Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 เมษายน, 2562, 19:50:50

   

ผู้เขียน หัวข้อ: พ้นจากทุกข์  (อ่าน 69 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,050
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 27 มีนาคม, 2562, 09:14:16 »


“พระพุทธองค์ ต้องการให้เราเป็นเพื่อน
 เป็นกัลยาณมิตรกับตัวเอง แต่คนส่วนใหญ่
 ก็กลายเป็นศัตรูกับตัวเองเสียมากกว่า
 เพราะขาดความรู้ ในหลักความเจริญ
 และความเสื่อมของชีวิต

 ทั้งๆ ที่ต้องการความเจริญ
 ก็ไม่สร้างเหตุสร้างปัจจัย ของความเจริญนั้น
 ทั้งๆ ที่ไม่ต้องการความเสื่อม
 ก็สร้างเหตุสร้างปัจจัย ของความเสื่อมอยู่เรื่อย

พระพุทธองค์จึงตรัสไว้ว่า ไม่มีศัตรูที่ไหน
 ร้ายกาจเท่ากับจิตใจของตน ที่ขาดการฝึกอบรม
 และไม่มีเพื่อนที่ดีที่ไหน ที่ยิ่งกว่าจิตที่ฝึกดีแล้ว”

 พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ







"...อัตตา หิ อัตตโน นาโถ นั้นมันมีหลายจุด หลายลักษณะ
 การทำมาหาเลี้ยงชีพ ก็ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ การพึ่งตัวเองหลายๆ อย่างก็ อัตตา หิ อัตตโน นาโถ จุดนี้ เมื่อมรณภัยเข้ามาถึง ไม่มีใครช่วยได้ จะเป็นระดับไหนก็ไม่มีใครช่วยได้ ต้องพึ่งตนเอง เพราะฉะนั้นท่านจึงให้พิจารณา ให้ทบทวนไว้อยู่เสมอว่า มรณัง เม ภวิสสติ ข้าฯ จะต้องตายแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าเราฝึกซ้อมตัวของเราไว้อยู่เสมอ เมื่อมรณภัยเข้ามาถึง เราก็องอาจ กล้าหาญ ไม่สะทกสะท้าน เพราะเราได้คิดไว้ก่อนแล้ว น่ะละพระพุทธเจ้าท่านจึงให้ภาวนาถึง มรณัง เม ภวิสสติ คือ ระลึกถึงความตายอยู่เสมอ..."

...พระอาจารย์อินทร์ถวาย สนฺตุสฺสโก...
วัดป่านาคำน้อย
 บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี





คนที่จะพ้นจากทุกข์ได้
 พ้นจากโลกนี้ได้ พ้นจากกรรมได้
 ก็เพราะ""..ใจอันเดียว..""
จงยึดใจ ถือใจเป็นสำคัญ
 จะมาเกิดก็เพราะใจ
เกิดแล้วจะมาสร้างกิเลสขึ้นก็เพราะใจ
 เป็นทุกข์ก็เพราะใจ ถ้าใจไม่เป็นทุกข์
 ใจไม่ยึดถือ ปล่อยทิ้งเสีย
 กายอันนี้ ก็ไปตามเรื่องของกาย
 ใจ ก็เป็นตามเรื่องของใจ
 หมดเรื่องหมดราวกันที

โอวาทธรรมหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
 วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย




กรรม...อันใดทำแล้ว...ทำให้ตนเอง...แลผู้อื่นต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง...กรรมนั้น...เรียกว่า...
 "กรรมชั่ว"...พึงละเว้นเสีย...
 กรรม...อันใดทำแล้ว...ไม่ทำให้ตนเอง...แลผู้อื่นต้องเดือดร้อนใจในภายหลัง...กรรมนั้น...เรียกว่า..."กรรมดี"...พึงกระทำ...
กรรม...อันใดทำแล้ว...มุ่งสู่...มรรคผล...นิพพาน...
กรรมนั้น...เรียกว่า..."กรรมเหนือกรรม"...
เอวัง...ก็มีด้วยประการละฉะนี้...
"นิพพานะ...ปัจจะโยโหตุฯ"...

บทเทศน์ครั้งสุดท้ายของ...
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)...






...... วิธีทำให้บุญรวมตัวก่อนตาย
"...ถ้าป่วยใหม่ๆ อาตมาแนะนำให้ทำดังนี้คือ...

๑) ให้นำพระพุทธรูป ผ้าไตรจีวร พร้อมอาหารและของใช้ที่จำเป็น นำไปให้ผู้ป่วยเห็นและให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า

"ของทั้งหมดนี้ขอถวายเป็นสังฆทานแก่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญทั้งหมดนี้ให้เจ้ากรรมนายเวรของผู้ป่วยได้โมทนาและอโหสิกรรมให้ผู้ป่วยด้วย"

แล้วญาติก็นำของทั้งหมดไปถวายพระเป็นสังฆทาน จิตใจของผู้ป่วยจะได้สบายเพราะได้เห็นพระพุทธรูปและได้ทำบุญ

๒) ถ้าจะให้ดีขึ้นไปอีก ก็ควรนำเงินจะมากหรือน้อยตามแต่ศรัทธา ให้ผู้ป่วยถือเงินไว้และให้ตั้งจิตอธิษฐานว่า
"เงินจำนวนนี้ขอถวายชำระหนี้สงฆ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถ้าเคยไปหยิบหรือนำของสงฆ์มาโดยเจตนาหรือไม่ได้เจตนาก็ตาม"

๓) ในระหว่างที่นอนป่วยอยู่ ควรนำพระพุทธรูปมาตั้งไว้ให้ผู้ป่วยได้มองเห็น อย่าไปตั้งไว้ในที่ผู้ป่วยเห็นไม่ถนัด ผู้ป่วยลืมตาขึ้นมาเมื่อใดก็จะเห็นพระทันที จิตของผู้ป่วยจะได้จับอยู่ที่พระ ใจจะสบายช่วยให้คลายจากทุกขเวทนาได้บ้าง และถ้าตายเมื่อใดก็จะไม่ลงนรก

๔) ถ้าป่วยมากมีทุกขเวทนามาก ควรแนะนำสั้นๆ ให้นึกถึงพระพุทธเจ้า หรืออย่างใดอย่างหนึ่งดีกว่า ถ้าไปแนะนำยาวๆ จะเกิดอาการกลุ้ม

๕) ถ้าต้องการให้ผู้ป่วยตายแล้วไปพระนิพพาน ให้นึกภาวนาว่า "นิพพานัง สุขัง" ถ้าคิดว่าป้องกันไม่ให้ลงนรกก็ให้ภาวนาว่า "พุทโธ" ให้บอกสั้นๆ อย่าบอกยาว

๖) ถ้าผู้ป่วยภาวนาไม่ไหว ก็ให้นึกถึงพระพุทธรูปองค์ใดองค์หนึ่งก็ได้ ให้นึกถึงพระไว้หรือจะนึกถึงพระสงฆ์ก็ได้ อย่าไปแนะนำยาวๆ เพราะเวลานั้นทุกขเวทนามากจะทำให้กลุ้ม ดีไม่ดีจิตใจเขาดีอยู่แล้ว ถ้าแนะนำไม่ดี พูดมากไปเขาจะกลุ้มจะทำให้ลงนรกไป ให้ดูตาคนป่วย ถ้าตาลอยๆ ตาปรือๆ อย่าไปพูดมาก
 ฉะนั้น การแนะนำคนป่วยก่อนตาย ต้องระมัดระวังให้ดี.."

คัดลอกจากหนังสือ "ตายแล้วไม่สูญ...แล้วไปไหน หมวดที่ ๑๕ เรื่อง "ปกิณกะ
หลวงพ่อฤาษีลิงดำ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: