Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
24 พฤษภาคม, 2562, 22:55:19

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ทศพลญาณ  (อ่าน 111 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,061
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 15 มีนาคม, 2562, 05:42:06 »


“ทำความดีอยู่คนเดียว
 ไม่มีใครเห็น มันก็ยังดีอยู่นั่นเอง"
 หลวงปู่ชา สุภัทโท



โกรธเขาเกลียดเขาเราทุกข์
“ทุกอย่างในชีวิตคนเรา ทำที่ทำให้เราทุกข์ มันอยู่ที่ใจของเราทั้งนั้น...ถ้าเราโกรธใคร เกลียดใคร มันก็อยู่ที่ใจ แต่ถ้าใจเราไม่เกลียด ใจเราไม่โกรธ เราก็ไม่มีความทุกข์ เกลียดก็ทุกข์ โกรธก็ทุกข์ แล้วเราจะเกลียด จะโกรธไปให้เราเป็นทุกข์ทำไม คนที่เราเกลียด คนที่เราโกรธ เขาไม่ทุกข์ไปกับเราหรอก เราทำให้เราทุกข์เองทั้งสิ้น แต่ถ้าเราปล่อยวาง ไม่สนใจเขา ไม่รับรู้เรื่องเขา ใจเราก็ไม่หมกหมุ่นกับเรื่องของเขาอีก เราก็ไม่ทุกข์ เพราะใจมันสงบ”
คติธรรมคำสอน
ท่านพ่อไพบูลย์ สุมังคโล
 สำนักสงฆ์เทพนิมิตสุดเขตสยาม อ.เชียงของ จ.เชียงราย





ถ้าเขาชั่วก็ชั่วของเขา ถ้าเขาไม่ยอมกลับตัว มันก็ตัวของเขา เขาทำตัวเขาเอง เรื่องของเขา ช่างเขาเถิด เราอย่าเก็บมาทุกข์ใจ ผู้เจริญย่อมไม่เบียดเบียนใคร ไม่อาฆาตใคร ไม่พยาบาทใคร ให้อภัยแก่คนทุกจำพวก ไม่เอาเรื่องเอาราวอะไรกับใครเลย ต้องพร้อมที่จะให้อภัยอยู่เสมอ อย่างนี้ใจเราสบาย
 หลวงปู่ท่อน ญาณธโร
 วัดศรีอภัยวัน จ.เลย





ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่
 มีเพียงแต่ต้นทุนบุญกุศล
 ทรัพย์สมบัติทิ้งไว้ให้ปวงชน
 แม้ร่างตนเขาก็เอาไปเผาไฟ

 เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วยเจ้า
 จะเอาแต่สุขสนุกไฉน
 เจ้ามามือเปล่าเจ้าจะเอาอะไร
 เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)






ดูกรอานนท์ บุคคลทั้งหลายผู้ที่จะรู้ว่าสุขทุกข์ติดกันอยู่นั้นหายากยิ่งนัก มีแต่เราตถาคตผู้ประกอบด้วยทศพลญาณนี้เท่านั้น บุคคลทั้งหลายที่ยังเป็นปุถุชนคนโง่เขลานั้น ทำความเข้าใจว่า สุขก็มีอยู่ต่างหาก ทุกข์ก็มีอยู่ต่างหาก ครั้นเราถือเอาสุข เราก็ได้สุข เราไม่ถือเอาทุกข์ ทุกข์ก็ไม่มี ดังนี้ เพราะเหตุที่เขาไม่รู้ว่าสุขกับทุกข์ติดกันอยู่ เขาจึงไม่พ้นทุกข์ เมื่อผู้ใดอยากพ้นทุกข์ก็ให้วางสุขเสีย ก็เป็นอันละทุกข์ วางทุกข์ได้เหมือนกัน ใครเล่าจะมีความสามารถพรากสุขทุกข์ออกจากกันได้ แต่เราตถาคตก็ไม่มีวิเศษที่จะพรากจากกันได้ ถ้าหากเราตถาคตพรากสุขแลทุกข์ออกจากกันได้ เราจะปรารถนาเข้าสู่พระนิพพานทำไม เราจะถือเอาแต่สุขอย่างเดียว เสวยแต่ความสุขอยู่ในโลกเท่านั้น ก็เป็นอันสุขสบายพออยู่แล้ว นี่ไม่เป็นเช่นนั้น เราแสวงหาความสุขโดยส่วนเดียวไม่มีทางที่จะพึงได้ เราจึงวางสุขเสีย ครั้นวางสุขแล้ว ทุกข์ไม่ต้องวาง ก็หายไปเอง อยู่กับเราไม่ได้ เราจึงสำเร็จพระนิพพานพ้นจากกองทุกข์ ด้วยประการดังนี้
.
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า - คิริมานนทสูตร
 เรียบเรียงโดย ท่านเจ้าคุณพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท)




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: