Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 06:26:22

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ความยินดี  (อ่าน 46 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 26 กันยายน, 2561, 04:47:19 »

"หวั่นไหว เพราะความยินดี ย่อมเป็นเหตุให้ฟุ้ง
 หวั่นไหว เพราะความยินร้าย ย่อมเป็นเหตุให้เครียด
 อุเบกขา จึงเป็นธรรมโอสถ รักษาโรคจิตทั้งสอง"

 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ





"อย่าไปสนใจคิดถึงกาล สถานที่ หรือบุคคลใดๆ
 ว่าเป็นภัย หรือเป็นคุณให้เสียเวลา
 และล่าช้าไปเปล่า โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร
 ยิ่งกว่าการคิดเรื่องกิเลสกับธรรม ซึ่งมีอยู่ที่ใจ"

  หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต





"ความทุกข์เกิดขึ้นทีหนึ่ง
 มันก็สอนให้ฉลาดขึ้นนิดหนึ่ง ทุกทีไป
 อย่าดูถูกความทุกข์ว่าไม่มีค่าอะไร
 มันมีค่ามาก ตรงที่ทำให้หายโง่"

  ท่านพุทธทาสภิกขุ





"ผู้ที่มีจิตใจผ่องใส สะอาดไม่มีโทษ
 จะมีหน้าตาผ่องใส ไม่เศร้าหมอง
 ไม่ขุ่นไม่มัว เป็นที่น่าคบค้าสมาคมด้วย
 บุคลิกลักษณะนั้น บ่งบอกถึง ความสุขของใจ"

  หลวงปู่ท่อน ญาณธโร





“ ตายแล้วไปไหนไม่ต้องถาม เหมือนการอ่านหนังสือแล้วได้อะไร ก็ไม่ต้องถาม เพราะเรียนรู้เรื่องใด ก็จะเข้าใจเรื่องนั้น เรียนหมอก็รู้เรื่องหมอ ทำอะไรไว้ สิ่งนั่นย่อมส่งผลให้เป็นไป ดีชั่ว อยู่กับบาปบุญที่เราทำ ภพภูมิชาติหน้า อยู่กับบาปบุญที่เราทำในวันนี้ นี่คือ สัจธรรม “

โอวาทธรรม องค์หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป




ให้ภาวนาเอากายเป็นมรรค เอากายเป็นผล
 จงพากันละอุปทานทั้งห้า
 อนิจจังทั้งห้า ทุกขังทั้งห้า อนัตตาทั้งห้า
 ละรูปธรรมนามธรรมนี้
 วางได้ มันก็เป็นธรรมนั่นแหละ
วางไม่ได้ มันก็ยึดเอารูปธรรมนามธรรมเป็นตัวเป็นตน
 มันก็เป็น “ธรรมเมา “อยู่นั่นเอง
 หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: