Siamsouth.com ศิลปวัฒนธรรม ท่องเที่ยว ธรรมะ ภาคใต้
เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนไทย

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
21 กรกฎาคม, 2561, 05:22:21

   

ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องประดับสู้ธรรมะ ไม่ได้  (อ่าน 57 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้






หน้า: [1]
dhammadee
คนบ้านเดียวกัน
เจ้าหน้าที่อาวุโส
*****


กระทู้: 2,774
สมาชิกลำดับที่ 1487


| |

« เมื่อ: 29 พฤษภาคม, 2561, 09:17:01 »


คนยิ่งมากขึ้นเท่าไหร่ ศาสนาก็ยิ่งเสื่อมมากขึ้นเท่านั้น
 คนก็ไม่มีธรรม มีแต่กิเลสตัณหา
 นักบวชก็เหมือนกันนั่นแหละ ครูบาอาจารย์ท่านพาดำเนินมา
 ท่านไม่เคยมีนะ ว่าให้รู้จักนิสัยใจคอกันนะ
 ให้ฝึกหัดการอยู่คนเดียวนะมันสบาย
 พวกนักภาวนาคนไหนที่มีภูมิจะรู้เองหรอก
 พอได้เข้าใกล้มันต้องมีปีติ มีความเกรงๆกลัวๆนะ
 คนไหนที่ภาวนา จิตมันไม่พลุ่งพล่านคิดนั่นคิดนี่หรอก มันเกรงๆกลัวๆอยู่
 คนยิ่งภาวนามาก ผู้ที่ยิ่งพบยิ่งมีความรู้สึกเกรงๆ กลัวๆมาก
 มันมีนะเรื่องนี้ เพราะวาระจิตมันถึงกัน มันสัมผัสกันได้
 คนไหนที่ขี้เกียจมักง่าย อย่าไปอยู่ด้วย อยู่ไปก็ไม่ได้หลักอะไร

หลวงปู่ลี กุสลธโร วัดป่าภูผาแดง อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
“บริกรรมพุทโธๆ อย่าให้เผลอ” เทศน์อบรมพระ ปี ๒๕๕๒






“การทำบาป ไม่ว่าที่แจ้ง ที่ลับ
 มันเป็นบาปเสมอกันหมด

ทำที่แจ้ง ก็เป็นบาป
 ทำที่ลับ ก็เป็นบาป
เพราะเราเป็นผู้ทำเอง

บาปเป็นของเราเอง
 ไม่ได้อยู่ในที่ลับ ที่แจ้ง”

-:- หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน -:-






“เครื่องประดับใดๆ ในโลก
 ก็สู้ธรรมะไม่ได้
 ถ้ามีธรรมะประดับใจตนแล้ว
 ย่อมเป็นผู้เจริญรุ่งเรือง แน่นอน”

 -:- หลวงปู่ท่อน ญาณธโร -:-







“ร่างกายนี้ เป็นดงหนาป่าทึบ
 ในดงหนาป่าทึบนี้ เต็มไปด้วยอสรพิษ
 ได้แก่ ความเจ็บไข้ได้ป่วย
 เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน อยู่ในกายนี้
 เมื่อเราหลงอยู่ในดงหนาป่าทึบอันนี้
จึงถูกอสรพิษทำร้ายอยู่ตลอดเวลา

หลงในร่างกายนี้
 ชายหลงหญิง หญิงหลงชาย
 หลงกันอยู่อย่างนี้
 เราหลงเขา เขาหลงเรานี้
 จึงพ้นทุกข์ไปไม่ได้

ถ้าใครมาถากถางดงหนาป่าทึบ
 คือ ร่างกายนี้ ให้เตียนโล่ง
 คือ ให้เห็นสภาพความเป็นจริงในกายนี้
 เป็นของแตกดับทำลาย ไม่จีรังยั่งยืน
 ในที่สุด ก็จะสลายลงสู่ธาตุเดิม
 ของเขาเท่านั้น

เมื่อเห็นอย่างนี้ จึงจะได้ชื่อว่า
 ข้ามดงหนาป่าทึบไปได้
 จึงจะพ้นทุกข์พ้นภัยไปได้”

-:- หลวงปู่บุญจันทร์ กมโล -:-





"เกิดแล้วต้องตาย
 ไม่ตายวันนี้ วันหน้าก็ตาย
 ไม่ตายเดือนนี้ เดือนหน้าก็ตาย
 ไม่ตายปีนี้ ปีต่อๆ ไป ก็ตายได้
 ให้รู้ไว้ ให้เข้าใจไว้

 แล้วจิตใจ อย่าได้มัวเมาหลงไหล
 ไปกับกิเลสกาม วัตถุกาม
 มาหลงร้องไห้ หัวเราะอยู่นี้
 ไม่มีที่สิ้นสุด

ก้อนทุกข์ กองทุกข์เต็มตัวทุกคน
 จงภาวนาดูให้รู้แจ้ง ด้วยสติปัญญา
 ไม่ใช่คนอื่นจะมาทำให้ ปฏิบัติให้ไม่มี
 ตัวเองนั่นแหละ ปฏิบัติตัวเอง”

-:- หลวงปู่สิม พุทธาจาโร -:-





“การที่เราจะพึ่งใครซักคนหนึ่งนี่
 มันก็พึ่งได้ไม่เท่าไหร่หรอก

หรือจะไปพึ่งคนโน้น พึ่งคนนี้
 เขาก็ไม่ให้พึ่งเท่าไหร่
ไปอยู่กับเขาไม่กี่วัน
 เขาก็อยากไล่หนีแล้ว

เพราะฉะนั้น
 บุญเท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่ง
 เราจะไปเกิดชาติใด ภพใด
 บุญก็ตามช่วยเรา
 เหมือนกับเหงาตามตัวฉันนั้น”

-:- หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร -:-





"บุญ คือ ความสบายใจ
 ก่อนทำ ก็สบายใจ
 ขณะทำ ก็สบายใจ
 ทำแล้ว ก็สบายใจ
 คิดถึงทีไร สบายใจทุกที"

 -:- หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ -:-





อันตัวกู เองหนอ ก็ไม่มี
 ลูกเมียกู มันจะมี ที่ไหนได้
 ทรัพย์ของกู ก็จะมี ได้อย่างไร
 เพราะตัวเอง มันก็ไม่ มีตัวกู !

 ถ้าอย่างนั้น มันมี อะไรเล่า
 ดิ้นเร่าเร่า กายใจ ไม่นิ่งอยู่
 มันก็เพียง กายใจ ไยไม่ดู
 ให้ได้รู้ ว่ากายใจ มิใช่ตน !

เป็นแต่เพียง ธรรมชาติ ประหลาดลึก
 อาจคิด นึก พูด ทำ ตามเหตุผล
 ตามธรรมดา ธาตุขันธ์ อันมืดมนท์
 อย่าสัปดน หลงว่า "กู" มีอยู่โว้ย !

- พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินฺทปญฺโญ) .


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า




หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: