Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 06:36:47

   

ผู้เขียน หัวข้อ: บุญวาสนา  (อ่าน 45 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 01 ตุลาคม, 2561, 05:04:33 »


"อย่าคิดว่าตัวเอง บุญน้อยวาสนาน้อย
 แล้วมาพูดให้ตัวเองท้อแท้ คิดแบบนั้น
 มันไม่ถูก

ถ้าคิดว่าตัวเอง บุญน้อยวาสนาน้อย
ก็รีบสร้างเสริมบารมี ให้กับตัวเอง
 ให้มากยิ่งๆ ขึ้นไป ทำให้เต็มที่
 ที่ตัวเองทำได้

คนที่เขามีปัญญา เขาจะมุ่งหน้าทำเอา
 คนไม่มีปัญญา ก็รอเอาแต่ลมแต่แล้ง
 สูญเสียเวลาไป โดยเปล่าประโยชน์ "

 หลวงปู่ชอบ ฐานสโม






"สัตว์เกิดมาในโลก มีนิมิต ๕ คือ

ชีวิตนั้น กำหนดไม่ได้ ๑
 พยาธิป่วยไข้ กำหนดไม่ได้ ๑
 กาลมรณะ กำหนดไม่ได้ ๑
สถานที่ทิ้งศพ กำหนดไม่ได้ ๑
 คติที่จะไปเกิดภพหน้า กำหนดไม่ได้ ๑

นี้แหละ นักปราชญ์เขาไม่ไว้ใจในชีวิต"

หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร






หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ท่านกล่าวว่า
"..พวกญาติโยมพากันมามาก มาดูพระเฒ่าป่วย ดูหน้าตาสิ เป็นอย่างนี้ละญาติโยมเอ๋ย ไม่ว่าพระไม่ว่าคน พระก็มาจากคน มีเนื้อมีหนังเหมือนกัน คนก็เจ็บป่วยได้ พระก็เจ็บป่วยได้ สุดท้ายก็คือ ตาย ได้มาเห็นอย่างนี้แล้ว ก็จงพากันนำไปพิจารณา เกิดมาแล้ว ก็แก่ เจ็บ ตาย

 แต่ก่อนจะตาย
 ทานยังไม่มีก็ให้มีเสีย
 ศีลยังไม่เคยรักษาก็รักษาเสีย
 ภาวนายังไม่เคยเจริญ ก็เจริญให้พอเสีย
 จะได้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ด้วยความไม่ประมาท
 นั้นละจึงจะสมกับที่ได้เกิดมาเป็นคน
 เท่านี้ละ พูดมากก็เหนื่อย"
โอวาทสุดท้ายของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่อนุปาทิเสสนิพพาน





..อย่าให้สิ่งอื่นมาเป็นเหตุอ้างว่า
 ไม่มีเวลาทำบุญ รักษาศีล ปฏิบัติธรรม
 เพราะจะขาดทุน

.
ถูกกิเลสถูกความหลงหลอก
 เพราะความหลงจะให้ความสำคัญ
 ต่อการแสวงหาลาภยศสรรเสริญสุข
"มากกว่าการหาบุญ หากุศล หาธรรม"

.
เราจึงต้องกำหนดตารางเอาไว้เลย
 แล้วปฏิบัติตามให้ได้ คอยติดตามดูว่า
 ได้ทำตามที่ได้กำหนดไว้หรือไม่
 ถ้าไม่ได้ทำก็ต้องแก้ไข
 ไม่เช่นนั้นแล้วชีวิตจะตกต่ำไปเรื่อยๆ
 จะพบกับความทุกข์มากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
 ความสุขที่ได้จากสิ่งต่างๆในโลกนี้
 ก็จะน้อยลงไปเรื่อยๆ

.
เพราะสังขารร่างกายจะแก่
 จะเจ็บไข้ได้ป่วยมากขึ้นไปเรื่อยๆ
 จะใกล้ความตายมากเข้าไปเรื่อยๆ
 ความทุกข์ ความกังวล ความหวาดกลัวต่างๆ
 ก็จะมีมากขึ้นไปเรื่อยๆ

.
ถ้าเข้าหาพระธรรมคำสอน
 ศึกษาและปฏิบัติตาม ก็จะใกล้ความสุข
 ความสบายใจมากขึ้นไปเรื่อยๆ
 จะห่างไกลจากความกลัวต่างๆ
 มากขึ้นไปเรื่อยๆ

.
เพราะพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
 จะทำให้ปล่อยวางได้ จ
 ะไม่หวาดกลัวกับอะไรทั้งสิ้น
 ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
 จะไม่กระทบกระเทือนกับจิตใจ
 นี่คือผลที่เราจะได้รับ.
 ....................................
 .
คัดลอก(กำลังใจ33)กัณฑ์321
ธรรมะบนเขา 28/4/2550
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
 วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี




สร้างความดีต้องมีอุปสรรค ท่านทั้งหลายอย่าน้อยเนื้อต่ำใจนะ สร้างความดีมากเท่าไหร่อุปสรรคมาขัด
 ขวางมากเท่านั้น ต้องสู้ต่อไปเพื่อใช้หนี้เขา

ข้อเท็จจริงเป็นประการใดขอเจริญพร
 ว่า ถ้าเราเคร่งกรรมฐาน ตั้งสติ
อารมณ์ไว้ อาการทุเลาเบาบางไปได้
 บ้าง ถึงจำเป็นต้องตายให้มันตายเอง
 เถอะ อย่าฆ่าตัวตายเองเลย

จำเป็นจะต้องตาย เราตายอย่างสบาย
 จะไม่มีเวทนา จะได้เดินทางไปถูกต้อง
 เราจะไม่ไปขอภูมิ นรก เปรต อสุรกาย
 สัตว์เดรัจฉาน

ฆ่าตัวตายไม่มีดีเลย พระพุทธเจ้าบอกบาปอย่างแรง
 ท่านทั้งหลายฝากสอนลูกสอนหลานนะ
 ถึงอย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว
 ทุกคนต้องตายทั้งนี้น ไม่ต้องไปฆ่ามันหรอก

เพราะฉะนั้นการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
 จึงเป็นผลงานของชีวิตนั่นเอง

ขอเจริญพร เดินจงกรมให้ได้ระเบียบ
 ไม่ต้องไปเอาความคิดอื่นมาใช้ขณะ
 เดิน ต้องตัดปลิโพธกังวลเสีย ตัดกิจ
 กรรมเสีย พอทำได้แล้วอยู่ที่แห่งหน
 ตำบลใดก็ให้กำหนดทุกขณะ ทุกลม
 หายใจ

เสียงก็กำหนด เห็นก็กำหนด คิดอะไรก็กำหนดคิดก่อน คิดหนอที่ลิ้นปี่ ตั้งสติเสียให้ดี
 ทำให้ถูกจุดรับรองคิดถูกต้อง คิดออก
 มานั้นถูกต้อง คิดที่ผ่านมาครั้งอดีต
 นั้นผิดหมด มันออกมาอย่างนี้นะ

นี่แหละเวรกรรมตามสนองอย่างไร
 กฏแห่งกรรมจะบอกชัด การเจริญ
 กรรมฐานมันจะแก้ได้ มันล้างมลทินได้
 ล้างกรรมเก่าที่มีมานานแล้วจะมีแต่
 โชคดี มีปัญญา คนทึ่ไม่เคยอุปถัมภ์
 ก็จะมาอุปถัมภ์ คนที่เป็นศัตรูก็จะกลับเป็นมิตร

เราก็แผ่เมตตาด้วยความดีของเรา
 จากกรรมฐาน ไม่มีอะไรดีกว่า เป็น
 ความดีอันดับหนึ่ง คือบุญในตัวเอง
 สร้างบุญให้ตัวเอง คือกรรมฐาน
 ที่นำเงินไปทำบุญวัดโน้นวัดนี้
 นั้นเป็นบุญประเภทสอง

กรวดน้ำใหัเจ้ากรรมนายเวร
 กัมมะโน กัตถาโน
 กัมมะปัจเจกะพุทโธ
 พุทธัง ทั่วจักกะวาฬัง
 ธัมมังทั่วจักกะวาฬัง
 สังฆังทั่วจักกะวาฬัง
 อโหสิกัมมัง

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศล
 จากการเจริญภาวนานี้ให้แก่
 เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า
 ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้
 ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ
 ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม
 ขอให้ท่านรับผลบุญนี้แล้ว
 โปรดอโหสิกรรมและอนุโมทนาบุญ
 แก่ข้าพเจ้า ด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม





มีคนเลี้ยงไก่สองคน คนที่หนึ่ง ทุกเช้าจะเอาตะกร้า เข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่ แล้วก็ เก็บขี้ไก่ใส่ตะกร้ากลับบ้าน แล้วทิ้งไข่ไก่ให้เน่าไว้ในโรงเรือน เมื่อเขาเอาขี้ไก่กลับถึงบ้าน ทั้งบ้านก็เหม็นหึ่ง ไปด้วยกลิ่นขี้ไก่ คนทั้งบ้านต้องทนกับกลิ่นเหม็น

คนเลี้ยงไก่คนที่สองเอาตะกร้าเข้าไปในโรงเรือนเลี้ยงไก่ เก็บไข่ไก่ใส่ตะกร้าเอากลับบ้าน เขาเอาไข่ไก่ลงเจียว กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบ้าน คนทั้งบ้านได้กินไข่เจียวแสนอร่อย ไข่ไก่ที่เหลือ เขาก็เอาไปขาย แล้วได้เงินมาใช้จ่ายในบ้าน ทุกคนในบ้านมีความสุขมาก

ในชีวิตของเรา พวกเราเป็นคน เก็บไข่ไก่หรือเก็บขี้ไก่ เราเป็นคนเก็บขี้ไก่โดยเฝ้าแต่เก็บเรื่องร้ายๆ แย่ ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไว้ในหัวของเรา และมีความทุกข์ตลอดเวลาที่คิดถึงมัน

หรือเราเป็นคนที่เก็บไข่ไก่ เราจดจำสิ่งที่ดี ๆ ที่เกิดในชีวิตของเรา และมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน

คนเราส่วนใหญ่ชอบเป็นคนเก็บขี้ไก่ เราถึงต้องเป็นทุกข์ตลอดเวลา เรื่องความเสียใจ ความผิดพลาด ความเจ็บใจ มักจะติดอยู่ในใจของเรานานเท่านาน

หลวงปู่ชา สุภัทโท


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: