Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 ธันวาคม, 2561, 22:57:35

   

ผู้เขียน หัวข้อ: โกรธแล้วหายโกรธ  (อ่าน 54 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,924
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 23 พฤศจิกายน, 2561, 06:37:23 »


“โกรธแล้ว หายโกรธเอง
 กับโกรธแล้ว หายโกรธ เพราะให้อภัย
 ไม่เหมือนกัน

โกรธแล้ว หายโกรธเอง เป็นเรื่องธรรมดา
ทุกสิ่ง เมื่อเกิดแล้วต้องดับ
 ไม่เป็นการบริหารจิตแต่อย่างใด

แต่โกรธแล้ว หายโกรธ เพราะคิดให้อภัย
 เป็นการบริหารจิตโดยตรง
 จะเป็นการยกระดับของจิตให้สูงขึ้น ดีขึ้น มีค่าขึ้น”

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ



"คนเรา ถ้าหากไม่มีเมตตา
 หวังดีต่อกันแล้ว มันก็ไม่ผิดแผก
 จากสัตว์เดรัจฉานเลย

เอาแต่ได้ เอาแต่ดี
เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว

ไม่คิดถึงความทุกข์
 ความเดือดร้อนของคนอื่น
 ก็เหมือนสัตว์ทั่วไป เท่านั้นเอง"

 หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี





.. "ลอยบาป" ..

ได้ทำบาป เป็นนรกทางตา
 ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น
 ทางกาย ทางใจ ไว้มากแล้ว
ก็มาลอยบาปนี้ กันเสียบ้างเถิด

เมื่อหย่อนกระทงลงไปในน้ำ
 ก็อธิษฐานจิตว่า เอาบาปของกูไปด้วย
 นี่เรียกว่า ลอยบาปไปเสีย
 มันจะได้หมดบาป

แต่ว่า ต้องทำด้วยจิตใจจริงๆ
 คือ มีสติสัมปชัญญะทำ และก็มีหิริโอตัปปะ
 รู้สึกละอายบาป กลัวบาป
 ทั้งที่ทำมาแล้ว และยังจะทำต่อไปข้างหน้า

อธิษฐานจิต ที่จะไม่กระทำอีก
 จึงมีหิริและโอตัปปะ ให้ยิ่งขึ้นไป
 อธิษฐานใจดังนี้

แล้วก็หย่อนกระทงลอยลงไปในน้ำ
 อย่างนี้ ก็จะต้องเรียกว่า ลอยบาปแน่นอน
 ให้มันหมดบาป

ท่านพุทธทาสภิกขุ

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: