Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 06:43:02

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สอนให้กลัวบาป  (อ่าน 63 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 30 กันยายน, 2561, 09:26:22 »


"กรรม แปลว่า การกระทำ
 จะร้ายจะดี จะสุขหรือทุกข์
 ย่อมเกิดมาแต่กรรม

ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า
กัมมุนา วัตตติ โลโก
 สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

ข้อสำคัญควรนึกถึง นรกในปัจจุบัน
 ที่เรียกว่า นรกในใจให้มาก
 อย่าให้บาปเกิดขึ้นในใจ
 ให้รักษาใจให้บริสุทธิ์ อย่าให้เศร้าหมอง

ถ้าใจเศร้าหมอง ด้วยบาปอกุศล
 ก็มีทุคติ คือ อบายเป็นที่ไป
 บังเกิดเที่ยงแท้แน่นอน ไม่ต้องสงสัย"

ครูบาเจ้าพรหมมา พรหมจักโก







"ขี้วัว ขี้ควาย
 ใส่ต้นไม้ยังพอมีประโยชน์

ขี้โมโห ขี้โกรธ
 จะได้ประโยชน์อะไร"

 ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์





จำไว้เน่อ ชีวิต คือ การเดินทางไปสู่ความแก่และความตาย เหมือนกั๋นหมด บุญเท่านั้นจะเป๋นเพื่อนติดต๋ามเฮาเป๋นเพื่อนแท้เน่อ ขณะที่เฮาเกิดต๋ายเกิดต๋ายใน สังสารวัฏนี้ จนถึงนิพพาน “ลูกหลานมีบุญเป๋นเพื่อนหรือยัง”

โอวาทธรรม หลวงปู่ครูบาดวงดี ยติโก
 อายุ ๑๐๓ ปี วัดบ้านฟ่อน จ.เชียงใหม่






ทุกข์นี่แหละจะทำให้เราฉลาดขึ้นทำให้เกิดปัญญา สุขนั่นสิมันจะปิดหูปิดตาเรา
 ความสุขสบายทั้งหลายจะทำให้เกิดความประมาท
 หลวงปู่ชา สุภัทโท






หลวงพ่อสอนว่า :::--

คนดื้ออย่าสอน _
คนจรอย่าคบ _
อย่าข้ามคนล้ม _
อย่าข่มคนกล้า _
อย่าท้าคนพาล _
อย่าวานคนร้าย _
อย่าขายคนรัก _
อย่ากักคนรีบ _
อย่าบีบคนบอบ _
อย่าชอบคนชั่ว _
อย่ายั่วคนดี _
อย่าตีคนตาย _

พระเดชพระคุณพระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม)






" พระมาลัยเถระเจ้า กราบนมัสการพระเกตุแก้วจุฬามณีเจดีย์ บนดาวดึงส์เทวโลก "

เมื่อครั้งที่หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพานไปแล้ว ๖๐๐ ปี
 พระมาลัยองค์อรหันต์เถระเจ้า ได้มาจุติเป็นลูกของครอบครัวหนึ่ง
 พ่อมีศีล ๕ แม่มีศีล ๕ ออกจากท้องแม่ยายแล้ว อายุได้ ๗ ขวบ
 พ่อกับแม่ก็ถวายให้เป็นลูกพระเถระองค์อรหันต์เจ้า

บวชในสำนักพระเถระอรหันต์เจ้า ต่อมาได้สำเร็จมรรคผล
 ครั้นสำเร็จมรรคผลแล้ว ได้ไปกราบมนัสการพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุ พระเจดีย์ต่างๆ ในชมพูทวีปลังกา แต่ยังเหลือแค่พระเกตุแก้วจุฬามณีเจดีย์ บนดาวดึงส์พิภพ

ครั้นรู้แล้ว ได้ดอกบัวจากโยมอุบาสก นำมาถวาย ๘ ดอก ตอนบิณฑบาตรฉันเช้า เข้าฌาณเหาะขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อไปกราบนมันการสักการะพระเกตุแก้วจุฬามณีเจดีย์ บนดาวดึงส์เทวโลก

พระอินทราธิราช เจ้าแห่งดาวดึงส์เทวโลกมาเห็นเข้า จึงเอ๋ยคำขึ้นว่ากราบนมัสการพระคุณเจ้า พระเจ้าคุณมาจากที่ใด พระคุณเจ้าขึ้นมาบนเทวโลก มีอะไรให้โยมรับใช้หรือขอรับ ?

อาตมา มาจากลังกาทวีปชมพูทวีป ขึ้นมานี้ก็มากราบสักการะพระเกตุแก้วจุฬามณีเจดีย์ (พระมาลัย)

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะ พระคุณเจ้า อีหยังของพระคุณเจ้า ดอกบัวอุบลนี้ มันของต่ำ มันเป็นของอุบาสก อุบาสิกา บ่คู่ควรกับพระคุณเจ้าดอกครับกระผม (พระอินทราธิราช กล่าว)

โยม อาตมาจะกล่าวให้ฟังนะ อาตมานี้ก็มาจากโลกียะ พ่อแม่ก็โลกียะ อาตมาก็อาศัยโลกียะมาเกิด
 ตอนอาตมาบวรเณร ก็ได้ดอกบัวอุบลนี้ล่ะถึงได้บวช
 ตอนบวชพระ ก็ดอกบัวนี้ละถึงได้บวชเป็นพระมาทุกวันนี้นะโยม...
โยม มากล่าวอย่างนี้คงไม่ถูก โยมก็ไปลักลูกลักเมียเขามิใช่หรือ
 อย่าว่าอาตมานี้ไม่รู้น่ะ (พระมาลัย กล่าว)

พระอินทราธิราช ยอมแล้ว ยอมรับครับ ท่านพระคุณเจ้า สมัยกระผมเป็นขันติยะมานพ นางสุชาดา เคยเป็นเมียของกระผม เมื่อตายแล้ว มาเกิดเป็นลูกยักษ์ พ่อเป็นยักษ์ แม่เป็นยักษ์ แต่ลูกไม่ใช่ยักษ์ งามที่สุดยังกะเทวดาอยู่ฟ้า กระผมแปลงกายจากอินทร์ให้เป็นยักษ์แก่อายุ ๘๙ ปี เพื่อไปเสี่ยงดวงเพื่อที่จะได้เอานางสุชาดากลับมาเป็นเมียอีกครั้งหนึ่ง ครั้นบ่ไป กระผมจะต้องตายถูกลงโทษครับ
 ครั้นเสี่ยงดวง ๓ ครั้ง นางสุชาดาก็โยนพวงมาลัย ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก็สวมหัวยักษ์แก่ ครั้งที่ ๒ ก็สวมหัวยักษ์แก่ ครั้งที่ ๓ ก็สวมหัวยักษ์แก่
 เสนาบดีกระทรวงมหายักษ์ เลยกราบเรียนพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าข้าลูกเขยของพระองค์ท่าน จะตายอยู่มื้อนี้ ควรเปลี่ยนใหม่
(พระอินทราธิราช เล่าถวายพระมาลัย)

พระอินทร์องค์นี้ลักลูกสาวเขาไม่ใช่เหรอ ขี้เมาไม่ใช่เหรอ
 นั้นล่ะตราบใด๋ที่โยมยังล่ะจากกามคุณบ่ได้ บ่สมควรมาติเตียนคนอื่น นะโยม (พระมาลัยกล่าว)

ข้าน้อยฯ ยอมทุกอย่างแล้วครับท่านพระคุณเจ้า เชิญพระคุณเจ้า ไปกราบนมัสการพระเจดีย์ได้เลยครับกระผม (พระอินทราธิราช กล่าว)

หลังจากพระมาลัยเจ้า กราบนมัสการพระเจดีย์แล้วได้ไม่ทันนาน
 เทวดาจากชั้นดุสิตนำบริวารมาแสนหนึ่ง มากราบพระจุฬามาณีเจดีย์ รัศมีสว่างไสวมาก

พระมาลัย สอบถามพระอินทราธิราช นั้นใครหรือโยม ?

พระอินทราธิราช นั้นคือพระศรีอาริยะโพธิสัตว์ครับกระผม
 ท่านมาจากชั้นดุสิต ลงมากราบนมัสการพระจุฬามณีเช่นเดียวกับพระคุณเจ้าครับกระผม (พระอินทราธิราช กล่าว)

ตอนนั้นพระศรีอารียะโพธิสัตว์ ได้มากราบนมัสการพระจุฬามณีเจดีย์ เช่นเดียวกับพระมาลัย

พระคุณเจ้ากราบนมัสการครับกระผม (พระศรีอาริยะโพธิสัตว์)

โส โพธิสัตโต โยมเป็นพระศรีอารีย์โพธิสัตว์หรือ ? (พระมาลัย)

ครับกระผม (พระศรีอาริยะโพธิสัตว์)

เมื่อใด๋โยมจะลงไปช่วยศาสนาพระโคตมะพุทธเจ้า (พระมาลัย)

เมื่อถึงเวลาครับกระผม (พระศรีอาริยะโพธิสัตว์)

สัตว์โลกยังมืดมนอยู่หลายเด้อโยม หน้าที่ของโยมควรจะลงไปโปรดสัตว์ช่วยรื้อขนสัตว์โลกออกจากกองทุกข์ใหญ่นี้ (พระมาลัยกล่าว)

ครับกระผมพระคุณเจ้า โยมจะลงไปช่วยอยู่ครับ ยังมีสัตว์โลกที่เกี่ยวข้องกับโยมอยู่ โยมจะลงไปช่วยอยู่ครับพระคุณเจ้า (พระศรีอาริยะโพธิสัตว์)

ดีแล้วละโยม อาตมา สาธุนำ แล้วยามใด๋โยมจะลงไปตรัสรู้ มนุษย์พวกไหนจะได้เห็นโยมได้ฟังธรรมจากโยมล่ะ ? (พระมาลัย)

โยมจะลงมาตรัสรู้ ก็ต่อเมื่อหลังจากหมดศาสนาพระโคตรมะพุทธเจ้า
 มนุษย์อายุ ๘ หมื่นปี ฮู้จักความดี ความชั่ว อายุมนุษย์ยุคนั้น ๘ หมื่นปี

มนุษย์ที่จะพบโยมต้องฟังเทศน์มหาชาติมื้อเดี่ยวจบกัณฑ์ ได้พบโยม

คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อันนี้บ่ได้พบโยม
 คนลักเล็กขโมยน้อย อันนี้บ่ได้พบโยม
 คนผิดลูกผิดเมีย ผิดผัว อันนี้บ่ได้พบโยม
 คนขี้ปด มุสา อันนี้บ่ได้พบโยม คนมักของมึนเมา อันนี้บ่ได้พบโยม

ให้พระคุณเจ้าไปบอกพวกมนุษย์ด้วยขอรับ ให้สร้างคุณงามความดีไว้จึงได้พ้อพบกับโยมแน่นอน (พระศรีอาริยะโพธิสัตว์)

หลังจากนั้นพระศรีอาริยะโพธิสัตว์สันดุสิต ก็กราบลากลับชั้นของตน
 พระมาลัยเจ้า ก็ทูลลาถวายพระพร พระอินทราธิราช
 พระอินทราธิราชก็กราบนมัสการ และร่วมส่งพระอรหันต์เจ้า
 กลับชมพูทวีปลังกา เพื่อโปรดสัตว์โลกต่อไป...

คัดย่อมาจากพระธรรมเทศนาองค์หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม วัดป่าอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม







พระพุทธเจ้าสอนให้เรากลัวบาป
 เขาว่าบาปนี่เป็นของไม่ดี พิกลพิการเกิดมาชาติใด
 หูหนวก ตาบอด เป็นบ้า เป็นใบ้ เสียสติ ใหญ่เกินไปผอมเกินไป สูงเกินไปต่ำเกินไป นี่น่าดูไหม ไม่น่าดู
 นี่ละบาปสร้างมา กรรมสร้างมา จึงให้กลัวบาป พระพุทธเจ้าจึงสอนเราว่ากรรมสร้างมา คนตาบอดเป็นบ้าใบ้เสียสติ ขอทาน อดอยาก

อย่างอินเดียอดอยากมาก เป็นขอทานไปขอทานเขาก็สาปแช่งไม่ยินดีนะ เขาสาป เขาว่าให้มัน มันขี้เกียจขอทานไม่ให้เข้าบ้านนั่นนะ เขากลัว แต่บางคนก็เมตตาเอาอาหารมาให้ ตามมีตามเกิด จึงมีกินแต่ละวัน

คนเราทุกข์ยากไม่เหมือนกัน เพราะบุญบาปสร้างกันมา บุญก็ไม่เหมือนกันบาปก็ไม่เหมือนกัน บางคนบาปมาก หูหนวก ตาบอด เป็นบ้าเป็นใบ้ เสียจริตพิกลพิการ แขนกุดแขนขาด เกิดมาไม่มีแขนบางคนเกิดมามีแขน บางคนเกิดมาไม่มีแขน ขาด้วนเลย พ่อแม่ก็เลี้ยงไว้ หาอาหารใส่ปาก พาไปรับจ้างขอเงินขอทอง เอากายไปให้เขาดู เขาก็ให้ตังค์นิดหน่อย พออยู่ได้ บาปสร้างมาบุญสร้างมาก็เหมือนกัน

กับบางคน บ้านเขาใหญ่โตรโหฐานต้องขึ้นลิฟท์ รถมีเป็น ๑๐ คัน นี่แหละบุญบาปสร้างมาไม่เหมือนกัน น่าเกลียดน่ากลัวพระพุทธเจ้าจึงให้เราสร้างบุญไปเรื่อยๆ สร้างบุญตามศรัทธา อยากได้สร้างเอาไม่ได้บังคับ

หลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม บ.หนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ. พรเจริญ จ.บึงกาฬ

โอวาทคำสอนหลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม บ.หนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ. พรเจริญ จ.บึงกาฬ

คัดลอกจากหนังสือประวัติ "ญาณนโต นุสรณ์"

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: