Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กันยายน, 2561, 09:05:23

   

ผู้เขียน หัวข้อ: ผ่องใส สะอาด  (อ่าน 73 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้



หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,837
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 15 มิถุนายน, 2561, 05:23:58 »


"ส่วนมาก เขาจะว่าดี
 ก็ต่อเมื่อ เขาได้รับประโยชน์
 จากการกระทำของเรา

ถ้าเขาไม่ได้ แต่ไปได้กับผู้อื่น
เราก็เป็นคนดี ที่เขาไม่ต้องการ"

ท่านพุทธทาสภิกขุ






“ผู้ที่มีจิตใจผ่องใสสะอาด
 ไม่มีโทษ จะมีหน้าตาผ่องใส
 ไม่เศร้าหมอง ไม่ขุ่น ไม่มัว

เป็นที่หน้าคบค้าสมาคมด้วย
บุคลิกลักษณะนั้น บ่งบอกถึง
 ความสุขของใจ”

 หลวงปู่ท่อน ญาณธโร






"คนเรานี่ เวลามีภัยคุกคาม
 มีทุกข์บีบคั้น ก็ลุกขึ้นดิ้นรนขวนขวาย
 พอสุขสบาย ก็นอนต่อไป

พระพุทธศาสนา ก็จึงต้องย้ำ
ด้วยความไม่ประมาท เพราะว่า
 เมื่อสบายแล้ว คนโน้มเอียงจะประมาท

ใครทั้งๆ ที่สุขสบาย ก็ไม่ประมาทได้
 ก็คนนั้นแหละ เป็นคนที่ปฏิบัติธรรมได้ผล"

-:- สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ -:-





“งานทางโลกนั้นทำจนถึงวันตายก็ไม่มีสิ้นสุด ต้องปล่อยวางและตายไปจนได้ วันตายนั่นแหละถึงจะว่างสำหรับงานของโลกเรา เป็นอย่างนี้ไม่ว่าใครๆ เหมือนกันหมด ใครอยู่ที่ไหนไม่มีว่าง มันว่างได้แต่ขณะที่ตาย เพราะเหตุไร เพราะความตายมันเหนืองานการทั้งหลายที่จะต้องปล่อยขณะนั้น

ถ้าเราคอยเวลาว่างจะไม่มีเวลาว่างเลย จนกระทั่งวันสิ้นลมหายใจนั่นแลถึงจะว่าง ว่างเพื่อสิ้นลม ในขณะที่ยังเป็นๆ อยู่นี้ พอคิดอ่านอะไรๆ ได้ทั้งภายนอกภายใน กิจการที่จะเกิดผลเกิดประโยชน์แก่ตน ก็ควรจะเร่งรีบขวนขวายเสียแต่บัดนี้ นี่ยังเป็นกาลอันควร

เฉพาะอย่างยิ่งคือจิตตภาวนา ซึ่งเป็นอาหารสำคัญอย่างยิ่งของใจ ท่านเรียกว่า “ธรรม” “ธรรมโอสถ” นี้แลเป็นเครื่องเยียวยาจิตใจให้ปราศจากความฟุ้งซ่านวุ่นวาย ทำให้เกิดความสงบสุขได้เป็นอย่างดี เพราะมีอาหารคือ “ธรรม” เป็นเครื่องเสวย”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
 วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๙





“การที่เราระลึกถึงครู ถึงผู้มีบุญมีคุณต่อเรามีพ่อแม่ ครูบาอาจารย์เป็นสำคัญมาก การกระทำความระลึกถึงท่านผู้ควรระลึกบูชาเช่นนี้ เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่เป็นมานมนาน ต้องทำการเคารพบูชาซึ่งกันและกัน และมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อท่านผู้มีบุญมีคุณแก่เรา นี่เป็นขนบประเพณีอันดีงามสำหรับมนุษย์เรา ขอให้ทุก ๆ คนจงจำเอาไว้ และทำความเคารพระลึกถึงบุญถึงคุณของครูอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้วิชาและความประพฤติการงานแก่เรา ด้วยเจตนาที่อ่อนน้อมถ่อมตนจริง ๆ
.
ผู้ใดเป็นผู้รู้จักบุญรู้จักคุณของพ่อของแม่ ของครูของอาจารย์ ผู้นั้นจะมีความเจริญ จะเป็นผู้มีเสน่ห์ ไปที่ไหนมีคนรักชอบ เพราะเป็นผู้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ย่อมเป็นที่รักที่เคารพนับถือของเพื่อนฝูง ตลอดถึงผู้ใหญ่ก็มีความเมตตา ผู้น้อยก็มีความเคารพรักและนับถือ เพื่อนฝูงกันก็มีความสนิทตายใจเพราะความเป็นคนดี”

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เทศน์อบรมนักเรียน ณ ร.ร.บ้านตาด จ.อุดรธานี
 เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๒






 พระวินัยแท้ : การปฏิบัติต่อเงินทองของพระ

ตันบัญญัติ
ในพระวินัยท่านจึงห้ามอย่างเด็ดขาด พระวินัยเกี่ยวกับการเงินการทอง ท่านสอนอย่างเด็ดขาดมากนะ เรื่องพระวินัยจริง ๆ
.
“ชาตรูปรชตํ อุคฺคณฺเหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยย วา อุปนิกฺขิตฺตํ วา สาทิเยยฺย นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ”
นี่บาลีขึ้นมาแล้ว คือ “ภิกษุที่รับเงินและทองหรือสิ่งที่เขาใช้แทนเงินแทนทอง รับเองก็ดี ให้ผู้อื่นรับก็ดี ปรับอาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์” นั่นฟังซิ “ปรับอาบัติ”
.
“นิสสัคคีย์” แปลว่า ต้องเสียสละออก
“ปาจิตตีย์” คือ ปรับอาบัติปาจิตตีย์ ให้ไปแสดงอาบัติ แล้วก็ให้เอาเงินเอาทองนี้ประชุมสงฆ์ตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป ฟังซิท่านถือเล็กน้อยเมื่อไร

พระพุทธเจ้าตัดสิ่งเหล่านี้เพื่อให้ขาดจากความกังวล อันนี้เป็นตัวกังวลใหญ่ที่สุดตัวนี้ตัวสำคัญมากนะ ท่านจึงตัดไม่ให้พระเกี่ยวข้องเลย ถ้าองค์ใดไป “จับเงินจับทอง” ถือเงินทองว่าเป็นของตัวเอง ให้เอาเงินนั้นทั้งหมดมาวางกองตรงกลางสงฆ์ แล้วหัวหน้าในชุมนุมสงฆ์นั้นจะตั้งสมมุติขึ้นมา ให้องค์ใดเป็นผู้ทำหน้าที่แทนสงฆ์ในชุมนุมนี้ เกี่ยวกับเรื่องเงินนี้ แล้วสมมุติพระองค์หนึ่งที่อยู่ในชุมนุมสงฆ์นั้น ให้เอาเงินเหล่านี้ไปปาเข้าป่าให้หมดฟังซิ นี่ละพระวินัยฟังเอา
.
เวลาปาเข้าป่านั้นห้ามกำหนดที่ตกด้วย ปาเข้าป่าแล้วมันตกที่ตรงไหน ๆ ถ้าจิตยังแย็บไปนั้น ปรับอาบัติอีกฟังซิน่ะ คือไม่ให้เป็นกังวลเลย ฟาดเข้าป่าไหนก็แล้วแต่เถอะ เจ้าของไม่สนใจฟังเลย แล้วก็ให้มาแสดงอาบัติพระองค์นี้ นี่ละท่านตัดขาดขนาดนั้น
.
อนุบัญญัติ
ครั้นต่อมา “เมณฑกเศรษฐี” ที่เป็น “ปู่ของนางวิสาขา” เห็นความลำบากลำบนของพระ ที่มาจากสกุลต่าง ๆ สกุลเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ เศรษฐี กุฎุมพี พ่อค้าประชาชนคนธรรมดา มีหลายขั้นหลายภูมิ ท่านเหล่านี้มีความละเอียดลออ การอยู่การกินการใช้การสอยที่จะมาสมบุกสมบันอย่างเราทั้งหลายนี้เป็นความลำบาก ก็ลดหย่อนผ่อนผัน
.
พิจารณาเฉลี่ยแล้วก็ไปทูลพระพุทธเจ้า ขอลดหย่อนผ่อนผันเรื่องที่เด็ดขาดนี้ลง คือขอให้มี “ไวยาวัจกรคนหนึ่ง” มารับแทนพระแล้วนำไปใช้ พระจะต้องการใช้วัตถุสิ่งใดให้บอกไวยาวัจกรผู้รับเงินนี้ว่าต้องการสิ่งนั้น ต้องการสิ่งนี้ ให้เอาเงินนี้ไปซื้อสิ่งของที่ท่านต้องการมาถวายท่าน โดยไม่ให้ยินดีในเงินในทองเลย
.
นั่นฟังซิ ท่านจึง “อนุโลม” ให้คนอื่นรับแทนได้ ที่มาทุกวัน “มีรับแทนได้” เห็นไหมล่ะ

หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน
 เมื่อวันที่ ๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๔
 เทศนาธรรม : “ความสุขจริง ๆ ความทุกข์จริง ๆ อยู่ที่ใจ”

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: