Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
23 ตุลาคม, 2557, 06:53:35

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ผีตองเหลือง  (อ่าน 20508 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 25 พฤษภาคม, 2551, 15:47:09 »

                                                       

ความเป็นมา
ผีตองเหลืองเป็นชนชาติข่าพวกหนึ่งที่เรียกตนเองว่า "มระบรี" (Mra bri) เป็นพวกเร่ร่อน กล่าวกันว่าชนพวกนี้ใช้ใบไม้สดมาทำ หลังคาเพิงเมื่อใบไม้เหล่านั้นเหลืองแล้วก็จะพากันย้ายแหล่งไปสู่ที่อื่นต่อไปจึึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าผีตองเหลือง ผีตองเหลืองนับเป็นชาวป่าเผ่า สุดท้ายเผ่าเดียวที่ยังหลงเหลือในเขตภาคเหนือของไทยเพียง 2 จังหวัดเท่านั้น คือ จังหวัดน่านกับ จังหวัดแพร่ ที่จังหวัดน่านผีตองเหลืองอาศัยอยู่ ในป่า อำเภอเวียงสา และอำเภอบ้านหลวง รวมประมาณ 100 กว่าคนเท่านั้น
จากการศึกษาของศาสตราจารย์สุรินทร์ ภู่ขจร และคณะพบว่าผีตองเหลืองเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่คล้ายคลึงกับวัฒนธรรม ของชนเผ่าโหบินเบียนคือมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่ 1,200 - 5,000 ปีล่วงมาแล้วโดยผีตองเหลืองเหล่านี้ได้อพยพมาจากเมืองไชยบุรี ประเทศสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว เมื่อราว 100 กว่าปีที่ผ่านมา
  
วิถีชีวิต และภาษา
   
ผีตองเหลือง ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกคนป่ากลุ่มนี้มีที่มาจากพฤติกรรมของชนกลุ่มนี้ที่มีชีวิตอยู่ไปวันหนึ่งๆ โดยการเร่ร่อนเสาะหาแหล่ง อาหารด้วยการล่าสัตว์ และขุดหัวมันป่า  อาหารหลัก คือหัวมันป่า และสัตว์น้ำอื่นๆ เช่น หอย ปู ปลา โดยใช้กระบอกไม้ไผ่เป็นภาชนะในการหุงอาหารและทำให้สุกโดยใช้ ไฟเผา การก่อไฟยังใช้วิธีแบบโบราณ คือใช้เหล็กเสียดสีให้เกิดประกายไฟ อาหารโปรด คือเนื้อหมู โดยเฉพาะมันหมูชอบเป็นพิเศษ
   
เครื่องแต่งกายของผีตองเหลืองที่เป็นชายยังใช้ผ้าเตี่ยวสวมใส่เพียงผืนเดียว บางรายอาจใช้เปลือกไม้สวมคลุมทับ ส่วนหญิงหลายราย ได้หันมานุ่งผ้าถุงและสวมเสื้อผ้าที่ผู้นำไปมอบให้ แต่อีกหลายรายยังคงใช้เปลือกไม้นุ่งห่ม
   
ความสามารถพิเศษของผีตองเหลืองอีกประการหนึ่ง คือ ปีนต้นไม้สูงๆ ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวมากทั้งนี้เพราะในชีวิตประจำวัน ต้องปีนต้นไม้เพื่อหารังผึ้งและสัตว์ป่าอยู่บนต้นไม้สูงประจำ จึงมีความเชี่ยวชาญในการปีนดังกล่าว
   
ชนเผ่าผีตองเหลืองถึงแม้เป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่แต่ก็มีวิวัฒนาการด้านภาษาไม่มากนักมีเพียงภาษาพูดที่เป็นของตนเอง แต่ไม่มีภาษาเขียน

การปรับปรุงในสังคมปัจจุบัน
   
จากอดีตที่เร่ร่อนของผีตองเหลืองนี้ จึงทำให้ต้องตกเป็นเหยื่อทาสแรงงานของชาวเขาเผ่าม้งกลุ่มหนึ่งที่มีความฉลาดกว่าหลอกใช้ แรงงานโดยให้ค่าตอบแทนต่ำมาก เช่น ใช้ให้ปลูกข้าวโพดและเก็บเกี่ยวแบกขนเป็นเวลานานนับเป็นปีโดยได้ค่าตอบแทนเป็นลูกหมูเพียงตัวเดียว
   
ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือผีตองเหลืองผู้ด้อยโอกาสให้พ้นจากการเป็นทาสแรงงาน อำเภอบ้านหลวงโดยนายพินิจ หาญพาณิชย์ นายอำเภอบ้านหลวง จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาจังหวัดน่าน ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน สาธารณสุขอำเภอ พัฒนาการอำเภอ และกำนันผู้ใหญ่บ้านได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาและอนุรักษ์ชนเผ่าตองเหลืองขึ้นที่บริเวณบ้านพี้เหนือ เพื่อให้ ผีตองเหลืองที่อาศัยอยู่ในแถบนี้ได้มีที่อย่างถาวรไม่อพยพเคลื่อนย้ายไปยังที่อื่น รวมทั้งให้การพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผีตองเหลือง เพื่อเป็นการ อนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของผีตองเหลืองให้มีชีวิตยืนยาวสืบเชื้อสายเผ่าพันธุ์ตลอดไป
     
ผีตองเหลือง

 

             
ผีตองเหลืองรอบคอบในการดำรงชีวิต พวกนี้ขุดดินกินมัน แต่ก็รักชีวิต ระวังการดื่มน้ำเพราะกลัวศัตูรจะวางยาพิษ ชีวิตลำบาก แต่พวกผีตองเหลืองก็ถือว่า ชีวิตเกิดยาก อยู่ยาก ก็ควรตายยากๆ พวกนี้จะดื่มน้ำในลำธารใส และไหลแรงๆเท่านั้น
               
ผีตองเหลืองเป็นชาวเขาเผ่าหนึ่ง อยู่กันเป็นพวกเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก พวกนี้สร้างที่อยู่โดยใช้ใบตองมุงหลังคา พอใบตองนั้นเป็นสีเหลือง ก็จะอพยพย้ายที่อยู่ใหม่ จึงได้ชื่อว่าผีตองเหลือง   พวกนี้ไม่ชอบคนแปลกหน้า ถ้าพบก็จะหลบหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นผีหายตัวได้.....
               
ชาวเขาเผ่านี้จัดอยู่ในตระกูล มอญ เขมร พวกเดียวกับ ว้า ละว้า และขมุ พวกชาวเขาส่วนมากสูบฝิ่น(นานมาแล้ว) แต่พวกผีตองเหลืองไม่สูบ รูปร่างจึงแตกต่างไปจากเผ่าอื่น ซึ่งมักจะผอมแห้งแรงน้อยเพราะพิษฝิ่น
                 
พวกผีตองเหลืองผิวพรรณขาวกว่าพวกอื่น คอ่นข้างเหลือง จมูกโด่ง รูปร่างล่ำสัน ในขณะที่เผ่าอื่นๆส่วนมากอ้วนพุงโร และผอมแห้ง ผีตองเหลืองมีใบหน้ารูปไข่ คิ้วดก นัยน์ตาสวย ริมฝีปากไม่หนาเจ่อ ฝันแข็งแรง ผมดำยาว เรียบ ไม่หยิกหยอยน่าเกีลยด
                 
พวกผู้ชายผีตองเหลืองชอบเจาะหู เพื่อเสียบดอกไม้ เป็นชาวป่าที่ไม่ดุร้าย รักสวยรักงาม ภาษาที่พูดเป็นภาษาขมุ พวกนี้ชอบสักตามเนื้อตัวเป็นอักขระเล็กน้อย และชาวขมุนั่นเองที่สักให้ ในคราวที่ออกมาแลกของป่ากับยาเส้น ซึ่งพวกเคี้ยวเล่น และชอบหมากพลู
                 
ผู้หญิงผีตองเหลือง นิสัยขี้อายและขี้กลัวมาก และพวกผู้ชายเผ่านี้ก็จะหวงพวกผู้หญิงมาก เขาจะเก็บซ่อนเด็กๆ กับผู้หญิงไม่ยอกให้ใครพบเห็นเลย ถ้ามีคนแปลกหน้าผ่านมาเห็น พวกนี้ก็จะย้ายที่อยู่ไปทันที
               
ชาวผีตองเหลืองไม่ชอบอาบน้ำเหมือนกัน แต่ก็ทำความสะอาดร่างกายโดยก่อไฟผิงเนื้อตัวให้ความสกปรกหลุดออกจากเนื้อตัวและหัว ซึ่งโดยมาจะมีแต่เหา   พวกผูชายผีตองเหลืองรักและถนอมลูกเมียมาก ไม่ต้องทำงานหนักอย่างสาวชาวเขาเผ่าอื่น เพียงแต่นั่งๆนอนเลี้ยงลูก และคอยปรนนิบัตสามีในบ้าน ส่วนสามีก็จะไปหาอาหารป่ามากินกัน แล้วก็จะรีบกลับมาเลี้ยงสัตว์ หุงข้าวต้มแกงให้ลูกเมียกิน
               
ประเพณีหนุ่มสาวก็เป็นอิสระ ใครชอบใครก็พบกันแล้วหลับนอนด้วยกันได้ โดยพ่อแม่ไม่หวงห้าม พิธีแต่งงานก็ง่ายๆ เพียงแต่หาเผือกหามัน และผลไม้มาเผาไฟเลี้ยงกันในครอบครัวฝ่ายชายหญิงเท่านั้น แล้วเพื่อนบ้านก็จะเต้นรำฉลองให้บ่าวสาว ดนตรีของพวกเขาคือการเป่าใบไม้ ตบมือ และการร้องเพลง และเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว ก็จะต้องพอใจแต่ในคู่ของตนเท่านั้น
                 
ผีตองเหลืองไม่ชอบพูด แม้แต่ในพวกเดียวกันเอง เพียงแต่นั่งมองตากันเฉยๆแทน พวกนี้อายุ 50-60 ปี ก็ตายและมักตายในวัยเด็กกันมาก จึงเป็นเผ่าที่มีเหลืออยู่น้อย อาหารของพวกเขาก็มี กบ งู กระรอก ผลไม้ หน่อไม้ ไม่ค่อยรู้จักล่าสัตว์ใหญ่ ใครหาของกินมาได้ก็จะได้รับการยกย่องว่าฉลาดดี
                 
ชาวผีตองเหลืองอาศัยอยู่ในป่าลึก จังหวัดน่าน แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง โดยมากปกปิดร่างกายด้วยเปลือกไม้.

ไก่ย่างตำรับผีตองเหลืองคือ ฆ่าไก่ใส่กระบอกไม้ไผ่แล้วย่างในกองไฟจนระอุ
    -----------------------------------
     เอกสารอ้างอิง
   
แผนยุทธศาสตร์จังหวัดน่าน ด้านการท่องเที่ยว การค้าชายแดน พ.ศ. ๒๕๓๘ พจนานุกรม ล้านนา - ไทย ฉบับแม่ฟ้าหลวง พ.ศ. ๒๕๓๓
   
Home Page โครงการสื่อปฏิสัมพันธ์ของชาติสถานทีสำคัญบุคคล สำคัญวิถีชีวิตภูมิปัญญาของด ีท้องถิ่นเอกสารสำคัญธรรมชาติวิทยาดัชนีข้อเสนอแนะ
บันทึกการเข้า




Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 560
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 21 มกราคม, 2552, 20:47:21 »

บุญแต่งเป็นอาจารย์ในคณะมานุษยวิทยาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขากำลังทำวิจัยเรื่องของชนเผ่าผีตองเหลือง เขาพาเพื่อนนักวิจัยไปออกค่ายยังชุมชนผีตองเหลืองทางภาคเหนือที่มีอยู่หลายแห่งด้วย หลังจากใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนเพื่อศึกษาชีวิตของชาวผีตองเหลือง

เมื่อครบกำหนดจะต้องเดินทางกลับบรรดานักวิจัยจะต้องมาสรุปผลการศึกษาเป็นเบื้องต้นกับบุญแต่ง เพื่อจะได้ดูว่าต้องศึกษาเพิ่มเติมในส่วนใดอีก ระหว่างที่พวกเขาพบกันนั้น

บุญแต่ง : ผมได้เรียนรู้ภาษาของผีตองเหลืองมากมาย แต่มีที่น่าสังเกตอยู่หน่อยหนึ่ง พวกคุณดูนะ

บุญแต่งชี้นิ้วไปที่ต้นมะพร้าว แล้วถามพวกผีตองเหลืองว่า"นี่เรียกว่าอะไร ?"

ผีตองเหลืองตอบขึ้นพร้อมๆกันว่า "อูมปรือเนอ"

บุญแต่งชี้นิ้วไปที่ตะเกียงน้ำมันที่วางอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นแล้วถามผีตองเหลืองอีก "นี่เรียกว่าอะไร ?"

ผีตองเหลืองตอบขึ้นพร้อมๆกันว่า "อูมปรือเนอ"

บุญแต่งยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ

บุญแต่ง : เห็นไหมพวกเรา ในด้านภาษาผมค้นพบว่าชาวผีตองเหลืองเรียกต้นมะพร้าวกับตะเกียงน้ำมันว่า "อูมปรือเนอ"เหมือนกัน แล้วพวกคุณล่ะค้นพบอะไรบ้างไหม ? โดยเฉพาะเรื่องภาษาของชาวผีตองเหลืองน่ะ

นักวิจัย : พวกเราพบว่าชาวผีตองเหลืองทุกเผ่าเรียกนิ้วชี้ว่า"อูมปรือเนอ"

ที่มา : คุณบุญสาย


http://www.healthcorners.com/2007/article/ReadJoke.php?id=300
บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: