Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
19 มิถุนายน, 2561, 15:56:30

   

ผู้เขียน หัวข้อ: น้อมจิต  (อ่าน 17 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,743
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 13 มิถุนายน, 2561, 05:33:34 »


"น้อมจิตให้เห็นความไม่เที่ยง
 ความไม่แน่นอน
 ทุกสิ่งทุกอย่าง มันไม่แน่

ชอบก็ไม่แน่ ไม่ชอบก็ไม่แน่
รักก็ไม่แน่ ชังก็ไม่แน่
 ผิดหวังก็ไม่แน่ สมหวังก็ไม่แน่

อันนี้ก็คือ โยนิโสมนสิการ
 มีความพอใจยินดี ในการเรียนรู้
 ในการแสวงหาความจริง"

-:- พระอาจารย์ชยสาโร ภิกขุ -:-





"ยังหนุ่มยังสาวอยู่
 ยังมีกำลัง ก็ให้ปฏิบัติกัน
 ให้ทำข้อวัตรปฏิบัติ ให้สมบูรณ์
 เพราะถ้าความแก่มาเยือนเราเมื่อไร
 แล้วจะเสียใจที่ทำไม่ได้"

 -:- หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก -:-



"อย่าพูด ตามความคิด
 อย่าทำอะไร ตามความคิด
 อย่าปล่อย ให้ความคิดออกหน้า

ให้สตินำหน้า พูดกับผู้อื่นให้น้อย
เตือนตนเองให้มาก
 ความหลงเป็นศัตรู ความรู้เป็นมิตร
 ให้กลัวความหลง ให้กล้ากับความรู้สึกตัว

ฉลาดในการเอาชนะตน
 ยอมแพ้คนอื่น ในทางสมมติ
 มีสติ เฝ้าดูตัวเอง"

-:- หลวงพ่อคำเขียน สุวัณโณ -:-






"...เมื่อนึกถึงนิสัยไม่ดีต่างๆ ในกาลก่อนที่ปัจจุบันเราเลิกได้แล้ว จำได้ไหมว่าครั้งหนึ่งนิสัยไม่ดีเหล่านั้นก็เป็นเสมือนส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของตัวตนของเรา ปัจจุบันเราเลิกนิสัยเหล่านั้นได้แล้ว และเมื่อถามตัวเองว่า ถ้านิสัยไม่ดีเหล่านั้นสามารถเลิกได้จากการฝึกปฏิบัติธรรม ทำไมนิสัยไม่ดีต่างๆ ที่ยังเหลืออยู่ยังเลิกไม่ได้

นึกถึงนิสัยที่ดีในปัจจุบันที่ทำให้เรามีความสุข แต่ในอดีตเราไม่ได้เป็นอย่างนี้ นึกถึงว่าเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยากจะเชื่อว่าวันหนึ่งวันนี้เราจะมีนิสัยเช่นนี้ ถามตัวเองว่าถ้านิสัยที่ดีเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้จากการปฏิบัติธรรม ทำไมนิสัยที่ดีอื่นๆ ที่ยังไม่มีอยู่ ยังไม่เกิดขึ้น

อนาคตของเราไม่แน่นอน มันไม่ขึ้นอยู่กับพรหมลิขิต ไม่เป็นไปตามการดลบันดาลของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือแผนการของพระผู้เป็นเจ้า ชีวิตเราจะดีขึ้นหรือเลวลงก็ด้วยการกระทำของเรา มันก็ง่ายหรือยากเพียงเท่านี้..."

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์ท่านพระอาจารย์ชยสาโร





“...มนุษย์นี้ดีที่สุด เราต้องการอะไรได้ทั้งนั้น อยากกินข้าวก็มีกิน อยากกินน้ำก็มีกิน เราอยากทำบุญหรือทำบาปก็ได้ทั้งนั้น

ถ้าเราไปอเวจีมหานรกแล้ว ไม่มีข้าวมีน้ำ กินแต่ไฟ คือไฟราคะ โทสะ โมหะ เป็นอาหาร เมื่อกินไฟลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา ไม่มีวันที่จะดับลงได้...”

โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงปู่ตื้อ อจลธมฺโม
 วัดอรัญญวิเวก ต.บ้านข่า อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม







"...สัตว์บุคคลใดก็ตาม ถ้าลงเชื่อแน่ว่าตายแล้วสูญคนนั้นฉิบหายทั้งเป็น ยังเหลือแต่ลมหายใจฟอด ๆ เท่านั้น ใครจะแก้ก็ต้องรีบแก้ ไม่แก้ไขไม่ได้ อันนี้จะจมแน่ ๆ

เพราะมันไม่สูญละซิ! กิเลสวัฏฏ์นั่นแหละ มันทำกรรมอยู่นั่น มันจะเอาอะไรมาสูญ ถ้าทำกรรมด้วยอำนาจของกิเลส มันก็บอกให้ทำแต่บาปแต่กรรมชั่วช้าลามกทั้งหลาย แล้วตายลงไปก็ไปจมอยู่ในนรก

ไม่เคยได้ยินว่า บาปสูญ นรกสูญ สวรรค์สูญ พรหมโลกสูญ นิพพานสูญ ไม่เคยมี มีแต่กิเลสนั่นแหละมันอุตริมาหลอกโลกว่าตายแล้วสูญ..."

 โอวาทธรรมคำสอน..
องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน



แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: