Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤษภาคม, 2562, 22:01:59

   

ผู้เขียน หัวข้อ: อยากไปนิพพานแต่ไม่สร้างเหตุ  (อ่าน 116 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,061
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 23 มีนาคม, 2562, 10:24:29 »


เรื่อง "อยากไปนิพพาน แต่ไม่สร้างเหตุ"
อาตมาเคยลำบากมาแล้ว เป็นอาจารย์มาหลายปี ตั้งต้นสอนจริงๆ จังๆมาประมาณเกือบ ๓๐ ปี ขณะนี้มีวัดสาขาน้อยใหญ่ที่ขึ้นต่อวัดหนองป่าพงประมาณ ๔๐ แห่งแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามีศิษย์สอนยากสอนลำบากเหลือเกิน
  บางคนก็รู้แล้ว ไม่เอาใจใส่
  บางคนไม่รู้ ก็ไม่เอาใจใส่
เดี๋ยวนี้ก็เลยคิดอะไรไม่ค่อยจะออก ไม่ทราบว่าทำไมจิตใจของมนุษย์จึงเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่รู้ก็ไม่ดี แต่บอกให้รู้แล้วก็ยังไม่รับเอา จะทำอย่างไรอีกต่อไปก็ยังไม่รู้อีกเหมือนกัน เมื่อปฏิบัติไปก็มีแต่เรื่องสงสัยทั้งนั้นแหละสงสัย อยู่เรื่อยๆอยากจะไปแต่พระนิพพาน แต่ไม่เดินไปตามทาง อยากจะไปเฉยๆเท่านั้น มันวุ่น ให้นั่งสมาธิก็กลัว มีแต่ความง่วง ง่วงนอน สิ่งที่เราไม่สอนนั้นแหละชอบปฏิบัติ ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสมาเยี่ยมท่านอาจารย์ จึงเรียนถามท่านว่า ลูกศิษย์ของท่านเป็นอย่างไร ท่านตอบว่าเหมือนกัน นี่ก็เป็นความยุ่งยากอันหนึ่ง เป็นปัญหาอันหนึ่งของครูบาอาจารย์ที่จะช่วยลูกศิษย์


(ธรรมเทศนา หลวงพ่อชา สุภัทโท)





มีกิเลสเท่านั้นบีบบังคับหัวใจของเราเวลานี้
 จงฟาดฟันหั่นแหลกลงไปที่นี่
 อย่าไปคำนึงถึงกับมืดกับแจ้งกับความสว่างอะไรๆ
 วันนั้น ปีนี้เดือนนั้น สถานที่โน่นที่นี่ เหล่านั้นไม่ใช่กิเลส
 ตัวกิเลสแท้ๆฝังอยู่ที่ใจ จมอยู่ที่ใจ ปักเสียบอยู่ที่หัวใจ
ได้รับความทุกข์ความทรมานอยู่ที่ใจ
 จงนำศาสตราวุธคือความพากเพียร สติปัญญา
 ฟาดฟันลงไปที่นี่ ให้หมดที่นี่ สิ้นซากกันที่นี่
 แล้วจะเห็นความจริงอย่างเต็มส่วนที่นี่
 เมืองพอก็อยู่ที่นี่
 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน






ลักษณะของผู้มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะที่พึ่งแล้ว
 ย่อมมีกายอ่อนน้อม มีวาจาอ่อนน้อม
 ย่อมปรารภเสมอพร้อมทั้งน้ำใจ
 ประกอบด้วยปัญญา พิจารณารู้เห็นความจริงของตนว่า
 เราเกิดมานี้เพราะกรรม เราเป็นอยู่นี้เพราะกรรม
เราตายไปนี้เพราะกรรม
 เราทำดีได้ดี เราทำชั่วได้ชั่ว
 ดังนี้ใครๆจะช่วยความเป็นตายให้เราได้
 เมื่อมีความเชื่อมั่นหมั่นระลึกศึกษาภาวนาอยู่เป็นนิตย์แล้ว
 เท่ากับสาธยายมนต์ทิพย์อันประเสริฐ
 นับเป็นหลักทางใจในทางพุทธศาสนาส่วนหนึ่ง
 ท่านพ่อลี ธัมมธโร




“จุดมุ่งหมายของการสวดมนต์
 คือ ทำใจของเรา ให้มีที่อยู่อาศัย
 คนเราที่ทุกข์ใจไม่หยุดยั้ง เพราะใจไม่มีที่พึ่ง
 ถ้ามีบทสวดมนต์เป็นที่พึ่ง เวลาทุกข์
 มันจะไปสวดของมันเอง
แล้วมันก็ลืมทุกข์ลืมยากไปได้”

 หลวงพ่อพุธ ฐานิโย





"มนุษยศาสตร์ทั้งหลาย
 มีแต่ศาสตร์ที่ไม่มีคมทั้งนั้น
 ไม่สามารถจะตัดทุกข์ได้
 มีแต่ก่อให้เกิดทุกข์ ศาสตร์เหล่านั้น
 ถ้าไม่มาขึ้นกับพุทธศาสตร์แล้ว
มันจะไปไม่รอดทั้งนั้น"

 หลวงพ่อชา สุภัทโท





แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: