Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
25 มิถุนายน, 2562, 02:43:43

   

ผู้เขียน หัวข้อ: มีสติ มีธรรมะ  (อ่าน 203 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 3,085
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 08 ธันวาคม, 2561, 05:46:11 »

คำสอนของหลวงปู่

..ครั้งหนึ่ง หลวงปู่แหวน ได้เมตตามาหาท่านในนิมิต คลุมสังฆาฏิเรียบร้อยมายืนตรงบันไดกุฏิ หลวงปู่สอนว่า

"ให้เร่งภาวนา ให้ถึงนิพพานในภพนี้ให้ได้ ขณะนี้ยังภาวนาไม่ดี ให้ภาวนาไปเรื่อยๆ"

"ธรรมดาการเจริญภาวนาของคนเรา ถ้ายังมีทิฐิมานะแข็งกระด้างอยู่ การภาวนาก็ไม่สามารถทำให้สงบได้ง่ายๆ เพราะจิตใจแข็งกระด้าง"

..ต่อมาพระอาจารย์เปลี่ยนได้นิมิต เห็น แม่บัวคำ และหลวงปู่แหวน ในนิมิต แม่บัวคำเคยเป็นลูกสาวคนเล็กของหลวงปู่ และพระอาจารย์เปลี่ยนเคยเป็นหลานของหลวงปู่ ดังนั้นหลวงปู่จึงมีเมตตาต่อท่านเสมอ

..พระอาจารย์เปลี่ยนพบว่า หลวงปู่แหวนมาคอยควบคุมท่านอยู่ตลอดเวลา ขณะนั่งสมาธิ จะเห็นหลวงปู่มายืนคุมอย่างน้อย 30 นาที เป็นการฝึกสติอย่างดี เมื่อท่านเผลอไปคิดเรื่องอื่น หลวงปู่แหวนจะเดินไปเตือนทันที

..ขณะใดก็ตามที่หลวงปู่เดินจงกรมอยู่ หากเห็นพระอาจารย์เปลี่ยนแล้ว หลวงปู่มีเรื่องจะเทศน์สั่งสอน ท่านจะเดินจงกรมมาหา เพื่อจะเทศน์ให้ฟัง หลวงปู่จะเทศน์เตือนท่าน
"ปฏิบัติให้ดี ได้มาอยู่ในที่สงบสงัด และ มาปฏิธรรมด้วยกัน ให้พยายามให้มาก ไม่ต้องคิดสงสัยอะไร มรรคผล นิพพานยังมีอยู่เต็มบริบูรณ์ ให้รีบตั้งใจทำให้ถึงจุดหมายปลายทาง ให้หมั่นขยันเดินจงกรม นั่งภาวนา อย่าเห็นแก่นอน ให้นึกถึงความตายบ่อยๆ จะได้ไม่พลาดพลั้งแก่ใคร เมื่อนึกถึงความตายบ่อยๆแล้ว ใจจะนึกอยากทำแต่ความเพียร อยากจะเดินจงกรม อยากจะนั่งปฏิบัติธรรม เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็อย่าคิดไปสร้างอะไร ให้สร้างแต่ความเพียร "

"อารมณ์ ทุกข์ สุข นี้ มันอยู่ในไตรลักษณ์เหมือนกัน ท่านต้องพิจารณาอย่างที่อธิบายมา พิจารณาจริงๆ เพราะเหตุนี้ ท่านจึง ไม่ควรที่จะไปก่อสร้างเกี่ยวกับสิ่งภายนอก ทำตัวเราให้ดีเสียก่อน เมื่อเราปฏิบัติดีแล้ว ญาติโยมมาทำบุญก็จะได้บุญมาก ทำตัวเราให้ดีนั้นเป็นทอง ส่วนสิ่งที่ก่อสร้างนั้นมันเป็นผง ผลพลอยได้อย่างอื่นนั้นมาเอง"

..ครั้งหนึ่ง ใจคิดอยากจะไปอยู่ป่าช้าหลังวัด จึงเดินออกไปดูเห็นขี้เถ้า กระดูกต่างๆอยู่บนดิน นึกอยากจะเห็นผี แต่ไม่มี อะไรมาปรากฏให้เห็น จึงกลับมานั่งที่ศาลาพิจารณาอีก ได้ส่งจิตไปดูที่ป่าช้า ได้นิมิตการแห่ศพเข้ามาในป่าช้า การเผา และพิธีกรรมต่างๆ ถึงเวลากลางคืนจึงขึ้นไปนอน ได้คิดถึงคำสอนของพระพุทธองค์ ให้พิจารณาดูว่ากระดูกนอนอยู่บนพื้น ขณะพิจารณาก็ได้นิมิตเห็นหลวงปู่แหวนมาปรากฏที่บันได หลวงปู่มาพูดให้กำลังใจ
"ดีแล้วที่กำหนดกระดูกขึ้นมาพิจารณา ให้กำหนดไปเรื่อยๆ อยู่บนกุฏิก็พิจารณาไป จะได้ไม่เสียเปรียบใคร ครูบามั่นก็ให้กำหนดกระดูกนอนอยู่บนพื้น อย่าให้มีตัวมีตนมีเนื้อมีหนัง ให้เห็นแต่กระดูกจนมันแตกสลายไป จะได้ไม่สำคัญว่ามีตัวตนของตนเองเกิดขึ้น ให้หมั่นทำจนชำนาญในที่สุด ให้ทำอยู่อย่างนี้นะ"
 ...แล้วหลวงปู่ก็หายไป

.....
หนังสือ ประวัติส่วนตัว การจำพรรษา และการออกธุดงค์ พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป






ผู้ใดไม่มีสติ ไม่มีธรรมะ
 ชีวิต 100 ปีไม่ประเสริฐ
 ผู้มีธรรมะเพียงวันเดียว
 เพราะมีรสพระธรรม
 ในหัวใจที่ได้สัมผัส
ยกมือไหว้ตัวเองได้ คุ้มค่าแล้ว

หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ





หลวงปู่ก็สงสัยมานานทั้งๆที่หลวงปู่ก็บวชมานาน!?

อย่างที่เราเห็นพระพุทธเจ้านี้ อันนี้จินตนาการกันขึ้นมาในสมัยก่อนน่ะ ปกติพระพุทธเจ้าก็มีเกศาเหมือนกับพวกเรา แต่มันต่างกันอยู่ที่ว่าพระพุทธองค์นั้นทรงผนวชเข้ามา เกศาก็เป็นก้อนๆทั่วศรีษะไม่ได้ทำเองน่ะ เส้นผมม้วนเข้ามาๆเหมือนก้นหอยทั่วศรีษะ นับตั้งแต่ตัดผมวันแรกน่ะ พระองค์เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา เอาพระขรรค์ตัดใต้โคน ไม่ได้ปลงผมเหมือนพวกเรานะ แล้วเกศานี้ก็ม้วนตัวเข้ามาที่เหลืออยู่ พวกเรายังไม่เคยเห็นนะ เส้นเกศาที่ม้วนเข้า เส้นผมนี่ละที่ม้วนเข้ามาเป็นก้อน มันจะเป็นไปได้หรอ ?

หลวงปู่ก็สงสัยมานานทั้งๆที่หลวงปู่ก็บวชมานาน!? สงสัยว่าจะเป็นไปได้หรอ ที่จะม้วนหรือขดเข้ามาเป็นก้นหอย เหมือนหอยขมนะ อยู่มาปีหนึ่งหลวงปู่อยู่วัดป่าหนองช้างคาว จ.อุดรธานี มีโยมที่ไปรักษาอุโบสถศีลร่วมกันกับหลวงปู่อยู่ที่วัด เป็นโยมผู้หญิงไปกับสามี คนก็อายุ ๘๐กว่าปีแล้วละ สามีอายุ ๘๕ ภรรยาอายุ ๘๓ เป็นคน อ.กุมภวาปีนี้น่ะ เขาไปรักษาศีลอยู่ที่นั้น บางครั้งก็ไปเป็นเดือน (หลวงปู่) เอ๋...ยายคนนี้ทำไมมาบ่อยแท้ ? ทั้งๆที่เมือก่อนก็ไม่รู้จักกัน มาเห็นหลวงปู่อยู่ในกระท่อมไม่ค่อยออกมาบิณฑบาต เขาก็เลยอยากจะไปศึกษาอยากไปปฏิบัติ แต่ตอนไปน่ะเส้นผมเขาก็ปกตินี้แหละ เขาปล่อยไว้ผมยาวตกมากลางหลังเลย

...มีวันหนึ่งเขานั่งสมาธิภาวนาอยู่ที่บ้าน
 วันนั้นเป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ เขาก็นั่งสมาธิ สมาทานศีล เจริญจิตภาวนา พอนั่งสมาธิไปถึงเที่ยงคืน เขาก็นอนลง ผมที่ยาวๆน่ะมันม้วนเข้ามาทีนี่ ม้วนเข้ามาๆเขาก็พยายามดึงผมออก ลุกขึ้นมาไม่ได้นอนเรียกสามีให้ขึ้นมาดึงผมออกช่วยกัน แต่มันก็ม้วนเข้าๆผลสุดท้ายจนถึงตี ๔ โอ้ยไม่ไหวแล้ว!! เอาหวีมาหวีออก ก็หวีไม่ได้ มันม้วนเข้ากันอย่างนี้เลย ผลสุดท้ายปล่อย พอเขาปล่อยแล้ว มันสานเข้ากันเลยเด้ มันก็แปลกน่ะ!? เส้นผมนี่มันสานเข้าข้างในด้วยกัน ไม่รู้มันสอดเข้าไปได้ยังไง เส้นหนึ่งจะเอาออกก็เอาออกไม่ได้เด้ มันม้วนเข้าไปหมด และเป็นก้อนๆตั้งเป็นก้อนๆขึ้นมาเหมือนเศียรพระพุทธรูปที่เป็นปางพระคันธราชนั้นน่ะ ลักษณะอย่างนั้นเลย

...ทีนี้เขาก็เลยตัดสินใจว่า...เอ๋ จะทำยังไงเป็นปีก็ยังไม่ออก ไม่ได้หวีผมตั้งแต่นั้นมาเป็นปีเลยน่ะ ทีนี้ขาก็คุยกันกับสามีว่าจะทำยังไง เราก็แก่แล้ว ถ้าเกิดเราตายไปแล้วลูกหลานของเราจะทำยังไง ถ้าอย่างงั้นเอามีดโกนมา แต่งขันธ์ดอกไม้บูชาขึ้นแล้วก็ตัด ให้สามีตัดให้รอบเลย พอตัดออกแล้วก็ยกออกไปตั้งใส่พานไว้ ลูกหลานได้กราบไหว้จนทุกวันนี้

..."นี้คนธรรมดาน่ะ" ผมยังสานเข้าไปอย่างนั้น
 แต่ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่อย่างนั้นน่ะ!! ของพระพุทธเจ้าน่ะเป็นรอบศรีษะขมวดเข้ามาไปเป็นก้นหอยขมทั่วๆศรีษะ นั้นแหละตั้งแต่บวชเข้ามาจนถึงปรินิพพาน พระองค์ไม่เคยปลงผม ไม่เหมือนกับพวกเรา พวกเรานี่ตัดทุกเดือน

...นี้แหละตั้งแต่หลวงปู่เห็นโยมผู้หญิงคนนั้น
 ก็เลยพิจารณาว่า...โอ้ พระพุทธเจ้าประเสริญกว่านั้น ก็ต้องเป็นแน่นอน ก็เลยมีความเชื่อมั่นว่าเป็นแน่ ขนาดผู้หญิงคนนี้ยังเป็น ดึงออกก็ยังไม่ออก ก็ยังเป็นไปได้ นี้แหละเหตุผลที่ว่า เราต้องเห็นเสียก่อนเราถึงเกิดความเชื่อ แม้แต่คนธรรมดาก็ยังเป็นได้ ทำไมพระพุทธเจ้าถึงจะเป็นไม่ได้ สิ่งที่น่าอัศจรรย์มันเกิดขึ้น เขาก็เกิดความศรัทธาความเลื่อมใส เขาไปดูพระพุทธรูปที่คนสร้างนะ เขาก็เกิดศรัทธาเพราะของเราก็เป็น แต่ของเขาเป็นก้อนเดียวม้วนขึ้นไปและก็ข้างล่างบานลงมาเป็นสองส่วนน่ะ ดูสวยๆเด้ ไม่มีเส้นแทรกออกมาสักเส้นเลย จะเหน็บลงไปทุกเส้นเลย ไม่มีคนม้วนให้น่ะมันม้วนเข้าไปเองเด้

พระธรรมเทศนาหลวงปู่ไม อินทสิริ
 ในงานพิธียกยอดฉัตรพระมหาเจดีย์ศรีสามหมื่นทุ่ง วัดป่าบ้านมูเซอสามหมื่นทุ่ง อ.แม่สอด จ.ตาก
 วันที่ ๐๕ ธ.ค.๕๙

ถอดจากเทปพระธรรมเทศนาหลวงปู่ไม อินทสิริ





“ปัญหามันจะใหญ่ หรือเล็ก
 มันขึ้นอยู่กับว่า
 เราให้ความสำคัญมันแค่ไหน
 ถ้าคุณไม่ไปหมกมุ่น
 ไม่เอาใจไปฝักใฝ่กับมันมาก
ตั้งสติขึ้นมา คุณจะเห็น
 ทางออกของปัญหา”

 หลวงปู่หา สุภโร






"มีรักที่ไหน มีทุกข์ที่นั้น
 ความรักความใคร่ มันโตขึ้นมาได้
 รักน้อยๆ ต่อไปมันก็รักมากเข้าๆ
 เมื่อไรจะออกจากกันได้

 ถ้าจะออกจากกัน ก็เป็นห่วงเป็นทุกข์
 ความผูกความพัน มันเหนียวแน่นมาก
 เหนียวแน่นจนลืมตัวเอง"

หลวงปู่ท่อน ญาณธโร






“ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้
 ก็อย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง”
ท่านพุทธทาสภิกขุ




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: