Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 เมษายน, 2557, 21:29:29

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จุก-แกละ-เปีย-โก๊ะ ทรงผมยอดฮิตเด็กสมัยโบราณ  (อ่าน 12575 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
นภดล
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 17,975
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« เมื่อ: 05 มีนาคม, 2552, 01:16:52 »

หากย้อนไปดูทรงผมของเด็กๆในสมัยโบราณแล้ว จะมีทรงผมยอดฮิต เพียงไม่กี่ทรงเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมโก๊ะ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเด็กที่ยังคงไว้ผมทรงเหล่านี้อยู่ก็หายากเต็มที เด็กๆยุคใหม่อาจจะไม่เคยเห็นเลยด้วยซ้ำไป ดังนั้นเรามาดูกันว่า ทรงผมไทยโบราณแต่ละทรงนั้นมีลักษณะและแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
     
1. ผมจุก (Top knot) คือผมที่ขมวดไว้ตรงขม่อม ราชาศัพท์เรียกว่า พระเมาลีหรือพระโมลี
       
2. ผมแกละ คือผมที่เอาไว้เป็นหย่อมหรือเป็นปอยที่ข้างศีรษะ เด็กบางคนก็ไว้แกละเดียว บางคนก็ไว้สองแกละ
       
3. ผมเปีย (pig tail) คือผมที่ปล่อยไว้ยาวให้ห้อยลงมา แต่ผู้ใหญ่จัดนำมาถักไขว้กัน และผูกไว้ให้ดูเรียบร้อย ผมเปียของเด็กไม่เหมือนกับผมเปียของสาวๆ ในปัจจุบันนะคะ ผมเปียของเด็กจะยาวเฉพาะส่วนที่ปล่อยไว้คลุมขม่อมเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ บนศีรษะจะโกนเกลี้ยงเกลา แต่ผมเปียของสาว ๆ จะไว้ยาวทั้งศีรษะและรวบมามาทางด้านหลัง จัดการถักไขว้ให้ ดูเรียบร้อยและสวยงาม บางครั้งนำโบว์หรือเครื่องประดับอื่น ๆ มาติดไว้
    
4. ผมโก๊ะ (pony tail) คือผมที่ไว้เป็นหย่อมหรือปอยคล้ายผมแกละ แต่ไม่ได้ถักเปียอย่างผมเปีย เพียงแต่ผูกไว้ไม่ให้รุงรังจนสร้างความรำคาญให้แก่เด็ก
       
       
ส่วนเหตุผลที่เด็กต้องไว้ผมทรงต่างๆนั้น ส่วนหนึ่งมาจากเมืองไทยเป็นเมืองร้อน หากให้เด็กไว้ผมยาวก็จะไม่สะดวก สร้างความรำคาญแก่เด็ก ดูแลรักษายากเพราะเด็กอยู่ในวัยซุกซน แต่ในขณะเดียวกันกะโหลกศีรษะหรือกระหม่อมของเด็กซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "ขวัญ" นั้นยังบอบบาง คือยังต่อกันไม่สนิท โดยเชื่อกันว่าขวัญหรือชีวิตวิญญาณของคนเราอยู่ที่กระหม่อม หากสังเกตจะเห็นว่าบริเวณขวัญของเด็กแรกเกิดหรือเด็กเล็ก ๆ จะเห็นตรงกระหม่อมบาง ๆ เต้นตุบ ๆ จึงถือเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ดังนั้นหากไปโกนผมตรงส่วนนั้นออก อาจเป็นอันตรายได้ จึงโกนเฉพาะส่วนอื่น ๆ ปล่อยตรง ขวัญไว้ เมื่อผมยาวมากขึ้น ปล่อยไว้ก็จะสร้างความรำคาญให้แก่เด็กและดูไม่เรียบร้อย จึงเกล้ามัดขึ้นเป็นจุก ซึ่งในสมัยโบราณนิยม ให้เด็กไว้ผมทรงต่างๆ ดังที่กล่าวมา
       
       แต่นอกจากเหตุผลนี้แล้วยังมีเหตุผลอีก 2 ประการอันเป็นที่มาการไว้ผมทรงต่างๆ ของเด็กไทยโบราณคือ      
       
1.ไว้ตามประเพณี เห็นคนอื่นเขาให้ลูกไว้ก็ให้ลูกของตนไว้บ้าง ส่วนใหญ่จะให้เริ่มไว้หลังจากที่ทำพิธีโกนจุกแล้วโดยจะเหลือผมตรงกระหม่อมไว้ เพราะเชื่อกันว่า หากโกนผมทิ้งไปหมด ขวัญก็จะไม่มีที่อาศัยแล้วก็เริ่มไว้จนยาวตั้งแต่นั้นเรื่อยมา      
       
2.ไว้เพราะเป็นการแก้เคล็ด เนื่องจากเด็กมักเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เสมอ หรือเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ผู้ใหญ่เห็นว่าอาจเป็นเพราะไว้ผมธรรมดา เลยให้เปลี่ยนมาเป็นไว้จุก ไว้แกละ ไปตามแต่เห็นสมควร บางที่พอเปลี่ยนทรงผมแล้วกลายเป็นเด็กแข็งแรง เลี้ยงง่ายไปเลยก็มี      
       
โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีเสี่ยงทาย โดยผู้ใหญ่จะไปหาดินเหนียวมาปั้นตุ๊กตาเป็นรูปเด็กไว้ผมทั้ง 4 แบบ คือ ผมจุก ผมแกละ ผมเปีย และผมโก๊ะ แล้วให้เด็กซึ่งยังเล็กๆไม่ประสีประสาเลือก หากเด็กจับตุ๊กตาที่ไว้ผมแบบใด ก็จะให้เด็กเปลี่ยนมาไว้ผมแบบนั้น หรือใช้วิธีเสี่ยงทายอื่นๆ เช่น เขียนชื่อทรงผมยอดฮิตทั้ง 4 แบบ ใส่กระดาษแยกออกเป็นแผ่นๆ ให้เด็กเลือกหยิบขึ้นมาแผ่นหนึ่งแล้วไว้ผมตามนั้น ด้วยเหตุนี้เด็กไทยสมัยโบราณบางที่ก็ไว้ผมทั้ง 4 แบบได้ ทั้งหญิงและชาย สำหรับพระราชโอรส พระราชธิดาหรือบุตรธิดาของขุนนางชั้นผู้ใหญ่นั้น นิยมไว้ผมจุกกันเป็นส่วนใหญ่ ส่วนลูกชาวบ้านทั่วไปนั้นนิยมไว้ทั้ง 4 แบบ สำหรับวัยที่เหมาะกับการโกนผมของเด็ก คือ ช่วงอายุ 11-13 ปี เด็กชายจะโกนราว 13 ปี เด็กหญิงจะโกนราว 11 ปี ซึ่งในที่นี้ไม่ได้จำกัดตายตัวแต่อย่างใด       
       
ทั้งนี้ พระราชครูวามเทพมุนีฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการไว้ผมจุกไว้ในบทนำหนังสือ พระราชพิธีโสกันต์ว่า "การไว้จุกน่าจะรับเอาคตินิยามตามศาสนาพราหมณ์ซึ่งเห็นเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ไว้ผมยาว และขมวดมุ่นเป็นมวยไว้กลางศีรษะก็นำมาดัดแปลงเป็นทรงผมเด็ก ด้วยต้องการอยู่ในความคุ้มครองอารักของเทพเจ้า?       
       
นอกจากนี้ ประเพณีการไว้จุกและโกนจุกในอินเดียก็มีเช่นเดียวกัน เรียกว่า พิธีอุปนัยนะ และวันขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์ (ตรียัมปวาย) ซึ่งเป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าลงมาเยี่ยมโลก ในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งจะมีการโล้ชิงช้า ก็ได้จัดโกนจุกเด็กด้วย
       
       
ขอขอบคุณข้อมูลจาก [url=http://www.thaigoodview.com]www.thaigoodview.com[/url]
       
ครูนิตยา อำไพวรรณโรงเรียนอนุบาลบางคนที(วัดเกาะใหญ่เลี้ยงล้อมอนุกูล) สมุทรสงคราม
 
บันทึกการเข้า




domm
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 419
สมาชิกลำดับที่ 1065
" มาจากความไม่มีอะไร ไปหาความไม่มีอะไร "



| |

« ตอบ #1 เมื่อ: 26 มีนาคม, 2552, 15:03:54 »

ผมชอบแบบจุกอ่ะ เท่ดี
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: