Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
14 พฤศจิกายน, 2561, 09:28:05

   

ผู้เขียน หัวข้อ: สร้างเหตุ  (อ่าน 82 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,890
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 29 มิถุนายน, 2561, 05:25:05 »

"วัดนั้น เป็นอย่างนั้น
 พระเณรองค์นั้น เป็นอย่างนั้น อย่างนี้
 เจ้าของเป็นยังไงไม่ดู"
 หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน





"ถ้าปัจจุบัน เราสร้างเหตุไว้ดี
 อนาคต มันก็จะดีด้วย
 อดีต คือวันนี้ที่ผ่านไป
 มันย่อมดีด้วย

 และที่สำคัญที่สุด คือ
 ถ้าเราหมดทุกข์ได้ ในปัจจุบันนี้แล้ว
 อนาคต คือ ชาติหน้า
 ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดถึง"

 หลวงปู่ชา สุภัทโท






“พิจารณาความตายให้มาก ๆ
 ไม่ว่าคนว่าสัตว์ เกิดมาแล้วต้องตาย
 เพราะเกิดกับตาย เป็นของคู่กัน
 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
 เอวัง ก็มีด้วยประการ ฉะนี้”

 หลวงปู่เสาร์ กนฺตสีโล





“เราเกิดมานี้ได้พบแล้วซึ่งพุทธศาสนา ขอให้พากันตั้งใจประพฤติปฏิบัติ เกาะพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเต็มกำลังความสามารถของตน สมบัติแห่งความดีทั้งหลายนี้จะเป็นสมบัติของใจแห่งท่านทั้งหลายเอง จะไม่เป็นสมบัติของใครของอะไรละ สมบัติเงินทองข้าวของยศถาบรรดาศักดิ์มีมากน้อยเป็นเครื่องประดับ ธาตุขันธ์ที่มีอยู่ในโลก มีความรู้สึกว่าได้อาศัยสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นความภาคภูมิใจไปเป็นระยะๆ พอขันธ์พังลงไปแล้วสิ่งเหล่านั้นหมดความหมาย ขันธ์ก็หมดความหมาย แต่บาปกับบุญไม่หมดอยู่ในใจ เพราะฉะนั้นจึงให้พยายามละบาปบำเพ็ญบุญเต็มหัวใจ

เชื่อเถิดเชื่อพระพุทธเจ้า ไม่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดที่จะโกหกโลกแม้เม็ดหินเม็ดทราย สอนอย่างถูกต้องแม่นยำ ฉุดลากขึ้น ไม่เหมือนกิเลสที่ฉุดลากลงทั้งนั้น เรื่องกิเลสนี้ฉุดลงตลอดเวลา ให้ระวังความฉุดลงของกิเลส มันปากหวานนะกิเลส ไม่มีอะไรจะปากหวานยิ่งกว่ากิเลส พวกเรานี่ชอบของหวานๆ เสียด้วย มันจึงติดกิเลสไปเรื่อยๆ กิเลสปากหวานร้อยจมูกนี้ พวกเรานี้มีจมูกหรือไม่มี ถูกกิเลสมันร้อยเอาไปหมดแล้วนี่เพราะมันปากหวาน ให้มันร้อยจมูกไปๆ ธรรมนี้ไม่หวานเรื่องโลกๆ ของกิเลสอย่างนี้”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
 เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๙






“การปฏิบัติ ถ้าไม่มีครูอาจารย์แนะนำสั่งสอนที่ถูกต้องแม่นยำไปยากนะ มันออกนอกลู่นอกทางไปเลย ถ้ามีครูบาอาจารย์ผู้แนะนำสั่งสอนถูกต้องแม่นยำ มันก็ค่อยพยายามตะเกียกตะกายไปตามแนวทาง แล้วจิตใจก็ค่อยสงบร่มเย็นสว่างไสว เดี๋ยวใจก็พุ่งๆ เลย หลุดพ้นได้ เพราะมีครูอาจารย์ที่แน่นอนสั่งสอน เรียกว่าในชาตินี้เป็นชาติที่สุดของเราแล้ว พูดให้ฟังพี่น้องทั้งหลายฟังเสียนะ เรามายุติในชาตินี้ละ ยุติหมดเลย การเกิดแก่เจ็บตายภพน้อยภพใหญ่จะไปขึ้นสูงลงต่ำที่ไหนยุติหมด สถานที่เกิดเกิดที่ใด เป็นสัตว์ตัวใด เสวยผลกรรมอะไรยุติหมด เพราะกิเลสเป็นตัวผลิตสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาให้หาความแน่นอนไม่ได้ สูงๆ ต่ำๆ เกิดนั้นเกิดนี้มีแต่กิเลสพาให้สร้างทำกรรม กรรมดีกรรมชั่วอยู่กับจิต ไปไหนกรรมดีกรรมชั่วจะต้องผูกมัดจิตไป

ทีนี้เวลาถึงขั้นปุญญปาปปหินบุคคล ผู้มีบุญและบาปอันละเสียได้แล้ว เอกเทศเป็นใหญ่โต มีธรรมเป็นใหญ่ เป็นใหญ่อยู่กับธรรม ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกัน หมด ทีนี้ไม่ต้องหาอะไร นี่ละการปฏิบัติธรรมเอาจนกระทั่งหมดที่หา ไม่หา หาอะไร มันพอแล้ว พอมันก็รู้ เวลาหิวโหยมันก็รู้ เหมือนเรารับประทานอาหารเวลาหิวโหยมากน้อยก็รับประทานตามความหิวโหย พออิ่มแล้วมันปล่อยหมด ไม่ว่าหวานว่าคาวไม่เอาทั้งนั้น จิตใจนี่ไม่ว่าบาปว่าบุญปล่อยโดยสิ้นเชิง ท่านว่าปุญญปาปปหินบุคคล ผู้มีบุญและบาปอันละเสียได้แล้วโดยสิ้นเชิง นั่นละท่านผู้สิ้นกิเลสละทั้งบาปทั้งบุญ บาปก็เป็นสมมุติ บุญก็เป็นสมมุติ ทั้งสองฝ่ายนี้เป็นบันได ทั้งกดลง ทั้งฉุดขึ้น พอผ่านไปได้แล้วเป็นอันว่าหมดแล้วสมมุติ จิตเป็นจิตตวิมุตติ เรียกว่านิพพานเที่ยงได้แล้ว”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
 เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: