Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 ธันวาคม, 2561, 17:21:11

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รู้จักผีปักษ์ใต้"ผีหลังกลวง"  (อ่าน 9603 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« เมื่อ: 24 พฤษภาคม, 2551, 10:21:16 »

           พจนานุกรมภาษาถิ่นใต้ของวิทยาลัยครูสงขลาให้ความหมายของคำว่า"ผีหลังกลวง"ไว้ว่า
"ผีชนิดหนึ่งที่อยู่ตามภูเขาเชื่อกันว่ามีหลังกลวสงและกลัวเบ็ด บางทีเรียกกันว่า ผีหลังสวน"
           ข้อเขียนต่อไปนี้ บันทึกจากคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ทางปักษ์ใต้ เชื่อกันว่าผีหลังกลวงมีลักษณะคล้ายกับคนธรรมดา
แต่ที่หลังของมันจะกลวง และมีกิ้งกือ ซึ่งคนปักษ์ใต้เรียกว่า "ผึ้งกือ"อาศัยอยู่ข้างใน
           สิ่งที่ผีหลังกลวงกลัวที่สุดคือ ปลาหมอ คนแก่คนเฒ๋าเล่ากันมาว่า แถบบ้านภูเขาแก้วในจังหวัดสตูลเมื่อถึงหน้านาชาวบ้านจะดำนา ถึงเวลาบ่ายๆชาวบ้ืานจะจับปลาหมอใส่ชายพกไว้ เตรียมรับมือกับผีหลังกลวงซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาแก้วจะลงมาจากภูเขาแล้วช่วยอาสาดำนาชาวบ้านกลัวผีหลังกลวงก็จะจับปลาหมอเตรียมไว้รับมือ ผีหลังกลวงกลัวชาวบ้านจะเอาปลาใส่หลังที่กลวงของมัน มันจะไม่กล้าช่วยดำนา แต่ถ้าหากชาวบ้านไม่หาปลาหมอไว้ ผีหลังกลวงจะช่วยดำนาจนมืดค่ำ แต่พอรุ่งเช้าเมื่อชาวบ้านมาดูนาที่ผีหลังกลวงดำให้ก็จะพบว่า
           ต้นกล้าที่ปักดำไว้ถูกถอนทิ้งไปหมดแล้ว
เล่ากันมาว่า ชาวไร่ที่ทำไร่อยู่บนควน หรือ ภูเขาเตี้ยๆเวลาเขา "หน่ำข้าว" หรือปลูกข้าวพอถึงตอนเย็นๆใกล้ๆค่ำผีหลังกลวงจะลงจากภูเขามาช่วยเสมอ
ผีหลังกลวงจะขยันมาก ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยไม่ว่าที่นาปลูกข้าวจะกว้างสักกี่ไร่ผีหลังกลวงจะหน่ำข้าวพักเดียวก็เสร็จแต่พอเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อชาวไร่ไปดูก็พบว่า
            ผีหลังกลวงได้ทำลายนาที่ปลูกข้าวบริเวณนั้นหมดแล้ว
คนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่าถ้าหากว่าใครเข้าป่าและเกิดพลัดหลงกับเพื่อนๆห้ามส่งเสียงเรียกโห่"ฮิ้ว"เป็นอันขาดเพราะจะมีเสียงโห่ขานรับของผีหลังกลวงดังขึ้นเป็นทอดๆ
จนแยกไม่ออกว่าเสียงไหนเป็นเสียงใครดังนั้นเวลาเข้าป่า คนแก่คนเฒ่าจะมีข้อห้าม คืิอ ห้ามส่งเสียงเรียกหากันเป็นอันขาด
           มีเรื่องเล่าต่อกันมานมนานแล้วว่าที่ภูเขาสันกาลาคีรี จังหวัดยะลา ที่ชาวบ้านชอบเรียกกันว่า "ศาลาคีรี" ซึ่งเป็นแนวแบ่งเขตกั้นระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียมีเรื่องพิสดารไม่น่าเชื่อเล่าต่อๆกันมาว่า
          ถ้าหากชาวบ้านขึ้นไปบนภูเขาศาลาคีรี ซึ่งอาจจะขึ้นไปหาของป่าหรือขึ้นไปตัดไม้ก็ตามถ้าหากเกิดหลงป่า หาทางออกไม่ได้เที่ยววนเวียนอยู่ในป่าจนมืดค่ำ...เล่ากันว่าในตอนพลบค่ำผู้หลงป่าจะพบศาลาที่พักที่ศาลาที่พักนี้จะมีของกินสำหรับผู้หลงป่ามากมาย เช่น กล้วย อ้อย มะพร้าว มังคุด ลางสาด หรือผลไม้อื่นๆ ถ้าหากผู้ที่ได้พักศาลานี้อยากจะกิืนอะไร ก็จะบังเกิดสิ่งนั้นให้ได้กินทันทีและเมื่อผู้หลงป่าได้กินอาหารจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ผู้ที่หลงป่านั้นก็จะสามารถลงจากเขา่แล้วกลับบ้านได้ทันทีโดยที่ไม่หลงเพราะจะเกิดมีทางลงจากภูเขาศาลาคีรีเป็นแนวตรงลงมานับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นทีี่เล่าลือกันมาปากต่อปาก ว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งได้ชักชวนชาวบ้านขึ้นไปหาของป่าบนภูเขาศาลาคีรีเพื่อหาของป่าที่จำเป็นมาใช้ในวัด ชาวบ้านเตรียมตะเกียงขึ้นไปด้วย เผื่อว่ามืดค่ำ ปรากฎว่าเที่ยวหาของป่าอยู่จนพลบค่ำและเกิดหลงทาง เที่ยวเดินหาทางออกก็ไม่พบจนมาพบศาลาของผีหลังกลวงจึงได้ชวนกันนั่งพักที่ศาลามีผลไม้อยู่มากมายหลังจากที่ชาวบ้านได้กินผลไม้จนอิ่มหนำ
สำราญแล้วก็พบทางที่จะลงจากภูเขา แต่ชาวบ้านแกล้ง"ตัดทาง"หมายไว้ คือแกล้งถางป่าให้เป็นทางลงมาเผื่อคราวหลังจะได้ขึ้นไปเที่ยวที่ศาลาของผีหลังกลวงอีกแต่ในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อพระภิกษุชวนชาวบ้านไปดูก็
ปรากฎว่า...
                             ทางที่ได้ช่วยกันถางและทำเครื่องหมายไว้นั้นถูกผีหลังกลวงเจ้าของศาลาช่วยกันถางป่าให้วกไปวนมาจนทำให้ไม่สามารถหาทางขึ้นไปยังศาลาหลังนั้นได้อีก

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




มะเอ@รักควาย
ผู้ทรงคุณวุฒิ
*


เพศ: หญิง
กระทู้: 1,501
สมาชิกลำดับที่ 6
จะขอตามรอยของพ่อท่องคำว่า"เพียง"และ"พอ"จากหัวใจ



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 24 พฤษภาคม, 2551, 11:09:40 »

มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาอีกว่า
          ที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ในบริเวณภูเขาศาลาคีรี ท่านเจ้าอาวาสวัดนี้เป็นเพื่อนเกลอกับหัวหน้าของผีหลังกลวง ชื่อ "เกลือน" ท่านเจ้าอาวาสได้ขอแรงให้เกลือน หัวหน้าผีหลังกลวงเกณฑ์ลูกน้องให้มาช่วยกันตัดไ้ม้เพื่อเอามาทำกุฏิภายในวัด โดยท่านเจ้าอาวาสสัญญาว่าจะจัดงานฉลองกุฏิอย่างยิ่งใหญ่โดยจะจ้างหนังตะลุงให้มาแข่งขันประชั้นโรงกัน ๘ คณะ เรียกว่าแสดงกันทั้ง ๘ ทิศ
หัวหน้าผีหลังกลวงแสดงความพอใจและได้เกณฑ์พรรคพวกให้ช่วยกันทำงานโดยตัดไม้และขนไม้มาถวยวัด ตอนกลางวันผีหลังกลวงจะไม่แสดงตัวแต่จะทำงานในเวลากลางคืน
          บรรดาพลพรรคผีหลังกลวงช่วยกันตัดไำม้และขนไม้มาให้เจ้าอาวาสและช่วยกันทำกุฏิจนเสร็จท่านเจ้าอาวาสจึงไดจัดงานฉลองกุฏิตามสัญญา
มีคนมาเที่ยวงานกันมากมายชนิดมืดฟ้ามัวดินแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนมองเห็นนั่งตะคุ่มๆอยู่หน้าโรงหนังตะลุงแต่ปรากฎว่าหนังตะลุงที่มาแสดงในคืนนั้นมาไม่ครบ ๘ คณะ จึงไม่ได้แสดงครบทั้ง ๘ทิศ คืนนั้นหนังตะลุงแสดงไปจนดึกมากแล้วและก็มีคนพบว่า
          ท่านเจ้าอาวาสได้ถูกผีหลังกลวงหักคอจนถึงแก่มรณภาพเสียแล้ว ว่ากันว่า
ที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านเจ้าอาวาสไม่ได้ทำตามสัญญาที่ได้พูดไว้กับหัวหน้าผีหลังกลวง                                                                         สำหรับคนปักษ์ใต้นั้นเป็นที่รู้จักกัันว่าในการแข่งขันประชันโรงเพื่อรู้แพ้รู้ขนะกันของหนังตะลุงนั้นจะวัดกันตรงที่ว่าในคืนนั้นโรงไหนมีผู้ชมหรือคนดูมากกว่ากัน
ถ้าโรงไหนมีผู้ชมมากกว่า ก็ถือว่าโรงนั้นชนะดังนั้นในงานวัดแถวๆภูเขาศาลาคีรีเมื่อมีการแข่งขันประชันโรงกันระหว่างคณะหนังตะลุง นายหนังหรือหัวหน้าคณะหนังที่รู้จักกับ  "เกลือน" หัวหน้าผีหลังกลวงนายหนังก็มักจะเอ่ยปากขอแรงให้ "เกลือน" ช่วยนำลูกน้องหรือพรรคพวก
มาชมการแสดงหนังตะลุงของตนเพื่อให้ได้ชัยชนะ
          เวลาที่ผีหลังกลวงมานั่งดูหนังตะลุงก็จะนั่งห่มผ้ากันอยู่เต็มหน้าโรง คนทั่วๆไปจะสังเกตรู้ว่าคณะไหนที่มีผีหลังกลวงมาช่วยเพราะจะแลเห็น
คนนั่งเต็มไปหมดและห่มผ้าปิดส่วนที่หลังกลวงไว้เพราะธรรมดาของคนสมัยก่อนนั้นผู้ชายมักจะไม่ค่อยสวมเสื้อผู้หญิงก็จะมีเพียงผ้าคาดอกเท่านั้น
          การแต่งกายที่ผิดกับชาวบ้านทั่วไปนี่เองทำให้รู้ว่าโรงหนังตะัลุงโรงใดมีผีหลังกลวงมาช่วยกันดู
การมาช่วยดูหนังตะลุงของผีหลังกลวงทำให้หนังตะลุงคณะนั้นชนะจนมีชื่อเสียง เป็นช่องทางหนึ่งให้คนบ้านอื่นๆจ้างไปแสดงทำให้คณะหนังนั้นๆมีงานแสดงมากและมีรายได้มากขึ้น
          เรื่องราวของผีหลังกลวงยังมีเล่าต่อๆกันอีกหลายต่อหลายเรื่อง บางเรื่องก็คล้ายๆกับว่าเป็นนิทานเล่าขานเพื่อความสนุกสนานก็มี บางเรื่องมีคติสอนใจคนก็มีเช่น เรื่องราวที่เล่าถึงความเป็นคนซื่อตรงรักษาคำพูดของผีหลังกลวง ใครที่ไม่รักษาคำพูดก็จะถูกผีหลังกลวงลงโทษ
          ใครอยากรู้จัก "ผีหลังกลวง" ให้มากกว่านี้ ถ้าลงไปปักษ์ใต้ลองสอบถามคนเฒ๋าคนแก่ดูก็แล้วกัน เชื่อว่า ยังพอมีคนที่รู้จักอยู่บ้าง
อย่าไปถามคนรุ่นใหม่ก็พอ เพราะเชื่อว่าไม่มีใครรู้จักอย่างแน่นอน เพราะเรื่องผีหลังกลวงดูเหมือนจะค่อยๆถูกลืมเลือนไปเรื่อยๆไม่เหมือน "ผีกระสือ" ของชาวอิสานที่มีการหลอกหลอนสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นไม่สูญหายไปจากสังคมอิสาน แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม
                                           มานพ  แก้วสนิท
ที่มาจากหนังสือคู่สร้างคู่สม ปีที่ ๒๙ ฉบับที่ ๖๐๓
(ถ้าอยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้รบกวนสอบถามท่านเวปมาสเตอร์ค่ะน่าจะพอทราบเพราะท่านดูจะเป็นคนอาวุโสอยู่เหมือนกัน)
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

คุณาพร.
คนบ้านเดียวกันฺ
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,424
สมาชิกลำดับที่ 4
ยิ่งมืดก็ยิ่งมี ไม้พันธุ์กล้า บานท้าทาย



| |

« ตอบ #2 เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2551, 01:11:36 »

ผีหลังกลวงผมไม่ชอบ !!!    ผีผ้าห่ม.......น่ากลัวกว่า( )
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

มุม มืดมีดอกไม้ บานไสวในพฤษภา
มุมเมืองที่ทรมา จึงประจักษ์สลักศรี
ศักดิ์ศรีที่สล้าง สู้เพื่อสร้างทา

planaria
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 5
สมาชิกลำดับที่ 3712


| |

« ตอบ #3 เมื่อ: 27 พฤศจิกายน, 2552, 16:00:34 »

ตอนเด็กๆ ลุงผมที่เป็นคนใต้ชอบเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง กลัวมากๆ เลยครับตอนนั้น >_<"
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: