Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2562, 11:21:47

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ผลของการอนุโมทนาบุญ  (อ่าน 62 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,112
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 20 มิถุนายน, 2562, 15:14:35 »


"คนที่กำลังจะตายนั้น ถ้าจิตไปเกาะยึดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
 วิญญาณที่ออกจากร่างไปก็วนเวียนไปเกาะอยู่กับสิ่งนั้น
 เหมือนกับผลไม้ที่ห้อยอยู่กับกิ่งบนต้นของมัน ถ้ากิ่งมันเอนไปอยู่ตรงที่ดี
 ผลของมันก็หล่นลงมางอกตรงที่ที่ดี ถ้ากิ่งมันเอนไปอยู่ตรงที่ที่ไม่ดี
 ผลที่หล่นลงมาก็จะงอกตรงที่ที่ไม่ดีนั้น
...
คนที่ไม่มีสมาธิ จิตใจมีนิวรณ์ความกังวล ห่วงลูกห่วงหลาน
 ห่วงคนโน้นคนนี้ เวลาตายวิญญาณก็ไปเกาะอยู่ที่ลูกที่หลาน
 บางคนกลับไปเกิดเป็นลูกของลูกตัวเองก็มี
 บางคนที่พ่อแม่ทิ้งมรดกที่สวนไร่นาไว้ให้ ก็เป็นห่วงสมบัติของตน
 พอตายไปก็ไปเกิดเป็นสัตว์อยู่ในสวนในนาก็มี
 บางคนก็ไปเกิดเป็นผีสางนางไม้เฝ้าทุ่งนาป่าเขาก็มี พวกนี้เป็นพวก
 สัมภเวสี คือ วิญญาณลอยไปเที่ยวหาที่เกาะ
 ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ในบุญกุศล เราก็จะมีสุคติเป็นที่ไป
 ถ้าจิตของเราตั้งอยู่ในบาปอกุศล วิญญาณของเราก็จะต้องไปสู่ทุคติ
 ไม่ได้ไปเกิดในโลกที่ดี โลกที่ดีนั้น คือ โลกที่ไม่มีภัย เป็นโลกแห่งเทวบุตร
 เทวดานางฟ้า ไม่มีความทุกข์ภัยใดๆ ในโลกของเทวดานั้นมีแต่เกิดกับตาย
 ไม่มีแก่ไม่มีเจ็บ โลกมนุษย์มีทั้ง เกิด แก่ เจ็บ ตาย
 โลกนิพพานไม่มีทั้งเกิด ไม่มีทั้งตาย"

ท่านพ่อลี ธัมมธโร




เรื่อง "ผลบุญจากการอนุโมทนาน่าอัศจรรย์มาก"
บุญจากการอนุโมทนา ผลของบุญนั้นมีความมหัศจรรย์มาก เพราะบุคคลบางคนไม่ได้สละทรัพย์เป็นเจ้าของวัตถุทาน และไม่ได้เป็นผู้ถวายทานนั้นด้วยมือ แต่เป็นผู้มีความยินดีเลื่อมใสในการทำบุญของบุคคลอื่น บุคคลนั้นก็จะได้รับผลของบุญประหนึ่งเป็นเจ้าของวัตถุทาน หรือเป็นผู้ถวายทานนั้นเอง ดังเช่นผลบุญที่เกิดกับเพื่อนของนางวิสาขามหาอุบาสิกา

 ครั้งหนึ่งพระอนุรุทธะเถระจาริกไปในดาวดึงส์เทวโลก เห็นทิพย์วิมานหลังใหญ่ กว้างยาวและสูง ๑๖โยชน์ แวดล้อมด้วยอุทยานและสระโบกขรณี ล่องลอยอยู่ในอากาศแผ่รัศมีไปไกลถึงร้อยโยชน์ เจ้าของวิมานนั้น เป็นเทพธิดาวรรณะงาม มีรัศมีสว่างไปทั่วทุกทิศ มีกลิ่นทิพย์หอมยวนใจฟุ้งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ เมื่อยามเยื้องกรายหรือร่ายรำก็มีเสียงทิพย์อันไพเราะ น่าฟัง น่ารื่นรมย์ใจเปล่งออกจากอวัยวะน้อยใหญ่ พระอนุรุทธะเถระจึงถามเทพธิดานั้นว่าเธอทำบุญด้วยอะไรทิพย์สมบัตินี้จึงเกิดขึ้นแก่เธอ

นางเทพธิดาตอบพระเถระว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ ดิฉันเป็นเพื่อนของนางวิสาขามหาอุบาสิกา เมื่อเพื่อนของดิฉันสละทรัพย์ถึง ๒๗ โกฏิ สร้างบุพพารามมหาวิหาร เธอชวนดิฉันและสหายอีก ๕๐๐ คน ไปเที่ยวชมปราสาท ดิฉันได้เห็นสมบัติปราสาทที่เธอสร้างถวายพระภิกษุสงฆ์ที่ดิฉันเคารพ ดิฉันเลื่อมใสจึงอนุโมทนาบุญกับเธอว่า สาธุ สาธุ
 ด้วยอานิสงส์ของการอนุโมทนาบุญนี้ ทิพย์สมบัติทั้งหลายเหล่านี้จึงบังเกิดแก่ดิฉัน

(คติธรรม หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)






...หมั่นพุทโธไปเถิด ของดี
 พุทโธแล้ว ใจจะเย็น ใจจะสบาย
 หายเครียด หายทุกข์ หายวุ่นวาย.
.................................
 .
คัดลอกการสนทนาธรรม
 ธรรมะบนเขา 12/4/2559
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี




พระที่แท้จริงนั้นหมายถึง บุคคลที่บรรลุคุณธรรม ตั้งแต่ชั้นพระโสดาบันเป็นต้นไป
ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวชหรือเป็นฆราวาสก็ตาม นับว่าเป็น.. "พระ" .. ทั้งสิ้น

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก





"ทุกสิ่งทั้งหลายในโลก ไม่มีอะไรถาวร จะต้องเสื่อมโดยธรรมชาติธรรมดาทุกอย่าง ฉะนั้นจึงไม่ควรไปสนใจกับสิ่งที่ไม่ถาวรเหล่านี้ คนจะสวยจะงามก็ต้องแก่และตาย กุหลาบก็ต้องโรย ดอกบัวงามก็ต้องร่วง มะม่วงสุกหอมก็ต้องมีแมลงกิน สิ่งที่ถาวรและไม่ตายนั้น คือ ดวงจิต อย่างเดียว สิ่งนี้จึงควรสนใจและรักษาให้มาก"
ท่านพ่อลี ธัมมธโร




"..ในแต่ละวันคนเราจะเจอเหตุการณ์มากมายในชีวิต ไม่ว่าจะนั่ง เดิน หรือนอน ล้วนต้องมีสติ ถ้าเราขาดสติในการใช้ชีวิตประจำวันจะทำให้เกิดความเสียหายได้...
...ปัจจุบันนี้ข่าวสารสามารถเดินทางไปยังผู้รับสารได้อย่างรวดเร็ว ถ้าผู้รับสารไม่มีสติในการฉุกคิดและตึกตรองว่าข่าวสารนั้นเป็นข่าวจริงหรือเท็จ หากมีการส่งต่อข่าวสารนั้นก็อาจจะทำให้บุคคลที่ถูกกล่าวถึงได้รับความเสียหายได้
..เพราะฉะนั้น "สติสัมปชัญญะ" จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิต หากขาดสติจิตใจย่อมรั่วไหลไปตามวัตถุต่าง ๆ ได้ทันที เพราะฉะนั้นสติจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรจะระลึกถึง เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและเกิดประโยชน์ต่อสังคมนั้น..."

ธรรมะคำสอน
 หลวงพ่อพระอาจารย์เปลี่ยน ปญฺญาปทีโป






พาลชนเพ่งโทษคนอื่นเป็นวัตร,
เราทำดี เป็นส่วนดีของเรา,
แต่อย่าไปเที่ยวว่าคนอื่นเขา,
#ศีล.. มีไว้พัฒนาตนเอง,
ไม่ใช่มีไว้จับผิดคนอื่น.

 หลวงปู่หา สุภโร



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: