Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 เมษายน, 2557, 17:10:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: มอสส์ และเฟิร์น ต่างกันอย่างไร  (อ่าน 12220 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 19 มีนาคม, 2552, 20:54:53 »

มอสส์ และเฟิร์น ต่างกันอย่างไร
 
หน้าฝนอย่างนี้ ป่าจะเขียวชุ่มชื่น และเขียวชอุ่มไปด้วยสีเขียวของมอสส์และเฟิร์น ที่ขึ้นปกคลุมต้นไม้โขดหินบริเวณที่ชุ่มชื้นดูคล้ายๆ กับว่ามีใครเอาพรมหรือกำมะหยี่ไปห่อหุ้มไว้ กลายเป็นสังคมพืชขนาดเล็กที่อยู่ตามพื้นที่ชุ่มชื้นสูง เช่น โขดหินริมลำธาร บนเปลือกไม้หรือเติบโตคลุมผิวดินเป็นผืนใหญ่

ทั้งมอสส์และเฟิร์นต่างก็เป็นพืชที่อยู่เคียงคู่โลกมา 400 ล้านกว่าปี ตั้งแต่ ยุคดีโวเนียน (The devonian period) ซึ่งอยู่ในมหายุคพาลีโอโซอิก (The Palaeozoic Eras) โดยในยุคนั้นพืชทั้งสองต่างก็เป็นพืชที่ครอบครองโลก ก่อนที่พืชบกจะพัฒนาตัวเองขึ้นมาจากน้ำแล้วครอบครองโลกในยุคต่อๆ มา แต่ไม่ว่ามอสส์และเฟิร์นจะผ่านร้อนผ่านหนาวมากี่ล้านปีก็ตาม พวกมันก็ยังคงรูปร่างและรูปทรงเดิมๆ ไว้ไม่แปรเปลี่ยน ดูคล้ายกับฟอสซิลที่มีชีวิต

มอสส์ และเฟิร์น ต่างกันอย่างไร



มอสส์ (Moss)

มอสส์ (Moss) ถือเป็นพืชกลุ่มแรกๆ ของโลกที่พัฒนาจากน้ำขึ้นสู่บก มีคลอโรฟิลด์สีเขียวไว้สังเคราะห์แสงสร้างอาหารจึงสามารถอยู่ได้โดยลำพัง แต่ด้วยโครงสร้างของมันยังไม่จัดว่าเป็นพืชชั้นสูง เพราะว่ามอสส์ไม่มีราก ลำต้น และใบที่แท้จริง อีกทั้งยังปราศจากดอกจึงต้องแพร่พันธุ์ด้วยสปอร์ โดยอาศัยลม น้ำ หรือแมลงพาไป โดยมอสส์จะขึ้นเรียงแน่นติดกัน ดูคล้ายๆ กับพรมที่ปกคลุมต้นไม้ หรือโขดหินเอาไว้

"หญ้ามอสส์" (mosses) มีอยู่ทั่วไปในป่าดิบชื้น ทั้งในระดับต่ำและระดับสูง จะเห็นว่าพืชประเภทนี้ปกคลุมราก ลำต้น กิ่ง และใบของต้นไม้ หรือ ตามก้อนหินอยู่ทั่วๆ ไป จัดเป็นพืชอาศัย (epiphytic plants) ที่อาศัยพำนักอยู่ตามราก ลำต้น กิ่งและใบของต้นไม้ด้วยการใช้รากเกาะยึดอยู่ตามผิวของส่วนนั้นๆ โดยที่ไม่ได้ส่งรากเบียดแทงทะลุเข้าไปแย่งอาหาร ดังเช่น กาฝาก พืชที่เกาะขึ้นอยู่ตามก้อนหินและผิวหินทั่วๆ ไปในป่านั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย



เฟิร์น (Fern)

เฟิร์น (Fern) เป็นพืชไม้มีดอก เมื่อยังเล็กอยู่ใบเฟิร์นจะงอ เมื่อโตขึ้นใบจึงคลายตัวออก ใบแต่ละใบจะประกอบด้วยใบย่อยเล็กๆ ซึ่งใต้ใบจะมีกลุ่มอับสปอร์ ภายในอับสปอร์จะมีสปอร์มากมาย สปอร์เหล่านี้มีลักษณะเป็นผงเล็กๆ ซึ่งสามารถจะเจริญขึ้นเป็นต้นใหม่ได้ปกติ เฟิร์นชอบขึ้นในที่ร่มและชุ่มชื่น แต่ถือว่าเป็นพืชที่มีวิวัฒนาการสูงกว่ามอสส์ แม้ว่ายังต้องสืบพันธุ์ด้วยสปอร์อยู่ แต่มันก็มีรากเป็นของมันเองแต่ว่าไม่มีรากแก้ว นอกจากนี้เฟิร์นยังมีลำต้นที่มีท่อลำเลียงภายใน เฟิร์นบางชนิดมีเนื้อไม้เป็นลำต้นขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีแผ่นใบแบนสีเขียวแผ่กว้าง สามารถปรับตัวขยายถิ่นอาศัยออกไปไกลแหล่งที่มีความชุ่มชื้น กลายเป็นเฟิร์นน้ำ เฟิร์นดิน เฟิร์นบนเพิงผา และเฟิร์นอิงอาศัยตามต้นไม้สูงๆ

ส่วนที่โดดเด่นถือเป็นดังเอกลักษณ์ของเฟิร์นก็คือ ใบ ซึ่งมีลักษณะพิเศษที่ไม่เหมือนใบไม้ทั่วไป คือ ใต้ท้องใบของเฟิร์นจะมีกลุ่มอับสปอร์เรียงรายอยู่มากมาย และอับสปอร์ก็จะสร้างสปอร์อีกทีหนึ่งเพื่อใช้ในการแพร่พันธุ์ ส่วนใบที่เจริญเต็มที่มักจะพบจุดหรือขีดสีน้ำตาลเกิดทางด้านล่างของแผ่นใบ ซึ่งสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่าเป็นรูปกลม รูปรี หรือเป็นขีดหนา บางสั้นหรือยาว ถ้าใช้แว่นขยายหรือกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายมากขึ้น ก็จะเห็นรายละเอียดเพิ่มขึ้นว่า

จุดหรือขีดเหล่านี้คือ กลุ่มของอับสปอร์ อับสปอร์มีรูปร่างคล้ายกำปั้นของคน ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นก้านติดอยู่บนแผ่นใบและส่วนที่พองออกเป็นกระเปาะ ภายในกระเปาะเป็นที่เกิดของเซลล์พิเศษที่ทำหน้าที่ในการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ เซลล์พิเศษนี้เรียกว่า สปอร์ สปอร์มีลักษณะเป็นผงสีน้ำตาล ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงส่องดู จึงจะเห็นว่ามีรูปร่างเป็นอย่างไร

เมื่ออับสปอร์แตก สปอร์จะปลิวตามลมไปตกตามที่ต่างๆ เช่น ในน้ำบนดิน บนก้อนหิน หรือบนเปลือกไม้ ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สปอร์จะงอกเป็นแผ่นบางๆ สีเขียวคล้ายรูปหัวใจ หรือมีลักษณะเป็นเส้น เป็นโครงสร้างของเฟิร์นที่จะมีการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ โดยการสร้างไข่และสเปิร์ม เมื่อเกิดการผสมของไข่และสเปิร์มจะมีการเจริญเปลี่ยนแปลงตามลำดับจนเป็นต้นเฟิร์นที่สร้างใบอ่อน และใบที่เจริญเต็มที่ในที่สุด

เฟิร์นเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตช้า จึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณต่ำ ทำให้เฟิร์นสามารถเจริญได้บนดินเลว บนหิน ตามร่องหินหรือเป็นพืชอิงอาศัยบนไม้พุ่มหรือไม้ต้น เฟิร์นที่เป็นพืชอิงอาศัยหลายชนิดสามารถเจริญบนหิน หรือตามร่องหินได้ด้วย และยังมีเฟิร์นเลื้อยที่เริ่มต้นการเจริญจากพื้นดิน และใช้ลำต้นหรือใบเลื้อยพันไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้น เฟิร์นบางชนิดจัดเป็นเฟิร์นน้ำ มีทั้งพวกที่ลอยน้ำ จมอยู่ใต้น้ำ หรือมีทั้งส่วนที่อยู่ใต้น้ำและอยู่เหนือน้ำ บางชนิดเจริญได้เฉพาะในน้ำจืด บางชนิดเจริญได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย

ในสภาพธรรมชาติ เฟิร์นจะขึ้นอยู่รวมกับพืชชนิดอื่นๆ เช่น มอสส์ ลิเวอร์เวิร์ต ไลเคน พืชกลุ่มใกล้เคียงกับเฟิร์น เช่น สามร้อยยอด ช้องนางคลี่ ตีนตุ๊กแก หญ้าถอดปล้อง และไม้ดอก เช่น กล้วยไม้ ว่านไก่แดง นมตำเรีย เฟิร์นบางชนิดจะอยู่ร่วมกับมดแบบที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฟิร์นจะมีลำต้นเป็นโพรงให้มดอาศัย และมดจะกินอับสปอร์ของเฟิร์นเป็นอาหาร

นอกจากนี้มดจะสะสมอาหารภายในโพรงของลำต้น ซึ่งเฟิร์นสามารถใช้เป็นสารอาหารได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเฟิร์นที่ชอบอยู่ร่วมกับมด เช่น ตานมังกร เฟิร์นชายผ้าสีดาเขากวาง มีใบประกบต้นเรียงซ้อนกัน และมีช่องว่างระหว่างใบเป็นที่อยู่อาศัยของมด และยังมีเฟิร์นชนิดอื่นๆ อีกที่ชอบอยู่ร่วมกับมด เช่น ผักปีกไก่ ขาไก่ ลิ้นกุรัม สะโมง เป็นต้น

และเนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้นจึงมีเฟิร์นขึ้นตามธรรมชาติมากกว่า 400 ชนิด ซึ่งก็สามารถพบได้ทั่วไป ทั้งตามพื้นดิน โขดหิน ต้นไม้ ภูเขาสูง หรือแม้แต่ตามแม่น้ำลำธาร ทั้งนี้ทั้งมอสส์และเฟิร์นต่างถือเป็นเสน่ห์ที่สร้างสีสันให้กับป่าหน้าฝนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกอมอสส์และเฟิร์นก็ได้กลายเป็นเครื่องอุ้มน้ำชั้นยอดให้แก่ป่า และเหมาะสำหรับเมล็ดพันธุ์ไม้ได้ฝากชีวิตเพื่อเป็นที่เติบโตขึ้นในระยะแรกเริ่ม
 


ที่มาข้อมูล :
http://www.deqp.go.th
http://www.manager.co.th
http://kanchanapisek.or.th
http://khampom.tripod.com
 
 
 
บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: