Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
18 พฤศจิกายน, 2561, 06:48:59

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เข้าใจธรรมะ  (อ่าน 54 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,894
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 21 กันยายน, 2561, 08:40:05 »


"ผู้ที่เข้าใจธรรมะ
 ก็เป็นผู้ที่เข้าใจตนเอง

เมื่อใด ที่เราเห็นธรรมะ
 เมื่อใด ที่เราเห็นถูก

 เมื่อนั้น เราก็จะมีแต่ความปลอดโปร่ง
 จะมีแต่ความเป็นอิสระ ตลอดเวลา"

 หลวงพ่อชา สุภัทโท





การต่อสู้กามกิเลส เป็นสงครามอันยิ่งใหญ่
 กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง
 พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริง ก็ถอนได้

กามนี้มันหมุนรอบโลก มันเป็นเจ้าโลก
กามกิเลสนี้แหละ ที่ทำให้เกิดสงครามต่อสู้กัน
 เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชังก็เพราะกาม

กามทุกอย่างนี้เรียกว่ากามกิเลส
 การต่อสู้กามกิเลสเป็นสงครามอันยิ่งใหญ่
 กามกิเลสนี้ร้ายนัก มันมาทุกทิศทุกทาง
 ความพอใจก็คือกิเลส ความไม่พอใจก็คือกิเลส
 กามกิเลสนี้อุปมาเหมือนแม่น้ำ
 ธารน้ำน้อยใหญ่ไม่มีประมาณไหลลงสู่ทะเลไม่มีที่เต็มฉันใดก็ดี
 กามตัณหาที่ไม่พอดี ภวตัณหา วิภวตัณหา
 เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด
 ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ
 ใจนี่แหละคือตัวเหตุ ทำความพอใจให้อยู่ที่ใจนี่

หมั่นเพียรและตั้งสัจจะให้มั่น
 รักษาศีล รักษาตา รักษาหู รักษาตัว รักษาปาก สำรวมอินทรีย์ รักษาธาตุ ๔
 ขันธ์ ๕ พิจารณาเข้าไป ตจปัญจกกรรมฐาน ๕ กายคตากรรมฐาน
 พิจารณาให้รู้แจ้งเห็นจริงก็จะถอนได้

พวกหมู หมา เป็ด ไก่ มันก็เสพกามกันทั่วแผ่นดิน อย่าได้ไปอัศจรรย์
 มีแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ผู้ใดรักษาศีล
 ภาวนาเข้าจนเกิดสมาธิแล้ว สติก็ดิ่งเข้าไปแล้ว
 ก็จะได้ทำจิตทำใจของตนให้บริสุทธิ์
 พระธรรมแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้เข้าหาใจนี่แหละ
 ทำใจให้บริสุทธิ์ ให้มีสติสัมปชัญญะนำคืนออกให้หมด
 ถ้ามีสติแล้วก็นำความผิดออกจากกายจากใจของตน
 อย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ

กามตัณหาเปรียบเหมือนแม่น้ำไหลไปสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที
 อันนี้ฉันใด ความอยากของตัณหามันไม่พอ ต้องทำความพอจึงจะดี
 เราจะต้องทำใจให้ผ่องใส
 ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิก็ดี
 ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจนำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย
 เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายของเราทำใจของเราให้รู้แจ้งในกายในใจของเรานี้ รู้ความเป็นมา
 วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีตอนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ

เรื่องสังขารนี้ สังขารมันปรุง สังขารมันแต่ง
 มันเกิด มันแก่ มันเจ็บ มันดับ เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
 วางอยู่นี่แหละ อดีตอนาคตมันก็มานี่แหละ
 ตัดอดีตอนาคตลงหมด จิตดิ่งอยู่ในปัจจุบัน รู้ในปัจจุบัน ละในปัจจุบัน วางในปัจจุบัน
 ทำจิตทำใจของเราให้สว่าง ให้รู้แจ้งในมรรคในผล ในศีล สมาธิ ปัญญา
 เอาที่ใจนี้แหละ ให้มันสำเร็จขึ้นที่ใจ

เวลาปฏิบัติจริงกิเลสมันมาได้ทุกทิศทุกทาง
 ใจนี้มันสำคัญ เหตุมันเกิดจากใจนี้ ตั้งสัจจะ จริงกายจริงวาจาจริงใจ
 อย่าหลงไปตามเขา ตามอารมณ์
 ละทิ้งความที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย
 สมบัติของเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหมดนี้
 เป็นที่ตั้งของทาน เป็นที่ตั้งของมรรค เป็นที่ตั้งของพระนิพพาน
 จงละและวางให้เป็นพุทโธ ละวางหมดก็เป็นสุข ปล่อยวางก็สบาย

คัดจาก หนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ โดย มูลนิธิหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ,



การเห็นจิตของเรานี่แหละดี มันคิดดีคิดชั่ว คิดหยาบ คิดละเอียด ก็รู้ดูจนกระทั่งมันวางลง ถ้าเห็นอยู่เสมอ ๆ แล้ว ก็วางหมด
(อนุสสติ ๑๐)

พระราชนิโรธรังสี คัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี)
วัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: