Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
22 พฤศจิกายน, 2561, 18:16:01

   

ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานเซ็น  (อ่าน 19264 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: 1 2 [3]  ทั้งหมด
Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #20 เมื่อ: 04 ตุลาคม, 2552, 18:27:14 »

รื้ออัตตา




วันหนึ่ง ขณะที่ท่านอาจารย์นันเซ็น กำลังจะออกไปทำงานในทุ่งตามปกติ
ก็มีพระภิกษุแปลกหน้ารูปหนึ่งมาเยี่ยมท่านถึงกระท่อม
ท่านจึงต้อนรับเป็นอย่างดี และได้กล่าวว่า
    "ขอให้ท่านทำตัวให้สบายเถิด ท่านจะหุงหาอาหารในครัวก็ได้ตามสะดวก
เมื่อท่านฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรุณานำอาหารที่เหลือไปให้เราที่ทุ่งด้านโน้นด้วยก็จะเป็นพระคุณยิ่ง"     


แล้วท่านอาจารย์ก็ออกไปทำงานในทุ่งตลอดทั้งวัน
พอตกเย็นก็กลับมายังกระท่อมด้วยความหิวโหย เพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตลอดวัน
พอมาถึงกระท่อมก็พบพระรูปนั้นกำลังนอนหลับสบายอยู่
มีร่องรอยว่าได้หุงหาอาหารและฉันอิ่มแล้ว
อาหารที่เหลือก็เททิ้งหมด เครื่องใช้ต่างๆ ก็ถูกรื้อทำลายเสียสิ้น

ท่านอาจารย์นันเซ็น จึงค่อยๆ เอนกายลงนอนข้างๆ
พระรูปนั้นพระรูปนั้นจึงรีบลุกขึ้น แล้วจากไปอย่างเงียบๆ

ต่อมาอีกหลายปี ท่านอาจารย์ได้เล่าเรื่องนี้ให้ศิษย์ทั้งหลายฟัง แล้วกล่าวเสริมว่า
"ท่านเป็นพระที่ดีมากทีเดียว ฉันยังคิดถึงจนบัดนี้"

ท่านทำใจแบบท่านอาจารย์นันเซ็นได้หรือเปล่า?
สำหรับท่านอาจารย์นันเซ็นแล้ว ท่านไม่ต้องทำใจเลยเพราะปกติของท่านก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว 


   




ทายอายุ




วันหนึ่งท่านกานไทสุ ซึ่งเป็นผู้คงแก่เรียนในลัทธิขงจื้อ
ได้ไปเยี่ยมท่านอาจารย์ไดเท็นที่อารามใกล้ๆ แล้วถามท่านอาจารย์ว่า
"ท่านอาจารย์ ท่านอายุเท่าไรแล้ว ?"
ท่านไดเท็นยกสายลูกประคำขึ้น แล้วกล่าวว่า
"ท่านเข้าใจไหม ?"
ท่านกานไทสุงงงัน

ท่านไดเท็นจึงกล่าวต่อไปว่า
"กลางวันมีลูกประคำ ๑๐๘ ลูก กลางคืนมี ๑๐๘ ลูก"

ท่านกานไทสุก็ยังคงไม่เข้าใจ จึงลากลับบ้านด้วยความหงุดหงิดใจ
ภรรยาของท่านกานไทสุทราบเรื่อง จึงแนะให้กลับไปถามความหมายจากท่านอาจารย์ไดเท็นใหม่

วันรุ่งขึ้น ท่านกานไทสุ จึงรีบไปยังอารามท่านไดเท็นแต่เช้า
และได้พบกับหัวหน้าพระในวัด จึงได้ถามปัญหานั้นขึ้น
หัวหน้าพระได้ขบกรามสามครั้ง และไม่ได้อธิบายอะไร

เมื่อท่านกานไทสุได้พบกับท่านไดเท็น จึงถามความหมายนั้นอีก
ท่านไดเท็นขบกรามสามครั้งเป็นคำตอบ ท่านกานไทสุจึงว่า
"ผมรู้แล้ว พระพุทธศาสนาย่อมเหมือนกันหมด"
"ท่านพูดอย่างนั้นไม่ได้" ท่านไดเท็นสวนกลับ
"ได้ซิ เมื่อกี้นี้หัวหน้าพระก็ทำอย่างท่านนั่นแหละเมื่อผมถาม"

ท่านไดเท็น จึงเรียกหัวหน้าพระมาสอบถาม
เมื่อได้ความดังนั้น ท่านก็ตีหัวหน้าพระแล้วไล่ออกไป

ลูกประคำมีจำนวน ๑๐๘ ลูกเป็นวงตลอด เมื่อยกขึ้นมาเปรียบก็หมายความว่า
อายุท่านย่อมอยู่เหนือการกำหนดได้
การขบกรามของหัวหน้าพระ กับของท่านนั้นแตกต่างกัน
หัวหน้าพระขบกรามด้วยความไม่รู้ แต่ท่านขบกรามด้วยรู้ว่าท่านกานไทสุไม่รู้       







บทความจาก [url=http://www.tamdee.net]www.tamdee.net[/url]   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า





มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


pat
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 10
สมาชิกลำดับที่ 4989


| |

« ตอบ #21 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2553, 15:16:05 »



แบกไว้ทำไม     




หลวงพ่อตันซัน เป็นพระเซ็นที่มีความแตกฉานมาก ท่านมีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 100 ปีมานี่เอง
ท่านเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญาในมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลในโตเกียวด้วยวันหนึ่ง
ท่านได้ชวนท่านเอกิโด เพื่อนพระภิกษุซึ่งเคร่งครัดหยุมหยิมในระเบียบแบบแผนต่างๆ ออกเดินธุดงค์
ระหว่างทาง พอมาถึงที่ต่ำเป็นแอ่งมีโคลนเฉอะแฉะ จะเดินอ้อมก็ไม่ได้
ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวเสียสวยงาม กำลังเก้ๆ กังๆ พยายามจะเดินข้ามตรงที่แฉะ แต่ไม่กล้า
เพราะกลัวเครื่องแต่งกายที่งดงามจะเปรอะเปื้อน

ก่อนที่ท่านเอกิโดจะแปลกใจที่มีหญิงสาวแต่งตัวเสียสวยงามมาเดินอยู่ในป่าคนเดียว ก็ต้องตกตะลึง
เพราะเห็นท่านตันซันก้าวเดินสวบๆ เข้าไปหาหญิงผู้นั้น แล้วช้อนร่างอุ้มเดินข้ามแอ่งโคลนไป
พอพ้นก็วางลงเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสองเดินทางต่อไปโดยไม่ได้ปริปากพูดจากัน
จนกระทั่งถึงเวลาหยุดพักค่ำวันนั้น เมื่อจัดเตรียมที่พักแล้ว

ท่านเอกิโดก็หลุดปากออกมาอย่างกลั้นใจจะไม่พูดไม่ไหว เป็นเชิงสั่งสอนท่านตันซัน ว่า
"พวกเราเป็นพระ น่าจะไม่เข้าใกล้ผู้หญิงจะดีกว่า ยิ่งแตะเนื้อต้องตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ถูกต้อง ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้น ?"
"ผมวางเด็กสาวคนนั้นลงไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว ท่านยังจะมาแบกเอาไว้จนถึงเดี๋ยวนี้อยู่อีกหรือ"

หลวงพ่อตันซันโปรดเพื่อนท่าน โดนย้อนเพียงเท่านี้
ท่านเอกิโดก็สว่างโพลงขึ้นทันที ตัวท่านก้าวพ้นตมมาเมื่อเช้านี้
แต่จิตของท่านเพิ่งจะมาข้ามพ้นในขณะนั้นนั่นเอง

ท่านข้ามพ้นตมหรือยัง หรือว่ากำลังสนุกลุยโคลนอยู่ ?



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ความคิดถึงก็เหมือนน้ำเปล่าถึงไม่มีรสชาติก็ขาดไม่ได้



pat
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 10
สมาชิกลำดับที่ 4989


| |

« ตอบ #22 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2553, 15:18:49 »


สิ่งที่ควรทำ







ที่ประเทศญี่ปุ่น ในสมัยกามากูระ มีนักศึกษาผู้หนึ่งชื่อ ชินกัน ได้ศึกษาพุทธปรัชญาตามแนวของนิกายเท็นได เป็นเวลาถึง 6 ปี
แล้วไปศึกษาตามแนวของเซ็นอีก 7 ปี จากนั้นได้เดินทางไปประเทศจีนและได้ศึกษาเซ็นตามแนวของจีนอีก 13 ปี เ

มื่อเขากลับมาประเทศญี่ปุ่น จึงมีผู้สนใจสนทนาซักถามปัญหาธรรมต่างๆ แต่ท่านชินกัน ก็ไม่ค่อยจะยอมตอบคำถาม
วันหนึ่ง มีนักศึกษาเฒ่าจากสำนักเท็นไดมาหาท่านชินกันและกล่าวว่า
"ข้าพเจ้าได้ศึกษาอยู่ในสำนักเท็นไดมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ได้รับฟังคำสอนมาก็มาก
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าไม่สามารถเข้าได้ใจจนทุกวันนี้ คือทางสำนักได้สอนว่า
ในโลกนี้แม้แต่ต้นหญ้าและต้นไม้ก็อาจบรรลุหรือตรัสรู้ได้ เป็นสิ่งที่น่าประหลาดสำหรับข้าพเจ้ามาก"

"มันมีประโยชน์อะไรหรือเปล่า ที่เราจะมานั่งถกเถียงกันว่าต้นหญ้าและต้นไม้ตรัสรู้ได้หรือไม่อย่างไร
แต่ปัญหามันควรจะอยู่ที่ว่า ตัวท่านเองนั้นแหละจะสามารถบรรลุถึงการตรัสรู้ได้อย่างไร ท่านเคยคิดถึงเรื่องนี้บ้างหรือเปล่า ? " ท่านชินกันถาม

"จริงสินะ ข้าพเจ้าไม่เคยคิดมาก่อนเลย" นักศึกษาเฒ่าตอบ
ท่านชินกันจึงบอกว่า

"ถ้าอย่างนั้นก็กลับบ้าน และลงมือคิดได้แล้ว"
พระพุทธองค์เคยตรัสสอนพราหมณ์ ที่มาถามปัญหาพากอภิปรัชญาทั้งหลาย
เช่น ชาตินี้ ชาติหน้ามีจริงหรือไม่ ว่าไม่มีประโยชน์อะไร ทรงเปรียบเทียบให้ฟังว่า

"เหมือนคนถูกยิงด้วยลูกศร แทนที่จะรีบรักษา กลับจะมัวหาคำตอบให้ได้เสียก่อนว่า
ใครเป็นผู้ยิง ลูกศรทำด้วยอะไร คันศรทำด้วยอะไร เช่นนี้ก็คงไม่ทันการ"

การปฏิบัติธรรมเพื่อให้พ้นทุกข์ก็เช่นกัน ท่านว่าจริงไหมครับ
?


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ความคิดถึงก็เหมือนน้ำเปล่าถึงไม่มีรสชาติก็ขาดไม่ได้



pat
สมาชิกมาใหม่
*


กระทู้: 10
สมาชิกลำดับที่ 4989


| |

« ตอบ #23 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2553, 15:23:57 »



ผู้รับ ผู้ให้





อูเมชุ ซิบิ เป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่งแห่งเมืองเอโด ทราบว่าท่านอาจารย์เซอิเซตสุ มีความประสงค์จะขยายศาลาโรงธรรม
เพราะที่มีอยู่เดิมคับแคบไม่พอกับผู้ที่มาฟังธรรม อูเมชุ ซิบิ จึงตกลงใจที่จะเป็นผู้บริจาคปัจจัย เพื่อเป็นค่าก่อสร้างเสียเอง
เป็นจำนวนเงินถึง 500 เหรียญทอง ซึ่งในสมัยนั้นนับว่ามากที่สุดแล้ว
เพราะว่าเงินเพียง 3 เหรียญทอง ก็สามารถใช้สอยอยู่กินได้ตลอดปีแล้ว
ท่านพ่อค้าได้หิ้วถุงเงินเข้าไปหาท่านอาจารย์ แล้วน้อมถวายบอกความประสงค์ให้ทราบ

ท่านอาจารย์ ก็กล่าวแต่เพียงว่า
"ดีแล้ว อาตมาจะรับไว้" แล้วก็นั่งนิ่งเงียบ
อูเมชุ ซิบิ นั่งรอ ด้วยหวังว่าท่านอาจารย์คงจะกล่าวอนุโมทนาและอวยพรให้ตนโชคดีทำมาค้าขึ้นต่อๆ ไป
แต่เห็นท่านอาจารย์ก็ยังคงนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงนั่งกระสับกระส่ายฟุ้งซ่านต่างๆ นานา
แหมเงินตั้ง 500 เหรียญทองเชียวนะ ท่านอาจารย์ไม่เห็นกล่าวอนุโมทนาเลยสักนิด
คิดแล้วก็ทำใจกล้ากราบเรียนว่า

"หลวงพ่อครับ เงินในถุงใส่ไว้ครบ 500 เหรียญเลยครับ"
"เมื่อตะกี้ เธอบอกแล้วไม่ใช่เรอะ ?" หลวงพ่อตอบ
ท่านพ่อค้ายิ่งตีสีหน้าไม่ถูก นั่งนิ่งกันไปอีกพักใหญ่
ท่านพ่อค้าก็เลยตัดสินใจอีกครั้ง กล่าวเลียบเคียงให้หลวงพ่อโมทนาให้พร
"หลวงพ่อครับ เงินจำนวน 500 เหรียญทองนี่ แม้ผมจะค้าขายใหญ่โต ก็ยังรู้สึกว่ามันมากอยู่นะครับ"
"เธออยากให้ฉันขอบใจเธอใช่หรือเปล่าล่ะ ?" หลวงพ่อเดาใจ
"ครับ นิดหนึ่งก็ยังดีครับ" พ่อค้าตอบอย่างดีใจ
"ทำไมต้องให้ฉันขอบใจด้วยล่ะ ผู้ใดเป็นผู้ให้ทาน ผู้นั้นต่างหากที่ควรจะขอบใจ"
ท่านอาจารย์เซอิเสตสุตอบ แล้วนิ่งเงียบอืก

ถ้ามองอย่างสามัญแล้ว เมื่อมีการให้ย่อมอยากได้รับการตอบสนองกลับบ้าง
ความจริงการให้หรือการทำบุญนั้น
เป็นอุบายอย่างหนึ่งในการทำลายความยึดมั่นว่าตัวกูของกูลง
แต่จะมองเห็นกันหรือไม่เท่านั้น........


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

ความคิดถึงก็เหมือนน้ำเปล่าถึงไม่มีรสชาติก็ขาดไม่ได้



นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,914
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #24 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์, 2553, 16:31:25 »

ขอบคุณครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3]  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: