Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 มิถุนายน, 2562, 00:46:49

   

ผู้เขียน หัวข้อ: คุณงามความดี  (อ่าน 180 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,081
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 31 ธันวาคม, 2561, 05:16:14 »

...เมืองมนุษย์นี้ เป็นเมืองสร้างคุณงามความดี ไปอยู่สวรรค์นี้ไม่ได้อะไร กินดอกเบี้ยอยู่นั่นแหละ พอเห็นหอปราสาทของคนอื่นใหญ่กว่าเรา มันมีกิเลส คิดว่าลงไปสร้างอีกดีกว่า ไปเกิดซะ บ่อยู่ ลงไปสร้างบุญ

...พอกลับลงมาแล้ว เอาแล้วว ชวนเข้าวัด บ่เข้าอีกแล้ว มืดตึบอีกแล้วว มันหลง ลงมาเมืองมนุษย์ มันหลงอีก มันทำให้เราวนอยู่ตรงนี้แหละ แต่เจตนาทุกคนอยากลงมา สร้างความดี เพื่อให้พ้นทุกข์ แต่กลับลงมาแล้ว มาสร้างทุกข์ให้เพิ่มขึ้น มันต้องอยู่ในพระโสดาบันบุคคลก่อนจึงจะไม่หลง อยู่ใต้พระโสดาบันเลยลำบาก สวรรค์ก็ได้ไป แต่ยังไม่ได้เข้าเขตโลกุตระ มันหลงอย่างนี้ ก็เลยกลับตกต่ำไปอีกได้
 หลวงปู่เปลี่ยน ปัญญาปทีโป




“ความเคยชิน”

...ถ้าหากเราปล่อยไปตามอารมณ์ของใจ เรื่อย ๆ ไป ก็จะกลายเป็นความเคยชิน กลายเป็นนิสัยไป ถ้าหากเป็นด้านฝ่ายต่ำ ยกตัวอย่าง ความโกรธ ความแค้น อย่างที่กล่าวมาแล้ว หากแช่อยู่ในจิตใจของเราตลอดเวลา กลางคืนก็อยู่อย่างนั้น กลางวันก็อยู่อย่างนั้น ตกลงก็กลายเป็นนิสัย เรียกว่า เป็นเครื่องแช่ เครื่องหมัก เครื่องดอง ดองจิตใจของเราให้เป็นไปตามรูปนั้น ตามธรรมะท่านเรียกว่า “อาสวะ” คือ ความดอง หรือเครื่องหมักเครื่องดอง ดองจิตใจของเราไปเป็นไปในด้านฝ่ายต่ำ ถ้าหากดองไปนาน ๆ หลายครั้ง หลายหนเข้า ก็กลายเป็นนิสัย เป็นวาสนา บารมีไป จิตใจก็นับแต่วันจะมืดมน อนธการ ไปหลายวิธี หลายอัน หลายอย่าง จึงไม่มีหนทางจะมองไปข้างหน้า ว่าอันไหนดี ไม่ดี...

หลวงปู่ศรี มหาวีโร
 เทศนา เรื่อง เครื่องหมักดองจิตใจ






คำสั่งสอนขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีอยู่ในตำรา ถ้าเราปฏิบัติได้เมื่อไหรก็อยู่ในตัวของเราทุกคน พระพุทธเจ้าแบ่งไว้ให้เราทุกคนแล้ว แต่เราจะทำเอาได้มากหรือน้อย มันอยู่ที่กำลังศรัทธาของพวกเรา อยู่ที่การปฏิบัติของเรา อยู่ที่ความพยายามของเราที่จะทำความดีอยู่ตลอดเวลา เดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา ทำบุญให้ทาน รักษาศีลอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้เราก็จะได้มาก เมื่อทำได้มากเวลาที่เราละจากโลกนี้ไปแล้ว เราก็จะไปอยู่บนสวรรค์นานๆไม่ต้องมาเกิดง่าย

โน้นแหละ...ความปรารถนาของพวกเราทุกวันนี้ปรารถนานิพพาน “นิพพานัง ปัจจโย โหตุ” ว่าทุกวันนี้นะ นี้คือความปรารถนา เมื่อปรารถนาอย่างนี้อยู่ไกลไหมละนิพพาน ? ถ้าเป็นคนมีบุญไปอยู่สวรรค์นานๆ ความสุขถึงจะนานก็ว่าไม่นาน เหมือนกับว่า 20 ปี 30 ปี เทียบกับโลกมนุษย์เรานี้นะ เหมือนกับเรามีอายุ 20 ปี 30 ปี 50 ปี หรือ 100 ปี ก็เจอพระศรีอริยเมตไตรแล้ว พอพระศรีอริยเมตไตรลงมาตรัสรู้แล้ว เราก็มาเกิดได้ฟังธรรมของพระองค์

นี้ด้วยการสั่งสมธรรมะอยู่ในปัจจุบันนี้ ชำระกิเลสอยู่ในปัจจุบันนี้ ทำบุญทำทานอยู่ตลอดเวลา รักษาศีลอยู่ตลอดเวลา เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนาอยู่ตลอดเวลา ค่อยพิจารณากระแสของกิเลสอยู่ตลอดเวลา

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนาหลวงปู่ไม อินทสิริ
 วัดป่าภูเขาหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสี
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: