Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 มิถุนายน, 2562, 22:25:39

   

ผู้เขียน หัวข้อ: จุดหมาย  (อ่าน 100 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,079
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 25 เมษายน, 2562, 10:31:49 »

ในการทำทานของเรา การรักษาศีลของเรา การภาวนาของเรา
เรามุ่งหวังจุดหมายปลายทางอันเดียว
คือต้องการพ้นจากภพอันนี้ไป
ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซ้ำๆซากๆ
นั่นเป็นความต้องการที่สูงสุด
หรือเป็นความต้องการที่เป็นไปกับมรรค ไม่เป็นกิเลส
แต่ถ้าต้องการในลาภ ในยศถาบรรดาศักดิ์อยู่
อันนั้นเป็นกิเลส เป็นความต้องการที่ไม่เป็นไปกับผู้ปฏิบัติ

หลวงปู่สาคร ธัมมาวุโธ




..... ในนิมิต ท่านเห็นค้างคาวใหญ่ตัวหนึ่ง ขนาดเท่าแม่ไก่ บินข้ามหัวของท่านหายเข้าไปในศาลา ซึ่งเป็นที่พักของพระสี​ พระสังข์​ กับตาผ้าขาวแหล่ พอถอนจิตออกมาดูข้างนอก ท่านก็ไม่เห็นค้างคาวเหมือนกับที่เห็นในนิมิต

 ระหว่างองค์ท่านนั่งทบทวนพิจารณาเรื่องราวในนิมิตที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ จู่​ ๆ​ หมาบักด่างมันก็หันหน้าไปทางบันไดขึ้นศาลา เห่าขึ้นมาอย่างดุดันไม่ยอมหยุด ท่านจะดุอย่างไรหมาบักด่างมันก็ไม่ยอมเงียบเสียงเห่า ท่านจึงเอามือบีบปากหมาบักด่างเอาไว้ เมื่อหมาบักด่างเงียบเสียงลง​ องค์ท่านได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ภายในศาลา ท่านได้ยินพระสังข์พูดกับผู้หญิงนางหนึ่ง "อย่าเข้ามาเด้อ ออกไปเดี๋ยวนี้ โยมเป็นผู้หญิงจะเข้ามาหาอาตมาบ่ได้ เป็นบ้าอีหยังจะมาชวนเราเสพกามด้วย" หลวงปู่ชอบท่านเรียกชื่อพระสังข์ เพื่อให้ท่านรู้สึกตัว เมื่อพระสังข์รู้สึกตัวท่านก็โผเข้ากอดองค์ท่านหลวงปู่ชอบเอาไว้แน่น ท่านสังข์บอกว่าตอนนอนหลับมีผู้หญิงท้องแก่จะมาคุมเสพกาม กระผมจึงไล่ให้มันออกไปจากห้อง ไล่เท่าไหร่มันก็ไม่ยอมหนี กระผมขัดขืนกำลังของมันไม่ได้ จึงร้องเรียกให้ท่านอาจารย์เข้ามาช่วย องค์ท่านหลวงปู่ชอบ บอกพระสังข์ว่าไม่ต้องกลัว มันทำอะไรท่านมากไปกว่านี้ไม่ได้หรอก ให้ทุกคนพากันลุกขึ้นมาสวดมนต์ภาวนาแผ่เมตตา ให้พากันนอนแต่พอน้อย อย่านอนมากผีมันจะได้ไม่มารบกวน องค์ท่านพูดตัดบทเพราะไม่อยากจะให้ท่านสังข์ และลูกศิษย์คนอื่นวิตกกังวลกลัวผีมากเกินไป ราวเที่ยงคืนในวันนั้น​ องค์ท่านหลวงปู่ชอบพาลูกศิษย์ออกมานั่งสวดมนต์ไหว้พระบท​ #กรณียเมตตสูตร​ ถึงสามครั้ง องค์ท่านว่ามนต์บทนี้เป็นมนต์สวดคาถาป้องปราบพวกผีสางเทวดาอันธพาลไม่ให้เข้ามารบกวน

 ตอนเช้าขณะออกไปบิณฑบาต ที่บ้านปางไม้แดง องค์ท่านถามชาวบ้านว่า ผู้หญิงท้องแก่ที่ตายไปแล้วเขามีญาติพี่น้องอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้บ้างไหม ผัวของเขาอยู่ที่หมู่บ้านนี้หรือเปล่า ชาวบ้านบอกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน เป็นคนหมู่บ้านอื่นที่หนีตามผู้ชายมาอยู่บ้านปางไม้แดง พอหญิงคนนี้ท้องแก่ใกล้คลอด ผัวของเขาก็หนีไปมีเมียใหม่ที่หมู่บ้านอื่น หญิงคนนี้ตายเพราะคลอดลูกไม่ออก ชาวบ้านจึงเอาศพของนางไปฝังที่ป่าช้าหลังวัดปางไม้แดง ตั้งแต่วันแรกที่หญิงคนนี้ตาย เขาก็เป็นผีอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านและพระเณรในวัด จนพระเณรวัดปางไม้แดง พากันแหกพรรษาหนีไปอยู่ที่วัดอื่น พระเณรบางองค์ก็สึกกลางพรรษาเพราะกลัวผีนางนี้มารบกวน

 ผีท้องแก่นางนี้มันจะไม่มายุ่งกับหลวงปู่ชอบ เพราะมันเกรงในอำนาจจิตอำนาจธรรมขององค์ท่าน มันจึงไปรบกวนท่านสี​ ท่านสังข์แทน องค์ท่านว่าอยู่บ้านปางไม้แดงเราภาวนาดีมาก แต่ติดที่นางผีบ้าตัณหาตัวนี้ มันมารบกวนท่านสี​ ท่านสังข์มากเกินไป จนท่านสี​ ท่านสังข์ปฏิบัติอะไรไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน หลวงปู่ชอบท่านจึงพาลูกศิษย์ออกจากวัดบ้านปางไม้แดงเพื่อหนีนางผีบ้่ากามตนนี้​ ทั้ง​ๆ​ ที่ใจขององค์ท่านยังอาลัยในสถานที่อันมีคุณ

 ภายหลังในปีเดียวกันนั้น หลวงปู่ชอบท่านได้ย้อนกลับมาจำพรรษา ที่วัดร้างบ้านกะเหรี่ยงปางไม้แดงเพียงลำพังองค์เดียว ท่านบอกชาวบ้านให้ขุดเอาร่างของผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาทำบุญฌาปนกิจ เพื่อให้เขาได้ไปเกิดตามบุญบาปของตนเอง เรียนถามองค์ท่านว่าหลวงปู่โปรดผีตนนี้ไม่ได้หรือ ท่านบอกผีนางนี้โปรดไม่ได้​ เพราะจิตมันมืดบอดด้วยราคะ ราคะจิตปิดบังใจของมัน จนแสงธรรมส่องไม่ถึง​ องค์ท่านจึงใช้วิธีปราบ เพื่อไม่ให้มันมารบกวนชาวบ้านอีกต่อไป หลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏผีผู้หญิงตายท้องกลมนางนี้มาอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านปางไม้แดง ให้อกสั่นขวัญแขวนอีกเลย

-​หลวงปู่ชอบ​ ฐานสโม






"คนอื่นเขาด่าเรา เขาก็ลืมไป แต่เราไปเก็บมาคิด
เหมือนเขาคายเศษอาหารทิ้งไป แล้วเราไปเก็บมากิน
แล้วจะว่าใครโง่"

ท่านพ่อเฟื่อง โชติโก
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: