Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 06:36:59

   

ผู้เขียน หัวข้อ: คนมีสติ  (อ่าน 56 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 22 กันยายน, 2561, 13:26:21 »

"มีทุกข์ไม่ต้องบ่น ให้ทนเอา"
 หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร




"คุยธรรมะ ฟังธรรมะ เข้าใจธรรมะ
 แต่เวลาปฏิบัติ ไม่ได้ปฏิบัติ
 ก็เรียก คนไม่มีธรรมะ

คนมีธรรม คือ คนมีสติ
คนมีสติ คือ คนมีธรรม
 คนที่มีธรรมะ คือว่า เวลาโกรธแล้ว
 รู้ตัวเองว่าโกรธ

และก็สามารถห้ามความโกรธไว้
 นั่นแหละเรียกว่า คนมีธรรมะ"

 หลวงพ่อสนอง กตปุญโญ





"ผู้ที่เข้าใจธรรมะ
 ก็เป็นผู้ที่เข้าใจตนเอง

เมื่อใด ที่เราเห็นธรรมะ
 เมื่อใด ที่เราเห็นถูก

 เมื่อนั้น เราก็จะมีแต่ความปลอดโปร่ง
 จะมีแต่ความเป็นอิสระ ตลอดเวลา"

หลวงพ่อชา สุภัทโท




อานิสงส์การทอดกฐิน

ผู้ถาม : "แล้วองค์กฐินที่แท้จริงเป็นอย่างไรคะ..?

หลวงพ่อ : "องค์กฐินจริง ๆ คือผ้าไตร นอกนั้นเป็นบริวาร เวลากรานกฐินจริง ๆ เรากรานกันแต่ผ้า การถวายก็ไม่ยาก เรามีผ้าจีวรผืนหนึ่งหรือว่าสบงผืนหนึ่ง หรือว่าสังฆาฏิผืนหนึ่ง อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เขาเรียกว่า "จุลกฐิน" หรือจะถวายทั้งไตรก็ได้เขาเรียกว่า "ปกติกฐิน" แต่ถ้าถวายไตรจีวรครบทั้งวัด เขาเรียก "มหากฐิน"

 ฉะนั้นจะถวายมากก็ได้ ถวายน้อยก็ได้ อานิสงส์เหมือนกัน โดยเฉพาะที่วัดท่าซุง จัดเป็นกฐินสามัคคี เป็นเจ้าภาพร่วมกันทุกคน ได้อานิสงส์เท่ากันหมด

สำหรับการทอดกฐินครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าท่านเคยเทศน์คือพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า พระปทุมุตตระ ท่านเคยเทศน์วาระหนึ่ง สมัยที่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็น มหาทุคตะ

คำว่า มหาทุคตะ นี้จนมาก เป็นทาสของท่านคหบดี ได้ไปฟังเทศน์จากพระพุทธเจ้าว่า อานิสงส์กฐินนี้มีมาก ท่านจึงกลับไปชวนนาย แต่นายก็มอบหมายทรัพย์สมบัติให้ท่านเป็นผู้จัดการทุกอย่าง ท่านมหาทุคตะอย่ากมีส่วนร่วมในทางนี้ด้วย แต่ไม่มีอะไรมีแต่เสื้อผ้าเก่า ๆ ของตนที่มีติดตัวอยู่เพียงชุดเดียว จึงนำไปแลกที่ร้านในตลาด มีด้าย ๑ กลุ่ม เข็ม ๑ เล่ม เอามาร่วมในการทอดกฐินกับเจ้านาย เพื่อปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคตกาล

พระองค์ทรงตรัสว่า คนถวายผ้ากฐิน หรือร่วมในการถวายกฐินทานครั้งหนึ่ง จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าก็ได้จะปรารถนาเป็นพระอัครสาวกก็ได้ จะปรารถนาเป็นพระอรหันต์ก็ได้

แต่ถ้าหากว่ายังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใดอานิสงส์จะให้ผลแก่ท่านผู้นั้น เมื่อตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดาแล้วก็จะลงมาเป็น พระเจ้าจักรพรรดิ ปกครองโลก ๕๐๐ ชาติ

เมื่อบุญน้อยลงมาจะเป็น พระมหากษัตริย์ ๕๐๐ ชาติ เป็นมหาเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นอนุเศรษฐี ๕๐๐ ชาติ เป็นคหบดี ๕๐๐ ชาติ

แต่คนที่ทอดกฐิน หรือว่าร่วมในการทอดผ้ากฐินครั้งหนึ่งก็ดี บุญบารมีส่วนนี้ยังไม่ทันจะหมดก็ปรากฏว่า ท่านเจ้าของทานไปนิพพานก่อน.

จากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหาธรรมฉบับพิเศษเล่ม ๑ หน้าที่ ๑๓-๑๔





ให้ระลึกให้ได้ว่า กูนี่ล่ะ ที่ฝึกหัดหยุด
 หยุดของไม่ดี หยุด…ไม่ชอบ
 หยุด…ไม่รัก หยุด…ไม่หลง
 หากกูหยุดไม่ได้ กูก็เป็นทุกข์
 ทุกข์ของกูมีมากเท่าไร
กูก็จะทำความพ้นทุกข์ของกูให้ได้เท่านั้น

หลวงปู่จาม มหาปุญโญ



ทำคุณงามความดีมันอบอุ่นไม่ใช่เล่นๆ นะ
 เป็นอยู่ในใจนี่ ใครไม่เห็นก็ตาม
 ก็เราเป็นคนทำเอง บุญก็อยู่กับเรา
 ประกาศจ้าอยู่ในหัวใจเรานี่ ไปที่ไหนก็เย็นสบายๆ

 พระหลวงตามหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: