Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
16 กรกฎาคม, 2561, 02:19:34

   

ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานเซ็น  (อ่าน 18645 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด
นภดล มณีวัต
ผู้ดูแลบ้าน
ผู้บัญชาการสูงสุด
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 19,903
สมาชิกลำดับที่ 2
คนจนผู้ยิ่งใหญ่


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #10 เมื่อ: 04 มีนาคม, 2552, 11:56:46 »

ยิ่งให้เร็ว นั้นแหละจะยิ่งช้า

 

นิทานเรื่องที่ ๙  เรื่อง  "ยิ่งให้เร็ว นั้นแหละ จะยิ่งช้า" เรื่องนี้ จะมีประโยชน์มาก สำหรับ ครูบาอาจารย์ อาตมา จึงเลือกนำมาเล่า ให้ฟัง "ยิ่งให้เร็ว นั่นแหละ จะยิ่งช้า" เรื่องนี้ ถึงท่านจะ ไม่เรียก ตนเองว่า ครู ก็ตาม ก็ควรจะสนใจฟัง ในฐานะที่ว่า จะเป็นปัจจัย เกื้อกูล แก่การ เข้าใจธรรม และปฏิบัติธรรม เรื่องเล่าว่า มีหนุ่มคนหนึ่ง เขาอยากจะเป็น นักฟันดาบ ที่เก่งกาจ เขาไปหา อาจารย์สอนฟันดาบ ให้ช่วยสอนเขา ให้เป็นนักฟันดาบ เขาถาม อาจารย์ว่า จะใช้เวลาสักกี่ปี อาจารย์ ตอบว่า ประมาณ ๗ ปี เขาชักจะรวนเร เพราะว่า ๗ ปี นี้มันเป็นเวลา มิใช่น้อย ฉะนั้น เขาขอร้องใหม่ว่า เขาจะพยายาม ให้สุดฝีมือ สุดความสามารถ ในการศึกษา ฝึกฝน ทั้งกำลังกาย กำลังใจ ทั้งหมด ถ้าเป็นเช่นนี้ จะใช้เวลา สักกี่ปี อาจารย์ก็บอกว่า "ถ้าอย่างนั้น ต้องใช้เวลา สัก ๑๔ ปี" แทนที่จะเป็น ๗ ปี กลายเป็น ๑๔ ปี ฟังดู

หนุ่มคนนั้น ก็โอดครวญ ขึ้นมาว่า บิดาของเขาแก่มากแล้ว จะตาย อยู่รอมร่อแล้ว เขาจะ พยายาม อย่างยิ่ง ให้บิดา ของเขา ได้ทันเห็น ฝีมือ ฟันดาบของเขา ก่อนตาย เขาจะแสดง ฝีมือฟันดาบ ของเขา ให้บิดา ของเขา ชม ให้เป็นที่ชื่นใจ แก่บิดา เขาจะพยายาม อย่างยิ่ง ที่จะแสดง ความสามารถ ให้ทันสนองคุณ ของบิดา จะต้องใช้เวลา สักเท่าไร ขอให้อาจารย์ ช่วยคิดดูให้ดีๆ

ท่านอาจารย์ก็บอกว่า "ถ้าอย่างนั้นต้อง ๒๑ ปี" นี้มันเป็นอย่างไร ขอให้นึกดู แทนที่จะ ลดลงมา มันกลายเป็น เพิ่มขึ้นเป็น ๒๑ ปี หนุ่มคนนั้น จะเล่นงาน อาจารย์ อย่างไร ก็ไม่ได้ เพราะเป็นอาจารย์ จะทำอย่างอื่น ก็ไม่ถูก นึกไม่ออก เพราะไม่มีใคร จะเป็นอาจารย์ สอนฟันดาบ ให้ดีกว่านี้ ซึ่งเป็น อาจารย์ ของประเทศ ดังนั้น เขาก็ ซังกะตาย อยู่ไปกะอาจารย์ ด้วยไม่รู้ว่า จะทำอย่างไรดีนั่นเอง

หลายวันต่อมา อาจารย์ก็ใช้ คนคนนี้ แทนที่จะเรียก ไปสอน ให้ใช้ดาบ ฟันดาบ กลับให้ทำครัว ให้ทำงานในครัว ให้ตักน้ำผ่าฟืน หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่เรียกว่า ต้องทำงานในครัว

หลายวันล่วงมา วันหนึ่ง อาจารย์ผลุนผลัน เข้าไปในครัว ด้วยดาบสองมือ ฟันหนุ่มคนนี้ ทั้งๆ ที่ยังไม่รู้สึกตัว อุตลุต เป็นการใหญ่ เขาก็ต้องต่อสู้ ไปตามเรื่อง ตามราว ของเขา ตามที่เขาจะสู้ได้ โดยใช้อะไร แทนดาบ หรือ ด้วยมือ เปล่าๆ หรืออะไรก็สุดแท้ สองสามอึดใจ แล้วก็เลิกกัน อาจารย์ ก็กลับไป แล้วต่อมา อีกหลายวัน เขาก็ถูกเข้า โดยวิธีนี้อีก และมีบ่อยๆ อย่างนี้เรื่อยไป ไม่กี่ครั้ง เขาก็กลายเป็น นักฟันดาบ ขึ้นมาได้ โดยไม่รู้สึกตัว จนกระทั่ง อาจารย์บอกว่า กลับบ้านได้ คือจบหลักสูตรแล้ว และปรากฏว่า ต่อมาหนุ่มคนนี้ ก็เป็น นักดาบ ลือชื่อ ของประเทศญี่ปุ่นไป นิทานของเขาก็จบ.

ท่านลองคิดดูว่า นิทานเรื่องนี้ สอนว่าอย่างไร? ตอบสั้นๆ ที่สุดก็คือว่า การทำอะไร ด้วยความ ยึดมั่น ถือมั่น ว่า ตัวตน ว่าของ ของตนนั้น ใช้ไม่ได้ ไม่มีทางที่จะเป็น ผลดีเลย คือ ถ้าหนุ่มคนนี้ ยังคิดว่า กูจะดี กูจะเด่น อยู่ละก็ มีตัวกู เข้ามาฝึก เป็นตัวกู ที่ใหญ่เอาการ อยู่เหมือนกัน ทีนี้ ถ้ายิ่งจะทำให้ดีที่สุด กูจะทำให้เก่งที่สุด ให้เร็วที่สุด อย่างนี้ด้วยแล้ว ไอ้ตัวกู มันยิ่งขยาย โตออกไปอีก ถ้ายิ่งจะให้ทัน บิดาเห็น บิดาแก่มากจะตายแล้ว ตัวกู มันยิ่งพองมากออกไปอีก มันยิ่งเร่งร้อน ออกไปอีก อย่างนี้ จิตไม่เป็นสมาธิได้ จิตเต็มอัดอยู่ด้วยตัวกู กลัดกลุ้มไปด้วยตัวกูของกู ไม่เป็นจิตว่าง ไม่เป็นตัวสติปัญญา อยู่ในจิต ไม่สามารถจะมี สมรรถภาพเดิมแท้ของจิต ออกมาได้ เพราะมัน กลัดกลุ้ม อยู่ด้วยอุปาทาน ว่า ตัวกูของกู หรือ ความเห็นแก่ตัวนี้ มันเลยไม่เฉียบแหลม ไม่ว่องไว ไม่ active อะไรหมด ฉะนั้น ถ้าขืนทำไปอย่างนี้ จริงๆ แล้ว จะต้องใช้เวลา ๗ ปี หรือว่า ๑๔ ปี หรือว่า ๒๑ ปีจริงๆ

ขณะที่เขาอยู่ในครัวนั้น เขาไม่มีความรู้สึกว่า ตัวกู ของกู กูจะเอาใน ๗ ปี หรือจะให้ทันบิดาเห็น อย่างนี้ไม่มีเลย กำลังเป็นจิตที่ว่างอยู่ ถึงแม้ว่า อาจารย์จะผลุนผลัน เข้าไปในลักษณะอย่างไร ปฏิภาณของจิตว่าง หรือ จิตเดิมแท้นี้ ก็มีมากพอ ที่จะต่อสู้ออกไปอย่างถูกต้องได้ มันเป็นการ เรียกร้องขึ้นมา หรือ ปลุกขึ้นมา จากหลับ ปลุกจิตอันนี้ ขึ้นมาจากหลับ ตามวิธีของอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะ มาเป็นจิตที่ เบิกบานเต็มที่ ซึ่งต่อไป ก็เอาไปใช้ได้เลย เขาจึงเป็น ผู้สำเร็จหลักสูตร โดยวิธี ประหลาด นั้น ภายในไม่ถึง ๗ ปี หรือ ภายในไม่ถึงปี อย่างนี้เป็นต้น

เกี่ยวกับข้อนี้ อยากจะให้ท่าน ครูบาอาจารย์ สนใจที่จะนึกดูว่า ความรู้สึกที่เป็น ตัวตน หรือเป็นของตนนั้น อยู่ที่ตรงไหน? เหมือนอย่างว่า เราจะยิงปืน หรือ ยิงธนู หรือว่า ขว้างแม่น ในการกีฬาขว้างแม่น ถ้าจิตของผู้ขว้าง มีความรู้สึกเป็นตัวกูของกู เป็นชื่อเสียงของกู ชื่อเสียง ของโรงเรียนของกู ของมหาวิทยาลัยของกู  รัวอยู่ในใจแล้ว ไม่มีวันที่จะ ขว้างแม่น หรือขว้างถูกได้ มันสั่นระรัว อยู่ด้วยตัวกู หรือของกูนี้ ทั้งนั้น ที่ถูกนั้น เมื่อมีความตั้งใจ ถูกต้อง ที่จะทำเพื่อเกียรติยศ ชื่อเสียง ของโรงเรียน หรือของอะไรก็ตาม แล้วเขาต้องลืมหมด ลืมแม้แต่ตัวกู โรงเรียนของกู มหาวิทยาลัยของกู เหลืออยู่แต่สติปัญญา และ สติสัมปชัญญะ ที่จะขว้างด้วย อำนาจสมาธิ เท่านั้น คือพูดตรงๆ ก็ว่า ขณะนั้น มีแต่จิตที่เป็นสมาธิ กับสติปัญญาเท่านั้น ตัวกู ของกู ไม่มีเลย มันจึงเป็นจิตเดิม เป็นจิตตามสภาพจิต มือไม้ไม่สั่น ใจไม่สั่น ประสาทไม่สั่น อะไรๆ ไม่สั่น ปรกติ เป็น active ถึงที่สุดแล้ว เขาจะขว้างแม่น เหมือนอย่างกะ ปาฏิหาริย์ นี้ขอให้เข้าใจอย่างนี้

หรือว่า ในการจัดดอกไม้ในแจกัน คนจัดจะต้องทำจิตให้ว่าง จากความเห็นแก่ตัวกู หรือชื่อเสียงของกู ตลอดถึงโรงเรียนของกู หมู่คณะ ของกู เสียก่อนแล้ว เสียบดอกไม้ ไปด้วยจิตว่าง จิตบริสุทธิ์ นั่นแหละ คือ สติปัญญา ล้วนๆ ไม่มีตัวกู ไม่มีของกู เจืออยู่ ก็จะได้ แจกันที่สวยที่สุด ไม่เคยปรากฏ มาแต่ก่อน นี่เขาถือเป็นหลัก ของนิกายเซ็น ฉะนั้น ขอให้สนใจ ในการที่จะทำอะไร หรือมีชีวิตอยู่ ด้วยความ ไม่มีตัวกู ของกู มันยิ่งจำเป็นมาก สำหรับครูบาอาจารย์ ที่จะสอนเด็ก ให้ทำงาน ฝีมือดี ด้วยจิตใจ ที่ปรกติ ไม่สั่น ในระบบประสาท ไม่สั่น ในระบบของ ความคิดนึก หรือว่า เมื่อเด็กๆ จะสอบไล่ เมื่อเขารู้สึกตัว อยู่แล้วว่า จะต้องสอบได้แล้ว จะไปมัวห่วง กลัวจะสอบตก จะเสียชื่อ จะเสียเวลา ถ้าสอบไม่ได้ จะไปโดดน้ำตาย เป็นต้น จะต้องไปนึกทำไม นั่นเป็นเรื่องตัวกู ของกู เด็กคนนั้น จะต้อง ลืมสิ่งเหล่านั้น หมด และลืม แม้แต่กระทั่ง ตัวเอง คำว่า "ลืมตัวเอง" นี้ถ้าฟังไม่ดีแล้ว ก็จะไม่เข้าใจ แล้วจะรู้สึกเถียง แย้งขึ้นมาว่า เป็นไปไม่ได้ ที่จริง เราลืมตัวเราเอง นี้ได้ ในลักษณะ หรือกรณีเช่น:

เด็กๆ ในขณะสอบไล่นั้น จะต้องลืมหมด แม้กระทั่งตัวเอง เหลืออยู่ในใจ แต่ว่า ปัญหาว่าอย่างไร มีใจความว่าอย่างไร แล้วคำตอบควรจะว่าอย่างไร ถ้าจิตใจ ว่างจากตัวกู ว่างจากของกูแล้ว วิชาความรู้ ต่างๆ ที่เคยสะสม มาตั้งแต่แรก เรียนนั้น จะมาหา พรู มาทีเดียว ให้เขาพบคำตอบว่า อย่างนั้น อย่างนี้ และถูกต้องที่สุด แต่ถ้าเขากลัดกลุ้ม อยู่ด้วยตัวกู ของกู แล้ว แม้เขาจะเคยเรียน มามากอย่างไร มันก็ไม่มา มันมีอาการ เหมือนกับ ลืม นึกไม่ออก นั่นแหละ แล้วมันจะ ระส่ำระสาย กระสับกระส่าย รวนเรไปหมด ก็เลยตอบ ไม่ได้ดี ถ้าสอบไล่ ด้วยจิตว่างนี้ จะได้ที่หนึ่ง หรือ ยิ่งกว่า ที่หนึ่ง เสียอีก ฉะนั้น เขาจึงมีการ สอนมาก ในเรื่องที่ว่า อย่าทำจิต ที่สั่นระรัว ด้วยตัวกู ของกู เพราะว่า การทำอย่างนั้น ยิ่งจะให้เร็ว มันจะ ยิ่งช้าที่สุด ตามชื่อของนิทานว่า "ยิ่งให้เร็ว มันยิ่งช้า" หรือ ที่เราจะพูดว่า จะเอาให้ได้ มันยิ่งจะไม่ได้เลย หรือว่า จะไม่เอาอะไรเลย มันยิ่งจะ ได้มาหมด คือ ไม่มีตัวเรา ที่จะเอาอะไรเลยแล้ว มันจะได้มาหมด

 

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #11 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2552, 19:53:24 »

เรื่องเด็กซุกซนกับแมลงป่อง

      เด็กซุกซนคนหนึ่งเดินเที่ยวหาจับตั๊กแตนตามรั้วเมื่อได้ตั๊กแตนหลายตัวโดยกำไว้ในมือและเดินมาพบแมงป่องตัวหนึ่งบนกิ่งไม้ เด็กซุกซนนึกว่าเป็นตั๊กแตนจึงเอื้อมมือไปหมายจะจับ?ช้าก่อนเจ้าเด็กน้อย? แมงป่องส่งเสียงห้ามพร้อมยกหางขึ้นขู่ ?ถ้าเจ้าจับข้า ข้าจะต่อยเจ้าด้วยเหล็กไน ซึ่งสามารถทำให้เจ้าเจ็บปวดจนต้องทิ้งตั๊กแตนที่จับมาได้ทั้งหมด?

 

การกระทำสิ่งใด หากไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี หรือคิดระรานผู้อื่นเรื่อยไปอาจได้รับโทษ
และเสียผลประโยชน์ของตนได้ 


http://www.dekkid.com/E-sop/test96.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #12 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2552, 19:54:47 »

เรื่อง เทพารักษ์กับคนขับเกวียน


  ชายผู้หนึ่งขับเกวียนไปติดหล่มอยู่ในป่าขณะนั้นเป็นเวลาใกล้ค่ำเขาเกรงว่าจะต้องตกเป็นอาหารของสัตว์ร้ายที่ออกหากินในเวลากลางคืน จึงรีบลงจากเกวียนคุกเข่าสวดมนต์อ้อนวอน เทพารักษ์ได้ปรากฏกายขึ้น พร้อมบอกวิธีเอาเกวียนขึ้นจากหล่ม?อย่ามัวสวดอ้อนวอนให้ผู้อื่นช่วยอยู่เลย จงโกยโคลนออกจากหล่ม เอาไม้แข็งๆมารอง และใช้บ่าของเจ้าสอดเข้าไปใต้คานแล้วออกแรงยก?เมื่อชายผู้นั้นกระทำตามที่เทพารักษ์แนะนำ พร้อมสั่งให้โคออกแรงฉุดลากก็สามารถนำเกวียนขึ้นจากหล่มได้ในที่สุด



 

จงช่วยเหลือตัวเองก่อน แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จึงจะช่วยท่าน 

http://www.dekkid.com/E-sop/test41.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #13 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2552, 19:56:06 »

เรื่อง ต้นสนกับต้นฉำฉา

   ณ ป่าแห่งหนึ่งต้นสนได้กล่าวอวดตัวกับต้นฉำฉาเพื่อนของมันว่า ? ในป่าแห่งนี้เราเป็นไม้ที่มีค่าที่สุด ส่วนเจ้านั้นหาค่าอะไรไม่ได้เลย เมื่อใดที่มนุษย์ถือขวานเข้ามาในป่าเพื่อหาไม้ไปสร้างบ้าน เขาย่อมต้องการต้นสนอย่างข้า ไม่มีใครต้องการต้นฉำฉาที่ไร้ค่าอย่างเจ้า?ต้นฉำฉารู้สึกหมั่นไส้ จึงย้อนไปทันทีว่า ?คงจริงอย่างเจ้าพูดนั่นแหละ แต่ทุกครั้งที่มนุษย์ถือขวานเข้ามาในป่าดูเหมือนว่าเจ้าอยากเป็นต้นฉำฉาอย่างข้ามากกว่าต้นสนใช่หรือไม่

 


ผู้ที่อยู่ในฐานะร่ำรวยหรือมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงส่ง มักจะเต็มไปด้วยอันตรายและศัตรู สวนผู้ต่ำต้อยแม้จะไม่เป็นที่รู้จักหรือได้รับเกียรติอันใด แต่ก็มีความเป็นอยู่ที่ปลอดภัยกว่า
 
http://www.dekkid.com/E-sop/test128.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #14 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2552, 19:57:42 »

นิทานอีสป

โหรคนหนึ่ง

    โหรคนหนึ่งหมกมุ่นในเรื่องการดูดวงดาวจนไม่เป็นอันทำอะไรวันๆเอาแต่ศึกษาความเป็นไปของดวงดาวบนท้องฟ้า จนรู้ว่าดาวดวงใดโคจรไปทางไหน ค่ำวันหนึ่งขณะที่โหรเดินแหงนหน้ามองดูดาวไปตามถนนนอกเมือง จนเผลอพลัดตกไปในบ่อข้างทาง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ จึงไม่สามารถปีนขึ้นมาได้เองต้องนอนร้องครวญครางอยู่ตามลำพัง จนมีผู้มาพบและให้ความช่วยเหลือพร้อมสอบถามถึงเรื่องราวความเป็นมา ?เออหนอพ่อโหรผู้รอบรู้? ผู้ให้ความช่วยเหลือรำพึงออกมาดัง? ?ท่านศึกษาจนรู้ว่าดวงดาวไหนบนท้องฟ้าโคจรไปทางใด แต่ตัวเองจะเดินตกบ่อหารู้ไม่?
 

ผู้ที่ลุ่มหลงมัวเมา แต่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมพลาดพลั้งในสิ่งอื่นๆ

http://www.dekkid.com/E-sop/test19.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #15 เมื่อ: 07 มีนาคม, 2552, 19:58:43 »

กระเป๋าสองใบ

    อีสปกล่าวไว้ว่า มนุษย์ทุกคนมีกระเป๋าประจำตัวอยู่สองใบ ซึ่งบรรจุความชั่วเอาไว้เต็ม ใบที่อยู่ด้านหน้าบรรจุความชั่วของผู้อื่น ส่วนใบที่อยู่ด้านหลังบรรจุความชั่วของตัวเราเอง ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นความผิด ความเลว ความชั่วของผู้อื่น แต่ไม่ค่อยเห็นของตนเอง
 

ความผิดของผู้อื่นเห็นได้ง่าย ความผิดของเราเห็นได้ยาก 

http://www.dekkid.com/E-sop/test22.htm
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


domm
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้ากลุ่ม
*****


เพศ: ชาย
กระทู้: 418
สมาชิกลำดับที่ 1065
" มาจากความไม่มีอะไร ไปหาความไม่มีอะไร "



| |

« ตอบ #16 เมื่อ: 17 มีนาคม, 2552, 18:10:21 »

อ่านเพลินเลย..ดีมากเลย...
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า

Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #17 เมื่อ: 23 พฤษภาคม, 2552, 17:09:15 »



  นิทานเซ็นพระภิกษุใจสิงห์


หากท่านมีความทุกข์ใจ หรือท้อแท้หมดกำลังใจ ลองอ่านเรื่องนี้ดู เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่เสมือนเป็นนิทานเรื่องแต่งขึ้นมา

เรื่องเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อ 250 ปีที่แล้ว พระธุดงค์อายุ 40 กว่าๆ กำลังเดินธุดงค์ในเขตภูเขา ไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชาวบ้านเห็นท่านมาก็ดีใจ รีบนิมนต์ท่านสวดศพชาวบ้านที่ตกเหวตาย ท่านสวดเสร็จแล้วชาวบ้านพาท่านไปดูที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าทางจากหมู่บ้านที่คนตายไปสู่อีกหมู่บ้านหนึ่งเลาะภูเขาผ่านเหวลึก ถ้าฝนตกทางลื่นอันตราย มีคนตายบ่อย

พระท่านสงสาร คิดอยากช่วยชาวบ้าน ท่านจึงตัดสินใจหยุดการธุดงค์อยู่ตรงนั้น และตั้งปณิธานว่าจะขุดอุโมงค์ให้ชาวบ้าน ให้เขาพ้นภัยธรรมชาติเสียที คาดว่าระยะทางที่ต้องขุดเพื่อทะลุภูเขาก็น่าจะประมาณ 400 เมตร ท่านบอกชาวบ้านว่าอาตมาจะอยู่ที่นี่และจะขุดอุโมงค์ให้ลูกหลานจะได้ปลอดภัยต่อไป ชาวบ้านสงสัยว่าท่านองค์นี้เป็นบ้าไปแล้วหรือ วิปลาสหรือเปล่า ภูเขาหินไม่ใช่ภูเขาดินนะท่าน พระองค์เดียวจะขุดภูเขาหินยาวตั้ง 400 เมตรได้อย่างไร นอกจากชาวบ้านไม่ขอบคุณ ไม่ให้กำลังใจเลย แล้วยังไม่สนับสนุน บางคนยังหัวเราะเยาะด้วยซ้ำไป

พระท่านไม่หวั่นไหวเพราะท่านตั้งใจมั่นอยู่แล้ว เริ่มงานแรกๆ ชาวบ้านก็ไม่ค่อยจะสนใจ นึกกันว่าไม่นานท่านจะท้อใจแล้วแอบหนีไป แต่ท่านไม่ไปไหน เสียงค้อนตีเหล็กสะกัดของท่าน ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก... ออกจากปากอุโมงค์ทุกๆ วัน ไม่มีเว้นแม้แต่วันเดียว หนึ่งปี สองปี สามปี ผ่านไป สามปีท่านได้แค่ 40 เมตร 45 เมตร แต่ท่านไม่ท้อถอย ได้ประมาณ 15 เมตร ต่อปี คิดเป็นวันประมาณ 4-5 เซ็นติเมตรต่อวัน ทำทุกวันๆอย่างสม่ำเสมอ เอาการขุดหินเป็นข้อวัตรปฏิบัติของท่าน อยู่ในถ้ำทำงานตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน

นานๆเข้าชาวบ้านบางคนเห็นพระเอาจริงเอาจังชักละอายท่าน ก็มาช่วยบ้าง ชุดแรกหลายคนหน่อย พอเห็นงานมันหนักขนาดไหนก็ทยอยกันกลับบ้าน ไม่ไหว ยังไม่มีศรัทธาพอ ไม่นานท่านก็อยู่องค์เดียวเหมือนเดิม ขุดอุดโมงค์ต่อไป 5 ปี 6 ปี 7 ปี 8 ปี 9 ปี 10 ปี 15 ปี 18 ปี ขุดอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน ตอนนี้เป็นหลวงพ่อเสียแล้ว ขาก็ไม่ค่อยดี ตาก็ไม่ค่อยดีแล้ว ทำงานรู้ตัวว่าเหนื่อยกว่าแต่ก่อน เหนื่อยก็เหนื่อยช่างมัน ดีไปอย่าง กิตติศัพท์ของหลวงพ่อดังไปถึงเมืองหลวง รัฐจึงส่งช่างมาช่วย ตอนนั้นการขุดอุโมงค์เสร็จแล้ว 80 กว่าเปอร์เซนต์

ในช่วงที่มีหวังจะสำเร็จนั้น วันหนึ่ง ซามูไรหนุ่มคนหนึ่งเดินทางไปถึงอุโมงค์ เขากำลังตามหาพระองค์หนึ่ง ได้ข่าวว่ามีพระหลวงตาอยู่ที่นี่ ก็มาดูว่าใช่องค์ที่ต้องการพบหรือไม่ ถึงปากถ้ำซามูไรขอให้คนงานนิมนต์พระออกมารับแขกหน่อย หลวงพ่อเดินออกมา พอเห็นหน้าซามูไรก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร มาเพื่ออะไร

คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ ก่อนที่ท่านจะบวชเป็นพระ หลวงพ่อองค์นี้เคยเป็นคนรับใช้ของแดมิโย ซึ่งเป็นตำแหน่งคล้ายกับขุนนางของไทย แล้วได้แอบเป็นชู้กับเมียน้อยของเจ้านาย เจ้านายจับได้จะฆ่าแต่ลูกน้องสู้ ก่อนที่เดมิโยจะชักดาบ เขาจับเชิงเทียนใหญ่ ตีหัวของเจ้านายตาย เห็นเดมิโยตายแล้วก็หนีไปกับผู้หญิง

เมื่อหนีไปแล้วใจก็หวั่นไหว หวาดกลัวตลอด เดือดร้อน รู้สึกว่าตัวเองทำบาปหนักสาหัส ฆ่าผู้มีพระคุณเพียงเพราะกามฤทธิ์ของตัณหา ความสำนึกผิดค่อยๆ บ่อนทำลายความรักผู้หญิง เริ่มทะเลาะกันบ่อยๆ ไม่มีความสุขอย่างที่เคยคาดหวัง พอเงินหมด เขาก็กลายเป็นอันธพาล เป็นนักจี้ปล้น ทำบาปกรรมเพิ่มขึ้นทับทวี

สุดท้ายก็รู้สึกบาป ขอแยกทางกับผู้หญิง เข้าวัดเพื่อละลายบาปกรรม เกลือ (บาป) มันมากแล้ว ต้องพยายามละลายด้วยน้ำ (บุญ) ที่จริงตอนหลวงพ่อเข้าวัดยังไม่คิดจะบวช คิดเพียงแค่ว่าต้องสารภาพบาปกับพระ ทำบุญแล้วฆ่าตัวตาย แต่เจ้าอาวาสบอกไม่ต้องฆ่าตัวตายหรอก ให้บวชดีกว่า ตายจากโลก และทำคุณงามความดีชำระของเก่า

ท่านก็ยอม เมื่ออยู่กับครูบาอาจารย์ได้สักระยะหนึ่งก็ออกธุดงค์ สุดท้ายก็ถึงหมู่บ้านนี้แหละ เป็นสถานที่ที่พระตัดสินใจอุทิศตนเพื่อชำระบาปโดยการสร้างความดีให้กับชาวบ้าน ไม่หวังสิ่งตอบแทน กี่วันกี่ปีก็ไม่ว่า จะสู้อยู่จนกว่าประสบความสำเร็จหรือหมดลม หลวงพ่อเดินออกจากถ้ำเห็นซามูไร

?โยมคงเป็นลูกชายของท่านเดมิโยใช่ไหม?

?ใช่? ซามูไรตอบ เสียงเย็นชา พลางมองหลวงพ่อด้วยสายตาเกลียดชัง เวลาแก้แค้นของเขาถึงแล้ว ไล่ผู้ฆ่าคุณพ่อจนมุมได้แล้ว ซามูไรหนุ่มชักดาบเตรียมสังหารคนชั่ว ส่วนหลวงพ่อไม่แสดงอาการสะทกสะท้านใดๆ ไม่เป็นไร ก็สาสมอยู่ งานของหลวงพ่อแทบจะเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้รัฐบาลมาช่วยงานแล้ว อีกไม่นานอุโมงค์จะเสร็จแล้ว อาตมาไม่มีกังวล เชิญทำสิ่งที่คุณเห็นว่าสมควร หลวงพ่อคอยวาระนี้มานานแล้ว

ชาวบ้านที่ยืนดูกันอยู่อ้าปากค้าง เห็นท่าไม่ดี วิ่งไปจับขาซามูไร ขอร้องให้ซามูไรอดทนหน่อย อย่างน้อยขอให้คอยจนกว่าอุโมงค์จะเสร็จ หลวงพ่อไม่หนีไปไหนหรอกครับ ให้ท่านทำงานของท่านให้เสร็จก่อนได้ไหม ซามูไรหนุ่มคิดหนักแล้วพยักหน้า แต่นิสัยของซามูไรคือใจร้อย คอยอยู่ 2 วัน 3 วัน 4 วัน ก็ไม่เห็นงานมีวี่แววจะเสร็จ

คืนหนึ่งซามูไรนอนไม่หลับ ถือดาบเดินเข้าไปในอุโมงค์ ตั้งใจจัดการให้เรื่องมันจบสักที เข้าไปแล้วได้ยินเสียงก๊อกๆ ปรากฏว่าดึกมากแล้วท่านก็ยังทำงานอยู่ ทำงานพลางสวดมนต์พลาง ซามูไรได้ยินเสียง ขนลุก ทำไม่ลงกลัวบาป เดินออกจากถ้ำด้วยจิตใจสับสน ทำไมคนเลวที่ฆ่าคุณพ่อจึงกลายเป็นคนบริสุทธิ์อย่างนี้

วันรุ่งขึ้น คณะขุดอุโมงค์มีอาสาสมัครเพิ่มหนึ่งคน..... ซามูไรหนุ่มมาช่วยงาน ทำงานช่วยหลวงพ่อ อยู่ใกล้ชิด คอยสังเกตนิสัยของท่าน น่าเลื่อมใสจริงไหม หรือท่านเสแสร้ง เวลาผ่านไปอีกเดือนเศษ อุโมงค์ทะลุภูเขาแล้ว ไชโย ! หลวงพ่อวางเครื่องมือช้าๆ สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลแล้วหันไปทางซามูไรหนุ่ม เปล่งวาจาว่า..... ได้เวลาเสียที เชิญทำหน้าที่ได้ หลวงพ่อพร้อมแล้ว ! ท่านกล่าวพร้อมกับก้มศีรษะลงต่ำ

แต่ซามูไรหนุ่มไม่ทำอะไร ยืนอยู่ตรงนั้นน้ำตาไหลพราก แล้วหมอบตัวลงกราบหลวงพ่อ ขอฝากตัวเป็นศิษย์


ที่มา : จากนิทานเซ็น เล่าเรื่องโดย พระอาจารย์ชยสาโร
คัดซ้ำเป็นธรรมทานโดย อิกคิว

.....................................................
ธรรมะก็คือคำสอนที่สอนให้เรารู้ว่า
อะไรคืออะไรตามความเป็นจริงนั่นเอง

มีสติรู้กายและใจลงเป็นปัจจุบัน

เมื่อใดมีสติเมื่อนั้นมีความเพียร   

 

   http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=5&t=22441&sid=ea067091d0eb1bc5db8ed90a36c1e960
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #18 เมื่อ: 23 พฤษภาคม, 2552, 17:10:34 »

http://www.dhammajak.net/forums/viewforum.php?f=5
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


Po ke MoN
คนบ้านเดียวกัน
หัวหน้างาน
*****


เพศ: หญิง
กระทู้: 561
สมาชิกลำดับที่ 179
ลูกพ่อขุน


เว็บไซต์

| |

« ตอบ #19 เมื่อ: 17 มิถุนายน, 2552, 13:48:03 »

6 ข้อคิดดีๆจากนิทานอีสปที่คุณอาจจะลืมไปแล้ว             
 


   
      1 ไม้นวมดีกว่าไม้แข็ง     
จากเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ ที่แข่งว่าใครจะทำให้นายพรานถอดเสื้อคลุมออกได้ ลมพยายามพัดลมให้แรงที่สุด แต่ยิ่งพัดแรงเท่าไหร่ นายพรายก็ยิ่งเอาเสื้อคลุมกระชับตัวเท่านั้น แต่พระอาทิต์เพียงส่องแดดเรื่อยๆ นายพรานก็เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมออก

แทนที่เราจะวีนแตก โยนระเบิดใส่เพื่อน ทำไมเราไม่ใจเย็นๆค่อยๆพูดตรงๆ อย่างใจเย็น หรือคุยกันบอกให้เพื่อนช่วยคุยกันหน่อย ไม่มีใครชอบถูกสั่งหรือบังคับให้ทำหรอก เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน


2 อย่าหาเหตุผลจากคนพาล       
จากเรื่อง ลูกแกะกับสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกหาเรื่องจะกินลูกแกะ บอกว่าลูกแกะทำน้ำลำธารขุ่น ไม่ว่าลูกแกะจะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอด

ช่วงเวลาที่คนโกรธ มักจะเป็นเวลาที่สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน เพราะบางครั้งอาการพลุ่งพล่านที่เห็นนั้นอาจไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวใดๆ เป็นแค่การอยากระบาย และถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่ไม่เปิดใจกว้าง เก็บพลังการอธิบายเอาไปไว้ให้การให้อภัยจะดีกว่า


3 พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี     

จากเรื่อง สุนัขคาบเนื้อกับเงา สุนัขคาบชิ้นเนื้อใหญ่ข้ามแม่น้ำ เมื่อก้มมองเงาตัวเองคิดว่าสุนักอีกตัวมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่า จึงคายก้อนเนื้อที่มีแล้วกระโจนลงน้ำ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย

ทำไมเราจะต้องแสวงหาคนที่ดีกว่า เมื่อเรามีความสุขดีอยู่กับแฟนแล้ว ถ้าสายตาคุณไม่เคยหยุดนิ่ง สอดส่องหาคนที่ดีกว่าตลอกเวลา คุณคงจะต้องเสียเวลามองหาแฟนคยใหม่ตลอดไป เราไม่มีทางรู้เลยว่ากิ๊กคนใหม่นั้นดีกว่าแฟนเราจริงหรือสร้างภาพ ถ้าปล่อยให้คนดีหลุดมือไปเราอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า


  4 ทุกอย่างต้องเกื้อกูลกัน     

จากนิทานเรื่อง ร่างกายของเรา เมื่ออวัยวะอื่นๆ อิจฉาท้อง ที่ได้อาหารแต่ตัวเองต้องทำงานหนัก จึงประท้วงมือไม่ยอมหยิบอาหาร ฟันไม้ยอมเคี้ยว ผ่านไปสองสามวันอวัยวะทุกส่วนไม่มีแรงเหลือ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันถึงจะอยู่ได้

ไม่มีใครเคยบอกว่า one man show คือการทำงานที่ดีที่ได้ผลดีที่สุด การอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วนความเอื้ออาทรเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งพึงต้องมี คุณไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อใด จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน งานบางอย่างต้องการพลัง
สร้างสรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกับคุณบ้างจริงๆ คุณอาจทำงานได้ยากกว่านี้


  5 อย่าประมาท     

จากเรื่อง ตั๊กแตนกับมด ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนจึงหิวโซส่วนมดมีรังดีๆอยู่ และมีอาหารพร้อมตลอด

ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนทำงานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร


6 ช้าๆได้พร้าเล่มงาน     

จากเรื่อง กระต่ายกับเต่า กระต่ายวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่ชะล่าใจ ในขณะที่เต้าคลานช้าแต่มีความพยายามสม่ำเสมอ ทำให้เข้าเส้นชัยก่อนและชนะในการแข่งขัน

ใช้เวลาศึกษากันและกันไปเรื่อยๆ อย่าให้ ?ความใคร่ ความหลง? ที่ร้อนแรงตอนคบกันใหม่ๆ มีอิทธิพลกับการตัดสินใจทุกอย่าง ข่มใจตัวเองบ้าง


จาก  forword  mail       
 
 
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า


มันไม่มีเหตุผล ที่เราจะรักใครบางคน.....ด้วยน้ำตา.....  Friends are like wine. The older the better.


หน้า: 1 [2] 3  ทั้งหมด
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: