Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 05:25:51

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สวัสดีในชีวิต  (อ่าน 32 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,774
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 30 มิถุนายน, 2561, 09:49:27 »

ชาวพุทธในปัจจุบันอยู่ในขั้นอนุบาลมาก ไปไหนก็เห็นแห่กันไปทำบุญ หิ้วของสังฆทานเหมือนจะบุญมาก แต่ไม่เคยไปรักษาศีล วัดแต่ละวัดก็ว่างเว้น โบสถ์ศาลาแทบจะไม่มีอุบาสกอุบาสิกามารักษาศีลเลย ยิ่งภาวนายิ่งไม่เอา จะมีบ้างก็ที่แห่ไปทำบุญเฉย ๆ

 บุญในส่วนทานมันเป็นปกติของชาวพุทธอยู่แล้ว แต่บุญรักษาศีล บุญภาวนา นี่ บุญใหญ่ บุญจะเข้าถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บุญจะเข้าถึงมรรคถึงผล มันต้องบุญที่เกิดจากจิตตภาวนาเท่านั้น ไม่ใช่จะไปอ่าน ไม่ใช่จะไปฟัง ไม่ใช่จะไปจำธรรมะ ความจำจะมีประโยชน์อะไร มีประโยชน์ก็แค่เอามาเป็นคติเฉย ๆ ความจริงต่างหากที่จะแก้กิเลส ถึงบอกให้พวกเรายกระดับให้ถึงความจริงให้ได้ พวกเราต้องพยายาม อย่าคว้าแต่น้ำเหลว พุทธศาสนาไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ตุ๊กตา ต้องจริงต้องจัง ถึงจะเข้าสู่ความจริง ถ้าเราเหลาะ ๆ แหละ ๆ ไม่มีวันจะเข้าถึงความจริง คนที่จะเข้าถึงความจริงต้องเป็นคนที่จริงจัง เรามีแต่ความจอมปลอมอยู่ในใจ แล้วจะได้ความจริงได้ยังไง

 ดูครูบาอาจารย์แต่ละองค์สิ ท่านเดนตายมาแล้วทั้งนั้น ท่านไม่เคยได้อรรถได้ธรรมด้วยความสุขสบายที่ไหน นั่งหามรุ่งหามค่ำ เดินจงกรมตลอดทั้งคืน ไอ้เรานั่งสมาธินิด ๆ หน่อย ๆ ก็บ่นนั่นบ่นนี่ จะทนแค่นี้ก็ทนไม่ได้ เพราะความจริงมันไม่ปรากฏ มีแต่ความจอมปลอม กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวยากลำบาก ธรรมถ้าไม่เอาความทุกข์ไปแลก ยังไงก็ไม่ได้ เราจะเอาแต่สบาย จะเอากิเลสไปแก้กิเลสเหรอ มันเป็นไปไม่ได้ ต้องเอาทุกข์เข้าไปสู้ นี่อะไร พอทุกข์เกิดขึ้นก็ พอแล้ว ๆ

 หลวงพ่อโสภา สมโณ
 ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑






“…จิตบ่มีศีลธรรมเป็นจิตบกพร่องทำชั่วได้ง่าย ฆ่าพ่อฆ่าแม่กะได้..บุญบาปมีจริงๆเด้อ..คนเฮารู้จักแต่บุญบาปแต่บ่เคยสัมผัสเลยบ่เข้าใจ..คือเฮานั่งดูอาหารข้างหน้ากะรู้ว่า..นี้ต้มปลา..นี้ปิ้งไก่..แต่บ่เคยลองชิมดูเลยบ่รู้รสชาติ..คือเฮาเห็นมูตร คูถ มีหนอนเจาะเต็มอยู่เฮาสิเข้าไปหาบ่…จิตดวงนี้มันบ่ตายเด้อมันออกจากร่างนี้กะไปสิงอยู่กับร่างใหม่..มนุษย์เฮาบ่ว่ารวยหรือจนกะกินข้าววันละสามครั้งคือกัน..กินกะได้แค่อิ่ม..ตอนเป็นมนุษย์อยู่นี้ให้พากันสร้างไว้หลายๆกรรมดี เพราะว่าตอนเป็นมนุษย์นี้คนบ่มีกะยืมกันกินได้ ขอกันกินได้ หาเก็บผัก หาปลา มากินได้..เดินบ่ได้กะแบกกะหามกันไปนั้นมานี้ได้..แต่ข้างหน้านั้นมันขอกันกินบ่ได้ ยืมกันกินบ่ได้เป็นไปตามกรรมไผมันเด้อ..เป็นฆราวาสมีครอบครัวบ่ต้องเอาหยังหลาย..สวดมนต์ไหว้พระทุกวันก่อนนอนแล้วกะตอนเช้าตื่นนอน..นั่งภาวนาเช้าแลงให้ได้วันละ 20 นาทีแค่นี้เหลือกินแล้ว…เฮ็ดไปทุกวันๆแบบนี้คือเฮากินข้าวทุกวัน บางวันกะกินกับพริกกับกินเกลือ..กินไปทุกๆวันมันสิเจอเองของดี…”

:: โอวาทธรรมองค์หลวงปู่จันทร์เรียน คุณวโร





"มะม่วงมันอยู่สูงห้าเมตร เราอยากได้
 เอาไม้สิบเมตรมาสอยไม่ได้ มันยาวเกินไป
 เอาไม้สองเมตรมาสอย มันก็ไม่ได้ ไม่พอดี
 มันสั้นเกินไป

 เราอย่าเข้าใจว่า คนจบดอกเตอร์
 มาปฏิบัติสบายเหลือเกิน เพราะเรียนรู้
 มาพอแล้ว อย่าเข้าใจอย่างนั้น
 ดอกเตอร์มันยาวเกินไปก็ได้"

 หลวงปู่ชา สุภัทโท





“ผู้ใด ที่รู้จักไตร่ตรอง ทบทวนความคิด
 และการกระทำ ของตนเองอยู่เสมอ
 ย่อมได้ชื่อว่า เป็นผู้ไม่ประมาท

ความสวัสดีในชีวิต ย่อมบังเกิดขึ้นได้
โดยไม่จำเป็นต้องอ้อนวอน
 ขอพรบันดาล จากผู้หนึ่งผู้ใดเลย”

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯ






“พ่อแม่ครูอาจารย์ ท่านมีแต่
 บอกทางเท่านั้นแหละ สิ่งที่ต้องทำ
 เราเองต้องเป็นผู้ทำเองทั้งหมด

เหมือนกันกับกินข้าว นั่นแหละ
ถึงจะนั่งเฝ้าอาหารอยู่ก็ตาม
 ถ้าไม่ยอมกิน มันก็ไม่รู้จักรสชาติ
 ไม่รู้จักความอิ่ม”

หลวงปู่ลี กุสลธโร





"มันก็น่าแปลก คนเราเวลาตาย
 เกิดอารมณ์ร้องไห้ ทำให้เศร้าใจ
 แต่เวลาเกิด กลับหัวเราะชอบใจ
 ทำให้ดีใจ

 คนที่หัวเราะก็หลง คนที่ร้องไห้ก็หลง
 หลงในฐานะที่ไม่รู้อะไรเป็นเหตุเป็นผล

ความจริงแล้ว ตายหรือเกิด
 ก็อันเดียวกันนั้นเอง เป็นแต่ว่า
 เขาเปลี่ยนกันทำหน้าที่เท่านั้นเอง"

 หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม





"ทุกคนมีความต้องการเหมือนกัน
 นั่นคือ ไม่ต้องการ ให้คนอื่นมาพูด
 ให้เราเกิดความไม่สบายใจ

ถ้าเข้าใจได้อย่างนี้ เราก็ต้องรู้ตัวเองว่า
ไม่ควรทำ ไม่ควรพูด ให้คนอื่นมีความเดือดร้อน
 เป็นทุกข์ จากตัวเราเช่นกัน"

หลวงปู่ทูล ขิปฺปปญฺโญ


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: