Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
15 พฤศจิกายน, 2561, 17:30:21

   

ผู้เขียน หัวข้อ: อาหารใจ  (อ่าน 42 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,891
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 02 พฤศจิกายน, 2561, 07:01:22 »


"อาหารใจ มันสำคัญกว่าอาหารกาย
 แต่พวกเรา มันมัวเมาแต่เลี้ยงร่างกาย

กายมันได้อะไรบ้าง
 ตายไป ใครเอาไปได้ไหม
เอาไปแต่สมบัติใจเท่านั้น"

 หลวงปู่จาม มหาปุญโญ




"คู่รัก ถ้าหากพลัดพรากจากกัน
 หรือล้มตายหายสูญ
 หรือเจ็บไข้ได้ป่วย
 ผู้ใดไม่เป็นทุกข์ เป็นโศก
 หรือไม่อาลัยอาวรณ์
เขาถือว่าไม่รักใคร่กัน

ในทางพุทธศาสนา ท่านสอนว่า
 ให้เห็นตามความเป็นจริง
 เมื่อเห็นแล้ว ทอดธุระปล่อยวาง
 แล้วจึงค่อยเป็นสุข

แต่ในโลกนี้
 ถ้าหากทอดธุระปล่อยวาง
 เขาไม่นิยมในความดี
 การยึดถือความนิยม อันนี้แหละ
 ปิดกั้นธรรมคำสอน ของพระพุทธเจ้าไว้
 ไม่ให้เห็นความจริง"

 หลวงปู่เทสก์ เทศรังสี





"กรรม แปลว่า การกระทำ
 จะร้ายจะดี จะสุขหรือทุกข์
 ย่อมเกิดมาแต่กรรม

ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
กัมมุนา วัตตติ โลโก
 สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ข้อสำคัญ ควรนึกถึง นรกในปัจจุบัน
 ที่เรียกว่า นรกในใจให้มาก
 อย่าให้บาป เกิดขึ้นในใจ

ให้รักษาใจให้บริสุทธิ์ อย่าให้เศร้าหมอง
 ถ้าใจเศร้าหมองด้วยบาปอกุศล
 ก็มีทุคติ คือ อบายเป็นที่ไป
 บังเกิดเที่ยงแท้แน่นอน ไม่ต้องสงสัย"

ครูบาเจ้าพรหมมา พรหมจักโก





"บุญ เหมือนแก้วสารพัดนึก
 ความทุกข์บางอย่าง ถ้าไม่มีบุญแล้ว
 ช่วยไม่ได้จริงๆ"
 หลวงปู่หลุย จันทสาโร




ผลบุญของแม่บัวใส

แม่บัวใสได้ถึงแก่กรรมใน พ.ศ.๒๕๒๒ พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป อยากทราบว่านางไปอยู่ที่ใด วันหนึ่งท่านได้กำหนดจิตไปดูที่ปราสาทจตุรมุขรูปทรงเจดีย์ ซึ่งท่านเคยมาครั้งหนึ่ง เมื่อสร้างเจดีย์ที่วัดอรัญวิเวก (บ้านปง) เสร็จ ครั้งนี้ท่านได้เห็นบริเวณโดยรอบของปราสาทมีหญ้าอ่อนนุ่ม เหมือนหญ้านวลน้อยสีทอง ขึ้นเต็มไปหมด มีแถวกุหลาบปลูกเรียงรายเป็นแถวสุดสายตา ...

ปรากฏมีเทพธิดานางหนึ่งเดินลงมาจากปราสาทสีทอง (แต่งกายด้วยชุดสีเขียว เสื้อแขนทรงกระบอก ห่มผ้าสไบสีเขียวอ่อน) และเข้ามากราบพระอาจารย์เปลี่ยน พร้อมกับถามว่ามาเยี่ยมแม่หรือ พระอาจารย์เปลี่ยนได้ให้เทพธิดานั้นนิรมิตกายเป็นแม่บัวใสเมื่อครั้งมีชีวิตอยู่ให้ดู จึงแน่ใจว่าไม่ผิดตัว ท่านจึงต่อว่าแม่บัวใสที่ไม่ลงไปเยี่ยมที่วัดเลย นางเทพธิดาจึงบอกว่า บนสวรรค์สุขสบายมากจึงไม่อยากไปไหน บนสวรรค์มีความสุขสบายเกินกว่าที่เคยคาดไว้ ทำให้เพลิดเพลินเจริญใจจนลืมตัว ลืมนึกถึงเรื่องราวยุ่งยากนานานัปการที่เคยประสบบนโลกมนุษย์อย่างน่าแปลก

ถ้าลูกไม่ขึ้นมาให้เจอบนสวรรค์แม่คงยังไม่นึกถึงแน่นอน ...

เมื่อยังมีชีวิตอยู่เวลาไปวัดทุกวันพระ แม่บัวใสจะมีดอกไม้ถือติดมือไปจำนวนมาก และจะจัดหาน้ำปานะเลี้ยงพระเณรด้วย นอกจากนั้นจะพิถีพิถันในเรื่องความสะอาด และความเป็นระเบียบ สวยงาม จะปัดกวาดดูแลวัด และสถานที่ให้เรียบร้อยตลอดเวลา แม่บัวใสเป็นผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารี ถ้ามีคนจนไปวัดจะแจกเงิน และเรียกให้รับประทานข้าวปลาอาหารร่วมกัน ..

เมื่อนางจะเดินทางไปทำบุญที่ใดจะมีผู้มาขอร่วมทำบุญด้วยเสมอ บางคนเห็นนางกำลังเตรียมของเพื่อทำบุญก็จะมอบเงินไว้ให้ร่วมทำบุญ บางคนถึงกับอธิษฐาน...ขอเกิดเป็นลูกบัวใสเลยก็มี...

แม่บัวจันทร์ น้องของแม่บัวใส ถือศีลเฉพาะวันพระ โดยถืออุโบสถศีล เมื่อสิ้นชีวิตไปได้ไปสถิตย์อยู่สวรรค์ชั้นตาวติงสา...

แม่บัวคำน้องอีกคนหนึ่ง ได้ใส่บาตรและอุปัฏฐากหลวงปู่แหวนเป็นประจำ จนหลวงปู่แหวนไปอยู่ดอยแม่ปั๋ง แม่บัวคำยังตามไปอุปัฏฐาก แต่เป็นผู้ละความโกรธไม่ได้ ใจคอหงุดหงิดตลอดเวลา ความโกรธทำให้จิตตกต่ำ จึงไปได้ไม่ดีนักเมื่อสิ้นชีวิตจึงอยู่ชั้นตาวติงสา...

พระอาจารย์เปลี่ยนเล่าว่า ปกติเวลาเทพบุตร เทพธิดา จะจุติลงมาเป็นมนุษย์ ทุกองค์มีความตั้งใจจะลงมาสร้างคุณงามความดีเพื่อยกภูมิของตนให้สูงขึ้น

แต่พอมาเป็น...มนุษย์จะลืม และหลงไปในอบายมุขในโลก...ไม่สร้างกรรมดีตามที่ตั้งใจ...ซ้ำกลับต้องตกต่ำลงกว่าที่ตนเคยเสวยสุขอยู่เสียอีก

บนสวรรค์เมืองแมนแดนสวรรค์ท่านว่าสุขทุกขณะจิต...ส่วนผู้เสวยบาปต้องลงนรก ลำพังความเดือดร้อนจากไฟนรกก็แสนสาหัส ไม่ต้องถูกลงทัณฑ์ ทรมาน ชาวนรกก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันอยู่แล้ว...

ในนรกท่านก็ว่าเป็นทุกข์ไม่มีเวลาสุข ทุกขณะจิตเช่นกัน อุปมาคนเอาฆ้อนทุบพราดโดนหัวแม่โป้งตนเองเต็มรับทุกทรมานสาหัสจนลืมญาติทีเดียว....เอวัง

ที่มา ประวัติของ....พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป





"เพราะความตายไม่สู้จะแน่นัก อาจมาถึงวันไหนก็ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นเรื่องที่ซึ่งควรจะเตือนตัวเองอยู่เสมอ พยายามนึกถึงความตายให้บ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งกระตุ้นและชวนให้เรานี้รีบทำความดี"
หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
 วัดเขาสุกิม จันทบุรี

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: