย์  มุนีเหล่านั้น   ย่อมไปสู่สถานไม่จุติ  ที่ไปแล้วไม่ต้องเศร้าโศก
173   ผู้ใดตัดความข้องทั้งปวงแล้ว    บรรเทาความกระวนกระวายใจได้,     ผู้นั้นถึงความสงบใจ  เป็นผู้สงบระงับ   ย่อมอยู่เป็นสุข
174   ถ้าเป็นผู้มีอินทรีย์สมบูรณ์  สงบและยินดีในทางสงบแล้ว       จึงชื่อว่าชนะมาร  พร้อมทั้งพาหนะ  ทรงไว้ซึ่งกายอันมีในที่สุด
175   ผู้ที่มารดาบิดาเลี้ยงมาโดยยากอย่างนี้  ไม่บำรุงมารดาบิดา      ประพฤติผิดในมารดาบิดาย่อมเข้าถึงนรก
176   ความโกรธเกิดขึ้นแก่คนโง่เขลาไม่รู้แจ้ง     เพราะความแข่งดี  เขาย่อมถูกความโกรธนั้นแลเผา
177   ผู้ไม่สันโดษด้วยภริยาของตน  ย่อมซุกซนในหญิงแพศยา       และประทุษร้ายภริยาของคนอื่น      นั่นเป็นเหตุแห่งความเสื่อม
178   คนไม่มีโชค  มีศิลป์หรือไม่มีศิลป์ก็ตาม      ขวนขวายรวบรวมทรัพย์ใดไว้ได้เป็นอันมาก    ส่วนคนมีโชค  ย่อมบริโภคทรัพย์เหล่านั้น
179   ราคะ  โทสะ  และอวิชชา  อันผู้ใดหลุดพ้นแล้ว,  ผู้นั้นเป็นผู้คงที่  มีสายล่ามขาดแล้ว  ไม่มีเครื่องผูก  ย่อมไม่ติดในที่นั้น
180   นรชนผู้กำหนัดในกาม  ยินดีในกาม       หมกมุ่นในกาม    ทำบาปทั้งหลาย   ย่อมเข้าถึงทุคคติ
181   ผู้ใดมักโกรธ  ผูกโกรธไว้  ลบหลู่เขาด้วยความชั่ว    มีความเห็นวิบัติ   มีมายา   พึงรู้ว่าคนนั้นเป็นคนเลว
182   บัณฑิตทั้งหลายกล่าวถึงผู้นิ่งทางกาย   นิ่งทางวาจา   นิ่งทางใจ  ไม่มีอาสวะ   ถึงพร้อมด้วยปัญญา   ผู้ละสิ่งทั้งปวงได้  ว่าเป็นมุนี
183   บุคคลไม่ควรนิยมการกล่าวคำเท็จ   ไม่ควรทำความเสน่หาในรูปโฉม  ควรกำหนดรู้มานะ   และ ประพฤติงดเว้นจากความผลุนผลัน
184   บุรุษจะเป็นบัณฑิตในที่ทั้งปวงก็หาไม่,  แม้สตรีก็เป็นบัณฑิต มีปัญญาเฉียบแหลมในที่นั้น ๆ ได้เหมือนกัน
185   ผู้ตั้งใจประพฤติตนเป็นคนโสด   เขารู้กันว่าเป็นบัณฑิต,   ส่วนคนโง่ฝักใฝ่ในเมถุน  ย่อมเศร้าหมอง
186   คนเขลาคิดว่าเรามีบุตร  เรามีทรัพย์  เขาจึงเดือนร้อน   ที่แท้ตนของตนก็ไม่มี   จะมีบุตร  มีทรัพย์มาแต่ไหนเล่า
187   ผู้ใดไม่มีความอาลัย  รู้แล้ว  หาความสงสัยมิได้   เราเรียกผู้หยั่งลงสู่อมตะบรรลุประโยชน์แล้วนั้น ว่าเป็นพราหมณ์
188   คนเหล่าใดเขลา  มีปัญญาทราม       มีความคิดเลว  ถูกความหลงปกคลุม,    คนเช่นนั้น  ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น
189   บัณฑิตกล่าวถึงผู้มีกายสะอาด   มีวาจาสะอาด   มีใจสะอาด   ไม่มีอาสวะ   ถึงพร้อมด้วยความสะอาดล้างบาปแล้ว ท่านว่าเป็นผู้สะอาด
190   ท่านทั้งหลายจงดำเนินตามทางที่สร่างความเมา    บรรเทาความโศก  เปลื้องสงสาร  เป็นที่สิ้นทุกข์ทั้งปวง   โดยความเคารพ
191   ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล  คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน    แต่บาปให้ผลเมื่อใด  คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น
192   ผู้เป็นคนขัดเคืองเหนียวแน่น  ปรารถนาลามก  ตระหนี่  โอ้อวด  ไม่ละอาย   และ ไม่เกรงกลัวบาป  พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว
193   บัณฑิตไม่ศึกษา  เพราะอยากได้ลาภ,    ไม่ขุ่นเครือง   เพราะเสื่อมลาภ,    ไม่ยินดียินร้ายเพราะตัณหา  และ ไม่ติดในรสทั้งหลาย
194   เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก   ทำกรรมที่ทำได้ยาก,   อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้   เพราะธรรมของสัตบุรุษ  ยากทีอสัตบุรุษจะประพฤติตาม
195   บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่  เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่    แต่เป็นคนเลวเพราะการกระทำ  เป็นผู้ประเสริฐเพราะการกระทำ
196   คนเหล่าใด  อันเทวทูตตักเตือนแล้วยังประมาทอยู่   คนเหล่านั้นเข้าถึงกายอันเลว   ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
197   บัณฑิตขัดขวางโจรผู้นำของไป,  ส่วนสมณะนำไปย่อมเป็นที่รัก,   บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับสมณะผู้มาบ่อย ๆ
198   ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว  ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ,    เพราะการสงเคราะห์นั้น  เขาย่อมได้เกียรติ  ละไปแล้ว  ย่อมบันเทิงในสวรรค์
199   สัตบุรุษย่อมปรากฎได้ในที่ไกล  เหมือนภูเขาหิมพานต์   อสัตบุรุษถึงนั่งอยู่ในที่นี้ก็ไม่ปรากฎ   เหมือนกับลูกศรที่ยิงไปกลางคืน
200   ผู้ถูกมานะหลอกลวง  เศร้าหมองอยู่ในสังขาร    ถูกลาภและความเสื่อมย่ำยี   ย่อมไม่ลุถึงสมาธิ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #5 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:34:35 »

201   ผู้ใดเห็นศีล  ปัญญา  และสุตะ  ในตน,  ผู้นั้นย่อมประพฤติประโยชน์ตน และ ผู้อื่นทั้ง 2 ฝ่าย
202   ผู้ใดมีสติเฉพาะหน้า   เจริญเมตตาไม่มีประมาณ,    สังโยชน์ของผู้เห็นความสิ้นแห่งอุปธินั้นย่อมเบาบาง
203   ความปรารถนาลามก  ไม่ละอาย  ไม่เอื้อเฟื้อ  เพราะเหตุใด,     เขาย่อมสร้างบาป เพราะเหตุนั้น  เขาไปสู่อบายเพราะเหตุนั้น
204   ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร   ไปสู่แว้นแคว้น ตำบล  หรือ เมืองหลวงใด ๆ ก็ตาม  ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง
205   ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศึล    ยินดีในความสงบด้วยปัญญา ผู้มีปัญญาเหล่านั้น   เว้นไกลจากความชั่วแล้ว   ไม่ต้องเชื่อผู้อื่น
206   มารดาบิดา   ท่านว่าเป็นพรหม เป็นบูรพาจารย์  เป็นที่นับถือของบุตร  และเป็นผู้อนุเคราะห์บุตร
207   ผู้ใดมีความสัตย์  มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม  และมีความข่มใจ ผู้นั้นแลชื่อว่าผู้มีปัญญา หมดมลทิน  เขาเรียกท่านว่า  เถระ
208   กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย  มีทุกข์มาก    บัณฑิตรู้ดังนี้แล้ว  ไม่ใยดีในกามแม้เป็นทิพย์
209   ผู้ไม่ระเริงในอารมณ์ที่ชอบใจ   ไม่ประกอบในความดูหมิ่น  เป็นผู้ละเอียดเฉียบแหลม   ย่อมไม่เชื่อง่าย  ไม่หน่ายแหนง
210   สมณะภายนอกไม่มี,  สังขารเที่ยงไม่มี,   ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี,  เหมือนรอยเท้าในอากาศ
211   ผู้มีสติย่อมหลีกออก   ท่านไม่ยินดีในที่อยู่   ท่านย่อมละที่อยู่ได้  ดุจหงส์ละเปือกตมไปฉะนั้น
212   พระอรหันต์ทั้งหลาย  อยู่ในที่ใด  คือบ้านก็ตาม  ป่าก็ตาม  ที่ลุ่มก็ตาม  ที่ดอนก็ตาม   ที่นั้นย่อมเป็นภูมิน่ารื่นรมย์
213   คนทรามปัญญาได้ยศแล้ว   ย่อมประพฤติแต่การอันไม่เกิดคุณค่าแก่ตน    ปฏิบัติแต่ในทางที่เบียดเบียน ทั้งตน และ คนอื่น
214   เหตุอย่างหนึ่ง  ทำให้คนหนึ่งได้รับการสรรเสริญ  เหตุอย่างเดียวกันนั้น  ทำให้อีกคนหนึ่งได้รับการนินทา
215   แผ่นดินนี้ ไม่อาจทำให้เรียบเสมอกันทั้งหมด  ได้ฉันใด   มนุษย์ทั้งหลายจะทำให้เหมือนกันหมดทุกคนก็ไม่ได้ฉันนั้น
216   ผู้ใด  วิญญูชนพิจารณาดูอยู่ทุกวัน ๆ  แล้วกล่าวสรรเสริญ ผู้นั้น ใครเล่าจะควรติเตียนเขาได้
217   คนที่ถูกนินทาอย่างเดียว  หรือ ได้รับการสรรเสริญอย่างเดียว ไม่เคยมีมา  แล้วจักไม่มีต่อไป   ถึงในขณะนี้ก็ไม่มี
218   คนจะชื่อว่าเป็นผู้ใหญ่  เพียงเพราะมีผมหงอกก็หาไม่    ถึงวัยของเขาจะหง่อม  ก็เรียกว่าแก่เปล่า
219   สิ่งเดียวกันนั่นแหละดีสำหรับคนหนึ่ง  แต่เสียสำหรับอีกคนหนึ่ง  เพราะฉะนั้นสิ่งใด ๆ มิใช่ว่าจะดีไปทั้งหมด  และ ก็มิใช่จะเสียไปทั้งหมด
220   บุคคล   รู้แจ้งธรรมะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว  จากผู้ใด  พึงนอบน้อมผู้นั้นโดยเคารพ  เหมือนพราหมณ์นับถือการบูชาไฟ ฉะนั้น
221   ผู้มีปัญญาเหล่าใด  ขวนขวายในฌาน  ยินดีในความสงบ   อันเกิดจากเนกขัมมะ  เทวดาทั้งหลายก็พอใจ   ต่อผู้มีปัญญา  ผู้รู้ดีแล้ว  และ ผู้มีสติเหล่านั้น
222   ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบและไม่ประกอบตนในสิ่งที่ควรประกอบ ละประโยชน์เสียถือตามชอบใจ  ย่อมเป็นที่กระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนืองๆ
223  ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ มานะ และ มักขะ ให้ตกไป  เหมือนทำให้เมล็ดผักกาดตกจากปลายเหล็กแหลม, เราเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์
224   การบำเพ็ญประโยชน์โดยไม่ฉลาดในประโยชน์ จะนำความสุขมาให้ไม่ได้เลย  ผู้มีปัญญาทราม  ย่อมพร่าประโยชน์  ดุจลิงเฝ้าสวนฉะนั้น
225   บุคคลถึงความสำเร็จแล้ว(พระอรหันตผล)ไม่สะดุ้งปราศจากตัณหาไม่มีกิเลศเครื่องยั่วยวน  ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพได้แล้ว  ร่างกายนี้จึงชื่อว่ามีในที่สุด
226   กษัตริย์  พราหมณ์  แพศย์  ศูทร  จัณจาล   และ คนงานชั้นต่ำทั้งปวง  สงบเสงี่ยมแล้ว  ฝึกตนแล้ว  ก็ปรินิพพานเหมือนกันหมด
227   ผู้ดับกิเลสได้แล้วหมดความหวั่นไหวนั้นรู้ที่สุด ทั้ง 2 แล้ว  ย่อมไม่ติดในท่ามกลางด้วยปัญญา,เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นมหาบุรุษ  ผู้นั้นละตัณหาเครื่องเย็บร้อยใจในโลกนี้ได้แล้ว
228   ผู้ใดไม่มีความยึดถือว่าของเรา   ในนามรูปโดยประการทั้งปวง  และ ผู้ใดย่อมไม่เศร้าโศกเพราะนามรูปที่ไม่มีอยู่,   ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าภิกษุ
229   นรชนใดไม่เชื่อ (ตามเขาว่า)รู้จักพระนิพพานอันอะไร ๆ ทำไม่ได้ ตัดเงื่อนต่อได้มีโอกาสอันขจัดแล้ว และ คายความหวังแล้ว,  ผู้นั้นแล  เป็นบุรุษสูงสุด
230   ผู้ติดใจในการบริโภคกาม  ยินดีหมกมุ่นในกามทั้งหลาย  ย่อมไม่รู้สึกซึ่งความถลำตัว  เหมือนปลาถลันเข้าลอบที่เขาดักไว้ไม่รู้สึกตัว ฉะนั้น
231   ผู้ฉลาดหลักแหลมแสดงเหตุและไม่ใช้เหตุได้แจ่มแจ้งและคาดเห็นผลประจักษ์  ย่อมเปลี้องตน (จากทุกข์)  ได้ฉับพลัน อย่ากลัวเลย  เขาจักกลับมาได้
232   ภิกษุทั้งหลาย   เมื่อบุคคลระลึกถึงพระพุทธ  พระธรรม  และพระสงฆ์ อยู่อย่างนี้   ความกลัว  ความครั้นคร้าม ขนพองสยองเกล้าจักไม่มี
233   ผู้ใดละมานะ  มีตนตั้งมั่นดีแล้ว  มีใจดี  หลุดพ้นในที่ทั้งปวง   อยู่ในป่าคนเดียว  เป็นผู้ไม่ประมาท,    ผู้นั้นพึงข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยู
234  ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษ และ ของสัตบุรุษ  ทั้งภายในทั้งภายนอกมีเทวดา และ มนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง  ผู้นั้นจึงล่วงข่ายคือเครื่องข้องได้ และ เป็นมุนี
235   ภิกษุไม่ควรหวั่นไหวเพราะนินทา  ได้รับสรรเสริญ ก็ไม่ควรเหิมใจ พึงบรรเทาความโลภกับความตระหนี่  ความโกรธ  และ ความส่อเสียดเสีย
236   คนบางจำพวกเหล่าใดไม่สำรวมในกาม  ยังไม่ปราศจากราคะ  เป็นผู้บริโภคกามในโลกนี้,  คนเหล่านั้นถูกตัณหาครอบงำ  ลอยไปตามกระแส (ตัณหา) ต้องเป็นผู้เข้าถึงชาติชราร่ำไป
237   โจรผู้มีความชั่วถูกเขาจับได้ซึ่งหน้า  ย่อมเดือนร้อนเพราะกรรมของตนฉันใดประชาชนผู้มีความชั่วละไปแล้วย่อมเดือดร้อนเพราะกรรมของตนในโลกหน้าฉันนั้น
238   บัณฑิตละราคะ  โทสะ  และ โมหะ ทำลายสังโยชน์ได้แล้ว  ย่อมไม่หวาดเสียวในการสิ้นชีวิต,  พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรด  ฉะนั้น
239   เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัยนี้  ไม่เสพกามและบาป  พึงละกามพร้อมทั้งทุกข์ได้  ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส
240   บัณฑิตย่อมไม่ประพฤติกรรมชั่วเพราะเหตุแห่งสุขเพื่อตน,  สัตบุรุษอันทุกข์ถูกต้องแม้พลาดพลั้งไป  ก็ไม่ยอมละธรรม  เพราะฉันทาคติ  และ โทสาคติ
241   ผู้ฉลาดละเครื่องกั้นจิต 5 ประการ  กำจัดอุปกิเลสทั้งหมด ตัดรักและชังแล้ว  อันตัณหา และทิฏฐิอาศัยไม่ได้  พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรดฉะนั้น
242   เราคิดค้นหาทุกทิศแล้วก็ไม่พบผู้อื่นซึ่งเป็นที่รักยิ่งกว่าตนในที่ไหน ๆ ,  ถึงผู้อื่นก็มีตนเป็นที่รักมากอย่างนี้  เพราะฉะนั้นผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น
243   ผู้ไม่ละโมภ  ไม่อำพราง  ไม่กระหาย  ไม่ลบหลู่  ขจัดโมหะ  ดุจน้ำฝาดแล้ว ไม่มีความมุ่งหวัง  ครอบงำโลกทั้งหมด  ควรเที่ยวไปผู้เดียว  เหมือนนอแรด
244   ผู้ใดปราศจากการติดในกามทั้งปวงล่วงฌานอื่นได้แล้ว  อาศัยอากิญจัญญายตนฌาน น้อมใจไปในสัญญาวิโมกข์อันประเสริฐ  ผู้นั้นจะพึงอยู่ในอากิญจัญญานตนฌานนั้นไม่มีเสื่อม
245   เมื่อใดบัณฑิตรู้ว่าชรา และ มรณะเป็นทุกข์  กำหนดรู้ทุกข์  ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งปุถุขน  มีสติเพ่งพินิจอยู่  เมื่อนั้น  ย่อมไม่ประสบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น
246   คนใดมีท้องพร่อง  ย่อมทนความหิวได้  ผู้ฝึกตน  มีความเพียร  กินดื่มพอประมาณ  ไม่ทำบาป  เพราะอาหาร  ท่านเรียกคนนั้นแล  ว่าสมณะในโลก
247   ผู้มีปัญญานั้น  ย่อมเล็งเห็นกามคุณ เป็นของไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  และเป็นโรค,   ผู้เห็นอย่างนี้  ย่อมละความพอใจในกาม  อันเป็นทุกข์  เป็นภัยใหญ่ได้
248   บุคคลไม่ควรทำบาปซึ่งเป็นเครื่องกังวลในโลกทั้งปวง  ด้วยกาย วาจา  หรือด้วยใจ  มีสติสัมปชัญญะ  ละกามทั้งหลายได้แล้ว   ไม่ควรเสพทุกข์อันประกอบด้วยสิ่งที่ไร้ประโยชน์
249   ผู้ใดพิจารณาเห็นความยิ่งและหย่อนในโลกแล้ว ไม่มีความหวั่นไหวในอารมณ์ไหน ๆ ในโลก,  เรากล่าวว่า ผู้นั้นเป็นผู้สงบ  ไม่มีกิเลสดุจควันไฟ  ไม่มีทุกข์  ปราศจากตัณหา  ข้ามชาติชราได้
250   ผู้ติดในส่งที่ยึดถือว่าของเรา  ย่อมละความโศกเศร้า  ความรำพัน  และ ความตระหนี่ไม่ได้   เพราะฉะนั้น มุนีทั้งหลายผู้เห็นความปลอดภัย  จึงละความยึดถือไปได้
251   ผู้ใดระมัดระวังอินทรีย์เหล่านั้น  รู้จักอินทรีย์  6 ตั้งอยู่ในธรรมยินดีในความซื่อตรงและความอ่อนโยนล่วงกิเลสเครื่องข้องเสียได้ ละทุกข์ได้ทั้งหมด เที่ยวไป,  ผู้นั้นเป็นธีรชน  ย่อมไม่ติดในสิ่งที่เห็นแล้ว และได้ฟังแล้ว
252   ผู้ปราศจากราคะและกำจัดโทสะได้แล้วนั้นพึงเจริญเมตตาจิตไม่มีประมาณ  ผู้นั้นงดอาชญาในสัตว์ทั้งปวงแล้วไม่ถูกติเตียนย่อมเข้าถึงสถานอันประเสริฐ
253   คนผู้ตื่นขึ้นแล้ว  ย่อมไม่เห็นอารมณ์ อันประจวบด้วยความฝันฉันใด   คนผู้อยู่  ย่อมไม่เห็นชน  อันตนรักทำกาละล่วงไปแล้วฉันนั้น
254   ผู้ใดมีจิตคุ้มครองแล้ว  ฟังคำสอนของพระชินเจ้า   ผู้นั้นชื่อว่าให้อาสวะทั้งปวงสิ้นไป  ทำให้แจ้งซึ่งอกุปปธรรม,   บรรลุความสงบอย่างยิ่ง  ไม่มีอาสวะ  ย่อมดับสนิท
255   เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงย่อมต้องการคนกล้าหาญเมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น   ย่อมต้องการคนหนักแน่นเมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์   ย่อมต้องการคนที่รักเมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้งย่อมต้องการบัณฑิต
256   ขุมกำลังของคนพาล  คือการจ้องหาโทษของคนอื่น   ขุมกำลังของบัณฑิต  คือการไตร่ตรองโดยพินิจ
257   ผู้ครองเรือนขยันดีข้อหนึ่ง  มีโภคทรัพย์แล้วแบ่งปัน  ดีข้อสองถึงทีได้ผลสมหมายไม่มัวเมา  ดีข้อสามถึงคราวสูญเสียประโยชน์ไม่หมดกำลังใจ  ดีครบสี่
258   คฤหัสถ์ชาวบ้าน เกียจคร้านไม่ดี     บรรพชิตไม่สำรวมไม่ดี     ผู้ครองแผ่นดินไม่ใคร่ครวญก่อนทำไม่ดี   บัณฑิตมักโกรธ ไม่ดี
259   คนนั่งนิ่ง  เขาก็นินทา    คนพูดมาก  เขาก็นินทา   แม้แต่คนพูดพอประมาณ  เขาก็นินทา  คนไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
260   ผู้ใดใช้ทรัพย์จำนวนพันประกอบพิธีบูชาทุกเดือนสม่ำเสมอ ตลอดเวลาร้อยปีการบูชานั้นจะมีค่ามากมายอะไรการยกบูชาบุคคลที่อบรมตนแล้วคนหนึ่งแม้เพียงครู่เดียวประเสริฐกว่า
261          มิใช่การประพฤติตนเป็นชีเปลือย  มิใช่การเกล้าผมทรงชฎา  มิใช่การบำเพ็ญตบะ   นอนในโคลนตม   มิใช้การอดอาหาร  มิใช่การนอนกับดิน  มิใช่การเอาฝุ่นทาตัว   มิใช่การตั้งท่านั่งดอก  ที่จะทำคนให้บริสุทธิ์ได้  ในเมื่อความสงสัยยังไม่สิ้น
262   ส่วนผู้ใด  ถึงจะตกแต่งกาย  สวมใส่อาภรณ์  แต่หากประพฤติชอบ  เป็นผู้สงบ  ฝึกอบรมตนแน่วแน่  เป็นผู้ประพฤติธรรมอันประเสริฐ  เลิกละการเบียดเบียนปวงสัตว์ทั้งหมดแล้ว   ผู้นั้นแล  จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์   เป็นสมณะ  หรือ เป็นภิกษุ  ก็ได้ทั้งสิ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #6 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:35:26 »

หมวดการศึกษา

263   ความมีปัญญา   ย่อมรู้ได้จากการสนทนา
264   บิดามารดาพึงให้บุตรเรียนศิลปวิทยา
265   สรรพวิทยา   ควรเรียนรู้ให้หมด
266   ปัญญา   ย่อมเกิดเพราะการฝึกฝน
267   ปัญญานั่นแหละ    ประเสริฐกว่าทรัพย์
268   ผู้ตั้งใจศึกษา   ย่อมได้ปัญญา
269   ปัญญา    เปรียบเสมือนเครื่องประดับแห่งตน
270   ปัญญา   เป็นแสงสว่างในโลก
271   คนโง่     มักตกอยู่ในอำนาจแห่งมาร
272   คนไม่พินิจพิจารณา    เป็นคนไม่มีปัญญา
273   แสงสว่างเสมอด้วยปัญญา  นั้นไม่มี
274   คนย่อมเห็นแจ้งเนื้อความอย่างเด่นชัดด้วยปัญญา
275   คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
276   คนไร้ปัญญา    ไม่มีความพินิจพิจารณา
277   ขึ้นชื่อว่าศิลปวิทยา     ดีทั้งนั้น
278   คนมีปัญญา    เมื่อถึงคราวตกทุกข์     ก็ยังหาสุขได้
279   คนเรียนน้อย   เจริญแต่เนื้อหนังมังสา
280   มีชีวิตอยู่ด้วยปัญญา     ปราชญ์กล่าวว่าประเสริฐสุด
281   คนเรียนน้อย    แก่เปล่า  เหมือนโคถึก
282   คนเรียนน้อย    ปัญญาย่อมไม่พัฒนา
283   ปัญญาเป็นเครื่องปกครองคน
284   พึงพินิจพิจารณาเรื่องราวโดยรอบคอบ
285   ผู้รู้จักประโยชน์แล้ว     ย่อมนำสุขมาให้
286   คนมีปัญญาประเสริฐกว่า  คนโง่ที่มียศ
287   ในหมู่มนุษย์     คนที่ประเสริฐ   คือคนที่ฝึกแล้ว
288   ความไม่รู้    เป็นมลทินร้ายที่สุด
289   เมื่ออ่อนปัญญา    ช่องทางวิบัติก็เกิดได้มหันต์
290   บัณฑิตไม่ศึกษา เพราะอยากได้ลาภ
291   คนไม่มีศิลปวิทยา     เป็นอยู่ยาก
292   สักวันหนึ่ง    ความรู้ที่เรียนมาจะให้ประโยชน์
293   คนมีปัญญา    ถึงไร้ทรัพย์    ก็ยังดำรงอยู่ได้
294   ปราชญ์กล่าวว่าปัญญา     ประเสริฐสุด
295   บรรดาความอิ่มทั้งหลาย    อิ่มปัญญาประเสริฐสุด
296   ปัญญาเป็นเครื่องตรวจสอบสิ่งที่ได้เรียนมา
297   คนเกียจคร้าน     ย่อมไม่พบทางแห่งปัญญา
298   สิ่งที่ควรศึกษา     ก็พึงศึกษาเถิด
299   บรรดาสิ่งที่งอกงามขึ้นมา      วิชาความรู้ประเสริฐสุด
300   ปัญญาช่วยให้รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์
301   ความรู้ที่เรียนมา    เป็นเครื่องพัฒนาปัญญา
302   การใฝ่ใจศึกษา    เป็นเครื่องพัฒนาความรู้
303   พึงเป็นคนชอบไตร่ถามเพื่อหาความรู้
304   บรรดาสิ่งที่โรยราร่วงหายทั้งหลาย        ความไม่รู้หมดไปได้เป็นดีที่สุด
305   คนมีปัญญาย่อมงอกงาม     ดังพืชในนาที่งอกงามด้วยน้ำฝน
306   อัสดร   อาชาไนย   สินธพ   กุญชร    และช้างหลวง       ฝึกดีแล้ว  ล้วนดีเลิศ     แต่คนฝึกตนแล้ว     ประเสริฐยิ่งกว่านั้น
307   ขึ้นชื่อว่าศิลปวิทยา      ไม่ว่าอย่างไหนๆให้ประโยชน์ได้ทั้งนั้น
308   คนที่สมบูรณ์ด้วยความรู้และความประพฤติ     เป็นผู้ประเสริฐสุดทั้งในหมู่มนุษย์และเทวดา
309   เล่าเรียนสำเร็จวิทยา   ก็ย่อมได้เกียรติ        แต่ฝึกอบรมด้วยจริยธรรมแล้วต่างหาก    จึงจะสบสันติสุข
310   คนเราถึงมีชาติกำเนิดต่ำ    แต่หากขยันหมั่นเพียรมีปัญญา      ประกอบด้วยอาจาระและศีล    ก็รุ่งเรืองได้เหมือนไฟถึงอยู่ในคืนมืด  ก็สว่างไสว
311   ความใฝ่เรียนสดับ  เป็นเครื่องพัฒนาความรู้ความรู้จากการเรียนสดับนั้นเป็นเครื่องพัฒนาปัญญาบุคคลที่อยู่ด้วยปัญญาก็รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์       ประโยชน์ที่รู้จักแล้วก็นำสุขมาให้
312   ถ้าไม่มีพุทธิปัญญา     แลมิได้ศึกษาระเบียบวินัย    คนทั้งหลายก็จะดำเนินชีวิต       เหมือนดังกระบือบอดในกลางป่า
313   อันความรู้ควรเรียนทุกอย่างไม่ว่าต่ำ  สูง  หรือปานกลางควรรู้ความหมายเข้าใจทั้งหมดแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกอย่างวันหนึ่งจะถึงเวลาที่ความรู้นั้นจะนำมาซึ่งประโยชน์
314   คนมีปัญญา  แม้มีปัญหา  และถูกผูกมัดอยู่      พอพูดในเรื่องใดก็หลุดได้ในเรื่องนั้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #7 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:35:51 »

หมวดวาจา

315   วาจาเช่นเดียวกับใจ
316   ไม่ควรเปล่งวาจาที่ชั่วเลย
317   คนพาลที่ยังไม่ถูกผูกมัด  แต่พอพูดในเรื่องใด   ก็ถูกผูกมัดในเรื่องนั้น
318   คนกล่าววาจาชั่วย่อมเดือดร้อน
319   ควรกล่าวแต่วาจาที่น่าพอใจ
320   คนโกรธมีวาจาหยาบ
321   คำสัตย์แลเป็นวาจาที่ไม่ตาย
322   คนพูดไม่จริง    ย่อมเข้าถึงนรก
323   ควรเปล่งวาจางาม
324 ควรเปล่งวาจาไพเราะ ที่มีประโยชน์
325   พูดดี   เป็นมงคลอย่างสูงสุด
326   พูดอย่างใด    ควรทำอย่างนั้น
327   ควรกล่าวแต่วาจาที่ไม่ยังตนให้เดือดร้อน
328   ในกาลไหนๆ    ก็ไม่ควรกล่าววาจาไม่น่าพอใจ
329   เปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ
330   ระมัดระวังวาจา    เป็นความดี
331   ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ
332   วาจาสุภาษิต  ย่อมมีผลแก่ผู้ปฎิบัติ     เหมือนดังดอกไม้งาม  ที่มีทั้งสีสวย   และกลิ่นอันหอม
333   คนเกิดมาชื่อว่ามีขวานเกิดติดปากมาด้วย    สำหรับให้คนพาลใช้ฟันตนเอง   ในเวลาพูดคำชั่ว
334   ไม่ควรพูดจนเกินกาล   ไม่ควรนิ่งเสมอไป      ควรกล่าววาจาที่ไม่ฟั่นเฝือ  ควรกล่าวให้พอดีๆ  เมื่อถึงเวลา
335   คนใดเมื่อถูกอ้างเป็นพยาน   เบิกความเท็จ     เพราะตนก็ด ีเพราะผู้อื่นก็ดี  เพราะทรัพย์ก็ดี พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นคนเลว
336   พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น   ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย      การเปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ       คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน
337   คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย  นั่นเป็นธรรมเก่า   สัตบุรุษ  ทั้งหลายเป็นผู้ตั้งมั่นในคำสัตย์ที่เป็นอรรถ และเป็นธรรม
338   ไม่ควรพูดจนเกินกาล   ไม่ควรนิ่งเสมอไป       เมื่อถึงเวลาควรพูดพอประมาณ  ไม่ฟั่นเฝือ
339   คนเขลา   เมื่อกล่าวในเรื่องใดไม่ถูกผูก  ก็ติดในเรื่องนั่น            คนฉลาด  เมื่อกล่าวในเรื่องใด  แม้ถูกผูก   ก็หลุดในเรื่องนั่น
340   ผู้ใดไม่โกรธ  ไม่สะดุ้ง  ไม่โอ้อวด       ไม่รำคาญ  พูดด้วยปัญญา  ไม่ฟุ้งซ่าน       ผู้นั้นแลชื่อว่าเป็นมุนี   มีวาจาสำรวมแล้ว
341   ควรกล่าววาจาที่น่ารักอันผู้ฟังยินดีเท่านั้น       เพราะคนดีไม่นำพาคำชั่วของผู้อื่น    คนดีจะกล่าวแต่คำไพเราะ
342   บุคคลพึงกล่าววาจา   ที่ไม่เป็นเหตุยังตนให้เดือดร้อน    และไม่เป็นเหตุเบียดเบียนผู้อื่น     วาจานั้นแล     เป็นสุภาษิต
343   ถ้ามีวาจาที่ประกอบด้วยข้อความแม้ตั้งพันซึ่งไม่เป็นประโยชน์แล้วข้อความที่เป็นประโยชน์เพียงบทเดียว ที่ฟังแล้วสงบระงับได้   ย่อมประเสริฐกว่า
344   จะทำสิ่งใดพึงพูดสิ่งนั้น   สิ่งใดไม่ทำไม่พึงพูดถึง      บัณฑิตย่อมจะหมายเอาได้ว่า   คนไม่ทำดีแต่พูด
345   บุคคลทำสิ่งใดควรพูดสิ่งนั้น    ไม่ทำสิ่งใดไม่ควรพูดสิ่งนั้น      บัณฑิตย่อมกำหนดรู้คนที่ไม่ทำ   ได้แต่พูด
346 พระพุทธเจ้าตรัสพระวาจาใด  ย่อมเป็นคำปลอดภัยเพื่อบรรลุพระนิพพานและเพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์      พระวาจานั้นแล    เป็นสูงสุดแห่งวาจาทั้งหลาย
347   ผู้ใดสรรเสริญคนควรติ   หรือติคนที่ควรสรรเสริญ     ผู้นั้นย่อมเก็บโทษของตนไว้ด้วยปาก     เขาไม่ได้สุขเพราะโทษแห่งปากนั้น
348   ผู้มีภูมิปัญญาย่อมไม่พูดพล่อยๆ     เพราะเหตุแห่งคนอื่นหรือตนเอง   ผู้นั้นย่อมมีผู้บูชา      ในท่ามกลางชุมชน   ภายหลังเขาย่อมไปสู่สุคติ
349   ผู้ใด   พึงกล่าวถ้อยคำอันไม่เป็นเหตุให้ใครๆ ขัดใจ   ไม่หยาบคาย     เป็นเครื่องให้รู้ความได้และเป็นคำจริง        เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นพราหมณ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #8 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:36:14 »

หมวดอดทน

350   ความอดทนเป็นตปะ (ตบะ)   ของผู้พากเพียร
351   ความอดทน     นำมาซึ่งประโยชน์สุข
352   ความอดทน    เป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์
353   ขันติคือความอดทน   เป็นตบะอย่างยิ่ง
354   ความอดทน    เป็นกำลังของนักพรต
355   ความอดทน      ห้ามไว้ได้ซึ่งความผลุนผลัน
356   สมณพราหมณ์    มีความอดทนเป็นกำลัง
357   ผู้มีความอดทน    ย่อมเป็นที่ชอบใจของบุคคลอื่น
358   ความอดทน   ย่อมตัดแห่งบาปทั้งสิ้น  ผู้มีขันติชื่อว่า        ย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะเลาะกันได้  เป็นต้น
359   ผู้มีความอดทนนับว่ามีเมตตา   มีลาภ  มียศ   และมีสุขเสมอ      ผู้มีความอดทน   ย่อมเป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
360   ผู้มีความอดทน     ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนแก่ผู้อื่น,  ผู้มีความอดทน  ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และไปนิพพาน
361   ผู้มีความอดทน   ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา,  และ ผู้มีความอดทน  ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยการบูชาอันยิ่งใหญ่
362   ความอดทนเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ความอดทนเป็นตบะของผู้พากเพียร ความอดทนเป็นกำลังของนักพรต ความอดทนนำประโยชน์สุขมาให้
363   ความอดทนเป็นประธาน  เป็นเหตุแห่งคุณ คือศีล และ สมาธิ, กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ  เพราะความอดทนเท่านั้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #9 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:36:52 »

364   หมวดความเพียร   อย่าปล่อยกาลเวลาให้ล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์
365   หมวดความเพียร   คนไม่ประมาท  ไม่มีวันตายในกาลอันไม่ควรตาย
366   หมวดความเพียร   คนที่ผลัดวันประกันพรุ่งนี้  ย่อมเสื่อม   ยิ่งผลัดวันมะรืนนี้  ก็ยิ่งเสื่อม
367   หมวดความเพียร   ความไม่ประมาท  เป็นทางแห่งความไม่ตายในกาลยังควรไม่ตาย
368   หมวดความเพียร   คนไม่เกียจคร้าน   ย่อมพบแต่ความสุข
369   หมวดความเพียร   คนขยัน  พึงไม่ให้ประโยชน์ที่มาถึงแล้วผ่านไปโดยเปล่า
370   หมวดความเพียร   จงมีความพยายามในหน้าที่ของตน
371   หมวดความเพียร   ประโยชน์ย่อมไม่สำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยเบื่อหน่าย
372   หมวดความเพียร   คนประมาท  เปรียบเสมือนคนตายแล้ว
373   หมวดความเพียร   ที่ควรช้า  จงช้า  ที่ควรเร่ง  จงเร่ง
374   หมวดความเพียร   ทำงานไม่คั่งค้าง  เป็นอุดมมงคล
375   หมวดความเพียร   ค่อย ๆ ตั้งตัว  เหมือนค่อย ๆ ก่อไฟจากกองน้อย
376   หมวดความเพียร   คนผลัดวันประกันพรุ่ง  มีแต่จะเกิดความเสื่อม
377   หมวดความเพียร   คนพ้นทุกข์ได้เพราะความเพียร
378   หมวดความเพียร   ค่อย ๆ เก็บรวบรวมทรัพย์  ดังปลวกก่อจอมปลวก
379   หมวดความเพียร   การงานใด ๆ ที่ย่อหย่อน  ย่อมไม่มีผลมาก
380   หมวดความเพียร   พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง
381   หมวดความเพียร   ไม่พึงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง
382   หมวดความเพียร   จงทำงานให้สมกับอาหารที่บริโภค
383   หมวดความเพียร   ประโยชน์งามตรงที่ความพยายามสำเร็จ
384   หมวดความเพียร   ไม่พึงวิตกกังวลถึงอนาคต
385   หมวดความเพียร   พึงระแวงสงสัยสิ่งที่ควรระแวงสงสัย
386   หมวดความเพียร   ฤกษ์ยามและดวงดาว  จักช่วยอะไรได้
387   หมวดความเพียร   ความคืนผ่านไป ๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่
388   หมวดความเพียร   พึงบากบั่นทำการให้มั่นคง
389   หมวดความเพียร   อย่ารำพึงถึงความหลัง  อย่ามัวหวังถึงอนาคต
390   หมวดความเพียร   คนขยัน  ได้ความสงบใจ
391   หมวดความเพียร   อย่ามัวประมาทอยู่เลย
392   หมวดความเพียร   ไม่ควรให้แต่ละวันผ่านไปเปล่า
393   หมวดความเพียร   รีบทำความเพียรเสียแต่วันนี้
394   หมวดความเพียร   ถ้าจะทำ  ก็ควรทำให้จริง
395   หมวดความเพียร   ความประมาท  เป็นทางแห่งความตาย
396   หมวดความเพียร   บัณฑิต  ไม่ควรท้อแท้
397   หมวดความเพียร   โภคทรัพย์  มิใช่มีมาได้ด้วยเพียงคิดเอา
398   หมวดความเพียร   ไม่พึงหวนคำนึงถึงอดีต
399   หมวดความเพียร   พึงแสวงหาทรัพย์โดยทางชอบธรรม
400   หมวดความเพียร   ใครเล่ารู้ว่าจะตายวันตายพรุ่ง
401   หมวดความเพียร   คนที่พากเพียรไม่หยุด  เทวดาก็กีดกันไม่ได้
402   หมวดความเพียร   เกิดเป็นคน  ควรพยายามเรื่อยไป
403   หมวดความเพียร   คนประมาท  เสมือนคนตายแล้ว
404   หมวดความเพียร   คนขยัน  ย่อมหาทรัพย์ได้
405   หมวดความเพียร   ประโยชน์  เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง
406   หมวดความเพียร   เกิดเป็นคน  ควรมีความหวังเรื่อยไป
407   หมวดความเพียร   เมื่อต้องการความสุข  ไม่พึงสิ้นความหวัง
408   หมวดความเพียร   จงเตรียมการให้พร้อม  สำหรับอนาคต
409   หมวดความเพียร   ประโยชน์ย่อมสำเร็จโดยชอบแก่ผู้ทำโดยไม่เบื่อหน่าย
410   หมวดความเพียร   ผู้ไม่ประมาท ควรทำความเพียรให้แน่วแน่
411   หมวดความเพียร   คนมีกิจธุระ  ตั้งใจทำการงานให้เหมาะเจาะ  ย่อมหาทรัพย์ได้
412   หมวดความเพียร   ไม่พึงขวนขวายในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
413   หมวดความเพียร   ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ  ประเสริฐกว่า
414   หมวดความเพียร   เมื่อทำหน้าที่ของลูกผู้ชายแล้ว    จังไม่ต้องเดือนร้อนใจในภายหลัง
415   หมวดความเพียร   คนขยันทั้งคืนทั้งวัน  จักไม่ซึมเซา   เรียกว่าแต่ละวันมีแต่นำโชค
416   หมวดความเพียร   เป็นคนควรพยายามเรื่อยไป  จนกว่าผลที่ปรารถนาจะสำเร็จ
417   หมวดความเพียร   รู้ว่าอะไรเป็นประโยชน์แก่ชีวิตตน  ก็ควรรีบลงมือทำ
418   หมวดความเพียร   พึงประกอบการค้าที่ชอบธรรม
419   หมวดความเพียร   ผู้ปรารถนาประโยชน์ด้วยวิธีการอันผิด  จะต้องเดือดร้อน
420   หมวดความเพียร   ทำเรื่อยไป  ไม่ท้อถอย  ผลที่ประสงค์จะสำเร็จสมหมาย
421   หมวดความเพียร   ประโยชน์คือตัวฤกษ์ของประโยชน์  ดวงดาวจักทำอะไรได้
422   หมวดความเพียร   ถ้ามัวล่าช้า  ทำกิจล้าหลัง    จะจมลงในห้วงอันตราย
423   หมวดความเพียร   จงทำประโยชน์ให้สำเร็จ  ด้วยความไม่ประมาท
424   หมวดความเพียร   อันความหวังในผล  ย่อมสำเร็จแก่ผู้ไม่ใจเร็วด่วนได้
425   หมวดความเพียร   คนฉลาดไม่ถูกเรื่อง   ถึงจะพยายามทำประโยชน์  ก็ไม่สัมฤทธิ์ผลให้เกิดสุข
426   หมวดความเพียร   การงานที่ทำโดยผลีผลาม ทำให้คนอ่อนปัญญาต้องเดือนร้อนภายหลัง
427   หมวดความเพียร   ประพฤติชอบเวลาใด  เวลานั้นชื่อว่าฤกษ์ดี มงคลดี  เช้าดี  รุ่งอรุณดี
428   หมวดความเพียร   เวลาแต่ละวัน  อย่าให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์  จะน้อยหรือมาก  ก็ให้ได้ประโยชน์อะไรบ้าง
429   หมวดความเพียร   เมื่อความบากบั่นมีอยู่  บัณฑิตพึงเว้นบาปในโลกนี้เสีย  เหมือนคนมีจักษุ  เว้นเดินทางอันไม่สะดวกเรียบร้อย
430   หมวดความเพียร   ผู้ไม่สำคัญความหนาว และ ความร้อนให้ยิ่งไปกว่าหญ้าบุรุษเมื่อทำกิจ  ย่อมไม่เสื่อมจากความสุข
431   หมวดความเพียร   ผู้ใดเกียจคร้าน  มีความเพียรเลว พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี แต่ผู้ปรารถนาความเพียรมั่นคง  มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าผู้นั้น
432   หมวดความเพียร   ท่านทั้งหลายต้องทำความเพียรเอง  ตถาคตเป็นแต่ผู้บอก ผู้มีปกติเพ่งพินิจดำเนินไปแล้วจักพ้นจากเครื่องผูกของมาร
433   หมวดความเพียร   อริยมรรคย่อมบริสุทธิ์  เมื่อขับไล่ความหลับ ความเกียจคร้าน ความบิดขี้เกียจ  ความไม่ยินดี และ ความเมาอาหารนั้นได้ด้วยความเพียร
434   หมวดความเพียร   ผู้ขยันในหน้าที่การงาน  ไม่ประมาท เข้าใจจัดการงาน เลี้ยงชีวิตพอสมควร  จึงรักษาทรัพย์ที่หามาได้
435   หมวดความเพียร   คนมีปัญญา  ถึงเผชิญอยู่กับความทุกข์  ก็ไม่ยอมสิ้นหวังที่จะได้ประสบความสุข
436   หมวดความเพียร   ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด  ย่อมตั้งตนได้  ด้วยต้นทุนแม้น้อย  เหมือนคนก่อไฟน้อยขึ้นฉะนั้น
437   หมวดความเพียร   ควรทำวันคืนไม่ให้เปล่าจากประโยชน์น้อยหรือมาก  เพราะวันคืนผ่านบุคคลใดไป  ชีวิตของบุคคลนั้น ย่อมพร่องจากประโยชน์นั้น
438   หมวดความเพียร   เตรียมกิจสำหรับอนาคตให้พร้อมไว้ก่อน  อย่าให้กิจนั้นบีบคั้นตัว  เมื่อถึงเวลาต้องทำเฉพาะหน้า
439   หมวดความเพียร   เมื่อได้เพียรพยายามแล้ว  ถึงจะตาย  ก็ชื่อว่าตายอย่างไม่มีใครติเตียน ไม่ว่าในหมู่ญาติ หมู่เทวดา  หรือว่าพระพรหมทั้งหลาย
440   หมวดความเพียร   สิ่งใดเป็นหน้าที่ กลับทอดทิ้งเสีย ไพล่ไปทำสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ คนเหล่านั้นมัวประมาทอยู่  ความหมักหมมภายในตัวเขา  ก็พอกพูนยิ่งขึ้น
441   หมวดความเพียร   เป็นคนควรหวังเรื่อยไป บัณฑิตไม่ควรท้อแท้  เราเห็นประจักษ์มากับตนเอง   เราปรารถนาอย่างใด  ก็ได้สมตามนั้น
442   หมวดความเพียร   ผู้ที่ทำการงานลวก ๆ โดยมิได้พิจารณาใคร่ครวญให้ดี  เอาแต่รีบร้อนพรวดพราดจะให้เสร็จ  การงานเหล่านั้น  ก็จะก่อความเดือนร้อนให้ เหมือนตักอาหารที่ยังร้อนใส่ปาก
443   หมวดความเพียร   ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล  มีปัญญา  มีใจมั่นคงดีแล้วปรารภความเพียร  ตั้งตนไว้ในธรรม  ในกาลทุกเมื่อ  ย่อมข้ามโอฆะที่ข้ามได้ยาก
444   หมวดความเพียร   คนที่ไม่รู้จักประโยชน์ตนว่า  อะไรควรทำวันนี้  อะไรควรพรุ่งนี้  ใครตักเตือนก็โกรธ  เย่อหยิ่ง ถือดีว่า ฉันเก่ง  ฉันดี  คนอย่างนี้  เป็นที่ชอบใจของกาฬกิณี
445   หมวดความเพียร   ท่านทั้งหลายจงเห็นความเกียจคร้านว่าเป็นภัย  และ เห็นการปรารภความเพียรว่าปลอดภัย แล้วปรารภความเพียรเถิด  นี้เป็นพุทธานุศาสนี
446   หมวดความเพียร   คนใดไม่ว่าจะหนาวหรือร้อน  มีลมแดด เหลือบยุงก็ไม่หรั่น  ทนหิวทนกระหายได้ทั้งนั้น  ทำงานต่อเนื่องไปไม่ขาด  ทั้งคืนวัน  สิ่งที่เป็นประโยชน์มาถึงตามกาล  ก็ไม่ปล่อยให้สูญเสียไป  คนนั้นย่อมเป็นที่ชอบใจของสิริโชค  สิริโชคจะพักพึงอยู่กับเขา
447   หมวดความเพียร   มัวรำพึงถึงความหลัง  ก็มีแต่จะหดหาย  มัวหวังวันข้างหน้า  ก็มีแต่จะละลาย  อันใดยังไม่มาถึง  อันนั้นก็ยังไม่มี  รู้อย่างนี้แล้ว  เมื่อมีฉันทะเกิดขึ้น  คนฉลาดที่ไหนจะปล่อยให้หายไปเปล่า
448   หมวดความเพียร   ผู้ใดทำการโดยรู้ประมาณ  ทราบชัดถึงกำลังของตน  แล้วคิดการเตรียมไว้รอบคอบ  ทั้งโดยแบบแผนทางตำรา  ทั้งโดยการปรึกษาหารือ  และโดยถ้อยคำที่ใช้พูดอย่างดี  ผู้นั้นย่อมทำการสำเร็จ  มีชัยอย่างไพบูลย์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:37:13 »

หมวดความโกรธ

449   ผู้โกรธ  ย่อมไม่เห็นธรรม
450   พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ
451   ความโกรธเป็นดังสนิมศัสตราในโลก
452   ผู้ถูกความโกรธครอบงำ  ย่อมไม่มีที่พำนักสักนิดเดียว  (เพราะความโกรธได้เข้าพำนักหมดสิ้นแล้ว)
453   ความโกรธย่อมทำจิตให้กำเริบ
454   ผู้โกรธ  ย่อมไม่รู้อรรถ
455   ความโกรธเป็นอารมณ์ของคนมีปัญญาทราม
456   ฆ่าความโกรธได้  อยู่เป็นสุข
457   พึงตัดความโกรธด้วยปัญญา
458   ผู้ถูกความโกรธครอบงำ  ย่อมละกุศลเสีย
459   ผู้ถูกความโกรธครอบงำ  ย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์
460   ผู้เกิดความโกรธแล้ว  เป็นผู้ฉิบหาย
461   คนมักโกรธ  ย่อมมีผิวพรรณเศร้าหมอง
462   ผู้มึนเมาด้วยความโกรธ  ย่อมถึงความไร้ยศศักดิ์
463   ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด  ความมืดมนย่อมเกิดมีขึ้นเมื่อนั้น
464   ผู้โกรธจะผลาญสิ่งใด  สิ่งนั้นทำยากก็เหมือนทำง่าย
465   ความโกรธก่อความพินาศ
466   ฆ่าความโกรธได้  ไม่โศกเศร้า
467   คนมักโกรธ  ย่อมอยู่เป็นทุกข์
468   โทสะมีความโกรธเป็นสมุฏฐาน
469   ความโกรธน้อยแล้วมาก  มักเกิดจากความไม่อดทน  จึงทวีขึ้น
470   ความผิดเสมอด้วยโทสะไม่มี
471   ความโกรธไม่ดีเลย
472   อย่าลุแก่อำนาจความโกรธ
473   ผู้โกรธ       ย่อมฆ่ามารดาของตนได้
474   ญาติมิตรและสหาย  ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ
475   ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว  เขาย่อมเดือดร้อน เหมือนถูกไฟไหม้
476   คนมักโกรธถือเอาประโยชน์แล้ว  กลับประพฤติไม่เป็นประโยชน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:37:37 »

477   หมวดการชนะ   การให้ธรรมเป็นทาน  ย่อมชนะการให้ทั้งปวง
478   หมวดการชนะ   รสแห่งธรรมะ  ย่อมชนะรสทั้งปวง
479   หมวดการชนะ   ความสิ้นตัณหา  ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
480   หมวดการชนะ   พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง
481   หมวดการชนะ   พึงชนะคนตระหนึ่ด้วยการให้
482   หมวดการชนะ   ผู้ชนะย่อมก่อเวร
483   หมวดการชนะ   พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี
484   หมวดการชนะ   พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ
485   หมวดการชนะ   ความชนะใด  ที่ชนะแล้ว ไม่กลับแพ้  ความชนะนั้นดี
486   หมวดการชนะ   ความยินดีในธรรมะ  ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง
487   หมวดการชนะ   ความชนะใด ที่ชนะแล้ว กลับแพ้ได้  ความชนะนั้นไม่ดี
488   หมวดความประมาท   ความประมาท  เป็นทางแห่ง ความตาย
489   หมวดความประมาท   ความประมาท  บัณฑิต ติเตียนทุกเมื่อ
490   หมวดความประมาท   ความประมาท  เป็นมลทินของผู้รักษา
491   หมวดความประมาท   ผู้ประมาท  เหมือนคนตายแล้ว
492   หมวดความประมาท   ไม่ควรสมคบด้วยความประมาท
493   หมวดความประมาท   อย่ามัวประกอบความประมาท
494   หมวดความประมาท   คนมีปัญญาทราม  ย่อมประกอบแต่ความประมาท
495   หมวดความประมาท   คนประมาท  ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
496   หมวดความประมาท   ความรู้เกิดแก่คนพาล  ก็เพียงเพื่อความฉิบหาย,  มันทำสมองของเขาให้เขว,  ย่อมฆ่าส่วนที่ขาวของคนพาลเสีย
497   หมวดความประมาท   ผู้ใดมีปัญญาทราม  มีใจไม่มั่นคง  พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี   ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ  มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่า
498   หมวดความประมาท   เมื่อก่อนประมาท  ภายหลังไม่ประมาท  เขาชื่อว่ายังโลกนี้ให้สว่าง  เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น
499   หมวดความประมาท   คนทอดทิ้งกิจที่ควรทำ  ไปทำกิจที่ไม่ควรทำ   เมื่อเขาถือตัวมัวประมาท  อาสวะย่อมเจริญ
500   หมวดความประมาท   หากกล่าวพุทธพจน์ได้มาก  แต่เป็นคนประมาท  ไม่ทำตามพุทธพจน์นั้น  ก็ไม่มีส่วนแห่งสามัญญผล  เหมือนคนเลี้ยงโค  คอยนับโคให้ผู้อื่นฉะนั้น
501   หมวดวาจา   ไม่ควรเปล่งวาจาที่ดี  ให้เกินควรแก่กาล
502   หมวดความไม่ประมาท   ความไม่ประมาท    เป็นทางแห่งความไม่ตาย
503   หมวดความไม่ประมาท   ผู้ไม่ประมาท   ย่อมไม่ตาย
504   หมวดความไม่ประมาท   ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ยินดีในความไม่ประมาท
505   หมวดความไม่ประมาท   ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
506   หมวดความไม่ประมาท   บัณฑิตย่อมบันเทิงในความไม่ประมาท
507   หมวดความไม่ประมาท   บัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาท
508   หมวดความไม่ประมาท   บัณฑิตผู้ไม่ประมาท       ย่อมได้รับประโยชน์ทั้งสอง
509   หมวดความไม่ประมาท   ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่      ย่อมถึงสุขอันไพบูลย์
510   หมวดความไม่ประมาท   ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้      เหมือนทรัพย์ประเสริฐสุด
511   หมวดความไม่ประมาท   คนมีปัญญา   พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาให้ท่วมไม่ได้        ด้วยความหมั่น  ความไม่ประมาท       ความสำรวม   และความข่มใจ
512   หมวดความไม่ประมาท   ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท    หรือเห็นภัยในความประมาท      ย่อมเผาสังโยชน์น้อยใหญ่ไป    เหมือนไฟไหม้เชื้อน้อยใหญ่ไปฉะนั้น
513   หมวดความไม่ประมาท   ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท   หรือเห็นภัยในความประมาท      เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะเสื่อม   ชื่อว่าอยู่ใกล้พระนิพพานทีเดียว
514   หมวดความไม่ประมาท   ภิกษุทั้งหลาย    พวกเธอจงเป็นผู้ไม่ประมาท   มีสติ      มีศีลดีงาม    ตั้งความดำริไว้ให้ดี      คอยรักษาจิตใจของตน
515   หมวดความไม่ประมาท   คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาท    มักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ   ย่อมละทิ้งผู้ประมาท  (คนโง่)   เหมือนม้าฝีเท้าเร็ว   ทิ้งม้าไม่มีกำลังไปฉะนั้น
516   หมวดความไม่ประมาท   ท่านทั้งหลาย  จงยินดีในความไม่ประมาท    คอยรักษาจิตของตน    จงถอนตนขึ้นจากหล่ม    เหมือนช้างที่ตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น
517   หมวดความไม่ประมาท   ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้  มีสติ   ไม่ประมาท   ละความนับถือมั่นว่าของเราได้แล้วเที่ยวไป   เป็นผู้รู้   พึงละชาติ  ชรา  โสกะ  ปริเทวะ   และทุกข์   ในโลกนี้ได้
518   หมวดความไม่ประมาท   ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น  มีสติ    มีการงานสะอาด  ใคร่ครวญแล้วทำ      ระวังดีแล้ว   เป็นอยู่โดยธรรม    และไม่ประมาท
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:38:03 »

519   หมวดตน- ฝึกตน   บุคคลไม่ควรลืมตน
520   หมวดตน- ฝึกตน   ตนนั่นแหละเป็นที่รักยิ่ง
521   หมวดตน- ฝึกตน   ผู้ประพฤติดี    ย่อมฝึกตนอยู่เป็นนิจ
522   หมวดตน- ฝึกตน   ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
523   หมวดตน- ฝึกตน   ชนะตนนั่นแหละ     เป็นดี
524   หมวดตน- ฝึกตน   ตระเตรียมตนให้ดีเสียก่อนแล้ว   ต่อไปจะได้สิ่งอันเป็นที่รัก
525   หมวดตน- ฝึกตน   รู้ตนว่าเป็นคนเช่นใด    เหล่าเทพไท้ก็รู้เช่นนั้น
526   หมวดตน- ฝึกตน   ผู้ฝึกตนได้    เป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่มนุษย์
527   หมวดตน- ฝึกตน   ไม่ควรพร่าประโยชน์แห่งตน    เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้จะมีมาก
528   หมวดตน- ฝึกตน   แน่ะ    บุรุษ    จริงหรือเท็จ    ตัวท่านเองย่อมรู้
529   หมวดตน- ฝึกตน   ฝึกตนได้แล้วจึงควรฝึกคนอื่น
530   หมวดตน- ฝึกตน   จงถอนตนขึ้นจากหล่ม      เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น
531   หมวดตน- ฝึกตน   ติตนเองเพราะเหตุใด   ไม่ควรทำเหตุนั้น
532   หมวดตน- ฝึกตน   ได้ยินมาว่า   ตัวเราฝึกได้ยาก
533   หมวดตน- ฝึกตน   ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก     ก็ไม่ควรประกอบตนนั้นด้วยความชั่ว
534   หมวดตน- ฝึกตน   ควรรักษาตนนั้นไว้ให้ดี
535   หมวดตน- ฝึกตน   ความบริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์    เป็นของเฉพาะตัว
536   หมวดตน- ฝึกตน   จงเป็นผู้ตามรักษาตน     อย่าให้เดือดร้อน
537   หมวดตน- ฝึกตน   อย่าฆ่าตัวเองเสียเลย
538   หมวดตน- ฝึกตน   บัณฑิตพึงทำตนให้ผ่องแผ้วจากเครื่องเศร้าหมองจิต
539   หมวดตน- ฝึกตน   เป็นที่รู้กันว่า   ตนนี่แหละ ฝึกได้ยาก
540   หมวดตน- ฝึกตน   ความผิดของตน   มองเห็นได้ยาก
541   หมวดตน- ฝึกตน   ทำบาปเอง    ย่อมเศร้าหมองเอง
542   หมวดตน- ฝึกตน   ไฉนจึงดูถูกตัวเองเล่า
543   หมวดตน- ฝึกตน   ทุกท่านสามารถทำดีได้
544   หมวดตน- ฝึกตน   พึงขวนขวายในเป้าหมายของตน
545   หมวดตน- ฝึกตน   ตนมีทางไป   เป็นของตน
546   หมวดตน- ฝึกตน   ติตนด้วยข้อใด    อย่าทำข้อนั้นเสียเอง
547   หมวดตน- ฝึกตน   บัณฑิต   ย่อมฝึกตน
548   หมวดตน- ฝึกตน   บุรุษไม่พึงให้ซึ่งตนเอง
549   หมวดตน- ฝึกตน   รักอื่นเสมอด้วยรักตน   นั้นไม่มี
550   หมวดตน- ฝึกตน   ไม่พึงอาศัยผู้อื่นยังชีพ
551   หมวดตน- ฝึกตน   คนชั่วฆ่าตัวเองก่อน   ภายหลังจึงฆ่าคนอื่น
552   หมวดตน- ฝึกตน   ความผิดของผู้อื่นเห็นได้ง่าย
553   หมวดตน- ฝึกตน   จงเตือนตนด้วย   ตนเอง
554   หมวดตน- ฝึกตน   บุรุษ ไม่พึงสละเสียซึ่งตัวเอง
555   หมวดตน- ฝึกตน   ตนที่ฝึกดีแล้ว   เป็นความโชติช่วงแห่งคน
556   หมวดตน- ฝึกตน   ตนแล   เป็นคติของตน
557   หมวดตน- ฝึกตน   ความรักอื่น   เสมอด้วยความรักตนเองไม่มี
558   หมวดตน- ฝึกตน   คนอื่นจะทำคนอื่นให้บริสุทธิ์ไม่ได้
559   หมวดตน- ฝึกตน   จงพิจารณาตนด้วยตนเอง
560   หมวดตน- ฝึกตน   ไม่ควรเอาตัวไปพัวพันกับความชั่ว
561   หมวดตน- ฝึกตน   คนมิได้เป็นโจรเพราะคำของคนอื่น   มิได้เป็นมุนีเพราะคำของคนอื่น
562   หมวดตน- ฝึกตน   ตนไม่ทำบาปเอง  ย่อมหมดจดเอง
563   หมวดตน- ฝึกตน   ผู้มีตน    ฝึกตนดีแล้ว   ย่อมได้ที่พึ่งซึ่งได้ยาก
564   หมวดตน- ฝึกตน   ชื่อว่าที่ลับ   ไม่มีในโลก
565   หมวดตน- ฝึกตน   บัณฑิตไม่ควรขุดโค่นความดีของตนเสีย        พึงรักษาตนไว้ให้ได้ทุกเมื่อ
566   หมวดตน- ฝึกตน   กำหนดประโยชน์ที่หมายของตนให้แน่ชัด      แล้วพึงขวนขวายแน่วในจุดหมายของตนนั้น
567   หมวดตน- ฝึกตน   ผู้ใดรักษาตนได้      ภายนอกของผู้นั้นก็เป็นอันได้รับการรักษาด้วย
568   หมวดตน- ฝึกตน   ท่านเอ๋ย    ท่านก็สามารถทำดีได้         ไยจึงมาดูหมิ่นตัวเองเสีย
569   หมวดตน- ฝึกตน   การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น      ถึงจะมากก็ไม่ควรให้เป็นเหตุ         ทำลายประโยชน์ที่เป็นจุดหมายของตน
570   หมวดตน- ฝึกตน   จงอยู่อย่างมีหลักยึดเหนี่ยวใจ      อย่าเป็นคนไร้ที่พึ่ง
571   หมวดตน- ฝึกตน   ตนทำชั่ว   ตัวก็เศร้าหมองเอง           ตนไม่ทำชั่ว   ตัวก็บริสุทธิ์เอง
572   หมวดตน- ฝึกตน   มัวพะวงอยู่ว่า   นี่ของเราชอบ    นี่ของเรารัก        แล้วปล่อยปละละเลยตนเองเสีย        คนอย่างนี้จะไม่ได้ประสบสิ่งที่ชอบสิ่งที่รักเลย
573   หมวดตน- ฝึกตน   โทษคนอื่นเที่ยวกระจาย     เหมือนโปรยแกลบ          แต่โทษตนปิดไว้      เหมือนพรานนกเจ้าเล่ห์แฝงตัวบังกิ่งไม้
574   หมวดตน- ฝึกตน   โทษคนอื่น   เห็นง่าย       แต่โทษตนเองเห็นยาก
575   หมวดตน- ฝึกตน   ผู้ใดมีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม       เหมือนย่านทรายคลุมไม้สาละ         ผู้นั้นชื่อว่าทำตนเหมือนถูกผู้ร้ายคุมตัว
576   หมวดตน- ฝึกตน   บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน       แล้วจึงสอนผู้อื่นภายหลัง      จึงไม่มัวหมอง
577   หมวดตน- ฝึกตน   ชัยชนะใดกลับแพ้ได้      ชัยชนะนั้นไม่ดี         ชัยชนะใดไม่กลับแพ้       ชัยชนะนั้นแลเป็นชัยชนะที่ดี
578   หมวดตน- ฝึกตน   ถ้าสอนผู้อื่นฉันใด   พึ่งทำตนฉันนั้น       ผู้ฝึกตนดีแล้ว    ควรฝึกผู้อื่น      ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก
579   หมวดตน- ฝึกตน   สิ่งที่รักอื่นเสมอด้วยตนไม่มี    ทรัพย์อื่นเสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี     แสงสว่างอื่นเสมอด้วยปัญญาไม่มี    ฝนแลเป็นสระที่ใหญ่
580   หมวดตน- ฝึกตน   กรรมไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตน    ทำได้ง่าย        ส่วนกรรมใดดีและเป็นประโยชน์        กรรมนั้นแลทำได้ยากอย่างยิ่ง
581   หมวดตน- ฝึกตน   ถึงผู้ใดจะชนะเหล่าชนได้พันคนพันครั้งในสงคราม           ก็หาชื่อว่าผู้ชนะยอดเยี่ยมไม่    ส่วนผู้ใดชนะตนคนเดียว     ผู้นั้นแลชื่อว่าผู้ชนะยอดเยี่ยมในสงคราม
582   หมวดตน- ฝึกตน   ไม่ควรใส่ใจคำแสลงหูของผู้อื่น        ไม่ควรแส่มองธุระที่เขาทำและยังไม่ทำ         ควรตั้งใจตรวจตราหน้าที่ของตนนี่แหละ     ทั้งที่ทำแล้วและยังไม่กระทำ
583   หมวดตน- ฝึกตน   ตนเองนี่แหละสำคัญกว่า      สำคัญกว่าเป็นไหนๆ        ตระเตรียมตนไว้ให้ดีก่อนแล้ว   ต่อไปก็จะได้สิ่งที่รัก
584   หมวดมิตร   มีมิตรเลวมีเพื่อนเลว   ย่อมมีมารยาทเลวและที่เที่ยวเลว
585   หมวดมิตร   เมื่อความต้องการเกิดขึ้น   สหายเป็นผู้นำสุขมาให้
586   หมวดมิตร   ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร     ย่อมมีผู้บูชาในที่ทั้งปวง
587   หมวดมิตร   ความเป็นสหายไม่มีในคนพาล
588   หมวดมิตร   มารดาเป็นมิตรในเรือนตน
589   หมวดมิตร   มารดาบิดา   ท่านเรียกว่าเป็นพรหม
590   หมวดมิตร   คนคุ้นเคย    ไว้ใจกันได้     เป็นญาติอย่างยิ่ง
591   หมวดมิตร   หมู่เกวียน     เป็นมิตรของคนเดินทาง
592   หมวดมิตร   ถ้าได้สหายเป็นผู้รอบคอบ     พึงพอใจและมีสติเที่ยวไปกับเขา
593   หมวดมิตร   สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นเนืองๆ
594   หมวดมิตร   ผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนเลวแท้
595   หมวดมิตร   ภริยาเป็นเพื่อนสนิท
596   หมวดมิตร   ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร     ย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง
597   หมวดมิตร   ถ้าไม่ได้สหายผู้รอบคอบ        พึงเที่ยวไปคนเดียวและไม่พึงทำความชั่ว
598   หมวดมิตร   ความดีที่ทำไว้เอง      เป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
599   หมวดมิตร   ประโยชน์ที่มุ่งหมายทุกอย่างของผู้มีมิตรพรั่งพร้อม        ย่อมจะสัมฤทธิ์ผลเหมือนโชคช่วย
600   หมวดมิตร   ลูกที่ไม่เลี้ยงพ่อแม่เมื่อแก่เฒ่า    ไม่นับว่าเป็นลูก
601   หมวดมิตร   มารดาบิดา   เป็นอาหุไนยบุคคลของบุตร
602   หมวดมิตร   บุตร    คือฐานรองรับของมวลมนุษย์
603   หมวดมิตร   มารดาบิดา     ท่านเรียกว่าเป็นบูรพาจารย์   (ครูคนแรกของบุตร)
604   หมวดมิตร   ความเคารพรักบำรุงมารดา     นำมาซึ่งความสุขในโลก
605   หมวดมิตร   มิตร      เมื่อระลึกถึงธรรมแล้ว    ไม่ยอมทอดทิ้งมิตร      ในยามมีทุกข์ภัยถึงชีวิต          ข้อนี้เป็นธรรมของสัตบุรุษโดยแท้
606   หมวดมิตร   เดินร่วมกัน 7 ก้าว  ก็นับว่าเป็นมิตร    เดินร่วมกัน 12 ก้าว ก็นับว่าเป็นสหาย   อยู่ร่วมกันสักเดือนหรือ กึ่งเดือน  ก็นับว่าเป็นญาติ    ถ้านานเกินกว่านั้นไป   ก็เหมือนกับเป็นตัวเอง   แล้วเช่นนี้   จะให้เราละทิ้งนายกาฬกัณณีที่คุ้นเคยกันมานานแล้ว      เพราะเห
607   หมวดมิตร   มีญาติพวกพ้องมาก  ย่อมเป็นการดี         เช่นเดียวกับต้นไม้ในป่าที่มีจำนวนมาก      ต้นไม้ที่ขึ้นอยู่โดดเดี่ยว      ถึงจะงอกงามใหญ่โตสักเท่าใด  ลมก็พัดให้โค่นลงได้
608   หมวดมิตร   บัณฑิตย่อมปราถนาบุตรที่เป็นอภิชาต  หรืออนุชาต         ย่อมไม่ปราถนาอวชาตบุตร    ซึ่งเป็นผู้ทำลายตระกูล
609   หมวดคบหา   คบคนเช่นใด    ย่อมเป็นคนเช่นนั้น
610   หมวดคบหา   ควรคบมิตรที่ดี
611   หมวดคบหา   แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
612   หมวดคบหา   อยู่ร่วมกันนานเกินไป    ที่เคยรักก็มักหน่าย
613   หมวดคบหา   เป็นเพื่อนเพียงเพื่อดื่มเหล้าก็มี
614   หมวดคบหา   ผู้คบคนเลว     ย่อมพลอยเลวไปด้วย
615   หมวดคบหา   เมื่อเขาไม่มีเยื่อใย    ป่วยการอยู่กินด้วย
616   หมวดคบหา   อย่าสมาคมกับคนพาลซึ่งเป็นดังศัตรูทุกเมื่อ
617   หมวดคบหา   โจรพาลอยู่ในที่ใด      บัณฑิตไม่ควรอยู่ในที่นั้น
618   หมวดคบหา   ผู้ประทุษร้ายมิตร    เป็นคนเลว
619   หมวดคบหา   คบคนดี    ก็พลอยมีส่วนดีด้วย
620   หมวดคบหา   ควรระแวงในศัตรู
621   หมวดคบหา   ปราชญ์ย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ
622   หมวดคบหา   เมื่อคบคนที่ดีกว่า      ตัวเองก็ดีขึ้นมาฉับพลัน
623   หมวดคบหา   ผู้เที่ยวสมาคมกับคนพาล        ย่อมเศร้าโศกสิ้นกาลนาน
624   หมวดคบหา   คนเป็นมิตรแต่ปากก็มี
625   หมวดคบหา   นักปราชญ์มีการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นสุข
626   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจคนเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว
627   หมวดคบหา   มิตรชั่วไม่ควรคบ
628   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจคนที่แสร้งทำสงบเสงี่ยม
629   หมวดคบหา   ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
630   หมวดคบหา   ผู้ไม่คบหาคนชั่ว     ย่อมได้รับสุขแต่ส่วนเดียว
631   หมวดคบหา   อยู่ในพวกข้าศึกศัตรูเพียงคืนเดียวหรือสองคืน    ก็เป็นทุกข์
632   หมวดคบหา   คนที่ทำดีแต่ภายนอก      ภายในมักไม่บริสุทธิ์
633   หมวดคบหา   มีศัตรูเป็นบัณฑิต       ดีกว่ามีมิตรเป็นคนพาล
634   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจคนพูดพล่อยๆ
635   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจในคนไม่คุ้นเคย   แม้ในคนคุ้นเคยก็ไม่ควรไว้ใจ
636   หมวดคบหา   คนพาล     คบเป็นเพื่อนไม่ได้
637   หมวดคบหา   ไม่ควรสนิทสนมกับคนชั่ว
638   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจคนทำบาป
639   หมวดคบหา   เมื่อคบหาคนพาล      ย่อมมีแต่ความฉิบหาย
640   หมวดคบหา   เพียงเห็นกันชั่วครู่ชั่วยาม    ไม่พึงไว้วางใจ
641   หมวดคบหา   สมาคมกับสัตบุรุษย่อมนำสุขมาให้
642   หมวดคบหา   คบคนเช่นใด       ก็เป็นคนเช่นนั้น
643   หมวดคบหา   สมาคมกับคนพาลย่อมนำทุกข์มาให้
644   หมวดคบหา   เพราะความไว้ใจภัยจึงตามมา
645   หมวดคบหา   ศัตรูจำนวนมาก       คบหาแฝงมาในรูปมิตร
646   หมวดคบหา   สมาคมกับคนชั่ว   ไม่ดีเลย
647   หมวดคบหา   ถึงคนคุ้นเคย    ก็ไม่ควรวางใจ
648   หมวดคบหา   เมื่อเกิดเรื่องราวขึ้น      สหายช่วยให้เกิดสุข
649   หมวดคบหา   การอยู่ร่วมกับคนชั่ว  เป็นทุกข์
650   หมวดคบหา   คบคนดี   มีแต่ความเจริญ
651   หมวดคบหา   ไม่ควรทำความสนิทสนมกับคนชั่ว
652   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจ   ในคนไม่คุ้นเคย
653   หมวดคบหา   ควรระแวงในศัตรู     แม้ในมิตรก็ไม่ควรไว้ใจ
654   หมวดคบหา   ไม่ควรคบคนเลวทราม      นอกจากเพื่อให้ความช่วยเหลือ
655   หมวดคบหา   คนเป็นเพื่อนแต่เวลาดื่มเหล้า   ก็มี      เป็นเพื่อนแต่ปากว่า   ก็มี
656   หมวดคบหา   อยู่ร่วมกับปราชญ์นำสุขมาให้      เหมือนสมาคมกับญาติ
657   หมวดคบหา   ส่วนผู้ใดเป็นสหายในเมื่อเกิดเรื่องต้องการ         ผู้นั้นแล   คือเพื่อนแท้
658   หมวดคบหา   คนพาล   ถึงอยู่ใกล้บัณฑิต    จนตลอดชีวิต           ก็ไม่รู้แจ้งธรรม  เสมือนทัพพี  ที่ไม่รู้รสแกง
659   หมวดคบหา   การอยู่ร่วมกับคนพาลเป็นทุกข์        เหมือนอยู่ร่วมกับศัตรูตลอดเวลา
660   หมวดคบหา   คนจำพวกที่งามแต่ภายนอก     ภายในไม่สะอาด       มีบริวารกำบังตัวไว้     ก็ยังแสดงบทบาทอยู่ในโลก
661   หมวดคบหา   ถ้าไม่ได้สหายที่มีปัญญาปกครองตน          พึงเที่ยวไปคนเดียว   และไม่พึงทำความชั่ว
662   หมวดคบหา   ถ้าได้สหายผู้มีปัญญาปกครองตน       พึงพอใจมีสติเที่ยวไปกับเขา
663   หมวดคบหา   คนห่อกฤษณาด้วยใบไม้        แม้ใบไม้ก็หอมไปด้วยฉันใด     การคบกับนักปราชญ์ก็หอมไปด้วยฉันนั้น
664   หมวดคบหา   ภิกษุผู้ฟุ้งซ่าน    คลอนแคลน    อาศัยมิตรชั่ว        ถูกคลื่นท่วมทับ  (อดทนต่อคำสั่งสอนไม่ได้)      ย่อมจมลงในห้วงน้ำใหญ่
665   หมวดคบหา   บัณฑิตไม่พึงคบอสัตบุรุษ    พึงคบแต่สัตบุรุษ       เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก    สัตบุรุษย่อมนำไปสู่สุคติ
666   หมวดคบหา   ควรคบกับคนที่คบตน      ไม่ควรคบคนที่ไม่คบตน      ผู้ใดไม่คบคนที่คบตน   ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีธรรมของสัตบุรุษ
667   หมวดคบหา   ผู้คบคนชั่ว ย่อมถึงความสุขโดยส่วนเดียวไม่ได้        เขาย่อมยังตนให้ประสบโทษ      เหมือนกิ้งก่าเข้าฝูงเหี้ยฉะนั้น
668   หมวดคบหา   ผู้ปรารถนาความสุขที่มั่นคง    พึงเว้นมิตรชั่วเสีย     คบแต่บุคคลสูงสุด   และพึงตั้งอยู่ในโอวาทของท่าน
669   หมวดคบหา   ปราชญ์มีการอยู่ร่วมเป็นสุข      เหมือนสมาคมแห่งชาติ
670   หมวดคบหา   พึงสมาคมกับสัตบุรุษ     พึงทำความสนิทสนมกับสัตบุรุษ     ผู้นั้นรู้ทั่วถึงสัทธรรมของสัตบุรุษแล้ว        ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
671   หมวดคบหา   บุคคลควรคบผู้เลื่อมใสเท่านั้น    ควรเว้นผู้ไม่เลื่อมใส       ควรเข้าไปนั่งใกล้ผู้เลื่อมใส        เหมือนผู้ต้องการน้ำเข้าไปหาห้วงน้ำฉะนั้น
672   หมวดคบหา   คบคนเช่นใดเป็นมิตร    เขาก็เป็นคนเช่นนั้น      เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้น
673   หมวดคบหา   พึงเป็นผู้ใคร่ธรรม   ทรงไว้ซึ่งสุตะเป็นผู้สอบถาม       เข้าไปนั่งใกล้ท่านผู้มีศีล      และเป็นพหุสูตโดยเคารพ
674   หมวดคบหา   จิตจอดอยู่กับใคร   ถึงไกลกัน   ก็เหมือนอยู่ชิดใกล้    ใจหมางเมินใคร    ถึงใกล้กัน   ก็เหมือนอยู่แสนไกล
675   หมวดคบหา   วิญญูชน   หากเข้าใกล้บัณฑิตแม้เพียงครู่เดียว        ก็รู้ธรรมได้ฉับพลัน    เสมือนลิ้นที่รู้รสแกง
676   หมวดคบหา   คนห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา     แม้หญ้าคาก็พลอยเหม็นเน่าไปด้วยฉันใด    การคบกับคนพาลก็เป็นคนพาลฉันนั้น
677   หมวดคบหา   ไม่ควรไว้ใจคนที่ทำชั่วมาแล้ว       ไม่ควรไว้ใจคนที่พูดพล่อยๆ     ไม่ควรไว้ใจคนที่เห็นแก่ตัว    (คนที่มีปัญญาแต่เพื่อประโยชน์ของตัว)   ถึงคนที่ทำสงบเสงี่ยมเกินไป   ก็ไม่ควรไว้ใจ
678   หมวดคบหา   พึงแนะนำตักเตือนเถิด   พึงพร่ำสอนเถิด   พึงห้ามปรามจากความชั่วเถิด     คนที่ทำเช่นนั้น    ย่อมเป็นที่รักของสัตบุรุษ    และไม่เป็นที่รักของอสัตบุรุษ
679   หมวดคบหา   ผู้ใด   แม้หากมิได้กระทำความชั่ว     แต่คบหาเกลือกกลั้วกับผู้กระทำบาป    ผู้นั้นย่อมพลอยถูกระแวงในกรรมชั่ว     อีกทั้งเสียงเสื่อมเสียย่อมเกิดขึ้นแก่เขา
680   หมวดคบหา   พึงมองเห็นคนมีปัญญาที่ชอบชี้โทษ   พูดจาข่มขี่    เสมือนเป็นผู้บอกขุมทรัพย์    พึงคบคนที่เป็นบัณฑิตเช่นนั้นแหละ    เมื่อคบคนเช่นนั้นย่อมมีแต่ดี    ไม่มีเสียเลย
681   หมวดคบหา   ในกาลไหนๆผู้คบคนเลว     ย่อมเลว    คบคนเสมอกันไม่พึงเสื่อม     คบหาคนประเสริฐย่อมพลันเด่นขึ้น    เหตุนั้นควรคบคนที่สูงกว่าตน
682   หมวดคบหา   บัณฑิตพึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา    มีศีลเป็นที่รัก   มีปัญญาและเป็นพหุสูต         เพราะการสมาคมกับคนดีเป็นความเจริญ
683   หมวดคบหา   บัณฑิตไม่ควรทำความเป็นเพื่อนกับคนส่อเสียด   คนมักโกรธ  คนตระหนี่   และคนเพลิดเพลินในสมบัติ      เพราะการสมาคมกับคนชั่ว   เป็นความเลวทราม
684   หมวดคบหา   ปราชญ์ย่อมแนะนำสิ่งที่ควรแนะนำ      ไม่ชวนทำสิ่งที่มิใช่ธุระ     การแนะนำดี     เป็นความดีของปราชญ์       ปราชญ์ถูกกล่าวว่าโดยชอบก็ไม่โกรธ        ปราชญ์ย่อมรู้วินัย     การสมาคมกับปราชญ์จึงเป็นการดี
685   หมวดคบหา   ถ้าใจรักแล้ว   ถึงอยู่ห่างคนละฝั่งฟากสมุทร    ก็เหมือนอยู่สุดแสนใกล้       ถ้าใจชังแล้ว    ถึงอยู่สุดแสนใกล้     ก็เหมือนอยู่ไกลคนละฟากมหาสมุทร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:38:38 »

686   หมวดสร้างตัว   บุคคลตั้งตัวให้ได้    เหมือนก่อไฟจากกองน้อย
687   หมวดสร้างตัว   บุคคลพึงหาเลี้ยงชีพ    โดยทางชอบธรรม
688   หมวดสร้างตัว   บุคคลพึงประกอบการค้าที่ชอบธรรม
689   หมวดสร้างตัว   บุคคลไม่พึงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง
690   หมวดสร้างตัว   จงทำงานให้สมกับอาหารที่บริโภค
691   หมวดสร้างตัว   จงเก็บรวบรวมทรัพย์สิน     เหมือนผึ้งเที่ยวรวมน้ำหวานสร้างรัง
692   หมวดสร้างตัว   ถึงไม่ได้   แต่ชอบธรรม     ยังดีกว่าได้โดยไม่ชอบธรรม
693   หมวดสร้างตัว   ขยัน    เอาธุระ     ทำเหมาะจังหวะ     ย่อมหาทรัพย์ได้
694   หมวดสร้างตัว   ทรัพย์สินย่อมพอกพูนขึ้นได้       เหมือนดังก่อจอมปลวก
695   หมวดสร้างตัว   การงานไม่คั่งค้างสับสน     เป็นมงคลอย่างสูงสุด
696   หมวดสร้างตัว   โภคะของใคร   ไม่ว่าสตรีหรือบุรุษ   ที่จะสำเร็จเพียงด้วยคิดเอา   ย่อมไม่มี
697   หมวดสร้างตัว   ความอุบัติแห่งผล      ย่อมมีได้ด้วยการกระทำของตน
698   หมวดสร้างตัว   ชีวิตจะอยู่ได้ที่ไหน   พึงไปที่นั้น          ไม่พีงให้ที่อยู่ฆ่าตนเสีย
699   หมวดสร้างตัว   คนที่ขยันในหน้าที่    ไม่ประมาท    เอาใจใส่สอดส่อง      ตรวจตรา    จัดการงานให้เรียบร้อย      เป็นอันดี      จึงควรเข้ารับราชการ
700   หมวดสร้างตัว   ขยันงาน    ไม่ประมาท   ฉลาดในวิธีจัดการ           เลี้ยงชีวิตแต่พอดี    ย่อมรักษาทรัพย์สมบัติ      ให้คงอยู่   และเพิ่มทวี
701   หมวดสร้างตัว   การได้ยศ    การได้ลาภ    การเลี้ยงชีพ      ด้วยการยอมลดคุณค่าของชีวิต    หรือด้วยการประพฤติอธรรม   เป็นสิ่งน่ารังเกียจ
702   หมวดสร้างตัว   ผลประโยชน์ทั้งปวง     ตั้งอยู่ที่หลัก 2   ประการ     คือการได้สิ่งที่ยังไม่ได้    และการรักษาสิ่งที่ได้แล้ว
703   หมวดสร้างตัว   คนมีปัญญา     ประกอบด้วยความรู้   ฉลาดในวิธีจัดงาน  รู้จักกาล   รู้จักสมัย    จึงควรเข้ารับราชการ
704   หมวดสร้างตัว   คนใดชอบนอน   ชอบมั่วสุม   ไม่เอางาน   เกียจคร้าน   เอาแต่โกรธ   งุ่นง่าน    นั้นคือปากทางของความเสื่อม
705   หมวดการปกครอง   ผู้มีภาระปกครองรัฐ    จงอย่าได้ประมาทเลย
706   หมวดการปกครอง   ถ้าผู้ปกครองทรงธรรม   ประเทศชาติก็เป็นสุข
707   หมวดการปกครอง   การอยู่ในอำนาจของผู้อื่น    เป็นทุกข์ทั้งสิ้น
708   หมวดการปกครอง   พึงระแวง    สิ่งที่ควรระแวง
709   หมวดการปกครอง   ผู้ปกครองชอบธรรมจึงจะดี
710   หมวดการปกครอง   ผู้บริหารโง่    ถึงจะเข้มแข็ง   ก็ไม่ดี
711   หมวดการปกครอง   พึงยกย่องคนที่ควรยกย่อง
712   หมวดการปกครอง   เมื่อมีความประมาท     ก็เกิดความเสื่อม
713   หมวดการปกครอง   เมื่อมีความเสื่อม   ก็เกิดโทษประดัง
714   หมวดการปกครอง   สักการะฆ่าคนชั่วได้
715   หมวดการปกครอง   พึงป้องกันภัยที่ยังมาไม่ถึง
716   หมวดการปกครอง   อิสรภาพ     เป็นสุขทั้งสิ้น
717   หมวดการปกครอง   คนพาล    เป็นผู้นำไม่ได้
718   หมวดการปกครอง   เมื่อมีความมัวเมา      ก็เกิดความประมาท
719   หมวดการปกครอง   ยกย่องผู้ควรยกย่องเป็นอุดมมงคล
720   หมวดการปกครอง   ผู้บริหารฉลาดและเข้มแข็ง   จึงจะดี
721   หมวดการปกครอง   พึงข่มคนที่ควรข่ม
722   หมวดการปกครอง   ผู้ปกครองที่ฉลาด    พึงแสวงสุขเพื่อประชาชน
723   หมวดการปกครอง   ผู้ถือความถูกต้องเป็นใหญ      ได้ชื่อว่าผู้เที่ยงธรรม
724   หมวดการปกครอง   ผู้เป็นใหญ่ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง        ย่อมตกจากอำนาจ
725   หมวดการปกครอง   โสดาปัตติผลประเสริฐกว่าความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวง
726   หมวดการปกครอง   ถึงจะเป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมา     ก็ควรมีความถ่อมตน
727   หมวดการปกครอง   ท่านผู้ครองแผ่นดิน       ทั้งหลาย          การที่ทำโดยผลีผลามจะแผดเผาตัวได้
728   หมวดการปกครอง   อย่าสำคัญตนว่า     เรามีอำนาจยิ่งใหญ่     แล้วทำให้ประชาชนพลอยพินาศ
729   หมวดการปกครอง   คนที่เป็นใหญ่   จะต้องใคร่ครวญให้ดีก่อน    จึงลงโทษ
730   หมวดการปกครอง   อำนาจเป็นใหญ่ในโลก
731   หมวดการปกครอง   ถึงมีกำลังพลน้อย    แต่มีความคิด      ก็เอาชนะกองทัพใหญ่ที่ไร้ความคิดได้
732   หมวดการปกครอง   ราชา          เป็นสง่าแห่งแคว้น
733   หมวดการปกครอง   ผู้บริหารหมู่ชน   เป็นปราชญ์             และมีกำลังเข้มแข็งจึงจะเป็นผลดี
734   หมวดการปกครอง   ผู้บริหารหมู่คณะ   ถึงจะมีกำลังอำนาจ            แต่เป็นคนพาลย่อม   ไม่เป็นผลดี
735   หมวดการปกครอง   ผู้ปกครองต้องทราบรายได้รายจ่ายด้วยตนเอง           ต้องทราบกิจการที่ทำแล้ว     และยังมิได้ทำด้วยตนเอง
736   หมวดการปกครอง   ในแว่นแคว้นของราชาผู้มีเมตตา          มีธรรมมั่นคง    ประชาชนจะนอนเป็นสุข         เหมือนนอนอยู่ในบ้านของตัว   ในร่มเงาอันเย็นสบาย
737   หมวดการปกครอง   ผู้ครองแผ่นดินที่เจ้าสำราญ    แส่หาแต่กามารมณ์           โภคทรัพย์จะพินาศหมด   นี่แลที่เรียกว่าทุกข์ภัยของผู้ครองแผ่นดิน
738   หมวดการปกครอง   เมื่อผู้ครองแผ่นดินประมาท          โภคทรัพย์ในรัฐทั้งหมดย่อมพินาศ         นี่แลเรียกว่าทุกข์ภัยของผู้ครองแผ่นดิน
739   หมวดการปกครอง   ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้โดยพลัน         ผู้นั้นจะหลงเข้าไปในอำนาจของศัตรู          และจะเดือดร้อนภายหลัง
740   หมวดการปกครอง   เมื่ออนารชนก่อกรรมชั่ว      อารชนใช้อาชญาหักห้าม          การกระทำนั้น      เป็นการสั่งสอน    หาใช่เป็นเวรไม่      บัณฑิตทั้งหลายเข้าใจกันอย่างนี้
741   หมวดการปกครอง   ดูเถิดมหาราช      พระองค์จงเสด็จเที่ยวสดับ  ดูความเป็นอยู่    ความเป็นไปในแว่นแคว้นแดนชนบท     ครั้นได้เห็นได้ฟังแล้ว   จึงปฎิบัติราชกิจนั้นๆ
742   หมวดการปกครอง   เริ่มแรก     แก้ไขข้อที่ผิดพลาดคลาดเคลื่อนให้เสร็จ   ระงับความโกรธกริ้วและความบันเทิงไว้ก่อน      จากนั้นจึงสั่งงาน    ข้อนี้นักปราชญ์กล่าวว่าเป็นวัตร(ระเบียบปฎิบัติ)  ของผู้ปกครอง
743   หมวดการปกครอง   ชาวชนบทไม่ได้รับการพิทักษ์รักษา      ถูกกดขี่ด้วยค่าธรรมเนียมโดยไม่ชอบธรรม   กลางคืนโจรปล้น   กลางวันข้าราชการข่มเหง        ในแว่นแคว้นผู้ปกครองชั่วร้าย     ย่อมมีคนอาธรรม์มากมาย
744   หมวดการปกครอง   เมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากอยู่    ถ้านำโคฝูงไปตรง       โคทั้งหมดย่อมว่ายตรงไปตาม   ฉันใด    ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น    ผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่     ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรม     ประชาชนที่เหลือก็เป็นอันไม่ต้องกล่าวถึง     ถ้าราชาตั้งอยู่ในธรรม    รัฐทั้งหมดย่อมอ
745   หมวดการปกครอง   เมื่อฝูงโคว่ายข้ามฟากอยู่     ถ้านำฝูงไปคด        โคทั้งหมดก็ว่ายคดไปตาม   ฉันใด         ในหมู่มนุษย์ก็ฉันนั้น       ผู้ใดได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่       ถ้าประพฤติอธรรม         จะป่วยกล่าวไปไยถึงประชาชนที่เหลือ      ถ้าราชาไม่ตั้งอยู่ในธรรม       รัฐทั้งหมด
746   หมวดการปกครอง   ผู้ใดทำความชั่วด้วยสำคัญตัวว่า     เราเป็นผู้ยิ่งใหญ่     ครั้นทำแล้ว    ก็ไม่หวั่นเกรงต่อคนทั้งหลาย      ผู้นั้นจะดำรงชีพอยู่ยืนยาวด้วยความชั่วนั้นก็หาไม่     แม้เทพทั้งหลาย      ก็มองดูเขาด้วยนัยน์ตาอันเหยียดหยาม
747   หมวดสามัคคี   สามัคคีของหมู่ทำให้เกิดสุข
748   หมวดสามัคคี   จงสามัคคีมีน้ำใจต่อกัน
749   หมวดสามัคคี   ความเพียรของหมู่ชนผู้พร้อมเพรียงกันทำให้เกิดสุข
750   หมวดสามัคคี   สุกรทั้งหลายพร้อมเพรียงกันยังฆ่าเสือโคร่งได้      เพราะใจรวมเป็นอันเดียว
751   หมวดสามัคคี   ความพร้อมเพรียงของปวงชนผู้เป็นหมู่     ยังความเจริญให้สำเร็จ
752   หมวดสามัคคี   พึงศึกษาความสามัคคี     ความสามัคคีนั้น        ท่านผู้รู้ทั้งหลาย    สรรญเสริญแล้ว     ผู้ยินดีในสามัคคี           ตั้งอยู่ในธรรม    ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
753   หมวดสามัคคี   ท่านทั้งหลายจงเห็นความวิวาทโดยความเป็นภัย     และความไม่วิวาทโดยความปลอดภัยแล้ว        เป็นผู้พร้อมเพรียง   มีความประนีประนอมกันเถิด   นี้เป็นพระพุทธานุศาสนี
754   หมวดสามัคคี   ผู้ใดเมื่อคนอื่นล่วงเกินกันอยู่      ตนเองกลับหาทางเชื่อมเขาให้คืนดีกันได้     ผู้นั้นแล    ชื่อว่าเป็นคนเอาภาระ     เป็นผู้จัดธุระที่ดียอดเยี่ยม
755   หมวดสามัคคี   ผู้ใดรู้โทษที่ตนล่วงละเมิด  1   ผู้ใดย่อมรับรู้โทษ   ที่เขามาสารภาพ  1  คนทั้งสองนี้ย่อมพร้อมเพรียงกันยิ่งขึ้น       มิตรภาพของเขาย่อมไม่เสื่อมคลาย
756   หมวดสามัคคี   ถ้าแม้สัตบุรุษวิวาทกัน     ก็กลับเชื่อมกันได้สนิทโดยเร็ว     ส่วนคนพาลทั้งหลายย่อมแตกกันเหมือนภาชนะดิน     เขาย่อมไม่ได้ความสงบเวรกันเลย
757   หมวดเกื้อกูลสังคม   พึงสละทรัพย์    เพื่อรักษาอวัยวะ
758   หมวดเกื้อกูลสังคม   พึงสละอวัยวะ   เพื่อรักษาชีวิต
759   หมวดเกื้อกูลสังคม   พึงสละอวัยวะ   ทรัพย์   และแม้ชีวิต    เพื่อรักษาความถูกต้อง
760   หมวดเกื้อกูลสังคม   ผู้ฉลาดควรสละสุขเล็กน้อย      เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
761   หมวดพบสุข   ผู้ไม่มีอะไรให้กังวล    ย่อมมีแต่ความสุข
762   หมวดพบสุข   ไม่มีอะไรเลย      ไม่มีใครเบียดเบียน
763   หมวดพบสุข   ท่านผู้ไกลกิเลส   มีความสุขจริงหนอ
764   หมวดพบสุข   คนมีห่วงกังวล    ย่อมวุ่นวายอยู่
765   หมวดพบสุข   ตราบใดยังมีชิ้นเนื้อคาบไว้นิดหน่อย      ตราบนั้นก็ยังถูกกลุ้มรุมยื้อแย่ง
766   หมวดพบสุข   ความโศกนำสิ่งล่วงแล้วคืนมาไม่ได้      ความโศกไม่อาจนำมาซึ่งความสุขในอนาคต
767   หมวดพบสุข   พวกมนุษย์ผู้อ่อนปัญญา   ไม่เห็นอริยธรรม    สนทนาถกเถียงกันทั้งวันทั้งคืน      แต่ในเรื่องที่ว่า    เงินของเรา   ทองของเรา
768   หมวดพบสุข   ผู้ถึงธรรม   ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว     ไม่ฝันเพ้อถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง    ดำรงอยู่ด้วยสิ่งที่เป็นปัจจุบัน   ฉะนั้น    ผิวพรรณจึงผ่องใส
769   หมวดพบสุข   ผู้ที่มัวเพลินประมาทอยู่กับสิ่งที่ชอบใจ   สิ่งที่รัก    และสิ่งที่เป็นสุข   จะถูกสิ่งที่ไม่ชอบ      ไม่รักและความทุกข์   เข้าครอบงำ
770   หมวดพบสุข   มัวเศร้าโศกอยู่ก็ซูบผอมลง    อาหารก็ไม่อยากรับประทาน   ศัตรูก็พลอยดึใจ         ในเมื่อเขาถูกลูกศรแห่งความโศกเสียบแทงย่ำแย่อยู่
771   หมวดพบสุข   ชนทั้งหลายผู้ยังอ่อนปัญญา    เฝ้าแต่เพ้อฝัน  สิ่งที่ยังไม่มาถึง  และหวนละห้อยถึงความหลังอันล่วงไปแล้วจึงซูบซีดหม่นหมอง  เสมือนต้นอ้อสด  ที่เขาถอนขึ้น ทิ้งไว้ในกลางแดด
772   หมวดพบสุข   ผู้ใดพอใครถามถึงทุกข์ของตน   ก็บอกเขาเรื่อยไป  ทั้งที่มิใช้กาลอันควร  ผู้นั้นจะมีแต่มิตรชนิดเจ้าสำราญ  ส่วนผู้หวังดีต่อเขาก็มีแต่ทุกข์
773   หมวดพบสุข   ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ นินทา สรรเสริญ สุข และ ทุกข์  สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาในหมู่มนุษย์ไม่มีความเที่ยงแม้แน่นอน  อย่าเศร้าโศกเลย  ท่านจะโศกเศร้าไปทำไม
774   หมวดพบสุข   คนฉลาด  พึงรู้จักกาลอันสมควร  กำหนดเอาคนที่มีความคิด  ที่ร่วมใจกันได้แล้ว  จึงบอกทุกข์ร้อน  โดยกล่าววาจาสละสลวย  ได้ถ้อยได้ความ
775   หมวดพบสุข   เราเดินทางไปในแดนสัตว์ร้าย  ก็ไม่หวาดหวั่น ถึงจะนอนหลับในที่เช่นนั้น  ก็ไม่กลัวเกรง  คืนวันผ่านไปไม่มีอะไรให้เราเดือดร้อน  เรามองไม่เห็นว่ามีอะไรที่จะเสีย  ณ ที่ไหน  ในโลก  เพราะฉะนั้น  เราจึงนอนสบาย  ใจก็คิดแต่จะช่วยเหลือปวงสัตว์
776   หมวดพบสุข   ดอกบัว  เกิดและเจริญงอกงามในน้ำแต่ไม่ติดน้ำ   ทั้งส่งกลิ่นหอม  ชื่นชูใจให้รื่นรมย์ฉันใด  พระพุทธเจ้าทรงเกิดในโลก และอยู่ในโลก แต่ไม่ติดโลก  เหมือนบัวไม่ติดน้ำฉันนั้น
777   หมวดทาน   ผู้ให้ ย่อมเป็นที่รัก
778   หมวดทาน   ของที่ให้แล้ว  ชื่อว่านำออกไปอย่างดีแล้ว
779   หมวดทาน   ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้สิ่งที่เลิศอีก
780   หมวดทาน   การเลือกให้  พระสุคตทรงสรรเสริญ
781   หมวดทาน   เป็นคนควรให้ปันบ้าง ไม่มากก็น้อย
782   หมวดทาน   คนฉลาด พลอยยินดีการให้ทาน
783   หมวดทาน   คนดี บำเพ็ญประโยชน์แก่ปวงชน
784   หมวดทาน   คนดี ชอบช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น
785   หมวดทาน   คนใจการุณ ช่วยแก้ไขคนให้หายโศกเศร้า
786   หมวดทาน   เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี
787   หมวดทาน   ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข
788   หมวดทาน   ผู้บูชา ย่อมได้บูชาตอบ
789   หมวดทาน   ผู้ใดสั่งสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งที่ไม่ตาย
790   หมวดทาน   จงช่วยเหลือคนเดือนร้อน ด้วยความตั้งใจ
791   หมวดทาน   ให้ของดี ย่อมได้ของดี
792   หมวดทาน   ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก คนหมู่มากย่อมคบเขา
793   หมวดทาน   คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน
794   หมวดทาน   คนดีจัดการโภคทรัพย์ ทำประโยชน์แก่คนจำนวนมาก
795   หมวดทาน   ท่านว่า ทานและการรบ เสมอกัน
796   หมวดทาน   คนควรให้ของที่ควรให้
797   หมวดทาน   ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ
798   หมวดทาน   เมื่อให้ บุญก็เพิ่มขึ้น
799   หมวดทาน   กินคนเดียว ไม่ได้ ความสุข
800   หมวดทาน   ผู้ให้สิ่งที่ชอบใจ ย่อมได้สิ่งที่ชอบใจ
801   หมวดทาน   ในโลกนี้ เวรระงับด้วยเวร ไม่เคยมี
802   หมวดทาน   ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้
803   หมวดทาน   ไม่พึงบริโภคของอร่อยแต่ผู้เดียว
804   หมวดทาน   คนมีปัญญาอยู่ครองเรือน ก็เป็นประโยชน์แก่คนจำนวนมาก
805   หมวดทาน   นอกจากการแบ่งปันเผื่อแผ่กันแล้ว สัตว์ทั้งปวงหามีที่พึ่งอย่างอื่นไม่
806   หมวดทาน   ของที่ให้แล้ว  ชื่อว่าออกผลเป็นความสุขแล้ว  ส่วนของที่ยังไม่ได้ให้ ยังไม่มีผลเช่นนั้น
807   หมวดทาน   พึงนำสมบัติออกด้วยการให้,  วัตถุที่ให้แล้วย่อมเป็นอันนำออกดีแล้ว, วัตถุที่ให้แล้วย่อมมีผลเป็นสุข, ส่วนวัตถุที่ยังไม่ได้ให้ก็ไม่เป็นอย่างนั้น
808   หมวดทาน   คนใด มั่งมีทรัพย์สินเงินทอง มีของกินของใช้มาก แต่บริโภคของอร่อยคนเดียว นั้นเป็นปากทางแห่งความเสื่อม
809   หมวดทาน   คนใด มารดาบิดาแก่เฒ่า ล้วงพ้นวัยหนุ่มวัยสาวไปแล้ว ตนเองสามารถก็ไม่เลี้ยงดู นั้นคือปากทางแห่งความเสื่อม
810   หมวดทาน   บัณฑิตสามารถปัดเป่าความเศร้าโศกของคนอื่นได้ จึงจัดว่าเป็นที่พึ่งยอดเยี่ยมของคนทั้งหลาย
811   หมวดทาน   การให้ทานนั้นปราชญ์สรรเสริญกันโดยมากอย่างแน่นอน แต่ กระนั้น บทธรรมก็ยังประเสริฐกว่าทาน
812   หมวดทาน   ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด, ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น
813   หมวดทาน   ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศในภพที่ตนเกิด
814   หมวดทาน   ผู้ให้ข้าว ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้า ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหณะ ชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟ ชื่อว่าให้จักษุ
815   หมวดทาน   ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้  ให้ทานในคนที่ควรให้ เมื่อผู้นั้นประสบความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมได้สหาย
816   หมวดทาน   ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ
817   หมวดทาน   เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ วรรณะ ยศ เกียรต สุข และกำลังอันเลิศ ก็เจริญ
818   หมวดทาน   ให้ทานเป็นเบื้องต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลาย
819   หมวดทาน   ผู้ใดให้ทานในบุคคลที่ไม่ควรให้ ไม่ให้ทานในคนที่ควรให้ เมื่อผู้นั้นถึงความเสื่อมเพราะอันตราย ย่อมไม่ได้สหาย
820   หมวดทาน   ชนเหล่าใด สร้างสวน ปลูกป่า ให้โรงประปา บ่อน้ำ และ ที่พักอาศัย บุญของชนเหล่านั้นย่อมเพิ่มพูนทุกเมื่อ ทั้งคืนทั้งวัน
821   หมวดทาน   ตรวจดูด้วยจิต ทั่วทุกทิศแล้ว ไม่พบใครที่ไหน เป็นที่รักยิ่งกว่าตนเลย คนอื่นก็รักตนมากเช่นเดียวกัน ฉะนั้น ผู้รักตน จึงไม่ควรเบียดเบียนคนอื่น
822   หมวดทาน   ผู้ให้อาหาร ชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้านุ่งห่ม ชื่อว่าให้ผิวพรรณ ผู้ให้ยานพาหนะ ชื่อว่าให้ความสะดวก ผู้ใดให้ที่พำนักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้ทั้งหมด
823   หมวดทาน   ผู้ให้ของชอบใจ ย่อมได้ของชอบใจ ผู้ให้ของเลิศ ย่อมได้ของเลิศ ผู้ให้ของดี ย่อมได้ของดี ผู้ให้ของประเสริฐ ย่อมถึงฐานะอันประเสริฐ
824   หมวดทาน   นกชนิดหนึ่งเที่ยวบินอยู่ตามช่องเขา และ ไหล่เขา มีชื่อว่านกมัยหกะ มันบินไปสู่ต้นเลียบอันมีผลสุก แล้วร้องว่า *ของข้า ๆ* เมื่อนกมัยหกะร้องอยู่อย่างนั้นฝูงนกทั้งหลายก็พากันบินมาจิกกินผลเลียบ แล้วก็พากันบินไป นกมัยหกะก็ยังพร่ำอยู่อย่างเดิมนั้นเอง   คนบางคนในโล
825   หมวดทาน   สัตว์ทั้งปวง ย่อมหวาดหวั่นต่ออาชญา  สัตว์ทั้งปวงย่อมกลัวความตาย  สัตว์ทั้งปวง ย่อมหวาดหวั่นต่ออาชญา  ชีวิตเป็นที่รักของทุกคน   เราฉันใด สัตว์เหล่านี้ก็ฉันนั้น สัตว์เหล่านี้ฉันใด เราก็ฉันนั้น นึกถึงเขา เอาตัวเราเข้าเทียบแล้ว ไม่ควรเข่นฆ่า ไม่ควรให้สังหารกั
826   หมวดศีล   ศีลเป็นเยี่ยมในโลก
827   หมวดศีล   ศีลพึงรู้ได้เมื่ออยู่ร่วมกัน
828   หมวดศีล   ศีลยังประโยชน์ให้สำเร็จตราบเท่าชรา
829   หมวดศีล   นักปราชญ์พึงรักษาศีล
830   หมวดศีล   เมื่อคอยระวังอยู่ เวรย่อมไม่ก่อขึ้น
831   หมวดศีล   ความสำรวมในที่ทั้งปวง เป็นดี ท่านว่าศีล เป็นความดี
832   หมวดศีล   ผู้ไม่มีศีล ไม่มั่นคง ถึงจะเป็นอยู่ตั้งร้อยปี, ส่วนผู้มีศีล เพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่วันเดียว ประเสิรฐกว่า
833   หมวดศีล   เวทมนต์ ชาติกำเนิด พวกพ้อง นำสุขมาให้ในสัมปรายภพไม่ได้, ส่วนศีลของตนที่บริสุทธิ์ดีแล้ว จึงนำสุขมาให้ในสัมปรายภพได้
834   หมวดศีล   เมื่อภิกษุมีมานะ ประมาทแล้ว มีความหวังในภายนอก, ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมไม่ถึงความบริบูรณ์
835   หมวดศีล   ผู้มีปรีชา มั่นคงดีแล้วในศีล ย่อมได้รับชื่อเสียงในโลกนี้ ละไปแล้ว ย่อมดีใจในสวรรค์ ชื่อว่าย่อมดีใจในที่ทั้งปวง
836   หมวดศีล   ถ้าเป็นพหุสูต มั่นคงดีในศีล บัณฑิตย่อมสรรเสริญเขา ด้วยคุณ 2 ประการ คือ ด้วยศีล และ ด้วยสุตะ
837   หมวดศีล   ศีลเป็นที่พึ่งเบื้องต้น เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั้งปวง เพราะฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
838   หมวดศีล   คนเขลา ไม่มั่นคงในศีล ถูกติเตียนในโลกนี้ และ ละไปแล้วย่อมเสียใจในอบายชื่อว่าย่อมเสียใจในที่ทั้งปวง
839   หมวดศีล   คนผู้ทุศีลย่อมได้รับความติเตียน และ ความเสียชื่อเสียง ส่วนผู้มีศีลธรรม ได้รับชื่อเสียง และ ความยกย่องสรรเสริญทุกเมื่อ
840   หมวดศีล   มารค้นหาอยู่ ย่อมไม่พบช่องทางของท่านผู้มีศีลสมบูรณ์ ผู้อยู่ด้วยความไม่ประมาท หลุดพ้นแล้ว เพราะความรู้ชอบของท่าน
841   หมวดศีล   ผู้มีศีลย่อมได้มิตรมาก ด้วยความสำรวม ส่วนผู้ไม่มีศีล ประพฤติชั่ว ย่อมแตกจากมิตร
842   หมวดศีล   ศีลนั้นเทียวเป็นเลิศในโลกนี้ ส่วนผู้มีปัญญาเป็นผู้สูงสุด ความชนะในหมู่มนุษย์และเทวดา ย่อมมีเพราะศีลและปัญญา
843   หมวดศีล   พึงรักษาศีลในโลกนี้ เพราะศีลที่รักษาดีแล้ว เสพแล้วในโลกนี้ ย่อมน้อมนำมาซึ่งสมบัติทั้งปวง
844   หมวดศีล   ศีลเป็นกำลัง ไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริญสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
845   หมวดศีล   ศีลเป็นสะพานอันมีศักดิ์ใหญ่ ศีลเป็นกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นอื่นยิ่งกว่า ศีลเป็นเครื่องลูบไล้อันประเสริฐ ซึ่งเป็นเครื่องขจรไปทั่วทุกทิศ
846   หมวดศีล   ผู้มีปัญญา เมื่อปรารถนาสุข 3 อย่าง คือ ความสรรเสริญ  ความได้ทรัพย์ และ ความละไปบันเทิงในสวรรค์ ก็พึงรักษาศีล
847   หมวดศีล   ศีลเป็นคุณรวมกำลังอย่างเลิศ  ศีลเป็นเสบียงทางอย่างสูงสุด ศีลเป็นผู้นำทาง  อย่างประเสริฐสุด เพราะศีล มีกลิ่นขจรไปทั่วทุกทิศ
848   หมวดศีล   ความพร้อมเพรียงของหมู่เป็นสุข และ การสนับสนุนคนผู้พร้อมเพรียงกันก็เป็นสุข, ผู้ยินดีในคนผู้พร้อมเพรียงกัน ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่คลาดจากธรรมอันเกษมจากโยคะ
849   หมวดศีล   ผู้ใดในโลกนี้ สำรวมทางกาย วาจา และ ใจ ไม่ทำบาปอะไร และ ไม่พูดพล่อย เพราะเหตุแห่งตน , ท่านเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีศีล
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:39:03 »

850   หมวดจิต   ธรรมทั้งหลาย มีจิตนำหน้า
851   หมวดจิต   การฝึกจิตเป็นความดี
852   หมวดจิต   จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้
853   หมวดจิต   พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรเต็มด้วยน้ำมัน
854   หมวดจิต   ผู้ประพฤติตามอำนาจของจิต ย่อมลำบาก
855   หมวดจิต   เมื่อจิตไม่เศร้าหมองแล้ว สุคติเป็นอันหวังได้
856   หมวดจิต   ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ
857   หมวดจิต   โลกอันจิตย่อมนำไป
858   หมวดจิต   จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้
859   หมวดจิต   จงตามรักษาจิตของตน
860   หมวดจิต   คนฉลาด ทำจิตของตนให้ซื่อตรง
861   หมวดจิต   เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคติเป็นอันต้องหวัง
862   หมวดจิต   พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน
863   หมวดจิต   จิตของเรามีธรรมชาติดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก
864   หมวดจิต   จิตนั้นเห็นได้แสนยาก ละเอียดอ่อนยิ่งนัก มักตกไปหาอารมณ์ที่ใคร่
865   หมวดจิต   ผู้รู้จักควบคุมจิตใจ จะพ้นไปได้จากบ่วงของมาร
866   หมวดจิต   สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ประเสริฐอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว, ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว
867   หมวดจิต   ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด,   ราคะย่อมรั่วรดจิตที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น
868   หมวดจิต   จิตของท่านย่อมเดือนร้อน เพราะเข้าใจผิด,  ท่านจงเว้นเครื่องหมายที่สวยงามประกอบด้วยความรัก
869   หมวดจิต   สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์, ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว
870   หมวดจิต   ผู้ใดมักหวาดสะดุ้งต่อเสียง เหมือนเนื้อทรายในป่า ท่านเรียกผู้นั้นว่ามีจิตเบา, พรตของเขาย่อมไม่สำเร็จ
871   หมวดจิต   ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย
872   หมวดจิต   จิตเกื้อกูลที่อบรมบริบูรณ์ดีแล้ว เป็นจิตหาประมาณมิได้, กรรมใดที่ทำแล้วพอประมาณ กรรมนั้นจักไม่เหลือในจิตนั้น
873   หมวดจิต   เมื่อมีจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์
874   หมวดจิต   จิตนี้ถูกยกขึ้นจากอาลัย คือกามคุณ เพื่อละที่ตั้งแห่งมาร ย่อมดิ้นรน เหมือนปลาถูกจับขึ้นจากน้ำโยนไปบนบกฉะนั้น
875   หมวดจิต   ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่ประเสริฐล้วนก็ดี ขันติ และ โสรัจจะ ก็ดี จะเป็นผู้สนิทก็ดี ย่อมไม่มีเพราะการชำระล้างด้วยน้ำ
876   หมวดจิต   โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป, สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว
877   หมวดจิต   การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี,  เพราะว่าจิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้
878   หมวดจิต   โจรกับโจร หรือ ไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน,  ส่วนจิตที่ตั้งไว้ผิด พึงทำให้เสียหายยิ่งกว่านั้น
879   หมวดจิต   ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด,  บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น
880   หมวดจิต   คนมีปัญญาทำจิตที่ดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก ให้ตรงได้ เหมือนช่างศร ทำลูกศรให้ตรงได้ฉะนั้น
881   หมวดจิต   ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, เพราะว่าจิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้
882   หมวดจิต   ผู้ใดจักสำรวมจิตที่ไปไกล เที่ยวไปดวงเดียว ไม่มีรูปร่าง มีกายเป็นที่อาศัย, ผู้นั้นจักพ้นจากเครื่องผูกมารได้
883   หมวดจิต   จิตที่ตั้งไว้ถูกต้อง ทำคนให้ประเสริฐ ประสบผลดี ยิ่งกว่าที่มารดาบิดา หรือ ญาติทั้งหลายใด ๆ จะทำให้ได้
884   หมวดจิต   คนใดมีจิตไม่ท้อถอย มีใจไม่หดหู่ บำเพ็ญกุศลธรรมเพื่อบรรลุที่เกษมจากโยคะ พึงบรรลุธรรมเป็นที่สิ้นสังโยชน์ทั้งปวงได้
885   หมวดจิต   ภิกษุเพ่งพินิจ มีจิตหลุดพ้น รู้ความเกิด และความเสื่อมแห่งโลกแล้ว มีใจดี ไม่ถูกกิเลศอาศัย มีธรรมนั้นเป็นอานิสงส์ พึงหวังความบริสุทธิ์แห่งใจได้
886   หมวดจิต   ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์พี่น้อง พ่อแม่ ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา
887   หมวดจิต   ผู้ถูกตัณหาครอบงำ ถูกศีลพรตผูกมัด ประพฤติตบะ อันเศร้าหมองตั้งร้อยปี จิตของเขาก็หลุดพ้นด้วยดีไม่ได้ เขามีตนเลวจะถึงฝั่งไม่ได้
888   หมวดจิต   เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชา รบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้, เพราะว่าเวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลัง ย่อมสงบระงับ
889   หมวดจิต   บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว พึงรบมารด้วยอาวุธ คือปัญญา และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ไม่พึงยับยั้งอยู่
890   หมวดปัญญา   ผู้มีปัญญา พึงรู้ได้ด้วยการสนทนา
891   หมวดปัญญา   ปัญญาย่อมเกิดเพราะความประกอบด้วยหลายประการ
892   หมวดปัญญา   ปัญญาเป็นรัตนะแห่งนรชน
893   หมวดปัญญา   ผู้ไม่ประมาท พินิจพิจารณา ตั้งใจฟัง ย่อมได้ปัญญา
894   หมวดปัญญา   ปัญญาไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจพิจารณา
895   หมวดปัญญา   คนเราจะมองเห็นอรรถชัดแจ้งได้ด้วยปัญญา
896   หมวดปัญญา   ผู้มีปัญญาอยู่ครองเรือน เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนมาก
897   หมวดปัญญา   ปัญญาเป็นเครื่องปกครองตัว
898   หมวดปัญญา   รู้จักฟัง ย่อมได้ปัญญา
899   หมวดปัญญา   พึงวิจัยเรื่องราวตลอดสายให้ถึงต้นตอ
900   หมวดปัญญา   ความสิ้นปัญญาย่อมเกิดเพราะความไม่ประกอบ
901   หมวดปัญญา   คนเกียจคร้านย่อมไม่พบทางด้วยปัญญา
902   หมวดปัญญา   ปัญญา ย่อมเกิดเพราะใช้การ
903   หมวดปัญญา   ไม่พึงละเลยการใช้ปัญญา
904   หมวดปัญญา   ปราชญ์ว่า ชีวิตที่อยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด
905   หมวดปัญญา   คนย่อมบริสุทธิ์ด้วยปัญญา
906   หมวดปัญญา   ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ได้เล่าเรียน
907   หมวดปัญญา   ปัญญาแล ประเสริฐกว่าทรัพย์
908   หมวดปัญญา   ปัญญา เป็นดวงแก้วของคน
909   หมวดปัญญา   ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก
910   หมวดปัญญา   คนมีปัญญา ถึงแม้ตกทุกข์ ก็ยังหาสุขพบ
911   หมวดปัญญา   ความพินิจ ไม่มีแก่คนไร้ปัญญา
912   หมวดปัญญา   คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาแลประเสริฐสูงสุด
913   หมวดปัญญา   คนย่อมเห็นเนื้อความด้วยปัญญา
914   หมวดปัญญา   เมื่อขาดปัญญา ถึงจะมีทรัพย์ ก็เป็นอยู่ไม่ได้
915   หมวดปัญญา   ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์
916   หมวดปัญญา   ปัญญาย่อมปกครองบุรุษนั้น
917   หมวดปัญญา   ผู้มีปัญญา รู้เนื้อความแห่งภาษิตคนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
918   หมวดปัญญา   ปัญญาย่อมเจริญด้วยประการใด ควรตั้งตนไว้ด้วยประการนั้น
919   หมวดปัญญา   ราคะ โทสะ ความมัวเมา และ โมหะ เข้าที่ไหน ปัญญาย่อมเข้าไม่ถึงที่นั้น
920   หมวดปัญญา   ขาดตาปัญญาเสียแล้ว ก็เหมือนคนตาบอด เหยียบลงไปได้ แม้กระทั่งไฟที่ส่องทาง
921   หมวดปัญญา   คนมีปัญญา ถึงสิ้นทรัพย์ ก็ยังเป็นอยู่ได้
922   หมวดปัญญา   คนมีปัญญาประเสริฐกว่า คนโง่ถึงจะมียศก็หาประเสริฐไม่
923   หมวดปัญญา   คนที่อิ่มด้วยปัญญา ตัณหาจะครอบงำเอาไว้ในอำนาจไม่ได้
924   หมวดปัญญา   ปราชญ์กล่าวชีวิตของผู้เป็นอยู่ด้วยปัญญา ว่า ประเสริฐสุด
925   หมวดปัญญา   คนมีปัญญาทราม ได้ยศแล้ว ย่อมประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ย่อมปฏิบัติ เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น
926   หมวดปัญญา   ถึงสิ้นทรัพย์ ผู้มีปัญญาก็เป็นอยู่ได้, แต่อับปัญญา แม้มีทรัพย์ก็เป็นอยู่ไม่ได้
927   หมวดปัญญา   ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้ ฉลาดในวิธีจัดการงาน รู้กาลและรู้สมัย เขาพึงอยู่ในราชการได้
928   หมวดปัญญา   ถ้าพึงเห็นสุขอันไพบูลย์ เพราะยอมเสียสละสุขส่วนน้อย ผู้มีปัญญาเล็งเห็นสุขอันไพบูลย์ ก็ควรสละสุขส่วนน้อยเสีย
929   หมวดปัญญา   ปัญญาเป็นเครื่องวินิจฉัยสิ่งที่ฟังแล้ว ปัญญาเป็นเครื่องเพิ่มพูนเกียรติ และชื่อเสียง  คนผู้ประกอบด้วยปัญญาในโลกนี้ แม้ในความทุกข์ก็หาความสุขได้
930   หมวดปัญญา   บรรดาความอิ่มทั้งหลาย ความอิ่มด้วยปัญญาประเสริฐ,  ผู้อิ่มด้วยปัญญานั้นย่อมไม่เดือนร้อนด้วยกาม, ตัณหาครอบงำ ผู้อิ่มด้วยปัญญาไว้ในอำนาจไม่ได้
931   หมวดปัญญา   คนผู้สดับน้อยนี้  ย่อมแก่ไป  เหมือนวัวแก่ อ้วนแต่เนื้อ แต่ปัญญาไม่เจริญ
932   หมวดปัญญา   คนฉลาดกล่าวว่า ปัญญาประเสริฐ  เหมือนพระจันทร์ ประเสริฐกว่าดาวทั้งหลาย แม้ศีลสิริและธรรมของสัตบุรุษย่อมไปตามผู้มีปัญญา
933   หมวดปัญญา   ผู้รู้ย่อมสรรเสริญคนมีปัญญา พูดจริง ตั้งมั่นในศีล ประกอบความสงบใจนั่นแล
934   หมวดปัญญา   คนโง่ถึงมียศ ก็กลายเป็นทาสของคนมีปัญญา เมื่อมีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น บัณฑิตจัดการเรื่องใดอันเป็นเรื่องละเอียดก่อน คนโง่ย่อมถึงความหลงใหลในเรื่องนั้น
935   หมวดปัญญา   ในเวลาที่ควรลุกขึ้นทำงาน ไม่ลุกขึ้นทำ ทั้งที่ยังหนุ่มแน่น มีกำลัง กลับเฉื่อยชา ปล่อยความคิดให้จมปลัก เกียจคร้าน มัวซึมเซาอยู่ ย่อมไม่ประสบทางแห่งปัญญา
936   หมวดปัญญา   เมื่อน้ำใส กระจ่างแจ๋ว ย่อมมองเห็นหอยกาบ หอยโข่ง กรวด ทราย และ ฝูงปลาได้ ฉันใด เมื่อจิตไม่ขุ่นมัว ย่อมมองเห็นประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น ฉันนั้น
937   หมวดปัญญา   คนโง่เขลามาประชุมกันแม้ตั้งกว่าพันคน พวกเขาไม่มีปญญา ถึงจะพร่ำคร่ำครวญอยู่ตลอดร้อยปี ก็หามีประโยชน์ไม่ คนมีปัญญารู้เนื้อความแห่งภาษิต คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
938   หมวดปัญญา   สัตบุรุษสรรเสริญปัญญาแน่แท้  คนทั้งหลายชอบทรัพย์สมบัติ จึงใคร่ได้สิริ (ยศ) ก็ความรู้ของท่านผู้รู้ทั้งหลายชั่งไม่ได้ ทรัพย์จึงเกินกว่าปัญญาไปไม่ได้ ไม่ว่ากาลไหน ๆ
939   หมวดปัญญา   คนเขลามียศศักดิ์ ก็เป็นทาสของคนมีปัญญา, เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น คนฉลาดจัดการข้อได้แนบเนียน คนเขลาถึงความงมงายในข้อนั้น
940   หมวดปัญญา   ผู้ขบคิดปัญหาอันลึกซึ้งด้วยใจ  ไม่ทำกรรมชั่วอันไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเลย, ไม่ละทางแห่งประโยชน์ที่มาถึงตามเวลา, บัณฑิตทั้งหลายเรียกคนอย่างนั้นว่า ผู้มีปัญญา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:39:27 »

หมวดศรัทธา

941   ศรัทธาเป็นทรัพย์ ประเสริฐของคนในโลกนี้
942   ศรัทธารวบรวมไว้ซึ่งเสบียงคือกุศล
943   ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้สำเร็จ
944   ศรัทธาเป็นเพื่อนของคน
945   ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว นำสุขมาให้
946   ผู้มีศรัทธาประกอบด้วยศีล เพียบพร้อมด้วยศและโภคะ จะไปสู่ถิ่นใด ๆ ก็มีคนบูชาในถิ่นนั้น ๆ
947   ผู้ใดใคร่เห็นผู้มีศีล ปรารถนาฟังพระสัทธรรม กำจัดมลทิลคือความตระหนี่ได้, ผู้นั้นแลท่านเรียกว่าผู้มีศรัทธา
948   คนใดมีใจผ่องใส ให้ข้าวด้วยศรัทธา, คนนั้นย่อมได้ข้าว ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกหน้าเหมือนกัน
949   ผู้มีศรัทธา มีปัญญา ตั้งในธรรม ถึงพร้อมด้วยศีล แม้คนเดียว ย่อมเป็นประโยชน์แก่ญาติ และ พวกพ้องผู้ไม่มีศรัทธา

หมวดบุญ

950   บุญนำสุขมาให้ในเวลาสิ้นชีวิต
951   บุญ โจรนำไปไม่ได้
952   บุญเป็นที่พึ่งของสัตว์ ในโลกหน้า
953   คนสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
954   ควรทำบุญอันนำสุขมาให้
955   ถ้าบุรุษจะพึงทำบุญ  ควรทำบุญนั้นบ่อย ๆ ควรทำความพอใจในบุญนั้น การสั่งสมบุญนำความสุขมาให้
956   สหายเป็นมิตรของคนผู้มีความต้องการเกิดขึ้นบ่อย ๆ , บุญทั้งหลายที่ตนทำเอง บุญนั้นจะเป็นมิตรในสัมปรายภพ
957   ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้  ตายแล้ว ย่อมยินดี ชื่อว่าย่อมยินดีในโลกทั้งสอง, เขาย่อมยินดีว่าเราทำบุญไปแล้ว ไปสู่สุคติ ย่อมยินดียิ่งขึ้น
958   ผู้ทำบุญแล้วย่อมบันเทิงในโลกนี้ ละไปแล้วย่อมบันเทิง ชื่อว่าย่อมบันเทิงในโลกทั้งสอง,เขาเห็นความบริสุทธิ์ แห่งกรรมของตนแล้ว ย่อมบันเทิงปราโมทย์
959   ไม่ควรดูหมิ่นต่อบุญว่ามีประมาณน้อย จักไม่มาถึง, แม้หม้อน้ำย่อมเต็มได้ด้วยหยาดน้ำที่ตกลง ฉันใด, ผู้มีปัญญาสั่งสมบุญแม้ทีละน้อย ๆ ย่อมเต็มได้ด้วยบุญฉันนั้น

หมวดความสุข

960   ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ทั้งหลาย นำสุขมาให้
961   ผู้เจริญเมตตาดีแล้ว หลับและตื่นย่อมเป็นสุข
962   ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี
963   ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก
964   การแสดงสัทธรรม นำความสุขมาให้
965   ความสงบระงับแห่งสังขารนั้น เป็นสุข
966   นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
967   จะพึงมีความสุขเป็นนิตย์ ก็เพราะไม่พบเห็นคนพาล
968   ละเหตุทุกข์ได้ เป็นสุขในที่ทั้งปวง
969   การประพฤติประโยชน์กับคนไม่ฉลาดในประโยชน์ ไม่นำสุขมาให้เลย
970   ความดี โจรลักไม่ได้
971   คนเรานี้ ถ้ามีอันทำชั่วลงไป ก็อย่าพึงทำความชั่วนั้นซ้ำเข้าอีก
972   บาปไม่มีแก่ผู้ไม่ทำ
973   ความชั่ว ไม่ทำเสียเลย จะดีกว่า
974   ความดี ทำไว้แล จะดีกว่า
975   อย่าดูหมิ่นความชั่วว่าเล็กน้อย คงจักไม่มีผลมาถึงตัว
976   สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
977   ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว
978   ธรรมนั่นแหละ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
979   ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำมาซึ่งความสุข
980   ผู้อิ่มในธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
981   เกียรติไม่ทิ้งผู้ตั้งอยู่ในธรรม
982   ผู้ประพฤติธรรม ย่อมนอนเป็นสุข
983   กรรมไม่ดี ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
984   การสร้างสมความดี นำสุขมาให้
985   ไม่ควรทำบาป แม้เพราะเห็นแก่กิน
986   การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตนนั้นทำง่าย
987   ความดี คนชั่ว ทำยาก
988   ความดี คนดี ทำง่าย
989   ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุญ นี้เป็นชื่อของความสุข
990   ถึงคราวจะสิ้นชีพ บุญก็ช่วยให้เป็นสุข
991   การไม่ทำความชั่ว ย่อมก่อให้เกิดความสุข
992   ความชั่ว คนชั่ว ทำง่าย
993   เพราะน้ำหยดทีละน้อย หม้อน้ำก็ยังเต็มได้
994   ความดีที่ทำไว้เองนี้แหละ เป็นทรัพย์ส่วนของตัวโดยเฉพาะ
995   ตายเพราะชอบธรรมดีกว่า อยู่อย่างไม่ชอบธรรม จะมีค่าอะไร
996   กรรมย่อมจำแนกสัตว์ คือ ให้ทราม และประณีต
997   ความดีที่ทำไว้เองเป็นมิตรตามตัวไปเบื้องหน้า
998   ทำกรรมใดแล้ว ไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลดี
999   อย่าพึงสร้างความพอใจในความชั่วนั้น การสั่งสมความชั่ว เป็นการก่อความทุกข์
1000   ทำกรรมใดแล้ว ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลไม่ดี
1001   ไม่พึงปรารถนาความสำเร็จแก่ตน โดยทางไม่ชอบธรรม
1002   ธีรชนสร้างความดีทีละน้อย ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความดี
1003   การใดเป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย การนั้นแลทำได้ยากยิ่ง
1004   พาลชนสร้างสมความชั่วทีละน้อย ก็เต็มเพียบไปด้วยความชั่ว
1005   การไม่ทำความชั่วทั้งปวง 1 การบำเพ็ญความดีให้เพียบพร้อม 1 การชำระจิตของตนให้ผ่องใส 1 สามนี้ คือคำสอนของพระพุทธเจ้า
1006   คนมีความชั่วย่อมเดือนร้อน เพราะกรรมของตน
1007   ไม่ได้แต่ชอบธรรมดีกว่า ถึงได้แต่ไม่ชอบธรรมจะดีอะไร
1008   บัณฑิตไม่ประกอบความชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
1009   บัณฑิตนั้น ถึงถูกทุกข์กระทบ ถึงพลาดพลั้งลงก็คงสงบอยู่ได้ และ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะชอบหรือชัง
1010   ช่างดอกไม้ ร้อยพวงมาลัยได้มากมาย จากดอกไม้กองหนึ่ง ฉันใด คนเรา เกิดมาแล้วก็ควร สร้างความดีงามให้มาก ฉันนั้น
1011   บุคคลใดเคยทำกรรมชั่วไว้ แล้วกลับตัวได้ หันมาทำดีปิดกั้น บุคคลนั้นย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์อันพ้นจากเมฆหมอก
1012   บุคคลใดในกาลก่อนเคยผิดพลาด ครั้นภายหลังเขากลับตัวได้ไม่ประมาท บุคคลนั้น ย่อมทำโลกให้แจ่มใส เหมือนดังดวงจันทร์ อันพ้นจากเมฆหมอก
1013   พึงสละทรัพย์ เพื่อเห็นแก่อวัยวะ พึงสละอวัยวะ ในเมื่อจะรักษาชีวิต พึงสละได้หมด ทั้งอวัยวะ ทรัพย์ และ ชีวิต ในเมื่อคำนึงถึงธรรม
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:39:57 »

1014   หมวดธรรม   ธรรม เหมือนห้วงน้ำไม่มีตม
1015   หมวดธรรม   สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น
1016   หมวดธรรม   ธรรมของสัตบุรุษ ไม่เข้าถึงความคร่ำคร่า
1017   หมวดธรรม   ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ
1018   หมวดธรรม   ธรรมแล เป็นธงชัยของพวกฤษี
1019   หมวดธรรม   ธรรมของสัตบุรุษ รู้ได้ยาก
1020   หมวดธรรม   พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่พึงประพฤติให้ทุจริต
1021   หมวดธรรม   สัจจะ เป็นรสดียิ่งกว่าประดารสทั้งหลาย
1022   หมวดธรรม   บัณฑิตควรเจริญธรรมขาว
1023   หมวดธรรม   ศีล เป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
1024   หมวดธรรม   บัณฑิตควรละธรรมดำเสีย
1025   หมวดธรรม   เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง มีหวังไปสุคติ
1026   หมวดธรรม   ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต
1027   หมวดธรรม   การระมัดระวังกาย เป็นความดี
1028   หมวดธรรม   การระมัดระวังใจ เป็นความดี
1029   หมวดธรรม   ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
1030   หมวดธรรม   ปราชญ์ พึงรักษาศีล
1031   หมวดธรรม   คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์
1032   หมวดธรรม   ทำได้แล้วค่อยพูด
1033   หมวดธรรม   ถึงพูดดี ก็ไม่ควรพูดเกินเวลา
1034   หมวดธรรม   โลก ถูกจิตนำไป
1035   หมวดธรรม   การฝึกจิต เป็นการดี
1036   หมวดธรรม   เมื่อจิตเศร้าหมอง มีหวังไปทุคติ
1037   หมวดธรรม   ศีล ยอดเยี่ยมในโลก
1038   หมวดธรรม   พูดอย่างใด ทำอย่างนั้น
1039   หมวดธรรม   ความกตัญญูกตเวที เป็นพื้นฐานของคนดี
1040   หมวดธรรม   ศีล พึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน
1041   หมวดธรรม   ผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งจิต ย่อมเดือดร้อน
1042   หมวดธรรม   ธรรมะ ย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
1043   หมวดธรรม   ธรรมของสัตบุรุษ อันสัตบุรุษควรรักษา
1044   หมวดธรรม   ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้
1045   หมวดธรรม   ควรเคารพสัทธรรม
1046   หมวดธรรม   ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
1047   หมวดธรรม   ทำไม่ได้ อย่าพูด
1048   หมวดธรรม   ศรัทธา เป็นเพื่อนแท้ของคน
1049   หมวดธรรม   ความสะอาด รู้ได้ด้วยคำพูด
1050   หมวดธรรม   คนมีสติ เท่ากับมีสิ่งนำโชคอยู่ตลอดเวลา
1051   หมวดธรรม   ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี
1052   หมวดธรรม   พึงเลือกเฟ้นธรรมโดยแยบคาย
1053   หมวดธรรม   ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป
1054   หมวดธรรม   ศีลเป็นอาภรณ์อันประเสริฐ
1055   หมวดธรรม   ผู้มีปิติในธรรม อยู่เป็นสุข
1056   หมวดธรรม   ผู้ประพฤติธรรม อยู่เป็นสุข
1057   หมวดธรรม   ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า
1058   หมวดธรรม   ผู้ตั้งมั่นอยู่ในสัทธรรม เป็นผู้เกื้อกูลแก่คนทั้งปวง
1059   หมวดธรรม   เกียรติ ย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรม
1060   หมวดธรรม   คนมีสติ ย่อมดีขึ้นทุกวัน
1061   หมวดธรรม   สติ คือความตื่นในโลก
1062   หมวดธรรม   ผู้มีจิตใจตั้งมั่น ย่อมไม่เบียดเบียนคนอื่น และ แม้ตนเอง
1063   หมวดธรรม   ศีลเป็นเบื้องต้น เป็นที่ตั้งอาศัย เป็นมารดาของกัลยาณธรรมทั้งหลาย เป็นประมุขของธรรมทั่วไป ฉะนั้นควรชำระศีลให้บริสุทธิ์
1064   หมวดธรรม   ผู้ไม่คดโกง ไม่พูดเพ้อ มีปรีชา ไม่หยิ่ง มีใจมั่นคงนั้นแล ย่อมงดงามในธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
1065   หมวดธรรม   สัจจะ ธรรมะ อหิงสะ สัญญมะ และ ทมะ มีอยู่ในผู้ใด อารยชนย่อมคบผู้นั้น นั่นเป็นธรรมอันไม่ตายในโลก
1066   หมวดธรรม   ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้
1067   หมวดธรรม   ความหิวเป็นโรคอย่างยิ่ง สังขารเป็นทุกข์อย่างยิ่ง รู้ข้อนั้นตามเป็นจริงแล้ว ดับเสียได้ เป็นสุขอย่างยิ่ง
1068   หมวดธรรม   ชนเหล่าใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว ชนเหล่านั้น จักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก
1069   หมวดธรรม   ผู้ใดไม่มีความเคารพในเพื่อนพรหมจารี, ผู้นั้นย่อมห่างจากประสัทธรรม เหมือนฟ้ากับดินฉะนั้น
1070   หมวดธรรม   ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ
1071   หมวดธรรม   โสรัจจะ และ อวิหิงสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติ และ สัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า
1072   หมวดธรรม   ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์ ดารดาษด้วยดอกไม้คือวิมุติติ หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน
1073   หมวดธรรม   ผู้มีปัญญาทราม มีจิตใจกระด้าง ถึงฟังคำสอนของพระชินเจ้า ก็ยังห่างไกลจากพระสัทธรรม เหมือนดินกับฟ้า
1074   หมวดธรรม   ผู้ใดสอนธรรมแก่คนที่ปฏิบัติไม่ถูก ถ้าเขาทำตามคำของผู้นั้น จะไม่ไปสู่ทุคติ
1075   หมวดธรรม   เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างเกิดขึ้นในโลก, พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้
1076   หมวดธรรม   นามและรูปย่อมดับไม่เหลือในที่ใด ปัญญา สติ และนามรูปนี้ย่อมดับในที่นั้น เพราะวิญญาณดับ
1077   หมวดธรรม   กษัตริย์ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม คนสามัญไม่อาศัยธรรม ชนทั้ง 2 นั้นละโลกแล้ว ย่อมเข้าถึงทุคติ
1078   หมวดธรรม   ผู้ใดประกอบในธรรมวินัยของพระทศพล มีความขวนขวายน้อย พากเพียรละ ความเกิดความตาย ผู้นั้นย่อมบรรลุพระนิพพาน
1079   หมวดธรรม   กษัตริย์ พราหมณ์ แพทย์ ศูทร จัณฑาล และ คนงานชั้นต่ำ ประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว ย่อมเป็นผู้เสมอกันในสวรรค์ชั้นไตรทิพย์
1080   หมวดธรรม   พึงเป็นผู้พอใจ และ ประทับใจ ในพระนิพพานที่บอกไม่ได้ ผู้มีจิตไม่ติดกาม ท่านเรียกว่า ผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน
1081   หมวดธรรม   คนมีตัณหาเป็นเพื่อน ท่องเที่ยวอยู่ช้านาน ไม่ล่วงพ้นสงสารที่กลับกลอกไปได้
1082   หมวดธรรม   ท่านผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว หายโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ละกิเลศเครื่องรัดทั้งปวงแล้ว ย่อมไม่มีความเร่าร้อน
1083   หมวดธรรม   ผู้ถูกราคะย้อม ถูกกองมืด (อวิชชา) ห่อหุ้มแล้ว ย่อมไม่เห็นธรรม สำหรับฝืนใจอันละเอียดลออ ลึกซึ้ง ซึ่งเห็นได้ยาก
1084   หมวดธรรม   บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และ ป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี
1085   หมวดธรรม   ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก
1086   หมวดธรรม   พึงนั่งใกล้ผู้เป็นพหูสูต และ ไม่พึงทำสุตะให้เสื่อม สุตะเป็นรากแห่งพรหมจรรย์ เพราะฉะนั้นควรเป็นผู้ทรงธรรม
1087   หมวดธรรม   ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์ย่อมตั้งอยู่ และเสื่อมไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ
1088   หมวดธรรม   เราตถาคต ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และ การสละสิ่งทั้งปวง
1089   หมวดธรรม   พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ
1090   หมวดธรรม   มหาราช ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม) ส่วนอธรรม นอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม) อธรรมนำไปนรก ธรรมให้ถึงสุคติ
1091   หมวดธรรม   เบญจขันธ์ที่กำหนดรู้แล้ว มีรากขาดตั้งอยู่ ถึงความสิ้นทุกข์แล้ว ก็ไม่มีภพต่อไปอีก
1092   หมวดธรรม   ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว
1093   หมวดธรรม   กระแสเหล่าใดมีอยู่ในโลก สติเป็นเครื่องกันกระแสเหล่านั้น เรากล่าวว่าสติเป็นเครื่องกั้นกระแส กระแสเหล่านั้นอันบุคคลปิดกั้นได้ด้วยปัญญา
1094   หมวดธรรม   ผู้ละปัญจธรรมที่ทำให้เนิ่นช้าได้แล้ว ยินดีในธรรม ที่ไม่มีสิ่งทำให้เนิ่นช้า ผู้นั้นก็บรรลุพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า
1095   หมวดธรรม   ผู้ใดฟังธรรมแม้น้อย ย่อมเห็นธรรมด้วยกาย ผู้ใดไม่ประมาทธรรม ผู้นั้นแล ชื่อว่าผู้ทรงธรรม
1096   หมวดธรรม   ผู้ใดปรารถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์, ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม 3 อย่าง
1097   หมวดธรรม   บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว, ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง
1098   หมวดธรรม   บรรดาทางทั้งหลาย ทางมีองค์ 8 ประเสริฐสุด  บรรดาสัจจะทั้งหลาย บท 4 ประเสริฐสุด, บรรดาธรรมทั้งหลาย วิราคธรรม ประเสริฐสุด, และ บรรดาสัตว์ 2 เท้าทั้งหลาย พระพุทธเจ้าผู้มีจักษุ ประเสริฐสุด
1099   หมวดธรรม   ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษ กับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้
1100   หมวดธรรม   จงเด็ดเยื่อใยของตนเองเสีย  เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง  จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว
1101   หมวดธรรม   พึงขจัดปัญหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใด ๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป  เพราะสิ่งนั้น ๆ
1102   หมวดธรรม   สมณพราหมณ์บางเหล่ากล่าวธรรมของตนว่าบริบูรณ์, แต่กล่าวธรรมของผู้อื่นว่าเลว (บกพร่อง), เขาย่อมทะเลาะวิวาทกัน แม้ด้วยเหตุนี้ เพราะต่างก็กล่าวข้อสมมุติของตน ๆ ว่าเป็นจริง
1103   หมวดธรรม   เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน  และ ฝั่งทะเลก็ไกลกัน แต่ธรรมของสัตบุรุษ กับของอสัตบุรุษไกลกันยิ่งกว่านั้น
1104   หมวดธรรม   ท่านผู้ดับไป (คือปรินิพพาน) แล้ว ไม่มีประมาณ, จะพึงกล่าวถึงท่านนั้นด้วยเหตุใด เหตุนั้นของท่านก็ไม่มี, เมื่อธรรมทั้งปวง (มีขันธ์เป็นต้น) ถูกเพิกถอนแล้ว แม้คลองแห่งถ้อยคำที่จะพูดถึง ก็เป็นอันถูกเพิกถอนเสียทั้งหมด
1105   หมวดกรรม   ทำดี ได้ดี
1106   หมวดกรรม   ทำชั่ว ได้ชั่ว
1107   หมวดกรรม   ความดี อันคนดีทำง่าย
1108   หมวดกรรม   ความดี อันคนชั่วทำยาก
1109   หมวดกรรม   ความชั่ว ย่อมเผาผลาญในภายหลัง
1110   หมวดกรรม   ควรทำตามถ้อยคำของผู้เอ็นดู
1111   หมวดกรรม   ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ดีกว่า
1112   หมวดกรรม   คนเราจะเลวเพราะการกระทำ
1113   หมวดกรรม   ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ
1114   หมวดกรรม   คนเราจะดีเพราะการกระทำ
1115   หมวดกรรม   สิ่งที่ทำแล้ว ทำคืนไม่ได้
1116   หมวดกรรม   ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้น (จริง ๆ)
1117   หมวดกรรม   กรรมชั่วของตน นำตนไปสู่ทุคติ
1118   หมวดกรรม   พึงทำกิจแก่ผู้ช่วยทำกิจ
1119   หมวดกรรม   กรรมที่เป็นประโยชน์และดี ทำได้ยากยิ่ง
1120   หมวดกรรม   กรรมจำแนกสัตว์ให้ดีเลวแตกต่างกัน
1121   หมวดกรรม   ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
1122   หมวดกรรม   คนชั่ว ย่อมเดือนร้อนเพราะกรรมชั่วของตน
1123   หมวดกรรม   พึงประกอบธุระให้เหมาะแก่กาลเทียว
1124   หมวดกรรม   ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวเจตนาว่าเป็นกรรม
1125   หมวดกรรม   สุขไม่เป็นผลอันคนทำชั่วจะได้ง่ายเลย
1126   หมวดกรรม   การที่ไม่ดี และไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย
1127   หมวดกรรม   อย่ามาถึงกรรมอันมีโทษเลย
1128   หมวดกรรม   การงานอะไร ๆ ที่ย่อหย่อน ย่อมไม่มีผลมาก
1129   หมวดกรรม   พึงรักษาความดีของคนไว้ ดังเกลือรักษาความเค็ม
1130   หมวดกรรม   รู้ว่าการใดเป็นประโยชน์แก่ตน พึงรีบทำการนั้นเทียว
1131   หมวดกรรม   คนทำกรรมใดไว้ ย่อมเห็นกรรมนั้นในตนเอง
1132   หมวดกรรม   ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี
1133   หมวดกรรม   บัณฑิตไม่ทำชั่ว เพราะเห็นแก่ความสุขส่วนตัว
1134   หมวดกรรม   ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาปนำทุกข์มาให้
1135   หมวดกรรม   ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ จัดการงานเรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ
1136   หมวดกรรม   เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก เขาเดือนร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้
1137   หมวดกรรม   ประโยชน์ทั้งหลาย ย่อมล่วงเลยคนผู้ทอดทิ้งการงาน ด้วยอ้างว่าหนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว
1138   หมวดกรรม   บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว
1139   หมวดกรรม   ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ฉะนั้น
1140   หมวดกรรม   ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนย่อมสำนึก (คุณของเขา) ได้ ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมเจริญ
1141   หมวดกรรม   ผู้ใด อันผู้อื่นทำความดี ทำประโยชน์ให้ในกาลก่อนแต่ไม่รู้สึก (คุณของเขา) ประโยชน์ที่ผู้นั้นปรารถนาย่อมฉิบหาย
1142   หมวดกรรม   สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข
1143   หมวดกรรม   สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข
1144   หมวดกรรม   ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง ผู้นั้นย่อมเดือนร้อนในภายหลัง ดุจมานพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่มฉะนั้น
1145   หมวดกรรม   อย่าถามถึงชาติกำเนิด จงถามถึงความประพฤติ
1146   หมวดกรรม   คนพาลทรามปัญญา ย่อมดำเนินชีวิตโดยมีตนเองนั้นแหละเป็นศัตรู
1147   หมวดกรรม   กรรมใด ทำไว้ ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือ ด้วยใจ กรรมนั้นแหละเป็นสมบัติของเขา ซึ่งเขาจะพาเอาไป
1148   หมวดกรรม   การงาน 1 วิชา 1 ธรรม 1 ศีล 1 ชีวิตอันอุดม 1 คนบริสุทธิ์ด้วยสิ่งทั้ง 5 นี้ หาใช่ด้วยตระกูลหรือ ด้วยทรัพย์ไม่
1149   หมวดกรรม   ธัญญาหาร ทรัพย์สิน เงินทอง หรือสมบัติที่ครอบครอง ไม่ว่าอย่างใดที่มีอยู่ คนรับใช้ คนงาน คนอาศัยทั้งหลาย ทุกอย่างล้วนพาเอาไปไม่ได้ ต้องทิ้งไว้ทั้งหมด
1150   หมวดกิเลส   คนทั้งหลาย อันถูกอวิชชาหุ้มห่อไว้
1151   หมวดกิเลส   ความอยาก ละได้ยากในโลก
1152   หมวดกิเลส   กรรมทั้งหลายที่เที่ยง ไม่มีในมนุษย์
1153   หมวดกิเลส   ความอยาก มีอารมณ์หาที่สุดมิได้เลย
1154   หมวดกิเลส   ไฟเสมอด้วยราคะ ไม่มี
1155   หมวดกิเลส   แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี
1156   หมวดกิเลส   ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากาม ย่อมไม่มี
1157   หมวดกิเลส   ผู้บริโภคกาม ย่อมปรารถนากามยิ่งขึ้นไป
1158   หมวดกิเลส   โกรธแล้ว ย่อมมองไม่เห็นธรรม
1159   หมวดกิเลส   ความอิ่มด้วยกามทั้งหลาย ไม่มีในโลก
1160   หมวดกิเลส   ความกำหนัดเพราะดำริ เป็นกามของคน
1161   หมวดกิเลส   คนโกรธฆ่าได้ แม้แต่มารดาของตน
1162   หมวดกิเลส   คนมักโกรธย่อมมีผิวพรรณไม่งาม
1163   หมวดกิเลส   กามทั้งหลายที่ทำให้อิ่มได้ ไม่มีในโลก
1164   หมวดกิเลส   ฆ่าความโกรธได้ ย่อมนอนเป็นสุข
1165   หมวดกิเลส   ความอยาก ย่อมชักพาคนไปต่าง ๆ
1166   หมวดกิเลส   ความอิ่มในกามทั้งหลาย ย่อมไม่มี เพราะฝนคือ กหาปณะ (คือกามไม่มีที่สิ้นสุด)
1167   หมวดกิเลส   ภายหลัง เมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือนร้อน เหมือนถูกไฟใหม้
1168   หมวดกิเลส   คนโกรธจะผลาญสิ่งใด แม้สิ่งนั้นทำยาก ก็เหมือนทำง่าย
1169   หมวดกิเลส   ผู้บริโภคกามเป็นอันมาก ไม่สิ้นทะเยอทะยาน เป็นผู้พร่อง อยู่เทียว ละร่างกายไปแท้ (ตายไปทั้งที่หื่นกระหายกาม)
1170   หมวดกิเลส   ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย
1171   หมวดกิเลส   คนโลภไม่รู้ทันว่าความโลภนั้น เป็นภัยที่เกิดขึ้นภายในตัวเอง
1172   หมวดกิเลส   ท่านที่ตัดความอยากเสียได้ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้
1173   หมวดกิเลส   ความโลภเป็นอันตรายแห่งธรรมทั้งหลาย
1174   หมวดกิเลส   ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่านไป สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงยังมีกรรมนำหน้า
1175   หมวดกิเลส   โลภเข้าแล้ว มองไม่เห็นธรรม เมื่อความโลภเข้าครอบงำคน เวลานั้นมีแต่ความมืดตื้อ
1176   หมวดกิเลส   ผู้ไม่โกรธตอบคนโกรธ ชื่อว่าชนะสงครามที่ชนะได้ยาก
1177   หมวดกิเลส   ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโลภเป็นลำต้น
1178   หมวดกิเลส   ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่านไป สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงไม่พ้นจากทุกข์
1179   หมวดกิเลส   ภิกษุผู้ถอนภวตัณหาได้แล้ว มีจิตสงบแล้ว สิ้นความเวียนเกิดแล้ว ย่อมไม่มีภพอีก
1180   หมวดกิเลส   โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในทุกข์
1181   หมวดกิเลส   ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก, สัตว์เป็นอันมาก ถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนาจนกถูกบ่วงรัดไว้ฉะนั้น
1182   หมวดกิเลส   โลกถูกความอยากผูกมัดไว้ จะหลุดได้ เพราะกำจัดความอยาก, เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้
1183   หมวดกิเลส   ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไป จึงมีทุกข์เป็นภัยใหญ่
1184   หมวดกิเลส   โลภะ โทสะ โมหะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้มีใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าต้นไผ่ฉะนั้น
1185   หมวดกิเลส   คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่เพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ
1186   หมวดกิเลส   ไม่พึงเพลิดเพลินของเก่า ไม่พึงทำความพอใจในของใหม่ เมื่อสิ่งนั้นเสื่อมไป ก็ไม่พึงเศร้าโศก ไม่พึงอาศัยตัณหา
1187   หมวดกิเลส   หมู่สัตว์นี้ประกอบด้วยมานะ มีมานะเป็นเครื่องร้อยรัด ถูกมานะมัดไว้ ทำความแข่งดีเพราะทิฏฐิ ย่อมล่วงสงสารไปไม่ได้
1188   หมวดกิเลส   สัตว์โลกถูกมฤตยูขจัดแล้ว ถูกชราปิดล้อมไว้ ถูกลูกศรคือตัณหาเสียบแล้ว ถูกอิจฉาคุกรุ่นแล้วทุกเมื่อ
1189   หมวดกิเลส   ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
1190   หมวดกิเลส   โลกมีความเพลิดเพลินเป็นเครื่องผูก มีวิตกเป็นเครื่องเที่ยวไป เพราะละตัณหาเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกได้ทั้งหมด
1191   หมวดกิเลส   กามทั้งหลายเป็นของเผ็ดร้อน เหมือนงูพิษ กามทั้งหลายเป็นที่คนโง่หมกมุ่น เขาต้องแออัดทุกข์ยากอยู่ในนรกตลอดกาล
1192   หมวดกิเลส   ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขา ไม่สำคัญตนว่าดีกว่าเขา ไม่สำคัญตนว่าต่ำกว่าเขาในโลก, ผู้นั้นชื่อว่าไม่มีกิเลศเครื่องฟูขึ้น
1193   หมวดกิเลส   ผู้โลภย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม, ความโลภ เข้าครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
1194   หมวดกิเลส   คนหลอกลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อ ขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น ย่อมไม่งอกงาม ในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
1195   หมวดกิเลส   บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้วย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม
1196   หมวดกิเลส   เมื่อใด พราหมณ์เป็นผู้ถึงฝั่นในธรรม 2 อย่าง เมื่อนั้นกิเลศเครื่องตรึงทั้งปวงของพราหณ์ผู้รู้นั้น ย่อมถึงความตั้งอยู่ไม่ได้
1197   หมวดกิเลส   ผู้ใดไม่มีกังวลว่านี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้นเมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้
1198   หมวดกิเลส   ภิกษุรู้โทษอย่างนี้ว่า ตัณหาเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์แล้ว พึงเป็นผู้ปราศจากตัณหา ไม่ถือมั่น และมีสติอยู่ทุกอิริยาบถเถิด
1199   หมวดกิเลส   กามทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่ยั้งยืน มีทุกข์มาก มีพิษมาก ดังก้อนเหล็กที่ร้อนจัด เป็นต้นเค้าแห่งความคับแค้น มีทุกข์เป็นผล
1200   หมวดกิเลส   ผู้ใดข้ามพ้นกามในโลก และเครื่องข้องที่ข้ามได้ยากในโลก, ผู้นั้นตัดกระแสตัณหาได้แล้ว ไม่มีเครื่องผูก, ชื่อว่าไม่เศร้าโศก ไม่ยินดี
1201   หมวดกิเลส   คนที่นึกถึงพระนิพพาน พึงครอบงำ ความหลับ ความเกียจคร้าน ความท้อแท้, ไม่พึงอยู่ด้วยความประมาท ไม่พึงตั้งอยู่ในความทะนงตัว
1202   หมวดกิเลส   เมื่อผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่เราไม่สำนึกบุญคุณ เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้
1203   หมวดกิเลส   พราหมณ์ .. พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิษ ปลายหวาน, เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
1204   หมวดกิเลส   ท่านทั้งหลายจงตัดป่า (กิเลศ) อย่าตัดต้นไม้ ภัยย่อมเกิดจากป่า ภิกษุทั้งหลาย  พวกท่านจงตัดป่าและสิ่งที่ตั้งอยู่ในป่าแล้ว เป็นผู้ไม่มีป่า เถิด
1205   หมวดกิเลส   ผู้มีปัญญาทราม ย่อมฆ่าตนเองเหมือนฆ่าผู้อื่น เพราะอยากได้โภคทรัพย์
1206   หมวดกิเลส   โลกถูกอวิชชาปิดบังแล้ว ไม่ปรากฏ เพราะความตระหนี่ (และความประมาท) เรากล่าวความอยากว่าเป็นเครื่องฉาบทาโลก เป็นทุกข์ภัยใหญ่ของโลกนั้น
1207   หมวดกิเลส   สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาญา ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตนให้เป็นอุปมาล้าไม่ฆ่าเขาเอง ไม่พึงให้ผู้อื่นฆ่า
1208   หมวดกิเลส   ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง  ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว, ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปในทิฏฐิทั้งหลาย
1209   หมวดกิเลส   ผู้ใดไม่รู้ ย่อมก่ออุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา เข้าถึงทุกข์บ่อย ๆ เพราะฉะนั้น  ผู้รู้เห็นแดนเกิดแห่งทุกข์ จึงไม่ควรก่ออุปธิ
1210   หมวดกิเลส   กามทั้งหลาย ตระการหวานชื่นใจ ย่อมย่ำยีจิตโดยรูปร่างต่าง ๆ กัน บุคคลพึงเห็นโทษในกามคุณแล้วเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
1211   หมวดกิเลส   บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, เพราะทุกข์ทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตาม ผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
1212   หมวดกิเลส   บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง, เพราะเครื่องข้องทั้งหลาย ย่อมไม่ติดตาม ผู้ไม่ข้องในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
1213   หมวดกิเลส   ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา ความร่าเริง การเล่น และ เมถุนพร้อมทั้งเครื่องประดับเสีย
1214   หมวดบาป-เวร   บาปธรรมเป็นมลทินแท้ ทั้งในโลกนี้ ทั้งในโลกอื่น
1215   หมวดบาป-เวร   คนมักทำบาปเพราะความหลง
1216   หมวดบาป-เวร   บาปไม่มี แก่ผู้ไม่ทำ
1217   หมวดบาป-เวร   คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน
1218   หมวดบาป-เวร   พึงละเว้นบาปทั้งหลาย
1219   หมวดบาป-เวร   การไม่ทำบาป นำสุขมาให้
1220   หมวดบาป-เวร   ความสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
1221   หมวดบาป-เวร   คนพูดเท็จ จะไม่พึงทำบาป ย่อมไม่มี
1222   หมวดบาป-เวร   คนสะอาด ไม่ยินดีในความชั่ว
1223   หมวดบาป-เวร   ไม่ควรทำบาป เพราะเห็นแก่กิน
1224   หมวดบาป-เวร   สาธุชนย่อมละบาปกรรมด้วยตปะ (ตบะ)
1225   หมวดบาป-เวร   เมื่อเรากล่าวธรรมอยู่ บาปย่อมไม่แปดเปื้อน
1226   หมวดบาป-เวร   แม้หม้อน้ำยังเต็มด้วยหยาดน้ำฉันใด, คนเขลาสั่งสมบาปแม้ทีละน้อย ๆ ก็เต็มด้วบบาปฉันนั้น
1227   หมวดบาป-เวร   ผู้ใดระงับบาปน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ท่านเรียกผู้นั้นว่าสมณะ เพราะเป็นผู้ระงับบาปทั้งหลายได้
1228   หมวดบาป-เวร   คนพูดเท็จ ล่วงสัตยธรรมเสียอย่างหนึ่ง ไม่คำนึงถึงโลกหน้า จะไม่พึงทำบาปเป็นอันไม่มี
1229   หมวดบาป-เวร   ถ้าฝ่ามือไม่มีแผล ก็พึงนำยาพิษไปด้วยฝ่ามือได้ ยาพิษซึมเข้าฝ่ามือไม่มีแผลไม่ได้ฉันใด, บาปย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่ทำฉันนั้น
1230   หมวดบาป-เวร   ควรงดเว้นบาปเสีย เหมือนพ่อค้ามีพวกน้อย มีทรัพย์มาก เว้นหนทางที่มีภัย และ เหมือนผู้รักชีวิตเว้นยาพิษเสียฉะนั้น
1231   หมวดบาป-เวร   บาปกรรม ที่ทำแล้วย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลง เหมือนนมสดที่รีดในวันนั้น, บาปย่อมตามเผาคนเขลา เหมือนไฟที่เถ้ากลบไว้
1232   หมวดบาป-เวร   เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
1233   หมวดบาป-เวร   เวรของผู้จองเวร ย่อมไม่ระงับ
1234   หมวดบาป-เวร   ในกาลไหน ๆ เวรในโลกนี้ย่อมระงับด้วยเวรไม่ได้เลย
1235   หมวดบาป-เวร   ผู้ทำบาป ย่อมเศร้าโศกในโลกนี้ ละไปแล้วก็เศร้าโศก ชื่อว่าเศร้าโศกในโลกทั้งสอง, เขาเห็นกรรมอันเศร้าหมองของตน จึงเศร้าโศกและเดือนร้อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #17 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:40:28 »

1236   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ก่อให้เกิดทุกข์
1237   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การพบเห็นสิ่งที่ไม่รัก ทำให้เกิดทุกข์
1238   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
1239   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ความจน เป็นทุกข์ในโลก
1240   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกเสมอด้วยขันธ์ ไม่มี
1241   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี นำทุกข์มาให้
1242   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   คนไม่มีที่พึ่ง.. อยู่เป็นทุกข์
1243   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้แพ้.. ย่อมอยู่เป็นทุกข์
1244   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก
1245   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกข์.. ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล
1246   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   นิพพาน เป็นสุขอย่างยิ่ง
1247   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้ดื่มธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
1248   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การสะสมบุญ นำสุขมาให้
1249   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   เมื่อหมดกังวล ทุกข์ก็ไม่มี
1250   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข
1251   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ปฏิบัติชอบต่อมารดา เป็นความสุขในโลก
1252   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ปฏิบัติชอบต่อบิดา เป็นสุขเช่นกัน
1253   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การแสดงธรรม ทำให้เกิดสุข
1254   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้ไม่มีอะไรให้กัลวล สุขจริงหนอ
1255   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ครองเรื่อนไม่ดี ก็เป็นทุกข์
1256   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ปฏิบัติชอบต่อสมณะ ย่อมเป็นสุข
1257   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ท่านผู้ไกลกิเลส ช่างสุขจริงหนอ
1258   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ศีลก่อให้เกิดสุขตราบเท่าชรา
1259   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกข์ เท่านั้นเกิด
1260   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ศรัทธาที่มั่นคง ทำให้เกิดสุข
1261   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   โลกตั้งอยู่บนฐานแห่งความทุกข์
1262   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   คนมีตัณหาเป็นทุกข์บ่อยและนาน
1263   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ละทุกข์ทั้งปวงได้ เป็นความสุข
1264   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   เป็นคน พึงทำทุกข์ให้หมดไปได้
1265   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   สังขารทั้งหลายเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
1266   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การได้ปัญญา ทำให้เกิดสุข
1267   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การสะสมบาป เป็นทุกข์
1268   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การอยู่ร่วมกับคนไม่เสมอกันก็เป็นทุกข์
1269   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ไม่พบคนที่รักก็เป็นทุกข์
1270   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   พอใจเท่าที่มี เป็นความสุข
1271   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้ฉลาด พึงละทุกข์ในโลกนี้ให้ได้
1272   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การไม่เบียดเบียนกัน เป็นทุกข์ในโลก
1273   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   คนโง่ ย่อมได้รักทุกข์บ่อย ๆ
1274   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   กามมีความคับแค้นเป็นราก มีทุกข์เป็นผล
1275   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ธรรมที่ประพฤติดีแล้วนำสุขมาให้
1276   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   สุขอื่นนอกจากความสงบไม่มี
1277   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   บุญให้ความสุขเมื่อถึงคราวตาย
1278   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การไม่พบคนชั่วเลย มีความสุขทุกเมื่อ
1279   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกข์ เสมอด้วยขันธ์ไม่มี
1280   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ผู้แพ้ ย่อมนอนเป็นทุกข์
1281   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   พบคนไม่รัก ก็เป็นทุกข์
1282   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การไม่ทำชั่ว ทำให้เกิดสุข
1283   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ความทุกข์ เกิดขึ้นบ่อย ๆ
1284   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การเกิดบ่อย ๆ เป็นทุกข์
1285   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ความจนเป็นทุกข์ในโลก
1286   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   กามทั้งหลายมีสุขน้อย ทุกข์มาก
1287   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   การอุบัติขึ้นของพระพุทธเจ้า ทำให้เกิดสุข
1288   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นดับไป
1289   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   อยากได้สุข เมื่อปฏิบัติถูกทาง ก็ย่อมได้สุข
1290   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ
1291   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด
1292   หมวดทุกข์-พ้นทุกข์   ทุกข์เป็นภัยใหญ่หลวงของโลก
1293   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตนี้วิปริตผันแปร ไม่แน่นอน
1294   หมวดชีวิต-ความตาย   วัย หมดไปตามลำดับแห่งวัย
1295   หมวดชีวิต-ความตาย   หนุ่มก็ตาย แก่ก็ตาย
1296   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิต ไม่ถึงร้อยปีก็จะตาย
1297   หมวดชีวิต-ความตาย   ถ้าอยู่เลยร้อยปี ก็ต้องตายเพราะความแก่เป็นแน่แท้
1298   หมวดชีวิต-ความตาย   คนโง่ก็ตาย คนฉลาดก็ตาย
1299   หมวดชีวิต-ความตาย   สรรพสัตว์ทั้งหลายล้วนก้าวเดินไปสู่ความตาย
1300   หมวดชีวิต-ความตาย   คนถึงคราวตาย หมู่ญาติก็ช่วยไม่ได้
1301   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตนี้น้อยนัก ชีวิตนี้สั้นนัก
1302   หมวดชีวิต-ความตาย   วันและคืนย่อมผ่านไป
1303   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อมีชีวิต วัยแห่งชีวิตก็ร่นเข้ามา
1304   หมวดชีวิต-ความตาย   เกิด ก็เป็นทุกข์
1305   หมวดชีวิต-ความตาย   จะตาย ก็ตายไปคนเดียว
1306   หมวดชีวิต-ความตาย   กาลเวลาล่วงไป ราตรีก็ผ่านไป
1307   หมวดชีวิต-ความตาย   ตาย ก็เป็นทุกข์
1308   หมวดชีวิต-ความตาย   แก่ ก็เป็นทุกข์
1309   หมวดชีวิต-ความตาย   สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น
1310   หมวดชีวิต-ความตาย   จะวิ่งหนีก็ไม่ทัน (ความตายไม่มีใครหนีได้)
1311   หมวดชีวิต-ความตาย   สัตว์โลก ถูกชราปิดล้อม
1312   หมวดชีวิต-ความตาย   เจ็บ ก็เป็นทุกข์
1313   หมวดชีวิต-ความตาย   จะเกิด ก็เกิดมาคนเดียว
1314   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตนี้คับแค้น และสั้นนิดเดียว
1315   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตสิ้นสุดลงที่ความตาย
1316   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อยังมีชีวิตอยู่ ควรเกื้อกูลกัน
1317   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน
1318   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อคนจะตาย ยังแถมประกอบด้วยทุกข์อีก
1319   หมวดชีวิต-ความตาย   คนที่ร้องให้ถึงคนตาย เขาก็จะต้องตายด้วย
1320   หมวดชีวิต-ความตาย   ปราชญ์กล่าวว่าชีวิตนี้น้อยนัก
1321   หมวดชีวิต-ความตาย   เห็นอยู่เมื่อเช้า สายก็ตาย
1322   หมวดชีวิต-ความตาย   ที่ตายแล้วก็แล้วไป ไม่ควรเศร้าโศกถึง
1323   หมวดชีวิต-ความตาย   ปราชญ์ทั้งหลาย บอกแล้วว่าชีวิตนี้น้อยนัก
1324   หมวดชีวิต-ความตาย   โลกถูกความตายครอบเอาไว้
1325   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อความตายมาถึงตัว ก็ไม่มีใครป้องกันได้
1326   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อคนตายแล้วสมบัติสักนิดก็ไม่ติดไป
1327   หมวดชีวิต-ความตาย   ทุกชีวิตที่เกิดมาแล้วจะต้องแตกสลายในที่สุด
1328   หมวดชีวิต-ความตาย   ทุกชีวิตจะต้องทอดทิ้งร่ายกายไว้ในโลก
1329   หมวดชีวิต-ความตาย   ไม่มีใครผัดเพี้ยนกับความตาย ซึ่งมีอำนาจมากได้
1330   หมวดชีวิต-ความตาย   สถานที่ที่ได้ชื่อว่าไม่มีคนตาย ไม่มีในโลก
1331   หมวดชีวิต-ความตาย   ทุกคนควรทำหน้าที่ของตนและไม่ควรประมาท
1332   หมวดชีวิต-ความตาย   ทั้งหนุ่มและแก่ ล้วนร่างกายแตกดับไปทุกคน
1333   หมวดชีวิต-ความตาย   สัตว์โลกถูกมฤตยูห้ำหั่น ถูกชราปิดล้อม
1334   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ไม่มีผู้ป้องกัน
1335   หมวดชีวิต-ความตาย   ความผัดเพี้ยนกับมฤตยูอันมีกองทัพใหญ่นั้น ไม่ได้เลย
1336   หมวดชีวิต-ความตาย   กี่วันผ่านไป ชีวิตก็ยิ่งใกล้ความตาย
1337   หมวดชีวิต-ความตาย   คนทุกคนต้องตาย
1338   หมวดชีวิต-ความตาย   วัยสิ้นไปตามคืนและวัน
1339   หมวดชีวิต-ความตาย   การตายโดยชอบธรรม ดีกว่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่ชอบธรรม
1340   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุของคนย่อมหมดสิ้นไป
1341   หมวดชีวิต-ความตาย   ความตายย่อมมีแก่ผู้เกิด
1342   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืนเคลื่อนคล้อย อายุก็เหลือน้อยเข้าทุกที
1343   หมวดชีวิต-ความตาย   สัตว์ทั้งปวงย่อมถูกชราและมรณะพัดพาไป
1344   หมวดชีวิต-ความตาย   สายเห็นกันอยู่ รุ่งเช้าอีกวันก็ตาย
1345   หมวดชีวิต-ความตาย   มีชีวิตอยู่อย่างไม่ถูกต้อง หาประเสริฐไม่
1346   หมวดชีวิต-ความตาย   เงิน ก็ซื้ออายุให้ยืนยาวไม่ได้
1347   หมวดชีวิต-ความตาย   สัตว์ทั้งปวง จัดทอดทิ้งร่างไว้ในโลก
1348   หมวดชีวิต-ความตาย   ตั้งอยู่ในธรรมแล้ว ไม่ต้องกลัวปรโลก
1349   หมวดชีวิต-ความตาย   วัยย่อมเสื่อมลงเรื่อยไป ทุกหลักตา ทุกลืมตา
1350   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อตาย ทรัพย์สักนิดเดียวจะติดตัวไปก็ไม่มี
1351   หมวดชีวิต-ความตาย   ตายเพื่อความถูกต้องประเสริฐกว่า
1352   หมวดชีวิต-ความตาย   ถึงคราวตาย บุตรทั้งหลายก็ช่วยไม่ได้
1353   หมวดชีวิต-ความตาย   ถึงคราวตาย บิดา ญาติพี่น้องก็ช่วยไม่ได้
1354   หมวดชีวิต-ความตาย   รวยก็ตาย จนก็ตาย
1355   หมวดชีวิต-ความตาย   ทรัพย์สมบัติ ก็ซื้อความแก่ไม่ได้
1356   หมวดชีวิต-ความตาย   สักวันหนึ่ง ก็จะพรากจากกันไป
1357   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืน ไม่ผ่านไปเปล่า
1358   หมวดชีวิต-ความตาย   มฤตยู พยาธิ ชรา ทั้งสามนี้ดุจไฟลามลุกไหม้
1359   หมวดชีวิต-ความตาย   ผู้ที่ตั้งอยู่ในธรรม ใครเล่าจะกลัวความตาย
1360   หมวดชีวิต-ความตาย   ผู้ที่เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี
1361   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืนผ่านพ้นไป ชีวิตย่อมจะเหลือน้อยลง
1362   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุย่อมหมดไปทุกขณะที่หลับตาและลืมตา
1363   หมวดชีวิต-ความตาย   คนจะมีชีวิตอยู่ได้ก็เพียงร้อยปี หรือจะเกินก็เพียงเล็กน้อย
1364   หมวดชีวิต-ความตาย   แม้ชีวิตอยู่ร้อยปี ก็ไม่พ้นความตายไปได้ มวลมนุษย์ล้วนมีความตายรออยู่ข้างหน้า
1365   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตของเราเป็นของน้อย ชราและพยาธิก็คอยย่ำยี
1366   หมวดชีวิต-ความตาย   กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสัตว์ทั้งหลาย พร้อมกันไปกับตัวมันเอง
1367   หมวดชีวิต-ความตาย   คนใดร้องให้บ่นเพ้อถึงคนที่ตายไปแล้ว แม้คนที่ร้อนนั้นก็ต้องตายเหมือนกัน
1368   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อมาเกิด ก็ไม่มีใครอ้อนวอนมาเกิด เมื่อตายจากโลกนี้ ก็ไม่มีใครอนุญาตให้ไป
1369   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืนล่วงไป ชีวิตของคนก็พร่องลงไป จากประโยชน์ที่จะทำ
1370   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตของสัตว์เหมือนภาชนะดิน ซึ่งล้วนมีความสลายเป็นที่สุด
1371   หมวดชีวิต-ความตาย   ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
1372   หมวดชีวิต-ความตาย   รูปกายของสัตว์ย่อมร่วงโรยไป แต่ชื่อและโครตไม่เสื่อมสลาย
1373   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุสังขาร ใช่จะประมาทไปตามสัตว์ผู้ยืน นั่ง นอน หรือ เดินอยู่ก็หาไม่
1374   หมวดชีวิต-ความตาย   สิ่งมีชีวิตทั้งปวง ย่อมกลัวโทษและกลัวความตาย จงทำตนเป็นอุปมา แล้วไม่พึงฆ่าหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่า
1375   หมวดชีวิต-ความตาย   เพราะฉะนั้น ในชีวิตที่เหลืออยู่นี้ ทุกคนควรกระทำกิจหน้าที่ และไม่พึงประมาท
1376   หมวดชีวิต-ความตาย   ร่างกายนี้ ไม่นานนัก เมื่อวิญญาณจากไปแล้ว หมู่ญาติก็เกลียดกลัว เอาไปทิ้งในป่าช้าเหมือนท่อนไม้
1377   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อภิกษุมีใจอันอบรมแล้วด้วยมรณะสัญญาอยู่โดยมาก จิตย่อมหวนกลับ งอกลับ ถอยกลับจากการรักชีวิต
1378   หมวดชีวิต-ความตาย   กาลเวลาล่วงไป วันคืนผ่านพ้นไป วัยก็หมดไปที่ละตอน ๆ ตามลำดับ
1379   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุของคนนี้น้อยนัก จะต้องจากโลกนี้ไป จึงควรทำกุศล และประพฤติพรหมจรรย์
1380   หมวดชีวิต-ความตาย   น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของคน ก็ย่อมไม่เวียนไปสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น
1381   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตนี้เป็นสิ่งคับข้อง เป็นสิ่งเล็กน้อย ประกอบด้วยทุกข์ ใครเล่ายังจะอาศัยชีวิตนี้ ไปสร้างเวรกับผู้อื่น
1382   หมวดชีวิต-ความตาย   ชีวิตนี้น้อยนัก ไม่ถึงร้อยปีก็ตายกันแล้ว ถ้าจะอยู่เกินไป ก็ต้องตายเพราะความแก่
1383   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืนย่อมล่วงไป ชีวิตย่อมหมดเข้าไป อายุของสัตว์ ย่อมสิ่นไป เหมือนน้ำแห่งแม่น้ำน้อย ๆ ฉะนั้น
1384   หมวดชีวิต-ความตาย   ชนเหล่าใดกำหนดรู้รูปธาตุ ไม่ตั้งอยู่ในอรูปธาตุ ย่อมหลุดพ้นไปได้ในในโรธธาตุ, ชนเหล่านั้น ชื่อว่าเป็นผู้ละมัจจุได้
1385   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุของมนุษย์มีน้อย คนดีพึงดูถูกอายุนั้นเสีย พึงประพฤติดุจคนมีศรีษะถูกไฟใหม้ มฤตยู (ความตาย) จะไม่มาถึง ย่อมไม่มี
1386   หมวดชีวิต-ความตาย   ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งเขลา ทั้งฉลาด ล้วนไปสู่อำนาจแห่งความตาย ล้วนมีความตายเป็นเบื้องหน้า
1387   หมวดชีวิต-ความตาย   ความตายย่อมครอบงำคนเก็บดอกไม้ (กามคุณ) ที่มีใจข้องในอารมณ์ต่าง ๆ ไม่อิ่มในกาม ไว้ในอำนาจ
1388   หมวดชีวิต-ความตาย   ภัยของสัตว์ผู้เกิดมาแล้ว ย่อมมี เพราะต้องตายแน่นอน เหมือนภัยของผลไม่สุก ย่อมมี เพราะต้องหล่นในเวลาเช้าฉะนั้น
1389   หมวดชีวิต-ความตาย   ภาชนะดินที่ช่างหม้อทำแล้ว ล้วนมีความแตกเป็นที่สุด ฉันใด, ชีวิตของสัตว์ทั้งหลาย ก็ฉันนั้น
1390   หมวดชีวิต-ความตาย   ผู้เลี้ยงโคย่อมต้อนฝูงโคไปสู่ที่หากินด้วยพลอง ฉันใด, ความแก่และความตาย ย่อมต้อนอายุของสัตว์มีชีวิตไปเช่นกัน ฉันนั้น
1391   หมวดชีวิต-ความตาย   การร้องให้ ความโศกเศร้า หรื การคร่ำครวญร่ำไรใด ๆ ย่อมไม่เกิดประโยชน์แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ที่ตายแล้วก็คงอยู่อย่างเดิมนั้นเอง
1392   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อถูกพญามัจจุราชครอบงำ ไม่ว่าบุตร ไม่ว่าบิดา ไม่ว่าญาติพวกพ้อง มีไว้ก็ช่วยต้านทานไม่ได้ จะหาที่ปกป้องในหมู่ญาติ เป็นอันไม่มี
1393   หมวดชีวิต-ความตาย   ข้าพเจ้าไม่มีความชั่ว ซึ่งทไว้ ณ ที่ไหน ๆ เลย ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงไม่หวั่นเกรงความตายที่จะมาถึง
1394   หมวดชีวิต-ความตาย   การร้องให้หรือโศกเศร้า จะช่วยให้จิตใจสงบ สบาย ก็หาไม่ ทุกข์ยิ่งเกิดเพิ่มพูนทับทวี ทั้งร่ายกายก็พลอยทรุดโทรม
1395   หมวดชีวิต-ความตาย   คนที่รักใคร่ ตายจากไปแล้ว ย่อมไม่ได้พบเห็นอีกเหมือนคนตื่นขึ้นไม่ได้เห็นสิ่งที่ได้พบในฝัน
1396   หมวดชีวิต-ความตาย   จะตายก็ไปคนเดียว จะเกิดก็มาคนเดียว ความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลาย ก็เพียงแค่ได้มาพบปะเกี่ยวข้องกันเท่านั้นเอง
1397   หมวดชีวิต-ความตาย   คนที่สละความเศร้าโศกไม่ได้ มัวทอดถอนถึงคนที่จากไปแล้ว ตกอยู่ในอำนาจของความโศก ย่อมประสบความทุกข์หนักยิ่งขึ้น
1398   หมวดชีวิต-ความตาย   ตอนเช้ายังเห็นกันอยู่มากคน พอตกเห็นบางคนก็ไม่เห็น เมื่อเย็น ยังเห็นกันอยู่มากคน ตกถึงเช้า บางคนก็ไม่เห็น
1399   หมวดชีวิต-ความตาย   ถ้าบุคคลจะเศร้าโศกถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่แก่ตน (เช่นผู้ที่ตายไปแล้ว เป็นต้น) ไซร้ ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเอง ซึ่งตกอยู่ในอำนาจของพญามัจจุราชตลอดเวลา
1400   หมวดชีวิต-ความตาย   แม่น้ำเต็มฝั่ง ไม่ไหลทวนขึ้นที่สูง ฉันใด อายุของมนุษย์ทั้งหลาย ย่อมไม่เวียนกลับมาสู่วัยเด็กอีก ฉันนั้น
1401   หมวดชีวิต-ความตาย   ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนพาล ทั้งบัณฑิต ทั้งคนมี ทั้งคนจน ล้วนเดินหน้าไปหาความตายทั้งหมด
1402   หมวดชีวิต-ความตาย   ผลไม้สุกแล้ว ก็หวั่นแต่ละต้องร่วงหลุ่นไปตลอดเวลา ฉันใด สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็หวั่นแต่จะตายอยู่ตลอดเวลา ฉันนั้น
1403   หมวดชีวิต-ความตาย   อายุของคนน้อยนัก คนดีไม่ควรลืมอายุ ควรระลึกถึงอายุดุจคนถูกไฟไหม้ศรีษะ เพราะการที่ความตายจะไม่มาถึงนั้น ไม่มีเลย
1404   หมวดชีวิต-ความตาย   ถ้าจะเศร้าโศกถึงคนที่ตายไปแล้ว ก็ควรจะเศร้าโศกถึงตนเองด้วย ที่ตกอยู่ในอำนาจของความตายตลอดเวลา
1405   หมวดชีวิต-ความตาย   ห้วงน้ำที่เต็มฝั่ง พึงพัดต้นไม้ซึ่งเกิดที่ตลิ่งไปฉันใด, สัตว์มีชีวิตทั้งปวง ย่อมถูกความแก่และความตายพัดไปฉันนั้น
1406   หมวดชีวิต-ความตาย   เพราะฉะนั้น สาธุชน สดับคำสอน ของท่านผู้ไกลกิเลสแล้ว พึงกำจัดความร่ำไรรำพันเสีย เห็นคนล่วงลับจากไป ก็ทำใจให้ได้ว่า ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว เราจะขอให้เป็นอยู่อีกย่อมไม่ได้
1407   หมวดชีวิต-ความตาย   ดูซิ.. ถึงคนอื่น ๆ ที่กำลังเตรียมตัว เดินทางไปตามยถากรรม ที่นี่สัตว์ทั้งหลายเผชิญกับอำนาจ ของพญามัจจุราชเข้าแล้ว กำลังดิ้นรนกันอยู่ทั้งนั้น
1408   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อวัยเสื่อมสิ้นไปอย่างนี้ ความพลัดพรากจากกัน ก็ต้องมีโดยไม่ต้องสงสัย หมู่สัตว์ที่ยังเหลืออยู่ ควรเมตตา เอื้อเอ็นดูกัน ไม่ควรจะมัวเศร้าโศกถึงผู้ที่ตายไปแล้
1409   หมวดชีวิต-ความตาย   วันคืนล่วงไปเท่าไรชีวิตก็พร่องลงไปเท่านั้น เวลาแห่งความตายรุกไล่เข้าไปทุกอิริยาบท ฉะนั้นจึงไม่ควรประมาทเวลา
1410   หมวดชีวิต-ความตาย   จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางมหาสมุทร เข้าไปสู่หลืบเขา ก็ไม่พ้นจากมฤตยูได้ ประเทศคือดินแดนที่มฤตยูจะไม่รุกรานผู้อยู่ ไม่มี
1411   หมวดชีวิต-ความตาย   กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้นแห่งวัยล่อมละลำดับไป ผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น พึงทำบุญอันนำสุขมาให้
1412   หมวดชีวิต-ความตาย   เมื่อเศร้าโศกไป ก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง ร่างกายจะผ่ายผอม ผิดพรรณจะซูบซีดหม่นหมอง ส่วนผู้ที่ตายไปแล้ว ก็จะเอาความโศกเศร้านั้นของเรา ไปช่วยอะไรตัวเขาไม่ได้ ความร่ำไรรำพัน ย่อมไร้ประโยชน์
1413   หมวดชีวิต-ความตาย   ผู้ที่เศร้าโศกถึงคนตาย ก็เหมือนเด็กร้องให้ เหมือนกับขอพระจันทร์ที่โคจรไปในอากาศ คนตายถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้ว่าญาติคร่ำครวญถึง เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศก เขาไปแล้วตามวิถีทางของเขา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,904
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #18 เมื่อ: 05 เมษายน, 2552, 22:41:00 »

หมวดพิเศษสำหรับบุคคลทั่วไป

1414   ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ
1415   ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังมาไม่ถึง
1416   สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี
1417   ภาวะของหญิง รู้ได้ยาก
1418   พึงเพิ่มพูนความสละออกให้มากไว้
1419   ศรี เป็นที่อาศัยแห่งโภคทรัพย์
1420   ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
1421   ไม่ควรอาศัยผู้อื่นเป็นอยู่
1422   เมตตา เป็นเครื่องค้ำจุนโลก
1423   พึงศึกษาความสงบนั้นแล
1424   ความประพฤติชั่วเป็นมลทินของหญิง
1425   ความเกิดขึ้นแห่งท่านผู้รู้ เป็นการยาก
1426   ความเป็นอยู่ของสัตว์ เป็นการยาก
1427   ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก
1428   การได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษ เป็นการยาก
1429   วัยย่อมผ่านพ้นไปทุกขณะทีเดียว
1430   มนต์มีการไม่ท่องบ่น เป็นมลทิน
1431   เหย้าเรือนมีความไม่หมั่น เป็นมลทิน
1432   กำลังใจ พึงรู้ได้ในคราวมีอันตราย
1433 ได้ยศแล้ว ไม่ควรเมา
1434   ผู้อื่นพึงให้ผู้อื่นบริสุทธิ์ไม่ได้
1435   โภคทรัพย์ย่อมฆ่าคนมีปัญญาทราม
1436   ความถึงพร้อมแห่งขณะ หาได้ยาก
1437   สิ่งใดไม่ผิด พึงถือเอาสิ่งนั้น
1438   เมื่อยังไม่ถึง ไม่ควรพูดอวด
1439   ผู้เพ่งสันติ พึงละอามิสในโลกเสีย
1440   ในเวลามีข้าวน้ำ ย่อมต้องการคนที่รัก
1441   อำนาจ เป็นใหญ่ในโลก
1442   ไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
1443   พรตของผู้บริสุทธิ์ มีการงานสะอาด ย่อมถึงพร้อมทุกเมื่อ
1444   ถึงให้แผ่นดินทั้งหมด ก็ยังคนอกตัญญูให้จงรักไม่ได้
1445   กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์พร้อมทั้งตัวมันเอง
1446 ประโยชน์ย่อมล่วงเลยคนหนุ่ม ผู้ทอดทิ้งการงาน
1447   ท่านทั้งหลายจงมีที่พึ่งอยู่เถิด อย่าไม่มีที่พึ่งอยู่เลย
1448   ความผิดของผู้อื่นเห็นง่าย ฝ่ายของตนเห็นยาก
1449   ความบริสุทธิ์และความไม่บริสุทธิ์ มีเฉพาะตัว
1450   สัตบุรุษ ไม่มีในชุมนุมใด ชุมนุมนั้นไม่ชื่อว่าสภา
1451   สิ่งใดที่เข้าไปยึดถืออยู่จะพึงหาโทษมิได้ สิ่งนั้นไม่มีในโลก
1452   สิ่งที่ปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ย่อมเป็นไปตามปัจจัย
1453   ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่ ผู้มัวถือฤกษ์อยู่
1454   พึงปรารถนาความไม่มีโรค ซึ่งเป็นลาภอย่างยิ่ง
1455   การเห็นพระพุทธเจ้าเนือง ๆ เป็นการหาได้ยาก
1456   ในบรรดาที่ปรึกษา ย่อมต้องการคนไม่พูดพล่าม
1457   หิริและโอตตัปปะ ย่อมรักษาโลกไว้เป็นอันดี
1458   ต่อหน้าประพฤติเช่นใด ถึงลับหลังก็ให้ประพฤติเช่นนั้น
1459   ความเป็นไปของคนไร้ศิลปะ ย่อมฝืดเคือง
1460   ความริษยา เป็นเหตุทำโลกให้ฉิบหาย
1461   ขณะเวลา อย่าล่วงท่านทั้งหลายไปเสีย
1462   ในเมื่อเรื่องราวเกิดขึ้น ย่อมต้องการบัณฑิต
1463   ความเกียจคร้าน เป็นมลทินแห่งผิวพรรณ
1464   สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ
1465   สักการะ ย่อมฆ่าคนชั่วเสีย
1466   ในเวลาคับขัน ย่อมต้องการคนกล้า
1467   ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายแห่งคนดี
1468   บรรดาทางทั้งหลาย ทางที่มีองค์ 8 (มรรค) เป็นทางเกษมให้ถึงอมตธรรม
1469   ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับจากทุกข์
1470   โภคทรัพย์ของผู้ครองเรือนดี ย่อมถึงความพอกพูน เหมือนจอมปลวกกำลังก่อขึ้น
1471   ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำบาปกรรม ไม่มีในโลก
1472   รูปโฉม พอลวงคนโง่ให้หลงได้ แต่ลวงคนแสวงหาพระนิพพานไม่ได้เลย
1473   ความรู้จักประมาณ ยังประโยชน์ให้สำเร็จทุกเมื่อ
1474   ร่างกายของสัตว์ย่อยยับได้ แต่ชื่อและสกุลไม่ย่อยยับ
1475   ขึ้นชื่อว่าศิลปะ แม้เช่นใดเช่นหนึ่ง ก็ยังประโยชน์ให้สำเร็จได้
1476   อัชฌาสัยที่ทนไม่ได้เพราะกรุณา เป็นลักษณะของมหาบุรุษ
1477   สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
1478  บุคคลไม่เพลินเวทนา ทั้งภายในทั้งภายนอก มีสติดำเนินอยู่อย่างนี้ วิญญาณย่อมดับ
1479   พระจันทร์ พระอาทิตย์ สมณพราหมณ์ และ ฝั่งทะเล ต่างก็มีกำลัง, แต่สตรีมีกำลังยิ่งกว่ากำลัง (เหล่านั้น)
1480   ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้
1481   กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก ทุกข์อันยิ่งกว่ากามไม่มี ผู้ใดส้องเสพกาม ผู้นั้นย่อมเข้าถึงนรก
1482   พระตถาคตเจ้าย่อมเกิดขึ้น เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก คือเพื่อสตรี และ บุรุษผู้ทำตามคำสอน
1483   ภิกษุรื่นรมย์ยินดีในธรรม ใคร่ครวญธรรม และระลึกถึงธรรมอยู่เนือง ๆ ย่อมไม่เสื่อมจากพระสัทธรรม
1484   ผู้เป็นบัณฑิต เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน ไม่พึงลุอำนาจของโลภะ พึงกำจัดใจที่ละโมภเสีย
1485   โลกถูกมฤตยูกำจัด ถูกชราล้อมไว้ไม่มีผู้ต้านทาน ย่อมเดือนร้อยเป็นนิตย์ ดุจคนต้องโทษ ต้องทำตามอาชญาฉะนั้น
1486   กามคุณ 5 ในโลก มีใจเป็นที่ 6 อันท่านชี้แจงไว้แล้ว, บุคคลคลายความพอใจในกามคุณนี้แล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ได้อย่างนี้
1487   ผู้เข้าใจสิ่งที่ไม่เป็นสาระว่าเป็นสาระ และเห็นสิ่งที่เป็นสาระว่าไม่เป็นสาระ เขามีความดำริผิดเป็นโคจร จึงไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ
1488   ผู้ใด ต้องการสุขเพื่อตน ด้วยการก่อทุกข์แก่ผู้อื่น, ผู้นั้นชื่อว่าพัวพันไปด้วยเวร ย่อมไม่พ้นจากเวร
1489   พึงศึกษาวิเวก ซึ่งเป็นคุณอันสูงสุดของพระอริยะทั้งหลาย, ไม่ถือตัวว่าเป็นผู้ประเสริฐเพราะวิเวกนั้น ผู้นั้นแล ชื่อว่าปฏิบัติใกล้พระนิพพาน
1490   สัตว์โลกหมกมุ่นอยู่ในอารมณ์ รูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ และ ธรรมารมณ์นั้น ล้วนเป็นโลกามิสอันร้ายกาจ
1491   คนรู้จักขนบธรรมเนียม ย่อมยำเกรงผู้เฒ่าผู้แก่ ในชาตินี้ก็มีผู้สรรเสริญ ชาติหน้าก็ไปดี
1492   สิ่งที่ไม่ได้คิดไว้ ย่อมมีได้, สิ่งที่คิดไว้ ก็เสียหายได้, โภคะของสตรีหรือบุรุษ ที่สำเร็จได้ด้วยนึกเอาไม่มีเลย
1493   คนใด จักทำตามโอวาทที่ผู้รู้แสดงแล้ว คนนั้นจักถึงฝั่งที่สวัสดี เหมือนพ่อค้าถึงฝั่งที่สวัสดีเพราะม้าวลาหก
1494   ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนเขลาผู้มัวถือฤกษ์อยู่, ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์เอง ดวงดาวจักทำอะไรได้
1495   ชื่อว่าที่ลับของผู้ทำความชั่วไม่มีในโลก, คนทั้งหลายเห็นเป็นป่า แต่คนเขลาสำคัญที่นั้นว่าเป็นที่ลับ
1496   พระราชาดี ที่ทรงยินดีในธรรม, คนดี ที่มีปัญญา, เพื่อนดีที่ไม่ประทุษรายมิตร, สุข อยู่ที่ไม่ทำบาป
1497  ควรระแวงภัยที่ควรระแวง พึงระวังภัยที่ยังไม่มาถึง ผู้ฉลาดย่อมมองดูโลกทั้ง 2 เพราะกลัวต่ออนาคต
1498   เมื่อพ้นเพราะรู้ชอบ สงบคงที่แล้ว ใจคอของเขาก็สงบ คำพูดและการกระทำก็สงบ
1499   ผู้ใดไม่มีกามอยู่ ผู้ใดไม่มีตัณหา และผู้ใดข้ามความสงสัยได้, ผู้นั้นย่อมมีความพ้น ที่ไม่แปรผันเป็นอย่างอื่นอีก
1500   ผู้ใดผูกอาฆาตว่า เขาได้ด่าเรา เขาได้ฆ่าเรา เขาได้ชนะเรา เขาได้ลักของของเรา ดังนี้ เวรของผู้นั้นย่อมไม่ระงับ
1501   คนใดเป็นนักเลงหญิง นักเลงสุรา และนักเลงการพนัน ย่อมล้างผลาญทรัพย์ที่ตนได้แล้ว ๆ , ข้อนั้นเป็นเหตุแห่งผู้ฉิบหาย
1502   ถ้าสัตว์พึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ก็ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะผู้ฆ่าสัตว์ย่อมเศร้าโศก
1503   ผู้เห็นความประมาทเป็นภัย และเห็นควมไม่ประมาทเป็นความปลอดภัยแล้ว พึงเจริญมรรคมีองค์ 8 นี้เป็นพุทธาศาสนี
1504   พึงเป็นคนไม่เบียดเบียน (ผู้อื่น) และพึงกล่าวแต่คำสัตย์อย่างนี้ ละไปจากโลกนี้ไปสู่โลกอื่นแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
1505   แม้มีปัญญารุ่งโรจน์อย่างไฟ เมื่ออยู่ในต่างประเทศ ก็ควรอดทนคำขู่เข็ญแม้ของทาส
1506   ผู้สงบ เว้นบาป ฉลาดพูด ไม่ฟุ้งซ่าน ย่อมขจัดบาปธรรมเสียได้ เหมือนลมกำจัดใบไม้ฉะนั้น
1507   คนทำกรรมใดด้วยทานด้วยความประพฤติสม่ำเสมอ ด้วยความสำรวมและด้วยการฝึกตนย่อมมีความสุขเพราะกรรมนั้นย่อมไม่ตามเผาผลาญในภายหลัง
1508   คนใดมักหลับ มักคุย และไม่ขยัน เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ข้อนั้น เป็นเหตุของผู้ฉิบหาย
1509   การไม่เห็นสิ่งที่รักเป็นทุกข์ และการเห็นสิ่งที่ไม่รักก็เป็นทุกข์ เหตุนั้น จึงไม่ควรทำอะไรให้เป็นที่รัก เพราะความพรากจากสิ่งที่รัก เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย
1510   ธงเป็นเครื่องปรากฎของรถ ควันเป็นเครื่องปรากฎของไฟ พระราชาเป็นเครื่องปรากฎของแว้นแคว้น สามีเป็นเครื่องปรากฎของสตรี
1511  ไม่ควรฟังคำก้าวร้าวของคนอื่น ไม่ควรมองดูการงานของคนอื่นที่เขาทำแล้ว และยังไม่ได้ทำ, ควรพิจารณาดู แต่การงาน ของตนที่ทำแล้ว และยังไม่ได้ทำเท่านั้น
1512   คนเขลา มีกำลัง หาทรัพย์อย่างผลุนผลัน ไม่ดี, นายนิรยบาล ย่อมฉุดคนโง่มีปัญญาทราม ผู้คร่ำครวญอยู่ ไปสู่นรกอันร้ายกาจ
1513   เมื่อมีจิตใจไม่หนักแน่น เห็นคนใจเบา มักประทุษร้ายมิตร ผู้มีความประพฤติกลับกลอกเป็นนิตย์ ย่อมไม่มีความสุข
1514   บุคคลไม่ความเศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ใฝ่หาถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง, ยังชีวิตให้เป็นไปด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเพราะเหตุนั้นผิวพรรณย่อมผ่องใส
1515   บุคคลได้สิ่งใด ไม่ยินดีด้วยสิ่งนั้น,ปรารถนาสิ่งใดดูหมิ่นสิ่งที่ได้แล้วนั้น,เพราะความต้องการไม่มีที่สุด,พวกเราจงทำความนอบน้อมผู้ปราศจากความต้องการเถิด
1516   ในโลกนี้ พวกที่ชอบถือตัว ย่อมไม่มีการฝึกตน, คนมีใจไม่มั่นคง ย่อมไม่มีความรู้, ผู้ประมาทแม้อยู่ในป่าคนเดียว ก็ข้ามฝั่งแห่งแดนมฤตยูไม่ได้
1517   ชีวิตคืออายุอันน้อยนี้ ถูกชรานำเข้าไป เมื่อสัตว์ถูกชรานำเข้าไปแล้ว ย่อมไม่มีเครื่องต้านทานผู้เล็งเห็นภัยในมรณะนั้น มุ่งความสงบพึงละโลกามินเสีย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [ทั้งหมด]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: