Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
15 พฤศจิกายน, 2561, 17:29:20

   

ผู้เขียน หัวข้อ: 4 อิริยาบท  (อ่าน 35 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,891
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 01 พฤศจิกายน, 2561, 07:12:03 »

ที่เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงอยากรู้ สมเด็จพระสังฆราชท่านกล่าวไว้ดังนี้

“...อันกรรมไม่ดีนั้น มีคู่ที่มักจะใช้ด้วยกันคือมีความหมายไปในทางที่ไม่ดีคือคำว่า “เจ้ากรรมนายเวร” ผู้ที่มีสัมมาทิฐิย่อมไม่ปฏิเสธความเชื่อที่มีอยู่ว่าเจ้ากรรมนายเวรนั้น “มี” ไม่ใช่ไม่มี

เจ้ากรรมนายเวรนั้นคือ “ผู้ที่ถูกทำร้ายก่อนและผูกอาฆาตจองเวร” หากไม่มีอาการอาฆาตจองเวรก็ไม่ถือว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเขาย่อมเป็นผู้ไม่คิดร้าย ไม่ติดตามทำร้ายให้เป็นการตอบสนองหรือที่เรียกกันว่าแก้แค้น

ผู้ที่มีสัมมาทิฐิหรือมีความเห็นชอบแม้จะมองไม่เห็นหน้าตาของเจ้ากรรมนายเวรแต่ก็ย่อมไม่ประมาทและย่อมไม่เห็นเป็นความเหลวไหลไม่มีเหตุผล

เหตุที่เรามีเจ้ากรรมนายเวรก็เพราะ เราต่างก็มีภพชาติมานับไม่ถ้วนในอดีต ต่างก็ทำกรรมดีและไม่ดีเอาไว้นับไม่ถ้วนในภพชาติทั้งหลายนั้น เจ้ากรรมนายเวรที่ได้ไปก้ำเกินเบียดเบียนทำร้ายไว้ ก็ย่อมมีไม่น้อยเช่นกัน

ทำนองเดียวกันกับผู้ที่เป็นบิดามารดาบุพการี หรือผู้มีพระคุณก็ต้องมีมากมาย แม้ชาตินี้ไม่อาจจะล่วงรู้ได้ว่าเป็นใครต่อใครบ้าง แต่ก็จงพึงยอมรับว่า เจ้ากรรมนายเวรมีอยู่ในภพภูมิที่พ้นความรู้เห็นของผู้ไม่มีความสามารถและทั้งในภพภูมิเดียวกันกับเราทั้งหลายนี้ด้วย

ทั้งเจ้ากรรมนายเวรและผู้มีพระคุณนั้น เมื่อจะทำการขอโทษท่านก็ต้องพึงทำเช่นเดียวกับเมื่อการที่เราจะตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ คือการทำบุญทำกุศลด้วยความตั้งใจจริงที่จะอุทิศให้แล้วก็ตั้งใจจริงที่จะบอกกล่าวให้รับรู้ ให้ยอมรับความเจตนาอันจริงใจที่จะขอโทษและตอบแทน

การตอบแทนและการบอกกล่าวด้วยความจริงใจเช่นนี้

ต่อให้ผู้ที่ไม่มีตัวตนปรากฏให้เห็น นั้นเราไม่เรียกว่า ความหลง ไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล

แต่เป็นการปฏิบัติตนที่ถูกต้องและจะได้ผลอาจนำพาให้พ้นมือแห่งกรรมไม่ดีที่ตามอยู่ได้”

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
 ได้ทรงประพันธ์ไว้ในหนังสือ “อำนาจที่ยิ่งใหญ่แห่งกรรม” ที่มีบทอธิบายถึงเจ้ากรรมนายเวรว่ามีจริงหรือไม่






“ทำสมาธิทำได้ถึง 4 อิริยาบถ ไม่บาปขอให้ทำกัน ถึงแม้ว่าเราจะทำงานประเภทใดก็ตาม เขียนหนังสือก็ตาม หั่นผักก็ตาม อะไรก็แล้วแต่ ขอให้มีสติคุมให้ทัน ให้จิตตั้งมั่นอยู่ในงานที่เราทำก็เป็นสมาธิ สมาธินี่ก็แปลว่าตั้งใจมั่นเท่านั้น”
หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย
 วัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี





พูดถึงการบริจาค ยกหลวงปู่มั่นขึ้นมา เรื่องเงินทองนี่ ถ้าเรามีครอบครัว เราต้องดูแลครอบครัวให้มีความสุข ใครจะถวายเงินหลวงปู่มั่น ท่านบอกพอแล้วหรือ ถ้าพอแล้วก็แบ่งมา ถ้ามีครอบครัว อยากจะได้บุญ ก็เลี้ยงครอบครัวให้มีความสุขก็ได้บุญเหมือนกัน

เดี๋ยวนี้คนเอาแต่ความสะดวก บ้านเล็ก ๆ ก็มีตู้เย็น แต่เป็นตู้หนี้ นี่อำนาจของความอยาก วัดเราจึงไม่ให้เอาเข้ามา เรื่องไฟฟ้า เรื่องอะไรที่จะเป็นหนี้เป็นสินอย่าเอาเข้ามา พระหาเงินไม่เป็นจะไปเบียดเบียนเขา เขามาวัดไม่ได้มาเอาความวุ่นวาย แล้วก็งดกฐินออก คิดถึงคำสอนหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นท่านก็ไม่ได้บอกให้ทอดกฐิน ใครมาท่านก็ให้บังสุกุลเอา ท่านเอาง่าย ๆ

อย่างเรื่องเจ้กไฮ เจ้กไฮไปทำบุญกับหลวงปู่มั่นด้วยความปลื้มอกปลื้มใจ ไปทำอาหารถวายหลวงปู่มั่น ใส่บาตรเสร็จแล้วถึงเวลารับพรเขาก็เรียกเจ้กไฮมารับพร เจ้กไฮว่า อั้วไม่เอา สวดอั้วก็ไม่สวด อั้วได้บุญตั้งแต่อั้วคิดที่บ้าน หลวงปู่มั่นชมเชยเจ้กไฮมาก แต่พวกเรานี่ ยัดใส่มือยังบอก ฉันให้หน่อยน่า ก็ตัวเจตนาเป็นตัวบุญมันเสร็จแล้ว คนมาใส่บาตรตั้งเท่าไร เป็นร้อย ๆ จะให้ฉันหมดต้องฉันตั้งกี่วัน เจตนานั่นคือตัวกุศล ได้แล้วน่ะ คนอิสานนี่ครูบาอาจารย์สอนแนะนำพอเข้าใจกัน คนกรุงเทพนี่ว่าอิมานิอยู่นั่น ก็เลยว่า เวลาตัวเองจะทาน ทานร้อน ๆ อร่อย พระก็อยากร้อน ๆ เหมือนกันนะ ก็ว่าอยู่นั่นน่ะจนข้าวเย็น มันเกินไป

แล้วมีพวกส่งเขียนใส่สังฆทานมาที่นี่ เขียนใส่กระดาษมาเลยนะ สังฆัสสะ โอโนชยามะ มันเกินขอบเขต ส่งกลับเลย รับไม่ได้ คำว่าสังฆทานต้องเข้าหาสงฆ์ พร้อมหน้าสงฆ์ ต้องอยู่ต่อหน้า ยกวัตถุขึ้นมา แล้วว่า อิมานิ สังฆัสสะ ต้องว่าอย่างนี้ นี่เขียนใส่กระดาษมาเลยส่งกลับ มันจะมาสอนพระให้มักง่ายเหมือนกันหมด ไม่มีเวลาก็ไม่จำเป็นต้องส่งมาที่นี่ ส่งไปที่วัดไหนในกรุงเทพเต็มไปหมด ทำไมมาทำอย่างนี้ แต่คนเขานิยม มันวุ่นวาย เราเลยเลิกกฐินออก มันวุ่นวาย กว่าจะเสร็จ เสียเวลาทำการทำงาน เลยส่งกลับไป แล้วเขียนบอกห้ามส่งมาอีก สังฆทานใส่กระดาษนี่ สงฆ์ไม่พร้อมที่จะรับ

แล้วมาเขียนสอนพระให้ทำด้วยนะ เขียนมา อิมานิ มะยังภันเต อิมานิ สังฆัสสะ โอโนชยามะ เขียนมาถวายสังฆทาน นี่บวชมาไม่ได้บวชมาโง่ ๆ ไม่รู้จักสังฆทานคืออะไร ไปดูบ้างสิ ต้องพร้อมหน้าสงฆ์ แล้วต้องอยู่ต่อหน้าว่า ยกของขึ้นว่าอิมานิ นี่จะมาทำงู ๆ ปลา ๆ ไม่ได้ จนต้องเขียนบอกไม่ต้องส่งมาอีก ไม่สะดวกจะรับสังฆทานแบบเขียนใส่กระดาษมา ต้องแนบกลับให้เจ็บ ๆ เลย จะได้เข็ด ถ้าได้มาไม่ชอบธรรมมันก็มิจฉาอาชีโว เลี้ยงชีพไม่ชอบธรรม ไม่ถูกธรรมถูกวินัยก็เป็นอาบัติ ถ้าเป็นของฉัน ได้มาไม่ถูกธรรมถูกวินัย ฉันไปก็เป็นอาบัติทุกคำกลืน วินัยนี่ละเอียด ถ้าไม่ถูกต้องก็ไม่เอาแล้ว เอากลับไป ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องฉัน เราไม่เล่นด้วย

หลวงปู่ทุย ฉนฺทกโร
 ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๑





"วันหนึ่งๆ อย่าได้ลืม การให้ทานก็ดี
 การรักษาศีลก็ดี การภาวนาก็ดี
 นี่เป็นสมบัติของมนุษย์เรา
 ที่จะสั่งสมคุณงามความดี ทั้งหลาย
 จากการกระทำเหล่านี้ เข้าสู่ใจของตน
อย่าให้ได้ขาดวัน ขาดคืน

เวลาตายแล้ว หมดท่าทั้งนั้นแหละ
 ไม่ว่าชาติชั้นวรรณะใด ตายแล้วก็ทิ้งโด่อยู่
 เขาเอาศพ เอาเมรุ เอาชนิดไหนมาประดับประดา
 ก็ประดับประดาคนตาย มีคุณค่าอะไร

เพราะฉะนั้น เราจึงต้องเสาะแสวงหาความดี
 มาประดับประดาจิตใจของเรา เสียตั้งแต่บัดนี้
 จะไม่เสียที ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และ
 พบพระพุทธศาสนาด้วย"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





"เรารักตัวเรา คนอื่นก็รักตัวเขา

เราไม่อยากให้ใคร ทําเช่นไรกับเรา
 คนอื่นก็ไม่อยากให้เรา ทําเช่นนั้นกับเขา

 เราอยากให้คนอื่น ทําดีกับเราอย่างไร
 คนอื่นก็อยากให้เรา ทําดีกับเขาอย่างนั้น

ขอให้พยายาม คิดถึงความจริงนี้
 ให้บ่อยที่สุด เท่าที่จะมีสตินึกได้
 จะเป็นคุณแก่ตนเองอย่างยิ่ง

การคิด พูด ทําทั้งหมด จะเป็นไปอย่างดีที่สุด
 ไม่เป็นการทําร้ายผู้อื่น ไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่น"

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: