Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
15 พฤศจิกายน, 2561, 17:31:46

   

ผู้เขียน หัวข้อ: รีบสร้างแต่ความดี  (อ่าน 51 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,891
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 26 ตุลาคม, 2561, 04:36:28 »

รีบสร้างเอาแต่ความดี จะมีที่พึ่งของตนเอง"

#โอวาทธรรมคำสอน#
พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป วัดอรัญญวิเวก (บ้านปง) อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่






"เรามาเจริญพระกรรมฐาน ต้องการธรรมชาติ
 ไม่ต้องการความเลอเลิศแต่ประการใด
 ของจริงแท้แน่นอนคือธรรมชาติ
 แต่เราเลยธรรมชาติกันไปหมด
 ทั้งๆที่อยู่ในตัวเรานี่เอง
คือ ปัญญาที่ได้มาจากการเจริญพระกรรมฐาน
 ที่จะทำให้เราได้รู้ว่าที่แท้จริงแล้ว
 ธรรมชาติของตัวเราเองนั้นเป็นอย่างไร"

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม




ให้ตั้งตนอยู่ในที่ชอบ
 อย่าไปตั้งอยู่ในที่ชั่ว
 รักษาศีลให้ทาน
 หัดทำสมาธิอย่าให้ขาด
 หลวงปู่ขาว อนาลโย






...ถ้าสามารถ"ระงับดับความอยาก"
ที่จะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้
 ที่ต้องอาศัยร่างกายเป็นเครื่องมือ
 เราจะไม่เดือดร้อนเลย

.
ถ้าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต
 ไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่กับที่ก็อยู่ไป
 ใจไม่ได้อยากจะไปไหน
 ก็ไม่เดือดร้อน..
ใจมีความสุขเหมือนเดิม
"ถ้ารู้จักทำความสงบให้เกิดขึ้น"

.
ความทุกข์เกิดจากความดิ้นรน
 ตะเกียกตะกายตามความอยาก
"ความอยาก" ทำให้จิต
 กระเสือกกระสนดิ้นรน
 ก็เลยเกิดความทุกข์ขึ้นมา

.
เวลาได้ทำตามความอยาก
 ก็มีความสุข ..นี่เป็นจิตของ
"คนที่ไม่เคยพบกับความสงบ"

.
แต่คนที่พบกับความสงบแล้ว
 กลับเห็นการกระเสือกกระสนนี้
 เป็นความทุกข์ เป็นความวุ่นวาย
 เวลาจะทำอะไรถ้าเรื่องมาก
 ก็ไม่ทำดีกว่า..
 "อยู่เฉยๆนี่แหละแสนจะสบาย".
 .....................................
 .
คัดลอก(กำลังใจ20) กัณฑ์234
ธรรมะบนเขา 12/3/2549
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี





"เรื่องโชคต่าง ๆ เรื่องเงิน เป็นเรื่องเล็ก โชคบุญเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าบุญมีกับตัวแล้วนั่นแหละเงินก็มาเอง หมั่นทำบุญให้มาก

การทำบุญไม่ใช่ทำจนหมดตัว มีเงินน้อยทำน้อย มีเงินมากทำมาก แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็เอาแรงกายเข้าไปช่วยงานบุญก็จะได้บุญเช่นเดียวกัน การทำบุญเหมือนกับการทำประกันชีวิต บุญนั้นจะเสมือนเกราะแก้วที่จะคอยคุ้มครองตัวเราได้ บุญจึงไม่หนีหายไปไหน เราทำบุญเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลทันตาเสมอไป บุญกุศลที่เราทำจะสะสมไปเรื่อย ๆ เปรียบเสมือนการปลูกข้าว ไม่ใช่ว่าจะได้ข้าวทันที

การสร้างบุญควรจะรีบเสียแต่ตอนที่เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ควรสร้างเสียแต่เดี๋ยวนี้ หากพ้นจากโลกนี้ไปแล้ว เราต้องเสวยกรรมอย่างเดียว"

หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา





เรื่อง "พระอรหันต์ร้องไห้เพราะเกิดปีติธรรมสังเวช"

(ธรรมเทศนา หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)

พระอรหันต์ก็ยังร้องไห้ได้ การร้องไห้มันเป็นกิริยาของกายต่างหาก ตัวร้องไห้มันก็ร้องไป ตัวที่นิ่งเฉยอยู่มันก็นิ่ง พระพุทธเจ้าปรินิพพาน พระปถุชนโศกเศร้าเสียใจ พระอรหันต์ได้ธรรมสังเวช

 ธรรมสังเวชนี่แหละมันทำให้น้ำตาไหล ไม่ใช่ว่าพอสำเร็จอรหันต์แล้วมันจะไม่มีอะไร มันก็เหมือนกับปถุชนธรรมดานี่แหละ แต่สิ่งที่ทำให้ท่านเกิดกิเลสเมื่อก่อนนี้มันหมดไป ความตื้นตัน ความปิติต่างๆ มันเป็นองค์ประกอบของสมาธิ มันก็ต้องมีอยู่เป็นเรื่องธรรมดา

“หลวงปู่โกรธเป็นไหม”

“โกรธเป็น แต่ไม่เอา”

อันนี้คือคำตอบของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล ก็มันแสดงความรู้สึกขึ้นมาเฉยๆ ว่า โกรธแล้วท่านก็ไม่เอา







"อย่าเห็นงานใดเป็นงานสำคัญยิ่งกว่างานเดินจงกรม นั่งสมาธิภาวนา นี่คืองานของพระผู้บวชมาเพื่อชำระกิเลสอาสวะ ซึ่งเป็นเสี้ยนเป็นหนามฝังจมอยู่ภายในจิตใจออกให้หมด เพราะอำนาจแห่งความเพียรนี้เท่านั้น อย่างอื่นไม่มีทางที่จะให้กิเลสหมดสิ้นไปได้ดังใจหมาย

พระพุทธเจ้าเวลาทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อความตรัสรู้ พระองค์มีงานอะไรเข้าไปแทรกเราได้คิดกันบ้างไหม เราระลึกอยู่ทุกวันทุกเวลาว่า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ นั้นน่ะ มีความหมายแค่ไหน เราต้องระลึกถึงปฏิปทาของพระองค์ท่านด้วยซิ เวลาออกทรงผนวชพระองค์มีการงานเป็นความวุ่นวายเพื่อสั่งสมกิเลสความกังวลหม่นหมองที่ไหน….ไม่มี มีแต่ทรงประกอบความเพียรเพื่อการถอดถอนกิเลสโดยถ่ายเดียวเท่านั้น เพียงแต่ยังไม่ทรงทราบวิธีการปฏิบัติ จึงมีความล่าช้าและได้รับความลำบากไปเป็นธรรมดาของผู้นำแห่งสัตว์โลก"

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน

เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด
 เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๑




แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: