Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 07:06:30

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ภูผา  (อ่าน 79 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 27 กันยายน, 2561, 07:34:14 »


"ภูผา อาจถูกมนุษย์ทลายลงมาได้
 แต่นิสัยของคนเรา กลับนอนนิ่ง
 อยู่ในก้นบึ้งของสันดาน

แต่ละคน ย่อมแตกต่างกัน
ขัดเกลาให้ดีเหมือนกัน ได้ยาก
 ผู้ใหญ่ ไม่ใช่อยู่ที่เกิดก่อน
 ผู้ดี ไม่ใช่อยู่ที่เรียนสูง

มารยาทจรรยา ของการเป็นผู้ใหญ่
 ก็คือ ต้องสุขุมรอบคอบ
 และ ไม่ยึดติดเสียงเป็นหลัก

คือ ต้องไม่หวั่นไหว
 กับคำนินทา และสรรเสริญ"

 หลวงปู่ทวด วัดช้างให้




"อย่าไปดีใจเสียใจ กับคำพูดคนอื่น
 อย่าไปฝากหัวใจ ไว้กับคนอื่น
 ต้องฝากหัวใจ ไว้กับพระธรรม"
 พระอาจารย์ญาณธัมโม




"เมื่อมีคนส่งเสริมมากเท่าไร ก็พึงทราบว่า
 จะมีคนนินทามากเท่าเทียมกัน

ดังนั้น ความเคลื่อนไหวในกิริยาใดๆ
 ผู้ที่ได้เห็น หรือได้ยินในกิริยานั้น
จึงเก็บไว้ภายในใจ

พระพุทธเจ้า เจ้าของศาสนา
 ยังถูกโลกธรรมรุมตี
 แต่ก็คงเป็นพระพุทธเจ้าตามเดิม
 จนวันเข้านิพพาน"

 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





เมื่อเราดูจิต คือตามรู้จิตเรื่อยๆ ไปนั้น
“สิ่งปรุงแต่ง” จะดับไปตามลำดับ
 จนถึง “ความว่าง”
แต่ในความว่างนั้น ยังไม่ “ว่าง” จริง
 มันมีสิ่งละเอียดเหลืออยู่ คือ “วิญญาณ”
ให้ตามรู้จิตเรื่อยๆ ไป
“ความยึด” ใน “วิญญาณ” จะถูกทำลายออกไปอีก
 แล้ว “จิตจริงแท้” หรือ “พุทธะ” จึงปรากฎออกมา

...โอวาทธรรมคำสอน:หลวงปู่ดูลย์ อตุโล





การทำความเพียรอย่ากำหนดเวลา

ให้กำหนดสติ

ถ้าสติเผลอเมื่อใดก็รู้ว่า

 ความเพียรของเราขาดไปแล้วเมื่อนั้น

เมื่อสติตั้งลงที่ตรงไหน

ย่อมเป็นธรรมขึ้นมาที่ตรงนั้น

ถ้าไม่มีสติแล้ว

ก็จะไม่เป็นธรรมทั้งคืนทั้งวัน

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน




วันนี้เราจะเล่าเรื่องที่ไปเที่ยวนรกให้ฟัง "

วันนั้นไม่คิดไม่ฝันหรอกว่าจะไปนั่นมานี่ ก็ภาวนาไปธรรมดานี่ล่ะ พอจิตเข้าสมาธิพักสงบนิ่งอยู่หน่อยนึง พอจิตมีกำลังแล้วจิตเลยออกไปเที่ยว ปรากฏว่าไปเที่ยวเห็นนรก ทีแรกก็ไม่รู้จักหรอกว่านรกเป็นแบบไหน ไปเห็นเป็นหลุมใหญ่โตมโหฬารมาก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 100 เมตร ลึกมองลงไปไม่เห็นก้นหลุม มีทั้งหมด 8 หลุม มีคนยืนอยู่บริเวณนั้นมาก หน้าเศร้าหมอง แล้วก็มียมบาล คอยต้อนรับ และตอบคำถาม พอเราเข้าไปดูก็มีความสงสัยว่า นี้คืออะไร จ่ายมบาล ก็ว่านี่คือเมืองนรก เราก็เหลียวดูว่า เอ๊ะทำไมถ้าว่าเมืองนรกคือไม่ร้อน ยมบาลเลยว่าวันนี้ปิด 1 วัน

เราถามว่าปิดทำไม เขาว่าปิดคอยต้อนรับท่าน เราก็เลยว่าอ้าวหรือ ทำไมถึงรู้ว่าเราจะมา เค้าบอกว่ารู้สิ คนที่ยืนอยู่มากๆเค้ามาทำอะไร เราถาม เค้าตอบว่านั่นแหละคือนักโทษ รอรับการลงไปในหลุมนรก เราถามว่าไหนล่ะหลุมนรก เขาว่านี่ไงเค้าชี้บอก หลุมที่ไหนมีแต่บ่อร้าง น้ำร้อนก็ไม่มี ไฟนรกก็ไม่ติดเราว่า เขาบอกมี เขาว่าพอเปิดทำการ น้ำร้อนก็มาไฟก็ติดเอง สัตว์นรกก็ต้องลงไป ตัวไหนไม่ไปผมจะเอาหอกแหลมแทง เราว่าไม่กลัวบาปกรรมหรือ กรรมชั่วเขาผลักดันไปเอง เขาว่าไม่กลัวหรอก เป็นกรรมของเขา ในหลุมนรกเรามองดูปากหลุมแต่ละหลุม ดำเมี่ยมระยิบระยับ เพราะโดนไฟไหม้ สัตว์ที่ยืนอยู่ตรงนี้ จะต้องลงไปชดใช้กรรมทุกตัว ไม่ว่าหญิงหรือชาย พระหรือเณร มีมากมายก่ายกอง สุดลูกหูลูกตา ไม่มีใครยิ้มแย้มแจ่มใสเลย จ่ายมบาลพาเดินเลาะดูจนเป็นที่พอใจหายสงสัย เส้นมานรกนี้เตียนโล่ง ทางนี้เป็นมันวาว เพราะสัตว์นรกมามากต่อมาก วันหนึ่งๆเป็นล้านๆตัว เขาบอก จากนั้นเลยถามว่า สวรรค์ล่ะ ไปทางไหน เขาชี้บอกเดินตรงไป เราเดินไปดูทางรกมาก แต่ก็มีคนไปอยู่ สมมุติมานรกวันละล้านคน ไปสวรรค์แค่ 10 คนต่อวัน ทางเดินเลยรก เขาบอก แต่เราเลยว่า วันหลังจะมาใหม่วันนี้เหนื่อยมาก ต่อจากนั้นเลยออกจากสมาธิ มาดูเวลาที่ท่องเที่ยวเมืองนรก ตั้งแต่ 3 ทุ่มไปถึงตี 3 กินเวลาไป 6 ชั่วโมงเต็มๆ ไปดูทุกซอกทุกมุม สงสัยอะไรก็ถามเขา " เขาว่าปิดนรก พาอาจารย์เที่ยว " เขาดีใจมากที่เราเห็น ลงไปไฟนรกก็ดับชั่วคราว พอสัตว์ได้หยุดหายใจ ชั่วขณะก็ยังดี
 แต่สวรรค์ มีคนไปน้อย เขาคงคิดว่ามันไม่สนุกเหมือนเมืองนรก เขาจึงหลั่งไหลไปกันมาก เเทบหม้อนรกจะระเบิด ถ้าเป็นแบบนี้นานไป จ่ายมบาล ต้องเปลี่ยนหม้อนรกใหม่แน่นอน คิดดูก็สลดใจมาก

ชิตมาโร ภิกขุ

หลวงพ่อ " สมเกียรติ ชิตมาโร " วัดป่าถ้ำพระเทพนิมิต
 ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี




นกสาริกา_ฟังตามพูดตาม

เรามารับศีลแล้วก็หายไป หยุดไป ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติอะไรแล้วฟังเทศน์ฟังธรรมก็เฉยๆอยู่ ไม่ได้ประพฤติปฏิบัติอะไร #พระพุทธเจ้าว่านกสาริกาฟังตามพูดตามเฉยๆ!! ไม่ได้เอาความหมายธรรมอะไร จึงไม่ได้ดื่ม"อมตธรรม" ไม่ได้ดื่ม"อมตรสของพุทธศาสนา" มันเลยสงสัยตลอดเลย มันเป็นของละเอียดนะ สุขม ลุ่มลึก ไม่ใช่ของตื้นๆ

...ธรรมดาคนบางคนเขาไม่คิดเลย...มันยุ่ง มันยาก มันละเอียด เขาเลยไม่เอามาคิดกันบางคน เราเป็นผู้สนใจในศาสนาเอามาคิดกันว่าของที่พระพุทธเจ้าว่าไว้เป็นของดีมาก คือครูบาอาจารย์ได้ดีไปมากมายก่ายกองแล้ว หรือรุ่นพระพุทธเจ้าหรือรุ่นไหนมานี่ก็ตามครูบาอาจารย์ได้ถึงจุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนามากมายก่ายกองนับไม่ถ้วน เพราะว่าเดินตามพระพุทธเจ้าอยู่ สักวันหนึ่งเราจะถึงจุดหมายปลายทาง เราทั้งหลายก็เหมือนกัน เราเดินตามพระพุทธเจ้าอยู่ สักวันเราจะไปถึง เราปฏิบัตินำเอาธรรมของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติที่ใจของเรา เราเอาความหมายของธรรม ข้อใดข้อหนึ่งมาเป็นอริยมรรค เป็นหนทางดับทุกข์ของพระอริยเจ้า ธรรมของพระอริยเจ้า "ศาสนาใดมีอริยมรรค ศาสนานั้นมีพระอริยเจ้า ศาสนาใดไม่มีพระอริยเจ้า ศาสนานั้นไม่มีอริยมรรค"

โอวาทคำสอนหลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม บ.หนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ. พรเจริญ จ.บึงกาฬ

คัดลอกจากหนังสือประวัติ "ญาณนโต นุสรณ์"






..ธรรมะก่อนนอน..
 ..ถาม - ตอบ..
 ..พระอาจารย์เปลี่ยนคิดว่าพระรูปใดในปัจจุบันเป็นพระอรหันต์บ้าง และหลวงพ่อนับถือพระสงฆ์รูปใดบ้าง ในอดีตและปัจจุบัน?..
 ..นับถือครูบาอาจารย์อยู่หลายองค์อยู่ แต่ถ้าไปพูดแล้วมันผิดจากหลัก พระพุทธเจ้าสอนไม่ให้พูด ถ้าว่าสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แม้ตนเองสำเร็จก็ห้ามไม่ให้พูด หลักพระศาสนาท่านห้ามไม่ให้พูดเพราะอวดอุตริมนุสธรรม ต้องลงโทษหนัก ของพระก็คือปาราชิก ถ้าพูดแล้วให้ดูเอาเองให้พิจารณาเอาเอง การประพฤติปฏิบัติของแต่ละองค์ว่า ปฏิบัติละกิเลส ผู้ใดจะละได้กว่ากัน บางองค์นะโยมคลุมจีวรก็ไม่สวย นุ่งสบงก็ไม่สวย ขณะปฏิบัติเดินโคลงเคลงมันก็ไม่น่าโยมจะเลื่อมใส เวลามรณภาพไปเผา ๑๒ วันกลายเป็นพระธาตุเลย อัฐิของท่าน ไม่รู้ว่าท่านสำเร็จตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างนี้ก็มี
..บางองค์ก็เรียบร้อยปฏิบัติเรียบร้อย มันเป็นกิริยามารยาท ก็ดูยาก ดูทั้งความละ ต้องอยู่กับแต่ละองค์ว่าท่านละขันธ์ ๕ ได้ไหม รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ท่านปล่อยได้ดีไหม เราจะน่าเลื่อมใสว่าองค์นี้ปล่อยเก่ง ละได้เก่ง องค์นี้คงจะหลุดพ้น นึกในใจอย่างนั้น ทีนี้บางองค์ท่านก็ดุ โยมต้องดูดีๆ ท่านดุด้วยความเมตตาเหมือนพ่อแม่ด่าลูกนะ แท้จริงท่านละอยู่ ถามดูพ่อแม่นี้รักลูกนะ มันไม่ดีด่าเลยใช่ไหม บางทีด่าหยาบๆเลย
..ทีนี้พระบางองค์ท่านก็รักลูกศิษย์ บางองค์นี้ดุเลย แต่เวลาลูกศิษย์ป่วยเอาขึ้นเครื่องบินไปเช็คร่างกายเลย ท่านมีเมตตาดูแลอย่างดีเลย อย่างนี้ก็มี นั่นดูกันยาก แต่ด่าแล้วยิ้มด้วยเหมือนหลวงปู่ตื้อ ด่าแล้วหัวเราะนี่เป็นพระที่พ้นทุกข์แล้ว ท่านด่าพระ ด่าเก่งเหมือนกัน กราบไม่ทันเสร็จเลยบางองค์นี้ ด่าแล้ว เงยหน้าขึ้นมายิ้มใส่หน้า แน่จริงด่าแล้วอย่าให้โกรธ ท่านทดลองจิตใจเฉยๆว่าบำเพ็ญมานี้แข็งแกร่งแค่ไหน ละอะไรได้บ้าง พอรู้ละได้มองหน้ากันท่านก็ยิ้ม เลิกด่าแล้ว มันเป็นอย่างนี้
..เหตุฉะนั้นพระไม่ว่ามหานิกาย ไม่ว่าธรรมยุติ ไม่ว่าญาติโยม ญาติโยมนี้อาตมาให้สังเกตว่า ถ้าบรรลุธรรมน่าจะได้โสดาบันบุคคลหรือสกิทาคามี ถ้าเดินทางที่ถูกต้อง ถ้าพระที่บรรลุได้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์มันก็ไม่ขาดผู้ที่มีปัญญาละกิเลส แต่ยังไม่รู้องค์ไหน อาตมาบอกไม่ได้นะ อาจจะมีหลายองค์ในเมืองไทยที่บรรลุธรรมในที่สุดแห่งกองทุกข์ แต่อาตมาบอกไม่ได้ มีแต่พระด้วยกันเราอยู่ด้วยกันถึงจะรู้ ถ้าพระองค์ไหนท่านว่าจะทำงานอะไรหนอ ไม่มีงานจะทำ องค์นั้นสำเร็จแล้ว พูดแค่นี้แหละ ไม่มีงานทำคือไม่มีกิเลส ไม่มีกิเลสที่จะละแล้ว มันหมดงานทำ อันนี้เป็นพระอรหันต์ หมดงานทำ กวาดวัดบ้าง จักตอกเล่นบ้าง มัดใบตองบ้าง เหมือนหลวงปู่มั่น มันไม่มีอะไรทำ อยู่เฉยๆ เดินจงกรมแล้วมาจักตอกให้พระมุงตูบ มันไม่มีอะไรทำ กิเลสมันหมด มันเป็นอย่างนั้น
..ที่อาตมามั่นใจมีหลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่สิม พูดได้เพราะท่านไปแล้ว หลวงปู่ชอบ หลวงปู่หลุย หลวงปู่เทสก์ หลวงปู่ดูลย์ หายห่วง คนที่หายห่วงนี้มาให้เห็นตอนที่อาตมาอยู่ที่ควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย อาตมาภาวนาอยู่ที่นั่นกำลังสวดธรรมจักร อยู่คอนโดชั้นที่ ๒๖ ริมทะเล หลวงปู่ใส่สบงจีวรไป ผ้าสังฆาฏิเหมือนทองคำ ลอยไปหาอาตมา นี่นะคนเป็นพระแท้เลย ไปแล้วเข้าไปในห้องหาอาตมา อาตมากำลังนอนสีหไสยาสน์ตอนเที่ยงคืน วันนั้นมันเพลียมาก ไปดูไปเที่ยว ได้สวดมนต์แล้วก็เลยนอนภาวนา
..หลวงปู่เข้าไปแล้วก็ว่า “เอ่อ มันมาเมืองนอกนี้ มาเมืองนอกเมืองออสเตรเลีย มาแล้วมานอนอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ไม่ภาวนา” เลยลุกขึ้นภาวนาไม่ได้หลับจนรุ่งเลย โดนหลวงปู่ขู่ ท่านอยู่หินหมากเป้ง หนองคาย อาตมาอยู่ประเทศออสเตรเลีย หลายหมื่นกิโลจะไป นั่นแหละจิตหาด้วยความเมตตา ท่านเมตตาอาตมาไม่ให้เผลอ เผลอมันเพลียเที่ยวทั้งวันจนค่ำ มันก็เพลีย สวดมนต์สวดเสร็จก็นอนเปิดกระจกไว้กว้างนิดเดียวส่องเห็นทะเลนู้น เห็นหลวงปู่ไปหาดูด้วยความรักความเมตตา ท่านอยู่หินหมากเป้งมองเห็นเราอยู่ประเทศออสเตรเลียนู้น จิตใจผู้ที่บริสุทธิ์ตามไปสอน ท่านอยากให้เราพ้นทุกข์ ท่านตามไปสอน เป็นพระที่สมบูรณ์แล้ว นั่นแหละคนที่จะไม่เกิดอีก ต้องเป็นพระอยู่ตลอดเลย จิตใจท่านบริสุทธิ์ตลอด
..อาตมาถามหลวงปู่ “หลวงปู่สบายดีไหม” ไปกับ ดร.วรภัทร์ “ท่านถามถึงกายหรือถึงใจ” “หลวงปู่เฒ่าขนาดนี้ หนังเหี่ยวขนาดนี้ ลูกหลานไม่ถามหรอกเรื่องของร่างกาย ถามถึงใจหลวงปู่เป็นอย่างไร “ใจนี้สบาย” ท่านว่า เมื่อสบายแล้ว มันอยู่ที่ไหนก็สบายหมดทุกที่ ลูกหลานนี่สิ อยู่ไหนยังไม่สบาย ส่วนหลวงปู่ที่ท่านพ้นทุกข์แล้ว ไปอยู่ที่ไหนก็สบาย หนังเหี่ยวหนังแห้งจนจะได้จูงยังว่าสบาย ทีนี้ไปหาหลวงปู่ขาว หลวงปู่ขาวนอนอยู่ลุกไม่ได้ อาตมาก็ไปลูบเท้าท่าน “หลวงปู่สบายดีไหม” “สบาย” “ลุกได้ไหม” “ลุกไม่ได้” นอนอยู่นี้ยังว่าสบาย สบายใจ ละไปแล้ว ละร่างกายไปแล้ว หมดไปแล้วตัวตน ตัวกูของกูเกลี้ยงไปแล้ว ไม่มีแล้ว นั้นก็หายห่วง อาตมาหายห่วงแล้ว หลวงปู่ครูบาอาจารย์ต่างๆ
..พระศาสนานี้คนมีปัญญามันก็ไม่ขาดเลย มหาวิทยาลัยเราขาดด๊อกเตอร์ไหม ไม่ขาด มีคนจบอยู่ ในทางพระศาสนาคนมีปัญญารู้ละกิเลสได้มีอยู่ ไม่มีเสื่อมเสียหายไปไหน ในพระพุทธศาสนามีเต็มเปี่ยมอยู่ทุกวันทุกเวลาเลยโยม จึงพูดได้ว่าเป็นอกาลิโก ไม่ประกอบด้วยกาล ด้วยเวลาที่คนจะรู้ได้ โยมโกรธอยู่วันนี้โยมละอยู่วันนี้ สุขแน่นอนเลยทีเดียว
..อยากให้ญาติโยมเข้าใจว่าพระพุทธศาสนาไม่มีเสื่อมคลายหายไปไหน สมบูรณ์อยู่ดังเดิมเลย ถ้าได้ทำบุญก็มีความสุข ถ้าได้รักษาศีลก็มีศีลอยู่ สงบอยู่ ถ้ามีสมาธิทำได้ก็มีปัญญา ผู้มีปัญญาละกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ก็ละได้อยู่ไม่มีปัญหาอะไร เขาว่าพุทธศาสนาเสื่อม ไม่มี คนไม่ปฏิบัติไม่ได้น้อมเอาคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติเท่านั้นว่ามันเสื่อม ไม่เสื่อม ..พระพุทธศาสนานี้มีอยู่ทุกประเทศในโลก คำสอนทางพระพุทธศาสนามีอยู่ทุกประเทศ ประเทศที่ไม่มีพุทธศาสนาไม่มี คืออะไร สอนอะไร สอนให้รู้ไตรลักษณ์ สอนไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา มีไหมโยม ประเทศไหน เราจะถือลัทธิไหนสมบูรณ์ไหม ความเกิดแก่เจ็บตายของคนมีไหม ทุกประเทศเลยในโลก พระพุทธศาสนาสอนเรื่องอย่างนี้ ผู้ใดทำบาปก็ทุกข์ ผู้ใดทำความดีก็สุข สอนเรื่องอย่างนี้มันจะเสื่อมไปไหนล่ะ มั่นใจนะมั่นพันเปอร์เซนต์ ไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ละ..


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: